มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สรรค์ชั้นดุสิตนั้นเป็นอย่างไร?




*** ได้ทราบมาว่าทางเวบนี้มีผู้คงแก่เรียนมากหลายท่านและยังมีผู้รู้อีกมากด้วย...ดังนั้นผมจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์..ช่วยบรรยายสวรรค์ชั้นดุสิตให้ทราบหน่อยว่าวิเศษประการใดครับ..ถึงจัดว่าเป็นที่อยู่ของพระโพธิสัตย์เจ้าครับผม***

ขอบคุณมากครับ

โดย อนันต์ ขาบเขียว - [21 พ.ย. 2544 , 21:30:35 น.] ( IP = 203.170.155.49 : : 203.170.155.49 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



สวรรค์ชั้นที่ ๔ นี้ นับว่าเป็นสวรรค์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
เป็นที่รู้จักและปรารถนาจะได้ไปเกิดของชาวมนุษย์
อย่างเหลือเกินเพราะที่นี่

เป็นที่อยู่ของ พระโพธิ์สัตว์ ผู้บำเพ็ญบารมีอย่าง

ครบถ้วนแล้ว รอการไปตรัสรู้เป็นพระ

พุทธเจ้า

แล้วยังเป็นที่อยู่ของเทพชั้นสูง ชั้นผู้ใหญ่

เป็นจำนวนมาก



สวรรค์ชั้นที่ ๔ นี้ นามว่าดุสิต





แปลว่า ที่อยู่ของเทพเจ้า
ผู้มีความยินดีแช่มชื่นเป็นนิจ
ตั้งอยู่เหนือสวรรค์ชั้นยามาขึ้นไปไกลมาก
ไกลจนไม่สามารถจะคำนวณนับได้ว่าเท่าไร
สวรรค์ชั้นดุสิต มีวิมาน ๓ ชนิดด้วยกัน
คือ

วิมานสร้างด้วยแก้วล้วน ๆ
วิมานสร้างด้วยทองล้วน ๆ
และวิมานสร้างด้วยเงินล้วน ๆ

แต่ละวิมาน เป็นปราสาทสวยงามวิจิตรตระการ

ตามาก สวยยิ่งกว่าปราสาทของเทวดาชั้นยามาและ

ชั้นอื่น ๆ ที่ผ่านมาแล้วทั้งหมดทุกวิมานมีกำแพงทำ

ด้วยแก้ว ๗ ประการล้อมรอบ

มีสวนดอกไม้สีสวยระรื่นหอม

และสระโบกขรณีเป็นที่พักผ่อน หย่อนใจเป็นที่

รื่นเริงบันเทิงใจของเทพเจ้าเหล่าชาวสวรรค์ชั้น

ดุสิตนี้ มีอยู่มากมายหลายแห่ง



ส่วนรูปทรงของเทพเจ้า

ผู้อยู่ชั้นดุสิตนี้สวยงาม

และสง่ายิ่งกว่าเทพชั้นอื่น ๆ ที่ผ่านมา

ทั้งมีน้ำใจบุญสุนทาน

และผู้รู้ธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง

ทุกวันธรรมสวนะ ทวยเทพทั้งหมดจะมาประชุม

กัน ฟังธรรมมิได้ขาด และผู้แสดงธรรมก็คือ

ท้าวสันดุสิตเทวาธิราช ผู้ปกครองสวรรค์

ชั้นนี้นั่นเอง ท่านเป็นพหูสูตรรู้ข้อธรรมของพระ

พุทธเจ้ามาก

หรือมิฉะนั้นบางครั้งก็อัญเชิญเทพบุตร




ผู้เป็นพระโพธิสัตว์ และ

เตรียมการลงไปตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต

เป็นผู้แสดงธรรมโปรดเสมอ ทำให้เทพเจ้าชาว

ดุสิตทั้งหลายยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง



พระนางเจ้าสิริมหามายา บุคคลสำคัญท่านหนึ่งที่พวกเราชาวพุทธรู้จักกันดี
ในฐานะที่เป็นพระพุทธมารดา หรือพระมารดาของพระพุทธเจ้าของพวกเรา

ซึ่งหลักจากที่ประสูติพระสิทธิถะราชกุมารที่ลุมพินีวันได้ ๗ วัน ก็เสด็จสวรรคต
ขึ้นมาบังเกิดเป็นเทพเจ้าเสวยทิพย์สมบัติอยู่ ณ สวรรค์ชั้นดุสิตแห่งนี้

จนทุกวันนี้ พระองค์เป็นเทพนารี ที่มีพระสิริโฉมงดงาม หาที่เปรียบมิได้เลย

ขณะที่ พระพุทธองค์ ทรงกระทำยมกปาฏิหาริย์

ทรมานเดียรถีย์นิครนถ์ผู้โอหัง

ณ ภายใต้ไม้คัณฑามพพฤกษ์เสร็จแล้ว


ทรงระลึกถึงพระคุณของ

มารดา จึงเสด็จไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อ

เทศนาพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์

โปรดสนองคุณ และทรงประทับอยู่เหนือ

บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ภายใต้ต้นปาริชาต

พระอินทร์ เมื่อทรงทราบดังนั้น ได้เสด็จออกร้อง

ประกาศแก่หมู่เทพยดาทั้งหลาย

ให้มาประชุมกัน เพื่อฟังธรรม และพระอินทร์ท่าน

ได้เสด็จขึ้นไปยังสวรรค์ชั้นดุสิต เพื่ออัญเชิญ พระ

นางเจ้าสิริมหามายาเทพนารี มาสดับพระธรรม

เทศนาของ พระพุทธองค์เป็นการด่วน



ครั้งแรก ที่พระนางเจ้าสิริมหามายา ทอดพระเนตร

เห็นพระพุทธองค์ ผู้มีพระสรีระโฉมงดงามสมบูรณ์

ด้วยมหาปุริส ลักษณะทุกประการ ทำให้พระองค์

ทรงลืมตัวตะลึงลาน ลืมกลิ่นสาบที่ในชั้นต่ำกว่าสิ้น

ชมพระรูปโฉมของพระพุทธองค์เสียเป็นนาน

ด้วยคิดว่าไม่เคยเห็นผู้ใดในโลกจะมีพระสิริโฉม

งดงามเช่นนี้




"ดูก่อนพระมารดา" พระพุทธองค์
ตรัสเรียกสิริมหามายาเทพนารีให้เสด็จเข้าไปใกล้
"อย่าได้มัวชมรูปโฉมอันไม่จีรังยั่งยืนอยู่เลย
เข้ามาใกล้เราดีกว่า เรามานี่
เพื่อแสดงธรรมอันเป็นสิ่งจีรังยั่งยืน
เต็มได้ด้วยแก่นสารให้ท่านฟัง"

เมื่อนั้นเอง... สิริมหามายาเทพนารีจึงรู้สึกองค์
แล้วคลานเข้าไปใกล้ที่ประทับนั่งข้างหน้า
เป็นประธานแห่งหมู่เทพยดาทั้งหลาย
และ... พระพุทธองค์โปรดประทาน
พระอภิธรรมเจ็ดคัมภีร์ ตั้งแต่ต้นจนจบ

ครั้นแรกแสดงจบ สิริมหามายาเทพนารี พระพุทธมารดา สำเร็จ โสดาปัตติผล
เป็นพระอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา



พระศรีอาริยเมตไตรย์ หรือพระศรีอาริย์
เป็นบุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งที่จำต้องกล่าวถึง
เพราะเป็นเทพบุตรที่อยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิตจนปัจจุบันนี้

และท่านมีความสำคัญมากสำหรับมนุษย์ทุกคน กล่าวคือ

พระศรีอาริย์นี้ เป็นพระโพธิสัตว์ซึ่งจะมาตรัสรู้เป็น

พระพุทธเจ้าองค์สุดท้ายในภัทรกัลป์

อายุของเทวดาบนสวรรค์ชั้นดุสิต

เทวดาที่เสวยทิพยสมบัติอยู่บนชั้นดุสิตนี้ มีอายุยืน

ยาวได้ ๔ พันปีทิพย์หรือห้าสิบเจ็ดโกฏหกล้านปี

ในโลกมนุษย์


ผู้ที่จะได้บังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต
เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ ต้องเป็นผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ยุติธรรม

ชอบสดับตรับฟังพระธรรมเทศนา มีปัญญาดี

หรือเป็นพระโพธิสัตว์

ผู้บำเพ็ญบารมีมาเป็นอย่างสูงแล้ว จึงจะได้มา

บังเกิดบน สวรรค์ชั้นดุสิตนี้.

นี่ละครับสวรรค์ชั้นดุสิตที่คุณอนันต์ ขาบเขียวต้องการทราบครับ..หวังว่าคงพอจะประทับใจได้บ้างนะครับผม




จารึกมาให้ไว้ 21 พ.ย.2544

โดย ธรรมรังษี - [21 พ.ย. 2544 , 22:59:59 น.] ( IP = 203.170.174.81 : : )


  สลักธรรม 2



อนุโมทนาครับอาจารย์ เณรจิ๋วอ่านแล้วประทับใจจนขนลุกเลยฮะ แหม ... คุณพี่อนันต์ถามมาได้ถูกที่ ถูกทางมากเลยฮะ เณรจิ๋วขออนุโมทนากับคุณพี่อนันต์ด้วยอีกคนนะฮะ

โดย เณรจิ๋ว [23 พ.ย. 2544 , 00:47:33 น.] ( IP = 61.202.146.209 : : )


  สลักธรรม 3

สวรรค์ชั้นดุสิตนี้น่าอยู่จังเลยค่ะ แค่นึกภาพตามก็มีความสุขแล้วค่ะ

โดย เล็ก [23 พ.ย. 2544 , 08:46:42 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : )


  สลักธรรม 4

เทพบุตรพี่ ไม่ใช่เทพนารี...

โดย pp [12 ม.ค. 2546 , 13:30:34 น.] ( IP = 24.66.94.141 : : 24.85.9.236 )


  สลักธรรม 5

เทพบุตรค่ะ ไม่ใช่เทพนารี

โดย apple [4 ส.ค. 2548 , 00:18:27 น.] ( IP = 203.155.14.4 : : )


  สลักธรรม 6

เจ้าแม่กวนอิมอยู่สวรรค์ชั้นใด

โดย แซม [11 ก.ย. 2551 , 13:16:33 น.] ( IP = 118.172.139.30 : : )


  สลักธรรม 7

ยึดมากถือมาก ยึดน้อยถือน้อย ไม่ยึดเสียสบายไป พระนิพพาน สวยกว่านี้นัไม่ได้ครับ พระนิพพานดีกว่านะครับ สาธุๆกับกระโพธิสตว์ ทุกพระองค์ครับ พระปัจเจกแล้วก็ พระอรหันทุกพระองค์ครับ

โดย เอ้คุง [7 ก.พ. 2552 , 23:34:27 น.] ( IP = 119.42.77.155 : : )


  สลักธรรม 8

สาธุ..กับความรู้ที่มอบให้ครับ

โดย หมู [6 ก.ค. 2552 , 11:27:21 น.] ( IP = 203.170.207.191 : : )


  สลักธรรม 9

ขออนุโมทนาสาธุกาล ด้วยคนนะครับ กับความรู้ที่หาค่าประมาณมิได้นี้ สาธุ

โดย เอส [9 ต.ค. 2552 , 23:40:03 น.] ( IP = 58.8.114.62 : : )


  สลักธรรม 10

ฤทธิ์เทพบุตรโพธิสัตว์ (เป็นดัง พี่ชายคนโตของพระโพธิสัตว์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย)

