มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อย่างไรชื่อว่าปฎิบัติธรรม





เนื่องจากสังสารวัฏเป็นทุกข์ ที่เป็นทุกข์เพราะเต็มไปด้วยกิเลส ตัณหา อุปทาน สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนถูกครอบงำไปด้วยอวิชชา
(คือ ความไม่รู้ตามความเป็นจริง) กิเลสเกาะกุมห่อหุ้มจิตใจจนมืดมัว หลงและไหลไปตามสายน้ำเชี่ยวแห่งกิเลส พาไปสู่วังวนทุกข์อันไม่รู้จบ ไม่รู้สิ้น ไม่มีทางออก



การปฎิบัติตนให้ถึงที่สุดแห่งชีวิตที่ชื่อว่าปฎิบัติธรรม
ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ปฎิบัติธรรม จำเป็นด้วยหรือที่ต้องเข้าห้องปฎิบัติที่สำนักปฎิบัติ
ความหมายที่แท้จริงของคำว่า ปฎิบัติธรรมนั้น
ท่านมุ่งให้นำธรรมะที่ได้เรียนได้รู้ นำมาชำระล้างจิตใจ เมื่อกิเลสที่เป็นธรรมชาติที่ทำให้จิตใจขุ่นมัวเกิดขึ้น ก็ต้องรู้จักวางใจให้เป็นเพื่อสกัดกั้นกิเลสที่ยังไม่เกิด ไม่ให้เกิดขึ้น หรือกิเลสที่เกิดขึ้นแล้วให้หมดไป และยังกุศลจิตที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น และกุศลจิตที่มีอยู่ขณะนั้นก็ให้ดำรงคงอยู่นานที่สุด
จึงเห็นได้ว่า ไม่จำกัดกาลและสถานที่ ทำได้ตลอดขณะจิตหนึ่งจิตหนึ่ง
การกระทำนี้จึงเรียกว่า กระทำปฎิบัติธรรมอยู่
การที่ปฎิบัติธรรมที่เจริญธรรมโดยอาศัยฐานแห่งสติที่เรียกว่าสติปํฎฐานนี้ท่านเรียกเจริญกรรมฐาน คือการกระทำที่อาศัยสติให้ตั้งอยู่บนแห่งฐานใดฐานหนึ่งเป็นการปฎิบัติธรรมเพื่อมุ่งให้เห็นสัจจธรรมเพื่อสำรอกกิเลสที่นองเนืองในสันดานให้หมดไป


โดย ทรงธรรม [10 พ.ย. 2547 , 14:08:51 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ความสงสัยในโลกและในธรรมจะสิ้นไปได้ด้วยการเพียรปฏิบัติกรรมฐาน
เมื่อบุคคลตามดูตามรู้กายและใจตนตามความเป็นจริงไปเรื่อยๆ บุคคลก็จะค่อยๆ เข้าไปรู้เข้าไปเห็นกายและใจตามความเป็นจริง อันนี้เองคือตัวปัญญา
เมื่อบุคคลเพียรเพ่งเผากิเลสด้วยการเข้าไปทำความรู้จักกับกิเลสในกายและในใจนี้เอง ความสงสัยในโลกและในธรรม
(คือ ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมดา ทั้งปวง) ก็จะค่อยๆ หมดไปสิ้นไป

การจะค่อยๆ ปฏิบัติตน คือ ปฏิบัติกายและใจ ก็ต้องมีขั้นตอนอยู่บ้าง เพื่อเป็นการค่อยๆ ชำระล้าง ค่อยๆ ลอกกิเลส อวิชชา ที่สะสมมาหนาเตอะและติดแน่นในกมลสันดาน ให้หลุดออกทีละชั้นๆ ไป ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ให้เป็นไป



การปฏิบัติธรรมเจริญกรรมฐานนี้ ต้องค่อยเป็นค่อยไปตามเหตุตามปัจจัย
การปฏิบัติธรรมนั้น ไม่ต้องเร่งร้อนเพียงแต่ต้องเริ่มทำไปเรื่อยๆ ให้ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็ได้ มีผู้ปฏิบัติธรรมมากมายที่ยังเป็นฆราวาสผู้ครองเรือน ยังมีชีวิตครอบครัว ทำงานทำการไปด้วย ก็สามารถบรรลุธรรมคือมรรค ผล ได้เช่นกัน ทั้งนี้เพราะการปฏิบัติธรรมหรือการมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ในกาย เวทนา จิตและธรรมนั้น สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาตลอดอยู่แล้วนับแต่ตื่นจนหลับในแต่ละวัน ตลอดชั่วชีวิต จนถึงเสี้ยววินาทีสุดท้ายของชีวิตเลยทีเดียว (เพราะเครื่องมือปฏิบัติธรรมก็คือกายกับใจเราเองอย่างที่พูดมาแล้ว)
อย่างไรก็ตาม หากบุคคลใด มุ่งที่จะรีบหลุดรีบพ้นจากเครื่องร้อยรัดคือกิเลส อวิชชา ตัณหา อุปาทาน ทั้งปวง ก็อาจออกบวช และ/หรือหลีกลี้ไปเพียรเพ่งปฏิบัติธรรม ชำระกายใจ ขัดเกลาอบรมบ่มนิสัย เพื่อเร่งให้เกิดปัญญา รู้แจ้งแทงตลอดให้เห็นโลกเห็นธรรมตามความเป็นจริงโดยเร็ว หายสงสัยในสรรพสิ่ง ได้รู้จักทุกข์ และ ได้ออกจากทุกข์โดยเร็วที่สุด ก็มีให้เห็นๆ อยู่เช่นกัน


โดย ทรงธรรม [10 พ.ย. 2547 , 15:03:40 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 2


เมื่อผู้ใดได้ปฎิบัติธรรม เป็นกฎธรรมดา เมื่อทำกรรมย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้น
ผลแห่งกรรมที่ได้จากการปฎิบัติที่ถูกธรรม ก็คือ ปฎิเวธ
ปฎิเวธที่ได้ก็คือได้ … ปัญญาเข้าไปรู้ไปเห็นว่า ที่แท้ไม่ได้มีสัตว์ บุคคล ตัวตน เราเขา ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ของเขา ที่ตรงไหนเลย ที่แท้ก็มีเพียงขันธ์ห้า (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) หรืออีกนัยหนึ่ง ที่แท้ก็มีเพียงกายกับใจ หรือรูปกับนาม ที่ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกัน เพียงแต่สอดคล้องประสาน เป็นเหตุเป็นผลต่อกัน ตามเหตุและปัจจัย … ปัญญาเข้าไปรู้ไปเห็นว่า กายกับใจ หรือรูปกับนาม หรือขันธ์ห้า นี้ ไม่เที่ยง (อนิจจัง) เป็นทุกข์ มีแต่ทุกข์ (ทุกขัง) และ ไม่อยู่ในบังคับบัญชาใคร ไม่มีใครเป็นผู้สร้าง ไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของใครผู้ใดทั้งสิ้น (อนัตตา) … ความเข้าไปรู้จริงเห็นจริงของธรรมชาติ (กายและใจก็คือธรรม ธรรมะ ธรรมชาติ)





ตามความเป็นจริงจริงๆ ด้วยปัญญา (ภาวนามยปัญญา) นี้เอง ก็จะค่อยๆ ทำให้บุคคลเกิดเริ่มเกิดความเบื่อ เกิดความหน่าย เกิดความคลาย จากจากกิเลส จากทุกข์ จากความยึดมั่นถือมั่น ในที่สุด เมื่อปัญญาแก่กล้า บารมี (คือการทำความดี การปฏิบัติกายใจเพื่อให้พ้นทุกข์ ทั้งหลาย) พร้อม ก็จะเกิดปัญญารู้แจ้งแทงตลอด ได้เข้าถึงซึ่งมรรคผลนิพพาน … เที่ยงต่อการพ้นทุกข์ ไปสู่สันติสุขอย่างแท้จริงผลที่ได้รับก็คือ พระนิพพาน นี้เอง


โดย ทรงธรรม [10 พ.ย. 2547 , 15:22:20 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 3

สาธุ อนุโมทนาบุญ
อ่านแล้วเย็นชื่นใจในหลักปฏิบัติ
อย่างดียิ่งค่ะ
สงบสุขสันโดษดีนัก

โดย ทิกิ_tiki [10 พ.ย. 2547 , 17:37:48 น.] ( IP = 221.128.101.123 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org