มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เมื่อยังหวังพึ่งผู้อื่นจะมีพลังแห่งชีวิตมาแต่ไหน





ไม่มีผู้ใดในสากลจักรวาลที่จะดลบันดาลที่จะบังคับบัญชาความเป็นไป
แห่งธรรมชาตินี้ได้เพราะธรรมชาติทั้งหลายมีความเป็นอนัตตา
และไม่มีพลังแห่งชีวิตใดที่เกิดจากการดลบันดาล
ทำไมถึงเกิดความลำเอียงในความรักในหมู่มนุษย์
ทำไมผู้ที่อ้างว่าดลบันดาลอะไรก็ได้จึงไม่มีความรักที่สากลยังความสันติสุขแก่มวลมนุษยชาติ
ต้องรอให้คนทั้งหลายมาบูชาหรือสวดอ้อนวอนและสรรเสริญเล่า
จิตใจของผู้ที่มีอำนาจดลบันดาล ชอบที่จะให้ผู้อื่นมาสรรเสริญบูชาหรือ
แล้วเช่นนี้ จะพึ่งอะไรกับพลังอำนาจใดที่ยังมีความลำเอียงในการเลือก
ที่รักมักที่ชังและอยากได้แต่คำสรรเสริญเยินยอ

พระพุทธศาสนาไม่สอนในสิ่งที่เพ้อฝันไม่แสดงในสิ่งที่เหนือธรรมชาติที่ไร้ความจริงและเหตุผล
ไม่แสดงให้ยึดมั่นถือมั่น ให้ถือเอาตนเป็นที่พึ่ง จ
ะหาความสุขที่จะได้พลังแห่งชีวิตนี้
ได้เพราะความเพียรแห่งตน ที่แสดงไว้ว่า
คนจะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร


โดย ทรงธรรม [12 พ.ย. 2547 , 12:14:37 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ศาสนาพุทธยังชี้ให้เห็นเรื่องราวความสำคัญแห่งการพึ่งตนเองเป็นหลักใหญ่
คำว่า ตน ในที่แสดงไว้นี้ หมายถึงผู้กระทำ
(สยกตฺตา) โดยทั่วไป ไม่ได้หมายถึง อัตตา หรือ อาตมัน ในศาสนาพราหมณ์
พระพุทธองค์ทรงสอนให้รู้จักรักษาตนด้วยการทำดี ให้รู้จักวางจังหวะของชีวิต
ในทำนองที่ว่า วัยแรกให้หมั่นเรียนวิชา วัยต่อมาสร้างหลักฐาน วัยแก่ทำบุญ จะเกิดคุณตลอดกาล ทรงสอนให้ฝึกฝนตนและทำตนให้เป็นที่พึ่ง
ดังที่ ตรัสว่า
อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ
โก หิ นาโถ ปโร สิยา
ตนแลเป็นที่พึ่งของตน
บุคคลอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
การทำหน้าที่ต่อผู้อื่น ไม่ควรทำหน้าที่ของตนให้บกพร่อง
ก่อนจะสอนคนอื่นควรพยายามสอนตนให้ได้ก่อน
เพื่อป้องกันความเดือดร้อนที่จะเกิดแก่ตน



ดังที่ตรัสไว้ว่า
อตฺตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถญฺญมนุสาสติ สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม
บุคคลสอนคนอื่นอย่างไร ก็พึงทำตนเองอย่างนั้น
ผู้ที่ฝึกตนดีแล้ว จึงควรฝึกผู้อื่น เพราะตนนั่นแล
ฝึกได้ยากยิ่ง
บางครั้ง ทรงสอนให้ยึดประโยชน์ตนเป็นสำคัญ
ดังธรรมบทที่ว่า
อตฺตทตฺถํ ปรตฺเถน พหุนาปิ น หาปเย ฯเปฯ
บุคคลไม่ควรให้ประโยชน์ตนเสียไป
เพราะประโยชน์คนอื่นแม้มาก
เมื่อรู้ประโยชน์ตนแล้ว ก็ควรขวนขวายในประโยชน์ตน
ในบทนี้ ไม่ควรเข้าใจผิดโดยคิดว่า พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เห็นแก่ตัว ความจริง
คำว่า ประโยชน์ตน ในที่นี้หมาย ถึง มรรค ผล นิพพาน เป็นเรื่องความบริสุทธิ์เฉพาะตน
ซึ่งคนอื่นทำให้เราไม่ได้ ตนเองเท่านั้นที่จะทำให้แก่ตน ดังธรรมบท
ที่ว่า “สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย
= ความบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์เป็นของเฉพาะตน คนอื่นจะทำให้คนอื่น บริสุทธิ์ไม่ได้”


โดย ทรงธรรม [12 พ.ย. 2547 , 12:20:05 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 2


มีพุทธวจนะและเถรคาถา เถรีคาถา
ที่อยู่ในธรรมบทแสดงไว้
-หากว่าบุคคลพึงรู้ว่าตนเป็นที่รักไซร้ พึงรักษาตนนั้นไว้ ให้เป็นอัตภาพ อันตนรักษาดีแล้ว

-บัณฑิตพึงประคับประคองตนไว้ตลอดยามทั้งสามยามใดยามหนึ่ง

-บุคคลพึงยังตนนั้นแลให้ตั้งอยู่ในคุณอันสมควรเสียก่อน พึงพร่ำสอนผู้อื่นในภายหลังบัณฑิตไม่พึงเศร้าหมอง

-หากว่าภิกษุพึงทำตนเหมือนอย่างที่ตนพร่ำสอนคนอื่นไซร้ ภิกษุนั้นมีตนอันฝึกดีแล้วหนอ พึงฝึก

-ได้ยินว่าตนแลฝึกได้ยาก ตนแลเป็นที่พึ่งของตน บุคคลอื่นไรเล่าพึงเป็นที่พึ่งได้

-เพราะว่าบุคคลมีตนฝึกฝนดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งอันได้โดยยาก

-ความชั่วที่ตนทำไว้เองเกิดแต่ตน มีตนเป็นแดนเกิด ย่อมย่ำยีคนมีปัญญาทรามดุจเพชรย่ำยีแก้วมณีที่เกิดแต่หิน ฉะนั้น



-ความเป็นผู้ทุศีลล่วงส่วน ย่อมรวบรัดอัตภาพของบุคคลใด ทำให้เป็น อัตภาพอันตนรัดลงแล้ว เหมือนเถาย่านทรายรวบรัดไม้สาละให้เป็นอันท่วมทับแล้ว

-บุคคลนั้นย่อมทำตนเหมือนโจรผู้เป็นโจกปรารถนาโจรผู้เป็นโจก ฉะนั้น

-กรรมไม่ดีและไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ทำได้ง่าย ส่วนกรรมใดแล เป็นประโยชน์ด้วย ดีด้วย กรรมนั้นแลทำได้ยากอย่างยิ่ง

-ผู้ใดมีปัญญาทราม อาศัยทิฐิอันลามก ย่อมคัดค้านคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ผู้อรหันต์ เป็นพระอริยเจ้า มีปกติเป็นอยู่โดยธรรม การคัดค้านและทิฐิอันลามกของผู้นั้น ย่อมเผล็ดเพื่อฆ่าตน เหมือนขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่ฉะนั้น

-ทำชั่วด้วยตนเอง ย่อมเศร้าหมองด้วยตนเอง ไม่ทำชั่วด้วยตนเอง ย่อมหมดจดด้วยตนเอง ความบริสุทธิ์ ความไม่บริสุทธิ์ เป็นของเฉพาะตัวคนอื่นพึงชำระคนอื่นให้หมดจดหาได้ไม่

-บุคคลไม่พึงยังประโยชน์ของตนให้เสื่อม เพราะประโยชน์ของผู้อื่นแม้มาก

-บุคคลรู้จักประโยชน์ของตนแล้ว พึงขวนขวายในประโยชน์ของตน ฯ


โดย ทรงธรรม [12 พ.ย. 2547 , 12:28:32 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 3

เห็นด้วยตามคำสอนครับ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน มีธรรมะเป็นที่พึ่ง
อนุโมทนาครับ
สร้างสรรต่อไป

โดย นริศ [14 พ.ย. 2547 , 17:18:29 น.] ( IP = 202.129.4.163 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org