| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อย่างไรชื่อว่าปฎิบัติธรรม
สลักธรรม 1
ความสงสัยในโลกและในธรรมจะสิ้นไปได้ด้วยการเพียรปฏิบัติกรรมฐาน
เมื่อบุคคลตามดูตามรู้กายและใจตนตามความเป็นจริงไปเรื่อยๆ บุคคลก็จะค่อยๆ เข้าไปรู้เข้าไปเห็นกายและใจตามความเป็นจริง อันนี้เองคือตัวปัญญา
เมื่อบุคคลเพียรเพ่งเผากิเลสด้วยการเข้าไปทำความรู้จักกับกิเลสในกายและในใจนี้เอง ความสงสัยในโลกและในธรรม
(คือ ธรรมะ ธรรมชาติ ธรรมดา ทั้งปวง) ก็จะค่อยๆ หมดไปสิ้นไป
การจะค่อยๆ ปฏิบัติตน คือ ปฏิบัติกายและใจ ก็ต้องมีขั้นตอนอยู่บ้าง เพื่อเป็นการค่อยๆ ชำระล้าง ค่อยๆ ลอกกิเลส อวิชชา ที่สะสมมาหนาเตอะและติดแน่นในกมลสันดาน ให้หลุดออกทีละชั้นๆ ไป ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ ให้เป็นไป
การปฏิบัติธรรมเจริญกรรมฐานนี้ ต้องค่อยเป็นค่อยไปตามเหตุตามปัจจัย
การปฏิบัติธรรมนั้น ไม่ต้องเร่งร้อนเพียงแต่ต้องเริ่มทำไปเรื่อยๆ ให้ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็ได้ มีผู้ปฏิบัติธรรมมากมายที่ยังเป็นฆราวาสผู้ครองเรือน ยังมีชีวิตครอบครัว ทำงานทำการไปด้วย ก็สามารถบรรลุธรรมคือมรรค ผล ได้เช่นกัน ทั้งนี้เพราะการปฏิบัติธรรมหรือการมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ในกาย เวทนา จิตและธรรมนั้น สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาตลอดอยู่แล้วนับแต่ตื่นจนหลับในแต่ละวัน ตลอดชั่วชีวิต จนถึงเสี้ยววินาทีสุดท้ายของชีวิตเลยทีเดียว (เพราะเครื่องมือปฏิบัติธรรมก็คือกายกับใจเราเองอย่างที่พูดมาแล้ว)
อย่างไรก็ตาม หากบุคคลใด มุ่งที่จะรีบหลุดรีบพ้นจากเครื่องร้อยรัดคือกิเลส อวิชชา ตัณหา อุปาทาน ทั้งปวง ก็อาจออกบวช และ/หรือหลีกลี้ไปเพียรเพ่งปฏิบัติธรรม ชำระกายใจ ขัดเกลาอบรมบ่มนิสัย เพื่อเร่งให้เกิดปัญญา รู้แจ้งแทงตลอดให้เห็นโลกเห็นธรรมตามความเป็นจริงโดยเร็ว หายสงสัยในสรรพสิ่ง ได้รู้จักทุกข์ และ ได้ออกจากทุกข์โดยเร็วที่สุด ก็มีให้เห็นๆ อยู่เช่นกัน
โดย ทรงธรรม [10 พ.ย. 2547 , 15:03:40 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )
สลักธรรม 2
เมื่อผู้ใดได้ปฎิบัติธรรม เป็นกฎธรรมดา เมื่อทำกรรมย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้น
ผลแห่งกรรมที่ได้จากการปฎิบัติที่ถูกธรรม ก็คือ ปฎิเวธ
ปฎิเวธที่ได้ก็คือได้ ปัญญาเข้าไปรู้ไปเห็นว่า ที่แท้ไม่ได้มีสัตว์ บุคคล ตัวตน เราเขา ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ของเขา ที่ตรงไหนเลย ที่แท้ก็มีเพียงขันธ์ห้า (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) หรืออีกนัยหนึ่ง ที่แท้ก็มีเพียงกายกับใจ หรือรูปกับนาม ที่ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกัน เพียงแต่สอดคล้องประสาน เป็นเหตุเป็นผลต่อกัน ตามเหตุและปัจจัย ปัญญาเข้าไปรู้ไปเห็นว่า กายกับใจ หรือรูปกับนาม หรือขันธ์ห้า นี้ ไม่เที่ยง (อนิจจัง) เป็นทุกข์ มีแต่ทุกข์ (ทุกขัง) และ ไม่อยู่ในบังคับบัญชาใคร ไม่มีใครเป็นผู้สร้าง ไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของใครผู้ใดทั้งสิ้น (อนัตตา) ความเข้าไปรู้จริงเห็นจริงของธรรมชาติ (กายและใจก็คือธรรม ธรรมะ ธรรมชาติ)
ตามความเป็นจริงจริงๆ ด้วยปัญญา (ภาวนามยปัญญา) นี้เอง ก็จะค่อยๆ ทำให้บุคคลเกิดเริ่มเกิดความเบื่อ เกิดความหน่าย เกิดความคลาย จากจากกิเลส จากทุกข์ จากความยึดมั่นถือมั่น ในที่สุด เมื่อปัญญาแก่กล้า บารมี (คือการทำความดี การปฏิบัติกายใจเพื่อให้พ้นทุกข์ ทั้งหลาย) พร้อม ก็จะเกิดปัญญารู้แจ้งแทงตลอด ได้เข้าถึงซึ่งมรรคผลนิพพาน เที่ยงต่อการพ้นทุกข์ ไปสู่สันติสุขอย่างแท้จริงผลที่ได้รับก็คือ พระนิพพาน นี้เอง
โดย ทรงธรรม [10 พ.ย. 2547 , 15:22:20 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )
สลักธรรม 3สาธุ อนุโมทนาบุญ
อ่านแล้วเย็นชื่นใจในหลักปฏิบัติ
อย่างดียิ่งค่ะ
สงบสุขสันโดษดีนักโดย ทิกิ_tiki [10 พ.ย. 2547 , 17:37:48 น.] ( IP = 221.128.101.123 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |