มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แสงสว่างจากการสวดมนต์




แสงสว่างจากการสวดมนต์


ตามที่ได้ทราบกันมาว่า
การสวดมนต์นั้นเป็นการเจริญอยู่ในกุศลที่งดงามทั้งกายและวาจา
การกราบไหว้ทุกเช้าทุกเย็นต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
เป็นการแสดงออกถึงความเคารพต่อพระรัตนตรัยอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
การสาธยายพร่ำพรรณนาถึงพระคุณและอานุภาพอันยิ่งยอดของ
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่างเข้าใจ ความหมายแล้ว
ยิ่งเพิ่มพูนศรัทธาปสาทะ ความเชื่อ ความเลื่อมใส อันเป็นตัวกำลัง
ให้ประกอบคุณงาม ความดี และคุณค่าของสิ่งทั้งหลาย

และทุกเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ที่มูลนิธิก็มืการสวดมนต์ก่อนการเจริญกรรมฐานเช่นกัน

ปกติแล้วน้องกิ๊ฟไม่ได้รังเกียจหรือชอบการสวดมนต์เป็นพิเศษ
แต่เท่าที่ได้สวดมนต์มานั้นทำให้ทราบถึงคุณค่าของบทสวดเข้าใจถึงคำแปลภาษาบาลี
และเกิดความเข้าใจในธรรมะมากขึ้นหลายประการ
คงเป็นเพราะการที่ได้ศึกษาพระอภิธรรมเป็นหลักอยู่แล้วนั้น
พอได้มาพบกับคำบางคำในบทสวด ก็จะนำไปเชื่อมโยงและสรุปไปยังทฤษฎีที่ได้เรียนมา
ก่อให้เกิดความเข้าใจอย่างเป็นเรื่องราวในอีกรูปแบบหนึ่ง
โดยเฉพาะการดึงเนื้อหาสาระของบทสวดนั้นเข้าไปทำความเข้าใจกับเรื่องของปฏิจจสมุปปบาท
ซึ่งก็เป็นการพิจารณาคร่าวๆถึงความเชื่อมโยงของเหตุและผลนั้น

โดย น้องกิ๊ฟ [2 พ.ย. 2547 , 15:28:19 น.] ( IP = 203.172.58.138 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

แต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา...
น้องกิ๊ฟก็ได้เปิดโลกทรรศน์ใหม่ครั้งยิ่งใหญ่เกี่ยวกับการทำความเข้าใจสวดมนต์
เพราะพี่เณรมาตั้งคำถามว่า ...เท่าที่สวดมนต์มารู้บ้างไหมว่า
สิ่งที่ดับลงแล้วเกิดมีความทุกข์เป็นไปในเบื้องหน้าอีกนั้น หมายถึงสภาวะธรรมใด?
ให้ยกตัวอย่างขึ้นมาให้เข้าใจได้ง่ายๆ ไม่ต้องซักถามต่อเลย..

คำถามนี้สร้างความมึนงงอยู่ไม่น้อย
แต่ด้วยศึกษามาไม่น้อยเช่นกัน จึงพยายามค้นหาคำตอบ
ด้วยการกลับไปสู่พื้นฐานของปรมัตธรรมทั้งสี่ คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน
แล้วย้อนกลับเข้ามาสรุปในเรื่องของอริยสัจจธรรม คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
จำได้ตอบคำถามพี่เณรไปว่า สภาวะธรรมนั้นก็คือ โลภเจตสิก อันเป็นองค์ธรรมของสมุทัย
ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้เกิดความทุกข์ติดตามมาเป็นผล คือ โลกียจิต เจตสิก (เว้นโลภเจตสิก) และรูป
ซึ่งปกครองด้วยไตรลักษณ์นั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ [2 พ.ย. 2547 , 15:29:54 น.] ( IP = 203.172.58.138 : : )


  สลักธรรม 2

ปรากฏว่า ..ไม่ถูกต้องนะครับ..พี่เณรบอก
สภาวะธรรมนั้นก็คือ จุติจิต (เว้นจุติจิตของพระอรหันต์)
ที่ทำให้มีชาติ(การเกิดขึ้นของขันธ์)คือปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นตามมา
และปฏิสนธิจิตที่เกิดขึ้นนี้หากเป็นไปในปัญจโวการภูมิแล้ว ก็นับว่ามีการเกิดขึ้นของขันธ์ห้าอย่างสมบูรณ์
คือ ปฏิสนธิกรรมชรูป ซึ่งเป็นรูปขันธ์ จิต ซึ่งเป็นวิญญาณขันธ์ และเจตสิก ที่เป็นเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์
หากพิจารณาตามความหมายของ "ขันธ์"คือ กองทุกข์ ก็จะเป็นเหตุผลตามนัยขององค์ประกอบแห่งชีวิต
และถ้าหากพิจารณาตามสภาพของไตรลักษณ์แล้ว จะมีทุกขลักษณะปรากฏกับจิตทุกดวงนั่นเอง

นอกจากนี้เมื่อมีปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นมาแล้ว
กระบวนการทำงานของจิตก็ต้องมีการสืบต่อภาพชาติต่อไปด้วยการกระทำกรรม
มีการรับอารมณ์ขึ้นสู่วิถีจิตไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงจุติจิตอีกครั้ง
และถ้าหากบุคคลนั้นมิสามารถประหารกิเลสได้เป็นสมุจเฉทแล้ว
เมือจุติจิตดับลง ปฏิสนธิจิตก็จะเกิดขึ้นเป็นวงจรแห่งสังสารวัฏฏไปเรื่อยๆ

โดย น้องกิ๊ฟ [2 พ.ย. 2547 , 15:32:37 น.] ( IP = 203.172.58.138 : : )


  สลักธรรม 3

ณ ตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของพระอเสขบุคคล
ซึ่งเป็นเพียงท่านเดียวที่เมื่อจุติจิตดับลงแล้ว ไม่มีปฏิสนธิเกิดขึ้นอีกต่อไป
นั่นก็คือ การเป็นผู้ไม่มีความทุกข์เป็นไปในเบื้องหน้าแล้ว

พี่เณรบอกว่า ได้ถามคำถามนี้กับหลวงพ่อเสือ
ซึ่งได้รับคำตอบจากหลวงพ่อท่านในทันทีด้วยคำอธิบายสั้นๆว่า ก็จุติจิตไงลูก.....

เมื่อพี่เณรอธิบายคำตอบให้ฟังแล้ว ก็ได้ย้ำอีกครั้งว่า
การทำวัตรสวดมนตร์นั้นมีประโยชน์มากถ้ามีความเข้าใจที่ถูกต้องควบคู่ไปด้วย
กุศลที่เกิดขึ้นก็จะเป็นญาณสัมปยุต คือประกอบไปด้วย สติปัญญาเพราะเข้าใจเหตุผลของข้อความที่ปรากฏ
และเป็นหนทางหนึ่งแห่งการหลุดพ้นได้

ดังที่เราจะเห็นว่า..
ในสมัยก่อนนั้นพระพุทธองค์ทรงเทศนาสั่งสอนพระสาวกด้วยคาถาสั้นๆนี้
ผู้ที่มีปัญญามากก็จะเข้าใจถึงหลายนัยสำคัญ ทั้งในแง่ของความเป็นขันธ์
และในแง่ของไตรลักษณ์ซึ่งทำให้คลายจากความยึดติดและความเป็นตัวตนได้ในที่สุด
ส่วนท่านที่ยังไม่เข้าใจก็สามารถทูลถามเพื่อพระพุทธองค์ทรงขยายความในอรรถนั้นต่อไป
เพื่อให้เกิดความแตกฉาน

โดย น้องกิ๊ฟ [2 พ.ย. 2547 , 15:34:46 น.] ( IP = 203.172.58.138 : : )


  สลักธรรม 4

อย่างเช่นที่เราสวดมนต์กันเสมอในบทสังเวคปริกิตตนปาฐะ..ที่รจนาไว้ว่า

พระตถาคตเจ้าเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้ เป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
และพระธรรมที่ทรงแสดง เป็นธรรมนำออกจากทุกข์ เป็นเครื่องสงบกิเลส เป็นไปเพื่อปรินิพพาน
เป็นไปเพื่อความรู้พร้อม เป็นธรรมที่พระสุคตประกาศ
พวกเราเมื่อได้ฟังธรรมนั้นแล้ว จึงได้รู้อย่างนี้ว่า...

ชาติปิ ทุกขา แม้ความเกิดก็เป็นทุกข์
ชะราปิ ทุกขา แม้ความแก่ก็เป็นทุกข์
มะระณัมปิ ทุกขัง แม้ความตายก็เป็นทุกข์ฯ

รูปัง อะนิจจัง รูปไม่เที่ยง
เวทะนา อะนิจจา เวทนาไม่เที่ยง
สัญญา อะนิจจา สัญญาไม่เที่ยง
สังขารา อนิจจา สังขารไม่เที่ยง
วิญญาณัง อะนิจจัง วิญญาณไม่เที่ยง ฯ

เต (ตา) มะยัง โอติณณามหะ พวกเราทั้งหลายเป็นผู้ถูกครอบงำแล้ว
ชาติยา โดยความเกิด
ชะรามะระเณนะ โดยความแก่
โสเกหิ ปะริเทเวหิ โดยความโศก ความร่ำไรรำพัน
โทมะนัสเสหิ อุปายาเสหิ ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจทั้งหลาย
ทุกโขติณณา เป็นผู้ถูกความทุกข์ครอบงำเอาแล้ว
ทุกขปะเรตา เป็นผู้มีความทุกข์เป็นไปในเบื้องหน้าแล้วฯ

เป็นบทสวดที่ก่อให้เกิดปัญญาได้มากมาย
ซึ่งในคำว่า ทุกขปะเรตา เป็นผู้มีความทุกข์เป็นไปในเบื้องหน้าแล้ว..
ก็หมายถึงพวกเราทุกคน ..และเป็นคำถามที่พี่เณรนำไปปุจฉาแก่หลวงพ่อเสือนั่นเองค่ะ


โดย น้องกิ๊ฟ [2 พ.ย. 2547 , 15:36:48 น.] ( IP = 203.172.58.138 : : )


  สลักธรรม 5

ต้องขอขอบคุณน้องกิ้ฟมากครับ ที่นำมุมมองที่น่าสนใจมากๆมาฝากที่นี้ครับ ผมเห็นว่ามีประโยชน์มากถ้าคนทั่วไปเข้าใจหลักธรรมกันอย่างถูกต้องนะครับ เพราะนอกจากจะมีประโยชน์โดยตรงแล้ว แม้ประโยชน์ที่เกิดขึ้นในการกระทำความดีนานัปประการยังมีมากมายด้วยนะครับถ้ามีปัญญาเสียอย่างเดียวครับ

ต้องขอกล่าวคำว่าขอบคุณอีกครั้งครับผม และหวังว่าคงจะมีอะไรดีๆมาฝากอีกนะครับ

โดย ทับตะวัน [2 พ.ย. 2547 , 19:08:56 น.] ( IP = 61.91.76.237 : : )


  สลักธรรม 6



จึงขอถือโอกาสแนะนำ
หนังสือดีที่น่าอ่านครับ
พระหลายรูปได้นำไปเป็นคู่มือ
ในการเทศน์ เลยนะครับ
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ 02-4419958 ครับ

โดย ทับตะวัน [2 พ.ย. 2547 , 19:16:55 น.] ( IP = 61.91.76.237 : : )


  สลักธรรม 7

อืม....เป็นอีกมุมมองที่คิดไปไม่ถึงเลยนะคะ ...คำถามจากบทสวดมนต์... เคยแต่สวดเพื่อให้จบเร็ว ๆ จนเหนื่อย จบแล้วก็จบเลย ไม่เคยย้อนไปคิดว่าเมื่อสักครู่กล่าวถึงเรื่องอะไร หมายถึงอะไร

เอ...แล้วทำไมไม่เคยอยู่ในหัวเลยนิ...

ขอบคุณมากค่ะน้องกิ๊ฟ

โดย น้องถ้วย [2 พ.ย. 2547 , 22:11:00 น.] ( IP = 202.80.225.72 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบคุณน้องกิ้ฟมากค่ะ
เมื่อได้รับฟังการอธิบายธรรมะ แล้วนำมาถ่ายทอดให้ผู้อ่านได้ประโยชน์

โดย เซิ่น [2 พ.ย. 2547 , 22:49:39 น.] ( IP = 61.90.103.179 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [3 พ.ย. 2547 , 12:41:12 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.67.36 )


  สลักธรรม 10


อนุโมทนาและขอบคุณมากค่ะน้องกิ๊ฟ

โดย พี่ดา [4 พ.ย. 2547 , 15:23:55 น.] ( IP = 61.91.68.159 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org