มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมที่ปิดบังพระไตรลักษณ์




ธรรมที่ปิดบังพระไตรลักษณ์


สันตติปิดบังอนิจจัง คือ ปิดบังความไม่เที่ยง ไม่ให้เห็นความเกิดดับ ความเกิดและความดับนี้เรียกว่าไม่เที่ยง (อนิจจัง) ในที่นี้คือความเกิดและความดับ ของรูปนามที่เกิดดับต่อเนื่องกันอย่างรวดเร็ว เรียกว่า สันตติ

ต่อเมื่อได้ศึกษาเรื่องรูป และเรื่องนาม คือ ศึกษาสภาวธรรมตามความเป็นจริง ก็จะเห็นว่า สันตตินี้คือความสืบต่อของนามรูปที่เชื่อมรูปนามที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวให้เกิดขึ้นแล้วดับลงไป กับรูปนามอีกอันหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วดับลงไป ซึ่งดูเหมือนเรื่องราวเดียวกัน ทำให้ดูเหมือนคนๆ เดียวกัน คนนี้เดินคนเดียว นั่งอยู่คนเดียว แท้ที่จริงไม่ใช่อันเดียว คือ ไม่ใช่รูปนามเดียว

เหมือนฟิล์มภาพยนตร์ซึ่งอยู่ติดต่อกัน แต่ไม่เหมือนกัน แต่เคลื่อนไวมาก จึงดูเหมือนเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะมีความไวมาก ถ้าการกำหนดสังเกตไม่ดีแล้ว ก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ผู้ไม่กำหนด ผู้ไม่สังเกตก็เห็นว่าเป็นภาพ ภาพเดียวกัน


แต่เมื่อศึกษาเรื่องรูปเรื่องนามแล้ว ก็จะรู้ว่าแต่ละรูป แต่ละนามมีอายุยืนเท่าไหร่ ทุกอย่างมีอายุ ใน ๑ นาที รูปนามเกิดดับหลายร้อยหลายพันครั้ง และในระหว่างที่ดับไป รูปนามใหม่ก็เกิดขึ้นสืบต่อกันไป มีเกิดขึ้นเช่นนี้จนตาย

เมื่อเกิดปัญญาบารมีขึ้นมา เข้าใจสันตติตามความเป็นจริง เห็นสันตติขาด จะประหานรูปนามที่เคยรู้สึกว่าเป็นของเที่ยง คงทนถาวร ความรู้สึกนี้ถูกประหารลง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 พ.ย. 2547 , 00:06:34 น.] ( IP = 61.90.23.146 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อิริยาบถ ปิดบังไม่ให้เห็นทุกข์ เพราะไม่ได้กำหนดเวทนา เช่น เวทนาที่เกิดจากความเมื่อยปวด ในอิริยาบถเก่า ให้เห็นทุกขเวทนาก่อน คือ กำหนดก่อนว่าที่ต้องเปลี่ยนเพราะทุกขเวทนานั้นมาบีบคั้น เมื่อไม่ทราบเหตุแล้วเปลี่ยน จึงเป็นเครื่องปิดบังความทุกข์ จึงต้องคอยสังเกต ตามดูสำเนียกดู

การไม่ให้ทุกขเวทนาปรากฏแก่สติปัญญา ชื่อว่าอิริยาบถปิดบังทุกข์ คือ อิริยาบถเปลี่ยนไปโดยไม่ได้มีความเข้าใจ ผู้เปลี่ยนไม่มีความเข้าใจ ตัวรู้ไม่เกิดขึ้น ไม่กำหนดให้ทราบ ไม่ทราบตามความเป็นจริง ทุกขเวทนาจึงไม่ปรากฏแก่สติปัญญา

การไม่กำหนดให้ทราบเหตุผลว่าเปลี่ยนไปเพราะอะไร ก็ทำให้เกิดอภิชฌาและโทมนัส ยินดี(อภิชฌา)เกิดในอิริยาบถใหม่ โทมนัสเกิดกับอิริยาบถเก่า คือ พอเปลี่ยนอิริยาบถใหม่ ความยินดีก็เกิดขึ้นพร้อมเลย เพราะความยินดีเป็นเจตสิก เกิดพร้อมขณะนั้นเลยกับจิตที่รับรู้

อภิชฌา คือ โลภะ พอเปลี่ยนอิริยาบถปุ๊บสบาย ตรงนั้นยินดีแล้ว จิตยินดีตรงนั้นแล้ว เราไม่ต้องบอกตัวเองเลย ความยินดีมันเกิดขึ้น จำเพาะเจาะจงขึ้นพร้อมเลย เพราะความยินดีนั้นเป็นโลภะ เกิดพร้อมจิต ตั้งอยู่ที่เดียวกับจิต พอจิตรับรู้อารมณ์ทุกขเวทนา แต่สติปัญญาไม่รู้เพราะไม่เคยพิจารณา จิตรู้ทุกข์ แต่เราไม่รู้ทุกข์ เราไม่ได้กำหนด พอเปลี่ยนปุ๊บ รูปใหม่เกิดขึ้นปั๊บ อภิชฌาก็เกิดขึ้นพร้อมรูปนั้นทันทีเลย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 พ.ย. 2547 , 00:09:15 น.] ( IP = 61.90.23.146 : : )


  สลักธรรม 2

อภิชฌาที่เกิดกับรูปใหม่ เมื่อเวลาผ่านไป ๑, ๒, ๓, ๔, ….. นาที ความยินดีที่เกิดพร้อมในตอนแรก เบาบางตัวลง คือมันดับไปแล้ว ความโทมนัสเข้ามาแทนแล้ว เมื่อเกิดความโทมนัสมากเข้า มากเข้า ก็ต้องการเปลี่ยนอิริยาบถใหม่อีกแล้ว ไม่กำหนดอีก เปลี่ยนอีก อภิชฌาก็เข้ามาพร้อมอิริยาบถใหม่อีก หมุนเวียนกันไปเช่นนี้

ฉะนั้น อิริยาบถนี้ไม่สังเกตไม่ได้ ทั้งเก่าทั้งใหม่ มันเชื่อมต่อกัน เปลี่ยนอิริยาบถปุ๊บ โทมนัสดับ เปลี่ยนมาอิริยาบถใหม่ปั๊บ อภิชฌาเกิด ชีวิตของเราจึงมีแต่โลภะ โทสะ โลภะ โทสะ…เช่นนี้ โดยมีโมหะ ความโง่เป็นมูลอยู่ตลอด

เพราะฉะนั้น ถ้าไม่กำหนดโดยอุบายที่แยบคาย ก็คือถ้าไม่คอยสังเกต รอให้ทุกข์หนักขึ้นมา แล้วเปลี่ยนอิริยาบถ เราก็นึกว่ารูปที่ได้มาใหม่นั้นดี จริงๆ รูปไม่ดี เป็นที่ตั้งของทุกขเวทนา

ถ้าไม่มีโยนิโสมนสิการอันประกอบด้วยญาณสัมปยุตแล้ว ก็จะเกิดอภิชฌา,โทมนัสขึ้น คือ เพราะไม่กำหนดทุกข์เก่า และไม่กำหนดอิริยาบถใหม่

การรู้เหตุก่อนที่จะเปลี่ยนอิริยาบถว่าเป็นเพราะทุกข์บีบคั้น ก็ทำลายความเห็นผิดที่เกิดจากสุขวิปลาส คือ ความเห็นว่ารูปนามนี้เป็นสุขลงได้ (สุภสัญญา)

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [25 พ.ย. 2547 , 00:10:05 น.] ( IP = 61.90.23.146 : : )


  สลักธรรม 3

ฆนสัญญา ปิดบังอนัตตา ทำให้ไม่เห็นนามรูปตามความเป็นจริง บางคนว่าฆนสัญญาแปลว่า การประชุมกัน เป็นกลุ่มเป็นก้อน แต่ไม่เข้าใจว่าเป็นก้อนอย่างไร

จริงๆ ฆนสัญญา ปิดบังไม่ให้เห็นนามรูปตามความเป็นจริง คือ ทำให้เห็นสำคัญไปว่า เป็นสัตว์เป็นบุคคล เป็นตัวตนจริงๆ แท้จริง สัตว์ บุคคล คือ กองของรูป กองของเวทนา กองของสัญญา กองของสังขาร กองของวิญญาณ มาประชุมกัน ด้วยอำนาจของ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน กรรม อาหาร ผัสสะ ฆนสัญญา จึงเป็นการประชุมของกอง ๕ กอง ด้วยอำนาจของ ๖ อย่างนี้

ถ้าไม่มี อวิชชา ตัณหา อุปาทาน กรรม อาหาร ผัสสะ ความปรากฏเป็นกองของรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่ปรากฏด้วยความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นสัตว์ก็ไม่มี บุคคลจะไม่สามารถพิจารณาความจริงของรูปนามที่รวมกันได้เลย เพราะเป็นการประชุมกันเป็นแท่ง

โดย พี่เณร.. [25 พ.ย. 2547 , 00:13:13 น.] ( IP = 61.90.23.146 : : )


  สลักธรรม 4

เมื่อพิจารณาจนเห็นความเป็นจริง ว่าแท้จริงคือ การประชุมของรูปนาม ก็จะกระจายออกให้เห็นว่า สักแต่ว่าเป็น อายตนะ ธาตุ อินทรีย์…. ทราบเหตุ ทราบผล และเป็นผู้รู้เหตุปัจจัย ที่ทำให้รูปนามเกิด

พฤติกรรมของจิตที่มีปัญญาเข้าไปรู้เหตุ รู้ผล จะรู้เหตุปัจจัย ที่ทำให้นามรูปเกิด ก็จะทำลายความเห็นผิดที่ว่าเป็นคน สัตว์ ทำลายสักกายทิฏฐิ หรือที่เรียกว่า อัตตวิปลาสออกไปได้

แต่ถ้าไม่ศึกษา พิจารณานามรูปให้ตามความเป็นจริง คือตามเหตุผลแล้ว ก็จะกระจายหรือจำแนกไม่ออก จึงปรากฏความเป็นตัวตนขึ้นมา “ความรู้สึกที่ว่าเป็นคน สัตว์ บุคคล คนนั้นชื่อนั้นชื่อนี้ ความรู้สึกนี้แหละ เรียกว่า ฆนสัญญา”

โดย พี่เณร.. [25 พ.ย. 2547 , 00:14:11 น.] ( IP = 61.90.23.146 : : )


  สลักธรรม 5

ความรู้สึกว่าตัวคนเดียวเดิน นั่ง แท้ที่จริงที่เรามีชีวิตมานั่งอยู่ได้นี่ ก็เพราะมีอวิชชาจึงเกิด มีตัณหา กรรม ทำไมอยู่ได้...เพราะมีอาหาร ทำไมรู้อารมณ์ได้...เพราะมีผัสสะ และมีการประชุมของกองขันธ์ ๕ เราอุปโลกทั้งหมดนี้ ด้วยความไม่เข้าใจ ไม่สามารถแยกได้ ไม่รู้ จึงรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าเป็นตัวเรา เป็นเรา เป็นสัตว์ขึ้นมา

เช่น บอกว่า หมออุ๊ยืนขึ้น (ก็ยืนขึ้น) ตรงไหนหมอ-ไม่มี ตรงไหนอุ๊-ไม่มี ตรงไหนยืน – อาการทั้งหมด ตรงไหนขึ้น-ไม่มี เห็นไหมว่าเป็นคำแต่ละคำ เราเข้าใจว่าเป็นคนๆ นี้ยืนขึ้นจริง แท้ที่จริงที่เห็นนี่รูปยืน หมอไม่มี อุ๊ไม่มี ขึ้นไม่มี แต่เป็นการปรากฏของรูปธรรมในลักษณะนี้ให้แก่จักขุปสาท และมีจักขุวิญญาณเห็น เข้าใจเหตุ เข้าใจผล เข้าใจเหตุปัจจัยที่ทำให้เห็น


โดย พี่เณร.. [25 พ.ย. 2547 , 00:15:54 น.] ( IP = 61.90.23.146 : : )


  สลักธรรม 6

ฉะนั้น ความไม่รู้ในเหตุปัจจัยว่า เพราะมีแสงสว่าง มีรูปารมณ์ มีปสาทตาดี มีความตั้งใจ จึงเห็น และไม่เข้าใจว่านี่ขันธ์ ๕ มาประชุมกัน (คนที่ยืน) เพราะ มีจิตตชวาโยธาตุ ทั้งภายนอก-ภายใน หารู้ไม่ คิดว่าเป็นเราเห็น และเป็นเขายืน ความรู้สึกอย่างนี้ เรียกว่า ฆนสัญญา ทำให้เกิดความเห็นผิดในรูปนามอันเป็นอัตตทิฏฐิ เช่น บอกให้หมออุ๊ยืนขึ้น หมออุ๊ก็ยืนขึ้นมาเลย เช่นนี้อัตตทิฏฐิ

(ทุกคนมี แต่เราเรียนอภิธรรมแล้วเริ่มรู้ รู้สรีระ กระจายแล้ว พอปฏิบัติเราเห็น ค่อยๆเลิกอุปาทานได้ แต่ผู้ที่ไม่ได้เรียน ไม่รู้ ไม่เห็น จึงไม่เลิกอุปาทาน)

ความเข้าใจเช่นนี้ เป็นบันไดสู่สติปัฏฐาน ซึ่งเป็นทางพ้นทุกข์


โดย พี่เณร.. [25 พ.ย. 2547 , 00:17:15 น.] ( IP = 61.90.23.146 : : )


  สลักธรรม 7



เป็นการอธิบายถึงการเชื่อมต่อธรรมที่ปิดบังพระไตรลักษณ์และวิธีปฏิบัติเพื่อให้เห็นธรรมที่ปิดบังพระไตรลักษณ์ได้ชัดเจนมากค่ะ

จะเห็นว่าการศึกษาพระอภิธรรมมีความสำคัญมากค่ะ
หากไม่ได้ศึกษาแล้วอ่านก็ไม่เข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจแล้วก็ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้ค่ะ

...กราบอนุโมทนาค่ะ...

โดย น้องฟู [25 พ.ย. 2547 , 08:34:27 น.] ( IP = 202.47.247.130 : : 10.1.64.106 )


  สลักธรรม 8

อนุโมทนาค่ะ นับว่าเป็นความรู้อันประเสริฐอย่างยิ่งค่ะ

โดย น้องอุ๊ [25 พ.ย. 2547 , 12:09:08 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณมากค่ะ...สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [25 พ.ย. 2547 , 13:51:03 น.] ( IP = 202.183.175.220 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org