มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มีปัญหาถามพี่ดอกแก้วครับผม





ผมอยากทราบว่า ในอภิธมฺมตฺถสงฺคห ได้แสดงรื่องจิตที่เป็นกุศลไว้หลายอย่างนะครับ


มีรูปกุศล อรูปกุศล และโลกุตฺตรกุศล และผู้ที่ได้ศึกษาต่างทราบดีว่า..กุศลเหล่านี้มีอำนาจมากกว่า กามาวจรกุศลทั้งนั้น

ผมอยากทราบว่า...ทำไมกามาวจรกุศลจึงเรียกว่ามหากุศลละครับ ?

โดย ทับตะวัน [16 พ.ย. 2547 , 19:26:04 น.] ( IP = 61.91.76.4 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

สวัสดีค่ะคุณทับตะวันที่นับถือ

รูปกุศล อรูปกุศล และโลกุตฺตรกุศล มีอำนาจมากกว่ามหากุศลโดยสภาพนั้นจริงอยู่ค่ะ

แต่ไม่กว้างขวางเหมือนมหากุศล....และไม่เป็นสาธารณะให้แก่บุคคลทั้ง ๓๑ ภูมินะคะ แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายก็ต้องอาศัย มหากุศล มหาวิบาก มหากิริยา เหล่านี้ แล้วจึงเข้าสู่พระนิพพานได้นะคะ

ฉนั้นกุศล วิปาก กิริยาเหล่านี้ อาจารย์ทั้งหลายจึงเรียกกันว่า..มหากุศล มหาวิบาก มหากิริยาค่ะคุณทับตะวัน

โดย พี่ดอกแก้ว [16 พ.ย. 2547 , 19:28:50 น.] ( IP = 61.91.76.4 : : )


  สลักธรรม 2

ขอบพระคุณครับในคำตอบ

ผมขอทราบต่อนะครับว่า...

ในอภิธมฺมตฺถสงฺคห ในพระบาลีที่แสดงจิตที่เป็นกามาวจรนั้นนะครับ วิปาก กิริยาประกอบด้วยศัพท์ สเหตุก ทั้ง ๒ บท ผมอยากทราบว่า ในส่วนมหากุศลทำไมไม่มีสเหตุกครับ?

โดย ทับตะวัน [16 พ.ย. 2547 , 19:40:33 น.] ( IP = 61.91.76.4 : : )


  สลักธรรม 3

การที่แสดงประกอบด้วยศัพท์ สเหตุกเพราะใน มหาวิปาก กับ มหากิริยานั้น เพราะในจิตที่เป็นกามาวจร ๕๔ ดวงนั้น มีวิปาก ๒ อย่าง กิริยา ๒ อย่างด้วยกัน คือ อเหตุก กุศลวิบาก ๘ ดวง มหาวิปาก ๘ ดวง

จิตที่เป็นอเหตุกกุศลวิปากนั้นเป็นธรรมชาติที่ปราศจากเหตุส่วนมหาวิปากเป็นจิตที่ประกอบด้วยเหตุ ฉะนั้นจึงต้องแสดงประกอบด้วยศัพท์ สเหตุกจิตเป็นพิเศษ

จิตที่เป็นกิริยาก็เช่นเดียวกันค่ะ มีอเหตุกกิริยาและมหากิริยา ดังนี้เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดว่า..มหากิริยาไม่มีเหตุเหมือน อเหตุกกิริยา จึงต้องประกอบด้วยสเหตุกค่ะ

โดย พี่ดอกแก้ว [16 พ.ย. 2547 , 20:02:47 น.] ( IP = 61.91.76.4 : : )


  สลักธรรม 4

ส่วนกุศลไม่ได้มี ๒ เหมือนวิปาก และ กิริยา ใครๆก็ได้ศึกษารู้แล้วว่า ธรรมดากุศลนั้น มีเหตุประกอบทั้งนั้น

เพราะฉนั้น ท่านพระอนุรุทธาจารย์ ท่านจึงไม่แสดงด้วยศัพท์สเหตุกอีกค่ะคุณทับตะวัน.

โดย พี่ดอกแก้ว [16 พ.ย. 2547 , 20:07:15 น.] ( IP = 61.91.76.4 : : )


  สลักธรรม 5

ผมเข้าใจแล้วครับผม
ขอบพระคุณครับในคำตอบ


ผมมีคำถามต่อนะครับว่า......

ที่ว่า..จิตเป็นมหากิริยานั้นเป็นจิตแสดงอาการของการกระทำของพระอรหันตยังไม่เข้าใจดีเลยครับผม เพราะใครๆก็รู้กันดีว่า.. พระอรหันตท่านตัดกามได้แล้ว ผมใคร่ขอคำอธิบายด้วยครับว่า.. เหตุใดจิตเป็นกามาวจรจึงกลับเป็นจิตของพระอรหันตอีกครับผม ?

โดย ทับตะวัน [16 พ.ย. 2547 , 20:25:27 น.] ( IP = 61.91.76.4 : : )


  สลักธรรม 6

คุณทับตะวันคะ การตัดกามของพระอรหันตเจ้านั้น... ไม่ใช่ว่าตัดจิตเป็นกามาวจรทั้งหมดนะคะ เพราะความจริงท่านตัดแค่ตัณหาราคะ ที่ยินดีต่อการและที่อวิชชาปิดบังเอาไว้เท่านั้นค่ะ

เมื่อประหารธรรมทั้งสองนี้ได้แล้ว ก็สามารถประหารอกุศล.....และเจตสิกส่วนหนึ่งซึ่งประกอบกุศล อกุศลนั้นได้ทั้งหมด อันจะเป็นเหตุให้ท่านสามารถดับขันธ์ทั้ง ๕ ได้ในชาตินี้

แต่ก่อนที่จะดับขันธ์ จิตที่เป้นอเหตุก เช่น ปัญฺจทฺวาราวชฺชน มโนทฺวาราวชฺชน สมฺมปฎิจฺฉนฺน ก็ยังอยู่ และวิปากของอดีตกาลก็ยังดำเนินอยู่เสมอนะค่ะ

เช่น พระสีวลี ท่านก็อาศัยผลของมหากุศลที่ทำมาแต่อดีตกาล ท่านมีลาภเสมอ และพระมหาโมคฺคลฺลานนั้น ท่านได้ถูกมหาโจรฆ่าตายเพราะอกุศลเก่าในอดีต เป็นการชี้ชัดให้เห็นว่า พระอรหันตนั้นท่านไม่ได้ประหารจิตที่เป็นกามาวจรทั้งหมดนะค่ะคุณทับตะวัน..

โดย พี่ดอกแก้ว [16 พ.ย. 2547 , 20:50:35 น.] ( IP = 61.91.76.4 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณอย่างสูงครับ
แล้วผมจะพยายามศึกษาหาปัญญาต่อไปครับ


โดย ทับตะวัน [16 พ.ย. 2547 , 21:02:19 น.] ( IP = 61.91.76.4 : : )


  สลักธรรม 8

ติดตามอ่านมาทีละคำถามจนจบ
ได้ความรู้สำคัญที่สรุปไว้ในใจได้หลายอย่าง
เพราะเกิดขึ้นได้อย่างกว้างขวางทั้ง ๓๑ ภูมินั่นเอง กามาวจรกุศลจึงชื่อว่ามหากุศล ...

และไม่ต้องมีคำว่าสเหตุกจิตมาเกี่ยวข้องเพราะมีเพียงกลุ่มเดียว...อิอิ

และสุดท้ายก็ทำให้เข้าใจยิ่งขึ้นไปว่าพระอรหันต์ท่านประหารอกุศลทั้งหมด มิได้ประหารจิตที่ทำหน้ารับอารมณ์กามทั้งหมด ..กามาวจรกิริยา...จึงเป็นจิตของพระอรหันต์ได้

ได้ความเข้าใจที่ง่ายขึ้น..ขอบพระคุณทั้งสองท่านค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [16 พ.ย. 2547 , 21:22:36 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณมากครับ น้องกิ้ฟ ที่เข้ามาอ่านและมองเห็นประโยชน์ที่ผมตั้งคำถามนี้ครับ

ผมเห็นว่า ความจริงอันล้ำค่านี้ น่าจะหาความเข้าใจอย่างยิ่ง และหาความรู้จริงด้วยเพื่อนำมาใช้กับการศึกษาหาปัญญาครับผมไม่ต้องการเรียนจบๆไปเท่านั้น เพราะการทำอย่างนั้น ไม่มีวันที่จะเป็นเครื่องป้องกันกิเลสได้เลยครับ มิหน่ำซ้ำการเรียนให้ผ่านๆแบบนั้นอาจเป็นดาบสองคมด้วยครับ

โดย ทับตะวัน [16 พ.ย. 2547 , 21:49:31 น.] ( IP = 61.91.76.4 : : )


  สลักธรรม 10

เป็นการถาม-ตอบ ที่ทำให้ผู้อ่านได้รับความรู้ที่กว้างขวางมากขึ้น
และมีความเข้าใจลึกซึ้งขึ้น

ขอบพระคุณคุณทับตะวันและพี่ดอกแก้วด้วยค่ะ

โดย เซิ่น [16 พ.ย. 2547 , 22:46:00 น.] ( IP = 61.90.103.215 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org