ผมพบบันทึกนี้ในวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งในบันทึกบางส่วนมีข้อความว่า
“ในหมู่โพธิสัตว์ทั้งหลายยังมีโพธิสัตว์ท่านหนึ่งชื่อ ฤทธิ์เทพบุตรโพธิสัตว์ ซึ่งท่านฤทธิ์เทพบุตรโพธิสัตว์ เป็นพระโพธิสัตว์ที่มากด้วยฤทธิ์ทั้งทางโลกและทางธรรม หลังกึ่งพุทธกาลทุกวัดทุกบ้านเรือนจะนับถือบูชาท่าน โดยท่านได้ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้ามาตั้งแต่อดีตในไกลโพ้น และท่านมีความปรารถนาจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าองค์สุดท้ายของโลกธาตุ ต้องการพาสรรพสัตว์ทั้งหมดไปสู่พระนิพพาน พร้อมคำอธิษฐานใหญ่ 4 ประการ (ให้สัมฤทธิ์ผลตลอดกาลนานไม่มีที่สิ้นสุด) คือ
1.ทำให้ดินแดนพระพุทธศาสนา หรือดินแดนผู้มีศีลมีธรรม เจริญขั้นสูงสุดทั้งทางโลกและธรรม
2.ขอให้บุญและบาป กฎแห่งกรรมจนส่งผลอย่างชัดเจนภายใน 7 วัน แก่ผู้สร้างกรรมนั้น (ขอให้สรรพสัตว์ทุกตนจงรู้กฎแห่งกรรมสำคัญๆของตนเอง และทุกวันวิสาขบูชาของทุกปี 3 แดนโลกธาตุ จงมองเห็นกันทั้งหมด เพื่อให้รู้ว่าสวรรค์นรกมีจริง)
3.ขอให้ผู้มีอำนาจ ผู้ปกครอง ในดินแดนพุทธศาสนา ดินแดนผู้ทรงศีลทรงธรรม จงเป็นผู้พร้อมด้วยคุณสมบัติทางโลกและธรรมทุกประการ ในการนำพาดินแดนเหล่านี้ให้เจริญขั้นสูงสุดทั้งทางโลกและธรรมทุกประการ
4.มนุษย์และอมุษย์ที่เกิดในดินแดนพุทธศาสนา ดินแดนผู้มีศีลมีธรรม ต้องมีความปรารถนาที่แรงกล้าในการพ้นทุกข์

- ในสมัยพระพุทธเจ้าสมณโคดม ท่านฤทธิ์เทพบุตร ได้มาเกิดเป็นฤาษีและได้พบพระพุทธเจ้า ท่านจึงได้ทูลถามว่าความปรารถนาสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าองค์สุดท้ายของโลกธาตุของท่านจะสำเร็จไหม พระพุทธเจ้าสมณโคดมตอบว่าความปรารถนาของเธอจะมีผลสำเร็จ ท่านฤาษีจึงถามว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใด พระพุทธเจ้าสมณโคดมไม่ทรงตอบ ท่านจึงใช้ญาณพิจารณาว่าเหตุใดพระองค์จึงไม่ตอบ จึงรู้ว่าไม่สามารถกำหนดได้ว่าเมื่อไหร่เพราะกาลเวลานานยาวนานจนไม่เห็นที่สุด ดังนั้นท่านจึงตั้งความปรารถนาว่าอย่างไรเสียเราต้องทำให้ความปรารถนาใหญ่ 4 ประการ นี้สำเร็จก่อน ท่านจึงใช้ญาณเพื่อดูว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใด จึงทราบว่าท่านต้องเกิดมาสร้างบารมีอีกนับชาติไม่ถ้วน จนเลยกึ่งพุทธกาล(พ.ศ. 2500)ไปแล้วจะเกิดอีก 2 ครั้ง คำอธิษฐานใหญ่จึงสำเร็จ โดยทั้ง 2 ชาตินี้ จะเกิดวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนหก (วันวิสาขบูชา) เวลากลางคืน เกิดเป็นเพศชาย ทั้ง 2 ชาติ โดยทั้ง 2 ชาติจะเกิดเป็นบุคคลธรรมดามีอาชีพเป็นพ่อค้า นักปกครองและนักบวชในคราวเดียวกัน โดยทั้ง 2 ชาติ นอกจากทำให้คำอธิฐานใหญ่ 4 ประการเป็นจริง แล้วยังมุ่งทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง ดังนั้นท่านจึงอธิฐานขอให้เทพทั้ง 7 ได้แก่ พระอินทร์ ท้าวจาตุมหาราชทั้ง 4 ท้าวสหับดีพรหม พระยายม ช่วยท่านในการทำให้คำอธิฐานใหญ่เป็นจริงโดยเร็ววัน ท่านฤทธิ์เทพบุตรนอกจากปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าองค์สุดท้ายของโลกธาตุแล้ว ท่านยังตั้งความปรารถนาว่าคราวใดคนดี มีศีล มีธรรม ประสบความทุกข์ยากลำบากในชีวิต หรือมุ่งทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมแล้วมีอุปสรรคมาขัดขวาง ขอเพียงท่านรู้ ท่านจะช่วยบุคคลนั้นให้รอดพ้นจากความทุกข์ หรือกำจัดอุปสรรคเหล่านั้นโดยทั้งที และท่านยังตั้งความปรารถนาจะมุ่งช่วยให้โพธิสัตว์ท่านอื่นๆที่ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า ได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าเพื่อช่วยสรรพสัตว์ทั้งหมด และท่านยังมุ่งช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้นทุกข์ตลอดเวลา (เป็นดัง พี่ชายคนโตของพระโพธิสัตว์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย)



คำสอนของฤทธิ์โพธิสัตว์ คือ
-ไม่มีสิ่งใดจะศักสิทธิ์ไปกว่าตัวเราเอง ที่จะนำพาตัวเราให้รอดพ้นจาก วิบากกรรมและความทุกข์ทั้งปวง ไปสู่ความเจริญและความสุขที่แท้จริง ( ตนเอง เป็นที่พึ่งของตนเอง ที่ดีที่สุด)
-คนชั่วมีมากกว่าคนดี ดังนั้นคนดีต้องรวมตัวกันเพื่อสู้กับคนชั่วและความชั่วทั้งปวง จึงจะชนะสิ่งเหล่านี้ได้ (จงช่วยเหลือคนดีให้เจริญยิ่งขึ้น ถ้าจะช่วยเหลือคนเลวจงช่วยพอควร แต่อย่าช่วยเหลือคนเลวให้มีร่ำรวยมีอำนาจวาสนา เพราะคนเลวจะไปรังแกผู้อื่น)
-จงสร้างความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรมให้เกิดกับตนเองและสรรพสัตว์ทั้งปวง

คำชี้แนะของฤทธิ์โพธิสัตว์คือ
บุคคลใดปรารถนาช่วยเหลือเกื้อกูลพระพุทธศาสนาและสรรพสัตว์ทั้งปวง บุคคลนั้นถือเป็นนักรบแห่งธรรม เราฤทธิ์โพธิสัตว์ขอให้นักรบแห่งธรรมทั้งหลาย จงใช้ความรู้ความสามารถทางโลกและทางธรรม(รวมทั้งอภิญญาสมบัติ) นำพาดินแดนพระพุทธศาสนาหรือดินแดนผู้มีศีลมีธรรม ให้เจริญขั้นสูงสุดทั้งทางโลกและธรรมทุกประการ ตลอดกาลนาน เพื่อประโยชน์สุขของพระพุทธศาสนาและสรรพสัตว์ทั้งหลาย

คำสอนถึงเหล่าโพธิสัตว์ทั้งหลาย
- ผู้ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าจำนวนมาก คิดว่า การช่วยเหลือสรรพสัตว์ คือ ชาติที่สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าแล้วเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วช่วงเวลาแห่งการสร้างบารมี ก็สามารถช่วยสรรพสัตว์ได้เช่นกัน จงสร้างบารมีเพื่อเป็นพุทธเจ้าพร้อมกับช่วยเหลือสรรพสัตว์ไปพร้อมกันเช่นนี้ทุกชาติภพไป

โดย วานา [1 ต.ค. 2553 , 08:59:28 น.] ( IP = 58.10.77.203 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org