| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
โลกสามคืออะไรครับ
โลกสามคืออะไรครับ ช่วยอธิบายพร้อมรายละเอียดได้ไหมครับ
โดย นิพนธ์ หาญวันทา [3 พ.ย. 2547 , 19:31:27 น.] ( IP = 61.91.76.155 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1สวัสดีครับคุณนิพนธ์
โลกสามที่คุณถามมานั้นได้แก่
๑. โอกาสโลก ได้แก่ สถานที่ซึ่งเป็นที่อยู่ของหมู่สัตว์ ได้แก่ ภูมิ ๓๑
๒. สัตวโลก หมายถึงหมู่สัตว์ที่เกิดมาจากกรรมที่แตกต่างกัน
และมีการกระทำกรรมที่แตกต่างกัน
๓. สังขารโลก สังขารธรรม คือ จิต เจตสิก รูป
ที่มีลักษณะ เกิดดับ อธิบายเรียงลำดับดังนี้
สังขารธรรม คือ จิต เจตสิก รูป เป็นสิ่งที่มีจริง
มีปัจจัยปรุงแต่งเกิดขึ้นแล้วต้องดับไป เรียกว่า สังขารโลก
จิต เจตสิก รูป ที่เกิดจากกรรมที่แตกต่างกัน
สมมติกันว่าเป็นสัตว์ประเภทต่างๆ
และมีการกระทำกรรมที่แตกต่างกัน เรียกว่า สัตวโลก
สถานที่ซึ่งเป็นที่อยู่ของหมู่สัตว์เหล่านั้น เรียกว่า โอกาสโลก
(โดยปรมัตถธรรม ได้แก่ รูปปรมัตถ์)
สังขารธรรม คือ จิต เจตสิก รูป คือ สังขารโลก
เป็นสิ่งที่มีจริง ถ้าไม่มีสังขารโลก ก็ไม่มีโลกประการอื่นๆครับ
โดย พี่เณร [3 พ.ย. 2547 , 19:42:46 น.] ( IP = 61.91.76.155 : : )
สลักธรรม 2เข้ามาหาความรู้ด้วยค่ะ
ขอบคุณพี่เณรมากค่ะ
โดย เซิ่น [3 พ.ย. 2547 , 20:13:09 น.] ( IP = 61.91.100.56 : : )
สลักธรรม 3ขอบพระคุณในการให้ความรู้ของพี่เณรค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [3 พ.ย. 2547 , 21:40:31 น.] ( IP = 203.172.117.65 : : )
สลักธรรม 4ขอบคุณครับ นั้นตัวเรานี้ก็จัดอยู่ในสังขารโลกใช่ไหมครับ ที่ว่าแตกดับนั้นคือตายใช่ไหมครับ
โดย นิพนธ์ หาญวันทา [4 พ.ย. 2547 , 07:56:45 น.] ( IP = 61.90.82.138 : : )
สลักธรรม 5
คนเรานั้นจัดว่าเป็น สัตวโลก ซึ่งเกิดมาจากกรรมที่แตกต่างกัน
และก็จัดว่าเป็น สังขารธรรมหรือสังขารโลก ด้วย
เพราะแท้จริงสัตวโลกทั้งหลายมิใช่ตัวตนคนสัตว์ แต่ประกอบด้วยนามและรูป หรือจิต เจตสิก รูป ซึ่งมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป
และสัตวโลกทั้งหลาย ก็เวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน ๓๑ ภูมิ หรือที่เรียกว่า โอกาส โลกค่ะโดย พี่ดา [4 พ.ย. 2547 , 14:35:51 น.] ( IP = 61.91.68.159 : : )
สลักธรรม 6
จิต นั้นจะประกอบด้วย ๓ ขณะ คือ
มีการเกิดขึ้น(อุปาทขณะ)
ตั้งอยู่ (ฐีติขณะ) แล้วก็ดับไป (ภังคขณะ)
จิตเกิดดับรวดเร็วมาก
จิตกิดขึ้นทุกครั้ง ต้องมีเจตสิกประกอบด้วยอย่างน้อยที่สุด ๗ ประเภท คือ
ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา
เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ มนสิการ
ซึ่งเจตสิกแต่ละตัวต่างก็ทำหน้าที่ของตน
รูปนั้น ก็มีการเกิดดับเช่นกัน
รูปจะมีอายุยาวกว่าจิต
เมื่อเทียบกับอายุของจิต (ซึ่งมีเพียง ๓ ขณะย่อย) แล้ว
อายุของรูปจะเทียบเท่ากับจิตเกิดดับ ๑๗ ขณะจิต หรือ ๕๑ อนุขณะ (หรือขณะย่อย)
ดังนั้นในแง่ของพระอภิธรรมแล้ว การแตกดับ
ก็หมายถึงภังคขณะ
หากจะกล่าว่าหมายถึงการตาย เป็นการกล่าวในแง่ของพระสูตร ค่ะโดย พี่ดา [4 พ.ย. 2547 , 15:00:05 น.] ( IP = 61.91.68.159 : : )
สลักธรรม 7![]()
โดย พี่ดา [4 พ.ย. 2547 , 15:02:06 น.] ( IP = 61.91.68.159 : : )
สลักธรรม 8ขอบคุณมากครับ เว็บนี้ใจดีจังครับ ช่วยกันตอบดีมากเลยครับและผมอยากทราบว่า จะทำอย่างไรให้เรียนพระธรรมเข้าใจถึงเนื้อหาสาระครับผม
โดย นิพนธ์ หาญวันทา [4 พ.ย. 2547 , 17:27:40 น.] ( IP = 61.90.12.155 : : )
สลักธรรม 9
ก่อนอื่นต้องขออนุโมทนากับคุณนิพนธ์ หาญวันทานะคะ ที่มีจิตคิดจะเรียนพระธรรมให้เข้าใจถึงเนื้อหาสาระ
การที่ถามว่าจะทำอย่างไรให้เรียนพระธรรมเข้าใจถึงเนื้อหาสาระครับผม
ขอบอกว่าตอบยากเหมือนกันนะ เพราะ
..อัธยาศัยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
..ในอดีตแต่ละคนเคยอบรมมาไม่เหมือนกัน
..ความตั้งใจของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
แต่คุณนิพนธ์ เริ่มที่ตนเอง
ใคร่อยากเรียนรู้ให้เข้าใจด้วยตนเอง
ก็ไม่เป็นการยากอะไรนัก
ให้ค่อยๆเรียนไปอย่างช้าๆ พร้อมกับทำความเข้าใจ หากไม่เข้าใจให้ถาม หาคำตอบให้เคลียร์ก่อน อย่าผ่านไปโดยไม่ขวนขวาย
เมื่อเรียนแล้วก็ให้ หมั่นกลับมามองตนเอง ไม่ใช่หมั่นท่องจำ นะคะ
เพราะพระอภิธรรมเป็นการเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเองทั้งสิ้น เช่น...
เรื่องแรกที่ควรเรียนก็คือจิต
เราก็จะทราบว่าจิตมีการรู้อารมณ์เป็นลักษณะ
แต่จิตมีมากมายถึง ๘๙ ประเภทหรือ ๑๒๑ โดยพิสดาร
และจะทราบว่าจิตโลภ เป็นอย่างไร
จิตโกรธ เป็นอย่างไร
จิตหลง หรือโมหะ เป็นอย่างไร
จิตต่างๆ เหล่านี้ มีอะไรเป็นมูลฐานให้เกิด
และจิตเหล่านี้แหละ ล้วนเป็นอกุศลจิต
ซึ่งเป็นที่มาของทุกข์ทั้งปวง
แล้วเราก็จะเรียนรู้จิตที่เป็นฝ่ายกุศลว่ามีอะไรบ้าง
จิตกุศลก็จะนำความสุขมาให้
เมื่อเรานำสิ่งที่เรียนรู้มามองตน ดูพฤติกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ก็จะเห็นว่ามีแต่อกุศลทั้งสิ้นโดย พี่ดา [5 พ.ย. 2547 , 10:06:56 น.] ( IP = 61.90.68.185 : : )
สลักธรรม 10
เราเรียนต่อไป เราก็จะทราบว่า จิตมีเจตสิกมาปรุงแต่งให้เป็นไป จึงมีจิตมากมายหลายประเภท
แล้วเจตสิก คืออะไรล่ะ
จิตโลภ ..มีเจตสิก อะไรเข้าปรุงแต่งบ้าง
จิตโกรธ ..มีเจตสิก อะไรเข้าปรุงแต่งบ้าง
จิตหลง ..มีเจตสิก อะไรเข้าปรุงแต่งบ้าง
เจตสิก เป็นเรื่องเดียวที่มีสอนในพระพุทธศาสนา
เราก็จะทราบความเป็นไปของจิตมากขึ้น
เมื่อเรียนรู้มากขึ้น มองตนให้มากขึ้น เราก็จะเลิกเป็นนักโทษ
อาจารย์บุษกรเคยสอนว่า คนเรานั้นเป็นนักโทษตลอด
เมื่อเกิดอะไรขึ้นกับเราก็มักจะโทษผู้อื่น
มิได้มองที่ตนเลยว่า เรื่องที่เขาได้รับนั้นก็เป็นผลจากกรรมในอดีตที่เขากระทำไว้เองทั้งสิ้น
เหล่านี้ เป็นต้น ก็จะทำให้สนุกกับการเรียนพระอภิธรรม พร้อมทั้งเข้าใจสภาวะด้วยค่ะ
ก็หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ
ด้วยความปรารถนาดี![]()
พี่ดาโดย พี่ดา [5 พ.ย. 2547 , 10:08:13 น.] ( IP = 61.90.68.185 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |