| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
นามรู้ VS นามรู้สึก
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1center]
[/center]
สวัสดีฮะพี่ดา ... คำถามของพี่ดาน่าสนใจมากเลยฮะ นี่เณรจิ๋วก็แอบเข้ามาcheckคำตอบหลายทีแล้วเหมือนกัน แต่สงสัยพี่ๆคนอื่นกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมงานท่านอาจารย์บุญมีแน่เลย
ระหว่างรออาจารย์กับพี่ๆมาตอบ เรามาลองคุยกันแบบคนไม่sureทั้งคู่ดีมั้ยฮะ ถ้าถามเณรจิ๋วว่า รู้ กับ รู้สึก อะไรเกิดก่อนกัน เณรจิ๋วขอทายตามประสบการณ์ว่า "รู้สึก" น่าจะเป็นสภาวธรรมที่เกิดขึ้นก่อน "รู้" นะฮะ
เหตุผลก็คือสิ่งที่เป็น target ของ"การรู้สึก"เป็นสภาพปรมัตถ์ที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ เช่น ความเย็น ความร้อน รสชาติ หรือ กลิ่นต่างๆ เพราะฉะนั้น "การรู้สึก"จึงน่าจะเกิดขึ้นได้กับสิ่งมีชีวิตทุกรูปทุกนาม ทั้งเด็กทารก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งสัตว์และมนุษย์ โดยไม่ต้องอาศัยสัญญาหรือความสามารถใดๆใน "การรู้สึก" นั้นๆ
แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่เป็น target ของ "การรู้" หรือสิ่งที่ถูกรู้นั้นไม่ได้เป็นสภาพธรรมที่มีอยู่จริงเป็นอยู่จริง เช่น เรา"รู้สึก"ได้ด้วยการรับรู้ว่า"สภาพความเจ็บ"กำลังเกิดขึ้น แต่เรา"รู้"ได้ทีหลังด้วยการตีเทียบว่า สภาพธรรมที่เกิดขึ้นนั้นกล่าวเป็นคำพูดในภาษาไทยได้ว่า "เจ็บ"
การจะตัดสินว่าสภาพธรรมที่เกิดขึ้นเรียกว่า "เจ็บ"ได้นั้น อย่างแรกต้องอาศัยสัญญา หรือความจำได้หมายรู้ว่าสิ่งนั้นๆ เทียบได้กับอะไรในความทรงจำของเรา เด็กทารกอาจจะรู้สึกได้ในสภาวะของการ"หิว" แต่ไม่สามารถรู้ได้ว่าตัวเองกำลัง "หิว" อย่างที่อาจารย์บุษกรเขียนไว้ในเรื่อง "ขอเชิญมาทำความเข้าใจ..ในสภาวะธรรมกันเถิดค่ะ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2544 ว่า "...บางครั้งคำพูดหมายถึงสิ่งที่มีจริง ๆ ซึ่งสามารถจะรู้ได้โดยตรง บางครั้งคำพูดก็แสดงถึงความคิดนึก..."
อาจารย์ยกตัวอย่างไว้ในบทความข้างต้นว่า "...ตัวอย่างเช่น ถ้าสติเกิดระลึกรู้สภาพเย็นที่ปรากฏในขณะนั้น ก็ไม่มีความคิดว่า เท้าของฉันกำลังเย็นหรือเย็นจัดซึ่งไม่ใช่การรู้สภาพธรรมแต่เป็นการคิดเรื่องราว..." จริงๆตัวอย่างนี้อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไหร่นะฮะ แต่เณรจิ๋วอ่านแล้วได้ความเข้าใจว่า การที่สติระลึกรู้สึกได้ในสภาพเย็นที่ปรากฎขึ้นในขณะนั้นๆ เป็นสภาวะที่เกิดขึ้นได้ก่อนที่จะมีการตีเทียบลงไปในเรื่องราวว่า เท้าของฉันกำลังเย็นหรื่อเย็นจัด
สุดท้ายที่พี่ดาบอกว่า "รู้สึกนี่มันเลยไปถึงว่าเรารู้แล้วว่าเป็นอะไร" นั้น ตามที่ได้ประสบมา เณรจิ๋วคิดว่านั่นไม่ใช่สภาวะของ"รู้สึก"แล้วละฮะ น่าจะเป็นสภาวะที่นามเข้าไปรู้ในนามรู้สึกอีกที หรือพูดอีกอย่างได้ว่า นามรู้ในสภาวะของนามรู้สึกที่เกิดขึ้นมาก่อนนั่นเอง
ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันไปก่อนได้คำตอบจริงนะฮะ ถ้ามีประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างไร ก็อย่าลืมนำมาเล่ากันบ้างนะคร้าบ ...โดย เณรจิ๋ว [24 พ.ย. 2544 , 02:16:21 น.] ( IP = 61.202.144.84 : : )
สลักธรรม 2เล็กก็เข้าใจเช่นเดียวกับเณรจิ๋วเลยค่ะ
โดย เล็ก [24 พ.ย. 2544 , 22:16:03 น.] ( IP = 203.155.237.253 : : )
สลักธรรม 3สวัสดีค่ะเณรจิ๋ว
พี่ดาเข้าใจว่าสภาวะที่รู้สึกนั้น ใช่เกิดก่อนแต่เป็นสภาวะที่คนอย่างเราๆ ยังกำหนดไม่ทัน เพราะเมื่อเรารู้สึก ก็คือเรารู้เลยแล้วว่าเจ็บ ว่าเย็น เป็นต้นซึ่งเป็นสัญญา เป็นเรารู้แล้ว ตกกระดานอย่างที่หลวงพ่อเสือเคยสอนไว้
ดังนั้น การที่เณรจิ๋วกล่าวว่านามรู้ในสภาวะะของนามรู้สึกนั้น ก็ถูก และตามความเข้าใจของพี่ดานั้น พี่ว่าการกำหนดนามรู้จึงเป็นการกำหนดที่เป็นปัจจุบันอารมณ์ค่ะ
ก็อย่างที่เณรจิ๋วบอกนะค่ะ ว่าเรามาแลกเปลี่ยนความคิดกันแบบคนไม่ sure กัน สนุกดี
ขณะนี้ ก็ได้แต่รอให้ท่านอาจารย์หายเหนื่อยจากการจัดงานแสดงความกตัญญูท่านอาจารย์บุญมีก่อน แล้วก็จะได้รับคำตอบที่ถูกสภาวธรรม
ขอบคุณมากค่ะเณรจิ๋ว
พี่ดา![]()
โดย พี่ดา [26 พ.ย. 2544 , 12:41:52 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : )
สลักธรรม 4พี่ดาเข้าใจลึกซึ้งขึ้นแล้วนะนี่..ขอบอก
โดย เด็กหน้ากระดาน [26 พ.ย. 2544 , 13:36:05 น.] ( IP = 202.183.178.254 : : )
สลักธรรม 5เพิ่งมาติดตามเช้านี้นะคะ
![]()
![]()
พูดถึงกระทู้นี้ก็เพิ่งถามรุ่นพี่มาเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนนัก แต่คิดเช่นเดียวกับเณรจิ๋ว เพราะความรู้สึกเกิดขึ้นแถมจะไม่ต้องใช้สัญญาตีเทียบ เกิดขึนก็รู้สึก แต่การกำหนดนามรู้ ิวิถีเกิดทางมโนทวารมากมาย เกิดขึ้นจากการตีเทียบจากอดีตอารมณ์มามากมาย เวลาที่กำหนด ก็รู้สึกว่ากำหนดหลังกระดานเสมอๆ คือไม่ทันปัจจุบีน
กำหนดถูกแต่กำหนดเยื้องไป เพราะปัญญายังไม่ไวพอ แต่ทำได้แแค่นี้ก็ดีแล้ว 2 ก็ต้องมาจาก 1 ใช่ไหมคะพี่ดา![]()
โดย อัญชลี ส. [27 พ.ย. 2544 , 07:48:07 น.] ( IP = unknown : : unknown )
สลักธรรม 6
นายแน่มากเลยเณรจิ๋ว...เราอ่านดูก็รู้ว่านายต้องยกนิ้วให้แต่น้องแก่นลืมไปดูเหมือนจะชี้มากกว่ายกนะอิอิ
![]()
น้องแก้วคงยังไม่หายดีเห็นนอนกอดเจ้าฉิ่งหลับตลอดเลย ไว้ตื่นมาแล้วจะไปตามมาตัดสินนะคร๊าบบบบบบ
โดย น้องแก่น [27 พ.ย. 2544 , 09:14:21 น.] ( IP = 203.170.156.60 : : 203.170.156.60 )
สลักธรรม 7ฮึ ๆๆๆๆๆ (ร้องไห้นะค่ะไม่ใช่เสียงอย่างอี่น) เพราะ
น้องแก้วไม่ตอบซักทีพี่เล็กคอยติดตามอ่านอยู่ค่ะโดย เล็ก [27 พ.ย. 2544 , 13:48:38 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : )
สลักธรรม 8![]()
รออ่านคำตอบอยู่เหมือนกันค่ะ
Who are you? คะ..เด็กหน้ากระดาน..ขอพบเป็นการส่วนตัวที่หลังห้องหน่อยซิ
..จากเด็กมุมตึกโดย น้องกิ๊ฟ [27 พ.ย. 2544 , 15:51:38 น.] ( IP = 202.183.178.157 : : )
สลักธรรม 10เข้าใจว่าที่มาของ นามรู้ กับนามรู้สึก นี้ คงสืบเนื่องมาจากวันอาทิตย์ที่ ๑๘ พ.ย.ที่อาจารย์บุษกรป่วยมาก แต่ด้วยความเป็นห่วงลูกศิษย์ ก็สู้อุตส่าห์ออกมา (น่าจะพูดว่าคลานออกมา) ให้ธรรมะโดยเฉพาะเรื่องของการปฏิบัติที่อาจารย์ประสบมาด้วยตนเองว่า ยามเจ็บป่วยการกำหนดบางครั้งยังตกกระดานเลย แล้วพวกเราลูกศิษย์ที่ยังไม่คิดปฏิบัติล่ะ ยามเจ็บป่วยใกล้ตายจะเป็นอย่างไร .นี่คือความห่วงใยของอาจารย์บุษกรที่มีต่อลูกศิษย์ทุกคน
วันนั้นได้ฟังแล้ว ก็พอเข้าใจว่า การที่เราทุรนทุรายจากการปวดเมื่อยเพราะฤทธิ์ไข้ ขณะนั้นวิถีจิตของเราเกิดขึ้นมากมาย เสพทั้งโทสะชวนะ และโลภะชวนะ (ต้องการให้หาย) ข้อความที่อาจารย์พูดว่าขนาดอาจารย์ปฏิบัติทุกคืน เวลาป่วยไข้ บางครั้งยังต้องตกกระดาน เพราะรู้สึกว่าปวดมาก (นามรู้สึก) เข้าใจว่าส่วนใหญ่อาจารย์คงจะสามารถกำหนดรู้แค่อาการปวดเมื่อยได้ (นามรู้) ที่เป็นเช่นนี้เพราะความรู้สึกตัว (โคจรสัมปชัญญะ) คือ การใส่ใจที่นาม คือนามเป็นผู้ดูอารมณ์ (การปวดเมื่อย หรือความร้อนจากฤทธิ์ไข้นั้น) โดยไม่มีความรู้สึกที่เข้าไปเล่นด้วย
.ผิดกับพวกเรา ซึ่งถ้าต้องประสบเหตุการณ์กรณีเดียวกับอาจารย์ ก็คงจะกำหนดนามรู้สึก
โดยเข้าไปคลุกเคล้ากับอารมณ์ที่ปวดเมื่อยนั้น แล้วรำพันว่ายิ่งกำหนดแล้ว ยิ่งรู้สึกในอาการปวดมากขึ้น อภิชฌา โทมนัสเกิดตลอด เพราะเราแค่ท่อง หรือว่าไปโดยปริยัติ ยังไม่มีอุบายแยบคายที่แยกแยะได้ถูกต้องเช่นอาจารย์
วันนั้นได้ฟังแล้วเข้าใจว่าอาจารย์สามรถแยกผู้ดูกับผู้ถูกดูออกได้ นั่นคือ นามรู้ว่ากำลังดูอะไรอยู่ จึงไม่ได้ไปรู้สึกกับอาการนั้นๆ แต่ครั้นไปรู้สึกว่าปวด เสมือนพลาดตกกระดานไป อาจารย์จึงได้ออกมาให้ข้อคิดว่า ขนาดอาจารย์บางครั้งยังพลาด แล้วพวกเราล่ะ ถ้าไม่ฝึกหัดเอาไว้ ต่อไปเจ็บป่วยใกล้ตายจะเป็นอย่างไร
ฉะนั้นจะเป็น นามรู้ นามรู้สึก ก็คือภาษาที่สมมุติขึ้น แต่ความเป็นจริงคือปรมัตถ์เป็นอย่างไร ผู้กำหนดเท่านั้นที่จะทราบได้ด้วยตนเอง (ผิดถูกประการใด ขอคำชี้แนะด้วย) ขอขอบคุณค่ะ
หมายเหตุ: ขอเพิ่มเติมนิดหน่อยว่า โคจรสัมปชัญญะที่พูดถึงนั้นอยู่ในหมวดของสัมปชัญญะ ๔ นั่นเองโดย วยุรี [27 พ.ย. 2544 , 23:58:28 น.] ( IP = 203.170.156.114 : : 203.170.156.114 ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |