| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มนุษย์เปรต
สลักธรรม 1
ฝ่ายพระเถระผู้เป็นอรหันต์ กำหนดเวลาบิณฑบาต ชำระสรีระตน แล้วทรงบาตรจีวร เหาะไปเสียทางอื่น
เศรษฐีนิมนต์พระเจ้าอาวาสฉันข้าวปายาส แล้วรมบาตรด้วยของหอม ใส่ข้าวปายาสจนเต็มแล้วกล่าวว่า พระเถระนั้นเห็นจะเหนื่อยจากการเดินทาง พระคุณเจ้าโปรดนำข้าวปายาสนี้ไปให้ท่านเถิด
พระเจ้าอาวาสรับบาตรมา เดินไปคิดไป ถ้าภิกษุนั้นได้ข้าวปายาสนี้ไซร้ ถึงเราจะจับคอฉุดให้ไป ก็จักไม่ไป ถ้าเราให้ข้าวปายาสนี้แก่มนุษย์หรือเทลงน้ำ คนอื่นก็จะรู้ พอดีเห็นนากำลังไหม้อยู่ จึงคุ้ยถ่านขึ้น เทข้าวปายาสลงไป กลบด้วยถ่าน แล้วกลับวัด ไม่เห็นภิกษุรูปนั้น จึงคิดได้ว่าภิกษุนั้นคงจะเป็นพระอรหันต์ รู้อัธยาศัยของเราจึงไปที่อื่นเสีย โอเพราะท้องเป็นเหตุ เราทำกรรมไม่สมควรเลย ทันใดนั้นความเสียใจอย่างใหญ่หลวงก็เกิดขึ้นแก่ภิกษุนั้น
ตั้งแต่วันนั้น ท่านก็กลายเป็นมนุษย์เปรต (มนุษย์ผู้หิวกระหายมากไปด้วยทุกข์ เพราะบาปกรรมที่ตนทำไว้) อยู่มาไม่นานก็ตายไปเกิดในนรก หมกไหม้อยู่หลายแสนปี หลังจากนั้น ผลของเศษกรรมทำให้มีชีวิตอยู่อย่างอดอยากทุกภพทุกชาติโดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 ต.ค. 2547 , 08:15:33 น.] ( IP = 61.90.23.116 : : )
สลักธรรม 2
ชาติสุดท้ายเกิด ณ หมู่บ้านชาวประมงในแคว้นโกศล ในวันที่ท่านเกิด ชาวประมงทั้งพันครอบครัวนั้นหาปลาไม่ได้เลยสักตัว นับแต่วันนั้น พวกชาวประมงก็พากันเสื่อมโทรมมาก บ้านของพวกเขาถูกไฟไหม้ ๗ ครั้ง ถูกพระราชาปรับสินไหม ๗ ครั้ง พวกชาวประมงพากันลำบาก คิดว่า เมื่อก่อนไม่เคยเป็นเช่นนี้เลย ในหมู่คงมีตัวกาลกิณี จึงแบ่งเป็นสองกลุ่มๆ ที่บิดามารดาเขาอยู่ก็แย่ กลุ่มอื่นเจริญ โดยการแยกกลุ่มเป็นสองเรื่อยไป ที่สุดก็เหลือเพียงตระกูลเดียว
คนทั้งหลายก็รู้ว่าครอบครัวนี้เป็นกาลกิณี พากันรุมตีให้หนีไป บิดามารดาของเขามีชีวิตอยู่อย่างแร้นแค้น เมื่อเลี้ยงดูจนเขาพอจะเดินได้ ก็ทิ้งเขาไว้ตามลำพัง เขามีชีวิตอย่างเดียวดายค่ำไหนนอนนั่น ไม่ได้อาบน้ำ สกปรกเหมือนปีศาจคลุกฝุ่น เลือกเม็ดข้าวกินทีละเม็ดเหมือนอย่างกาในที่สำหรับเทน้ำล้างหม้อ
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 ต.ค. 2547 , 08:16:30 น.] ( IP = 61.90.23.116 : : )
สลักธรรม 3
วันหนึ่ง พระสารีบุตรเที่ยวบิณฑบาตในเมืองสาวัตถี เห็นเขาก็สงสาร เรียกมาแล้วถามว่าเป็นชาวบ้านไหน พ่อแม่อยู่ที่ไหน เขาตอบว่า กระผมทำให้พ่อแม่ลำบาก จึงถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว พระเถระถามว่า เจ้าจะบวชไหม เขาตอบว่า อยากบวช
พระเถระจึงพาไปวัด อาบน้ำให้ แล้วให้บวชเณร พออายุครบก็บวชพระ ได้ชื่อว่า โลสกติสสเถระ เป็นพระไม่มีบุญ ใครใส่บาตร เพียงข้าวต้มกระบวยเดียว ก็ปรากฏเหมือนบาตรเต็ม คนจึงถวายองค์อื่น ต่อมาท่านก็เจริญวิปัสสนาบรรลุอรหัต ถึงกระนั้นก็ยังคงมีลาภน้อย
ในวันที่พระโลสกะจะปรินิพพาน พระสารีบุตรคิดว่า ในวันนี้เราควรให้อาหารแก่เธอจนพอ จึงพาท่านไปบิณฑบาตในเมืองสาวัตถีด้วย ทำให้พระสารีบุตรไม่ได้แม้เพียงการยกมือไหว้ จึงบอกให้กลับไปคอยที่โรงฉัน เมื่อส่งพระโลสกะกลับแล้ว พระสารีบุตรก็ได้อาหาร จึงฝากคนเอาไปให้พระโลสกะ คนรับอาหารไปแล้วก็ลืม กินเสียเองจนหมด
เมื่อพระสารีบุตรกลับวัด ทราบว่าพระโลสกะยังไม่ได้อาหารก็สลดใจ จึงให้พระโลสกะรอในโรงฉัน แล้วไปบิณฑบาตในวังของพระเจ้าโกศล พระราชาจึงสั่งให้ถวายของหวานสี่อย่างจนเต็มบาตร พระสารีบุตรกลับไปถึง ถือบาตรยืนอยู่แล้วเรียกให้พระโลสกะฉัน พระโลสกะยำเกรงพระสารีบุตรจะไม่ฉัน
พระสารีบุตรจึงกล่าวว่า มาเถิดน่า คุณจงนั่งฉัน ผมจะถือบาตรไว้ ถ้าผมปล่อยมือ บาตรต้องไม่มีอะไร
ในวันนั้นพระโลสกะได้ฉันเต็มความต้องการแล้วก็ปรินิพพาน
(อรรถกถาโลสกชาดก เอกนิบาต)โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 ต.ค. 2547 , 08:17:54 น.] ( IP = 61.90.23.116 : : )
สลักธรรม 4
ประเด็นที่ควรกล่าวถึงมีดังนี้
๑. อรรถกถาปฐมปีฐวิมานอธิบายว่า มนุษย์เปรตหมายถึงมนุษย์ที่ขาดแคลนอาหารและเครื่องนุ่งห่ม เพราะบาปกรรมที่ตนทำไว้ ต้องหิวกระหาย มากไปด้วยทุกข์ ได้กระทำบาปคือ ทำอันตรายลาภของผู้อื่น และได้รับผลตอบแทน คือกลายเป็นมนุษย์เปรต ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่
๒. พระโลสกะทำบาปอย่างเดียว แต่เป็นบาปหนักเพราะทำอันตรายลาภของพระอรหันต์ จึงได้รับผลของบาปกลายเป็นมนุษย์เปรตทันตาเห็นจัดเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม เมื่อตายไปเกิดในนรกจัดเป็นอุปปัชชเวทนียกรรม ในชาติต่อๆ มาก็อดอยากทุกชาติจัดเป็นอปราปริยเวทนียกรรม
๓. บางคนเข้าใจว่าได้ดีคือรวย เมื่อทำดีแล้วไม่รวยจึงบ่นว่าทำดีไม่ได้ดี พระโลสกะทำดีคือเจริญวิปัสสนา ได้ดีคือบรรลุอรหัต ถึงกระนั้นก็ยังยากจนมีลาภน้อย ดังนั้น ผลของการทำดีจึงไม่ใช่ความร่ำรวยเสมอไป
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 ต.ค. 2547 , 08:19:01 น.] ( IP = 61.90.23.116 : : )
สลักธรรม 5เป็นความน่ากลัวและควรระมัดระวังในการกระทำกรรม โดยเฉพาะกระทำกับผู้มีคุณมาก ไม่ว่าทั้งทางกาย วาจา และใจ...ขอบพระคุณค่ะพี่เณรที่นำมาฝาก
โดย น้องกิ๊ฟ [29 ต.ค. 2547 , 10:39:51 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.67.40 )
สลักธรรม 6มารับสาระธรรมต่อค่ะ หลังจากที่ช่างซ่อมคอมเพิ่งจะกลับสักครู่ และก็ไม่ผิดหวังที่จะได้อ่านสิ่งดีๆ ทำให้ต้องระวังในการทำกรรมมากขึ้น เพราะความประมาท อาจนำมาซึ่งความทุกข์ในภายหลังได้ กรรมนี่ยุติธรรมเสมอเลยนะคะ
โดย น้องอุ๊ [29 ต.ค. 2547 , 18:35:49 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.9 )
สลักธรรม 7ขอบคุณมากครับ และขออนุโมทนาในกุศลกรรมนะครับ
โดย ทับตะวัน... [1 พ.ย. 2547 , 15:23:26 น.] ( IP = 61.90.118.210 : : )
สลักธรรม 8
เพิ่งได้ฟังเรื่องนี้จากวิทยุ
มาอ่านอีกครั้ง ให้รู้สึกเห็นถึงโทษความประมาท
และก็เห็นคุณของการเจริญวิปัสสนาด้วย
อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [1 พ.ย. 2547 , 16:48:17 น.] ( IP = 61.91.68.33 : : )
สลักธรรม 9ขอบคุณพี่ดามากที่ส่งมาให้อ่านเตือนสติ เห็นภาพมากกว่าแค่เรียนทฤษฎีนะคะ วิบากที่เกิดจากกรรมชั่วนั้นไม่คุ้มเลย ทำให้ต้องระวังตัวไม่เผลอทำบาปอกุศลค่ะ
โดย AsiaKrid [1 พ.ย. 2547 , 19:06:20 น.] ( IP = 203.144.228.7 : : 192.168.208.28 )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |