มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระอินทร์กับอสูร




สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เดิมเป็นที่อยู่ของพวกอสูร ต่อมาเมื่อ มฆมาณพ ตายจากโลกมนุษย์ได้ไปเกิดเป็นพระอินทร์อยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ด้วยเช่นกัน พระอินทร์และเทวดาบริวารอีก ๓๒ องค์ได้ร่วมมือกันขับไล่พวกอสูรให้ลงมาอยู่ที่เชิงเขาสุเมรุ พวกอสูรแค้นเคืองจึงยกทัพรบกับพระอินทร์

ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าของเราเกิดเป็นพระอินทร์ เป็นใหญ่อยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น และมีเทพบริวาร ๓๒ องค์เป็นผู้ช่วยเหลือ

สวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีเนื้อที่กว้างใหญ่ได้ ๑๖๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร มีเทพนคร (เมืองหลวง) ชื่อ “สุทัสสนะ” ตั้งอยู่รายรอบเขาพระสุเมรุ พวกอสูรได้อยู่ที่สวรรค์ชั้นนี้มาก่อน ต่อมามฆมาณพได้มาเกิดเป็นพระอินทร์อยู่ร่วมด้วย และได้ครองความเป็นใหญ่ร่วมกับพวกอสูร พระอินทร์ไม่ปรารถนาจะอยู่ร่วมกับพวกอสูร จึงปรึกษากับเทพบริวาร ๓๒ องค์

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [29 ต.ค. 2547 , 19:21:23 น.] ( IP = 61.91.76.203 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

“จะทำอย่างไรกันดีจึงจะขับไล่เขาได้” พระอินทร์ปรึกษา “ไม่เห็นยากอะไร” เทพบริวารองค์หนึ่งเสนอแนะ “เราจัดให้มีงานเลี้ยงแล้วเอาเหล้าให้พวกเขากิน พอพวกเขาเมาเราก็จับเหวี่ยงลงไปเชิงเขาพระสุเมรุ แล้วทันใดนั้นเองที่เชิงเขาพระสุเมรุนั้นก็มีภพอสูรเกิดขึ้นเป็นที่รองรับพวกอสูร

ภพอสูรมีขนาดเท่ากับสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และมีต้นไม้เป็นสัญลักษณ์เช่นกัน กล่าวคือ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีต้นปาริฉัตร (หรือปาริชาติ) เป็นสัญลักษณ์ ส่วนภพอสูรมีต้นจิตตปาฏลิเป็นสัญลักษณ์ เมื่อพวกอสูรอยู่ที่เชิงเขาพระสุเมรุได้ระยะหนึ่งก็ถึงฤดูดอกจิตตปาฏลิ (ดอกแคฝอย) บาน ทำให้นึกถึงดอกปาริฉัตรในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่ตนเคยอยู่มาก่อน จึงรู้สึกเสียดายสวรรค์ชั้นดาวดึงส์และร่วมกันวางแผนจะยึดคืน

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [29 ต.ค. 2547 , 19:22:27 น.] ( IP = 61.91.76.203 : : )


  สลักธรรม 2

“จะรบกับพวกข้างบนยังไงดี” หัวหน้าอสูรปรึกษา

“เราก็จะยกทัพไต่เขาพระสุเมรุขึ้นไป” อสูรบริวารตัวหนึ่งเสนอแนะ

อสูรทั้งหมดเห็นด้วยที่จะทำอย่างนั้นเพราะไม่เห็นทางอื่นที่ดีกว่า ดังนั้นเมื่อได้เวลาเหมาะสม พวกอสูรจึงยกทัพไต่เขาพระสุเมรุขึ้นไป พระอินทร์มองลงมาเห็นพวกอสูรไต่ขึ้นเขากันยั้วเยี้ยเหมือนมดไต่เสาก็ทรงสงสัยจึงตรัสถามบริวาร

“พวกอสูรยกทัพมาพระเจ้าข้า” เทพบริวารองค์หนึ่งถวายรายงาน

พระอินทร์ได้ฟังดังนั้นแล้วก็คิดตัดไฟแต่ต้นลม จึงให้ มาตลี ขับรถเวชยันต์พาพระองค์มาปรากฏอยู่บนหลังมหาสมุทรใกล้กับภพอสูรแล้วเกิดสู้รบกัน ปรากฏว่าพระอินทร์สู้ไม่ได้เพราะมีกำลังน้อยกว่าจึงให้มาตลีขับรถหนีไปทางชายมหาสมุทรด้านทิศใต้ ชายมหาสมุทรด้านทิศใต้นั้นมีป่าไม้งิ้วขึ้นอยู่ พวกครุฑ อาศัยอยู่ในป่านั้น มารตลีขับรถเวชยันต์ซึ่งเทียมด้วยม้าสินธพ ๑,๐๐๐ มาเร็วมากเข้าไปในป่าไม้งิ้วทำให้ไม้งิ้วหักระเนระนาด พวกลูกนกครุฑตกใจส่งเสียงร้องกันเซ็งแซ่ พระอินทร์ได้ยินเสียงเซ็งแซ่นั้นจึงตรัสถามมาตลี

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [29 ต.ค. 2547 , 19:23:19 น.] ( IP = 61.91.76.203 : : )


  สลักธรรม 3

“เสียงอะไรร้องน่าสงสารเหลือเกิน”

“ขอเดชะ เสียง ลูกนกครุฑ ร้องเพราะตกใจกลัวตาย เนื่องจากข้าพระองค์ขับรถมาเร็วจนไม้งิ้วซึ่งเป็นที่อยู่ของพวกมันหักระเนระนาด”

“อย่างนั้นหรือ” พระอินทร์อุทานพลางตรัสบอกมาตลีว่า

“พวกเราอย่าทำให้นกพวกนี้ต้องทุกข์ยากเลย เอาละกลับรถไปทางเก่าเถอะ”

“ไม่ได้ พระเจ้าข้า ขับรถกลับทางเก่าไม่ได้”

“ทำไมเล่า”

“พระองค์ไม่เห็นหรือ พวกอสูรกำลังไล่ตามมาติดๆ หากกลับรถไปก็ต้องสวนทางกับพวกอสูรและสู้รบกัน พระองค์ก็รู้อยู่ว่าสู้เขาไม่ได้เพราะเรามีพวกน้อย จึงเท่ากับว่ากลับไปตายลูกเดียว”

“มาตลี….. ฉันไม่เคยจะใช้ชีวิตของผู้อื่นมาเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้ตัวเองเลย เอาเถอะการกลับไปครั้งนี้ถ้าฉันจะต้องตายก็ให้มันตายไป แต่ฉันจะไม่ยอมให้สัตว์ผู้บริสุทธิ์อย่างลูกนกครุฑตายเป็นอันขาด”

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [29 ต.ค. 2547 , 19:24:13 น.] ( IP = 61.91.76.203 : : )


  สลักธรรม 4

เมื่อได้ฟังพระดำรัสที่เฉียบขาดเช่นนั้น มาตลีก็ไม่สามารถฝ่าฝืนได้ เขากระตุกเชือกม้าให้หันกลับมาทางเก่าแล้วกระตุกเชือกเป็นสัญญาณให้เร่งฝีเท้าให้เต็มที่ ทันใดนั้นม้าก็พาเวชยันต์วิ่งเหมือนบินกลับมาทางเก่า แล้วบ่ายหน้าขึ้นไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พวกอสูรกำลังไล่ติดตามมา เห็นรถเวชยันต์วิ่งกลับมาก็คิดว่าพระอินทร์ได้พวกมาช่วยจึงตกใจยกทัพหนีกลับเข้าภพอสูร

“ทำไมยกทัพกลับมาเล่าพระเจ้าข้า” อสูรบริวารตนหนึ่งถาม

“ไม่กลับได้ยังไง” หัวหน้าอสูรตอบ “พระอินทร์ยกพวกมากันเป็นฝูงๆ พวกเราขืนอยู่ก็แหลกเป็นผงนะซี”

ผลปรากฏว่า การสู้รบกันครั้งนี้พระอินทร์ไม่แพ้แต่ก็ไม่ชนะ ฝ่ายอสูรเองไม่แพ้แต่ก็ไม่ชนะเช่นกัน เลยทำให้เมืองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์กับภพอสูรได้ชื่อใหม่ร่วมกันว่า “อยุชฌปุระ” (เมืองที่ไม่มีใครรบชนะได้)

ครั้นเสด็จกลับไปถึงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้ว พระอินทร์ก็จัดกำลังอารักขาไว้ ๕ จุดด้วยกันคือ ที่ระเบียงด้านนอกของเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นระเบียงชั้นที่ ๑ จัดให้พวกนาคอารักขาเพราะอยู่ใกล้น้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของพวกนาค ถัดจากระเบียงชั้นที่ ๑ เข้าไปเป็นระเบียงชั้นที่ ๒ จัดให้พวกครุฑอารักขา ถัดระเบียง ๒ เข้าไปเป็นชั้นที่ ๓ เข้าไปเป็นระเบียงชั้นที่ ๔ เข้าไปเป็นระเบียงชั้นที่ ๕ ซึ่งเป็นชั้นใกล้เขตแดนของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จัดให้ท้าวมหาราชทั้ง ๔ อารักขา ท้าวมหาราช ยักษ์ กุมภัณฑ์ ครุฑ และนาค ได้ถวายอารักขาพระอินทร์เต็มความสามารถ พวกอสูรได้ทราบว่ามีการอารักขาสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อย่างเข้มแข็งก็ไม่กล้ายกทัพมารุกรานอีก

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [29 ต.ค. 2547 , 19:25:30 น.] ( IP = 61.91.76.203 : : )


  สลักธรรม 5

ขณะที่พระอินทร์เสวยความสุขในทิพยสมบัติอยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น นางทั้ง ๔ ซึ่งเคยเป็นภรรยาเองครั้งเกิดเป็นมฆมาณพในหมู่บ้านมจละเองราชคฤห์แคว้นมคธ ก็ได้ตายมาเกิดเป็นชายาอีกในชาตินี้

นางสุธัมมา เกิดมาเป็นเทวสภาชื่อ สุธัมมา เป็นสมบัติเทวสภาแห่งนี้กว้างใหญ่ได้ ๕๐๐ โยชน์ ตรงกลางมีบัลลังก์ทองตั้งอยู่ภายใต้ทิพยเศวตฉัตร พระอินทร์ขึ้นประทับนั่งสั่งการบนบัลลังก์

นางจิตตา เกิดมามีอุทยานชื่อ จิตรลดาวัน เป็นสมบัติ เพราะอานิสงส์ที่ได้สร้างสวนจิตรลดาวันไว้ครั้งเกิดเป็นมนุษย์

นางนันทา เกิดมามีสระโบกขรณีชื่อ นันทา เป็นสมบัติ เพราะอานิสงส์ที่สร้างสระน้ำใหญ่ไว้ครั้งเกิดเป็นมนุษย์

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [29 ต.ค. 2547 , 19:27:27 น.] ( IP = 61.91.76.203 : : )


  สลักธรรม 6

ฝ่าย นางสุชาดา ไปเกิดเป็นนกยางก่อนโทษฐานที่ไม่สนใจในการให้ทานรักษาศีล สนใจแต่เรื่องแต่งกายเย้ายวนใจสามี ต่อมาพระอินทร์เสด็จไปโปรดแนะนำให้รักษาศีล นางทำตาม ตายจากชาตินั้นก็ไปเกิดเป็นลูกสาวของ เวปจิตติอสูร และได้ทราบว่าบัดนี้บิดากำลังทำพิธีให้นางเลือกคู่ตามใจชอบของนางเอง จึงแปลงตัวเป็นอสูรมาแทรกอยู่ท่ามกลางพวกอสูร

ฝ่ายเวปจิตติอสูร เมื่อเห็นว่าอสูรหนุ่มทั้งหลายมาพร้อมกันแล้วก็เชิญลูกสาวออกมาเลือกคู่ นางสุชาดาออกมายืนอย่างสง่าอยู่ท่ามกลางอสูรหนุ่มแล้วสอดส่องสายตาไปรอบๆ พลันก็เหลือบไปเห็นพระอินทร์ในร่างอสูรแก่

“นี่ไงผู้ที่จะมาเป็นสามีเรา” นางคิดพลางโยนพวงมาลัยไปคล้องคอพระอินทร์ด้วยความรักที่สืบสานมาแต่อดีตชาติ

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [29 ต.ค. 2547 , 19:29:29 น.] ( IP = 61.91.76.203 : : )


  สลักธรรม 7

“โอย…ประหลาดจัง” อสูรหนุ่มทั้งหลายอุทานด้วยความหัวเสีย “เจ้านายเราแทนที่จะได้ลูกเขยหนุ่มอย่างพวกเรา แต่นี่กลับมาได้ลูกเขยแก่คราวปู่”

ว่าพลาง อสูรก็แยกย้ายกับกลับวิมานของตน ฝ่ายเวปจิตติอสูรเมื่อลูกสาวตัดสินใจเลือกเช่นนั้นก็ไม่สามารถทัดทานได้ จำใจรับอสูรแก่ไว้เป็นลูกเขย ส่วนพระอินทร์เมื่อได้นางสุชาดาเป็นชายาแล้วก็แปลงร่างเป็นอย่างเดิม พาเหาะไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

นิทานธรรมเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การยอมตายเพื่อให้ผู้อื่นอยู่ได้อย่างมีความสุขนั้นเป็นสมบัติของนักปราชญ์โดยแท้ เช่นเดียวกับพระอินทร์ยอมตายเพื่อให้ลูกนกครุฑอยู่รอดฉะนั้น


โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [29 ต.ค. 2547 , 19:31:26 น.] ( IP = 61.91.76.203 : : )


  สลักธรรม 8

เป็นบทสรุปที่เรียกรอยยิ้ม...เพราะอ่านเพลินมาจนถึงการเลือกคู่แล้ว...ก็หักมุมกลับไปสรุปตรงคุณธรรมของพระอินทร์อีกครั้ง..สนุกดีค่ะคุณทับตะวัน ..ขอบคุณมากนะคะ..

โดย น้องกิ๊ฟ [29 ต.ค. 2547 , 19:55:57 น.] ( IP = 202.183.166.36 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณมากค่ะ
เคยทราบนิดหน่อย อ่านครั้งนี้ได้รับราบละเอียดมากขึ้น
โดยเฉพาะตอนที่พระอินทร์ยอมตายเพื่อให้ลูกนกครุฑอยู่รอดปลอดภัย

โดย เซิ่น [30 ต.ค. 2547 , 22:53:40 น.] ( IP = 61.90.23.91 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบคุณมากครับ และขออนุโมทนาในกุศลกรรมนะครับ

โดย พี่เณร [1 พ.ย. 2547 , 15:22:38 น.] ( IP = 61.90.118.210 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org