| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ถามธรรมะพี่ดอกแก้วหน่อยครับ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1สวัสดีค่ะคุณทับตะวัน นี่คงใกล้สอบแล้วซินะคะ คงอ่านหนังสือพร้อมติวกันใหญ่เลยนะคะ พี่ดอกแก้วขออนุโมทนาด้วยค่ะ ขอความเพียรจงเป็นไปด้วยความพร้อมทุกๆด้านนะคะ
ส่วนคำถามที่มีมานั้น ขอตอบสั้นๆนะคะคุณทับตะวัน
โทมนัสนิทเทส แสดงตามนัยที่ ๔
เย ธมฺมา แรกได้แก่ สุข ทุกข์ โสมนัส อุเบกขาเวทนา
เย ธมฺมา หลังได้แก่ โทมนัสสเวทนาค่ะ
โทมนัสสนิทเทส แสดงตามนัยที่ ๕
เย ธมฺมา แรกได้แก่ จิต ๘๙ โอฬาริกรูป ๑๒
เย ธมฺมา หลังได้แก่ เวทนา สัญญา สังขาร นิพพานค่ะ
โดย พี่ดอกแก้ว [26 พ.ย. 2547 , 09:39:47 น.] ( IP = 61.90.118.114 : : )
สลักธรรม 2ขอบพระคุณครับผม ใช่ครับใกล้สอบอีกแล้วครับ และเรื่องที่ต้องอ่านก็มีมากมายด้วยครับ ทำให้ฟุ้งซ่านพอประมาณครับ แต่ก็ยังดีนะครับที่ยังทำให้ใฝ่ใจในความดี คือการศึกษาอันจะนำไปสู่ความรู้จริงครับผม
ผมขอเรียนถามต่อนะครับว่าที่ว่า..อวิชชาเป็นปัจจัยช่วยอุปการะแก่อปุญญาภิสังขาร ที่เกิดขึ้นติดต่อกันกับตนโดยไม่มีระหว่างคั่นนั้น ได้อำนาจปัจจัยเท่าไรครับ คืออะไรบ้างครับพี่ดอกแก้ว ?
อีกคำถามนะครับ ที่ว่ากามุปาทาน เป็นปัจจัยช่วยอุปาการะแก่ ภัมมภวะที่ประกอบกับตนนั้น ได้อำนาจปัจจัยเท่าไรครับ คืออะไรบ้างครับ ?โดย ทับตะวัน [26 พ.ย. 2547 , 09:52:00 น.] ( IP = 61.90.118.114 : : )
สลักธรรม 3ยินดีด้วยจริงๆค่ะ ที่หันมาทุ่มเทเวลาที่เหลือจากการดำรงชีพแล้วนั้น ให้แก่การเรียนพระอภิธรรม เป็นทางเลือกที่ถูกต้องและประเสริฐจริงๆนะค่ะ
ตอบข้อที่ ๑. นะค่ะ
อวิชชาเป็นปัจจัยช่วยอุปการะแก่....อปุญญาภิสังขาร ที่เกิดขึ้นติดต่อกันกับตนโดยไม่มีระหว่างคั่นนั้น ได้อำนาจปัจจัย ๖ ค่ะ
คือ ๑. อนันตรปัจจัย ๒. สมนันตรปัจจัย ๓. อนันตรูปนิสสยปัจจัย ๔. อาเสวนปัจจัย ๕. นัตถิปัจจัย ๖. วิคตปัจจัย
ส่วนคำถามที่ ๒.นะคะ
กามุปาทาน เป็นปัจจัยช่วยอุปาการะแก่ กัมมภวะที่ประกอบกับตนนั้น ได้อำนาจปัจจัย ๗ ค่ะ
คือ..๑. เหตุปัจจัย ๒. สหชาตปัจจัย ๓. อัญญมัญญปัจจัย ๔. สหชาตนิสสยปัจจัย ๕. สัมปยุตตปัจจัย
๖. สหชาตัตถิปัจจัย ๗. สหชาตอวิคตปัจจัย
ตอบแล้วนะค่ะคุณทับตะวัน ว่าแต่จะจำได้หมดไหมค่ะ แต่ทุกอย่างอยู่ที่ความเพียร และจิตตั้งมั่นในการอ่านและจำนะค่ะ
โดย พี่ดอกแก้ว [26 พ.ย. 2547 , 10:02:25 น.] ( IP = 61.90.118.114 : : )
สลักธรรม 4ครับผมจะพยายามทำความเข้าใจประกอบไปกับการอ่านครับผม เพื่อจะได้เกิดประโยชน์ต่อตนเองมากๆครับผม
รบกวนพี่ดอกแก้วอีกสักหน่อยครับ คือว่า สหชาตรูปในสหชาตชาติ ทั่วไปทั้งหมดนั้น แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท แต่ผมไม่ทราบว่า ๒ ประเภทนั้น มีอะไรบ้างนะครับโดย ทับตะวัน [26 พ.ย. 2547 , 10:07:33 น.] ( IP = 61.90.118.114 : : )
สลักธรรม 5แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท
คือ
๑. จิตตชรูปที่เกิดในปวัตติกาลค่ะ
๒. กัมมชรูปที่เกิดในปฏิสนธิกาลค่ะ
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [26 พ.ย. 2547 , 10:10:09 น.] ( IP = 61.90.118.114 : : )
สลักธรรม 6ต้องขอขอบพระคุณพี่ดอกแก้วอย่างยิ่งครับผม และโอกาสต่อไป ผมคงต้องมารบกวนถามปัญหาต่อนะครับผม
โดย ทับตะวัน [26 พ.ย. 2547 , 10:13:31 น.] ( IP = 61.90.118.114 : : )
สลักธรรม 7
ยิ่งอ่านก็ยิ่งสนุก เป็นการเตรียมตัวสอบที่ไม่เบื่อเลย
ขอแจมถามพี่ดอกแก้วคนเก่งด้วยคนนะคะ
กรรมฐานมี่ตั้ง ๔๐ อย่าง
อยากทราบว่ากรรมฐานที่สำเร็จได้ถึงอัปปนาคือฌาน มีเท่าไร คืออะไรบ้างค่ะโดย พี่ดา [26 พ.ย. 2547 , 10:22:18 น.] ( IP = 61.90.68.170 : : )
สลักธรรม 8
ขอถามต่ออีกสัก ๒ คำถามนะคะ
คำว่า บริกรรม บริกรรมภาวนา อุปจาร อุปจารภาวนา อัปปนา อัปปนาภาวนา ต่างกันอย่างไรค่ะ และ
ผู้ที่มีราคจริต โทสจริต พุทธิจริต วิตกจริตเหล่านี้ อยากทราบว่า แต่ละคนจะเจริญกรรมฐานได้คนละเท่าไร คือกรรมฐานอะไรบ้างค่ะ
โดย พี่ดา [26 พ.ย. 2547 , 10:24:43 น.] ( IP = 61.90.68.170 : : )
สลักธรรม 9สวัสดีตอนเช้าๆของวันลอยกระทงค่ะพี่ดา ขยันกันจังเลย นึกว่าจะไปนั่งเย็บกระทงกันเสียอีก แต่ไหนได้มาตั้งคำถามธรรมะเสียนี่ ดีค่ะได้กุศล และค่ำๆจะได้นำกุศลเหล่านี้ไปบูชาพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าไงค่ะพี่ดา
กรรมฐานที่สำเร็จได้ถึงอัปปนา
คือฌาน มี ๓๐ อย่าง ค่ะพี่ดาคือ
กรรมฐานที่ทำให้สำเร็จถึงอัปปนา คือ ฌาน มี ๓๐ คือ กสิณ ๑๐ อสุภะ ๑๐ กายคตาสติ ๑ อานาปานัสสติ ๑ อัปปมัญญา ๔ อรูปกรรมฐาน ๔ ค่ะพี่ดา
โดย พี่ดอกแก้ว [26 พ.ย. 2547 , 10:31:01 น.] ( IP = 61.90.118.114 : : )
สลักธรรม 10นั้นตอบต่อเลยนะค่ะ ในเรื่องที่ถามมาค่ะ
คำว่า บริกรรม บริกรรมภาวนา อุปจาร อุปจารภาวนา อัปปนา อัปปนาภาวนา ต่างกันอย่างไร นั้น ต่างกันอย่างนี้นะคะพี่ดา
บริกรรม หมายความว่า มหากุศล มหากิริยาที่เกิดขึ้นก่อน ๆ นับตั้งแต่ได้เริ่มต้นเจริญสมถกรรมฐานใหม่ ๆ ตลอดมา จนถึงจดขอบเขตแห่งอุคคหนิมิตนั้น ชื่อว่า บริกรรม
บริกรรมภาวนา หมายความว่า วิถีจิตที่จัดแจงปรุงแต่ง อัปปนา หรือวิถีจิตที่เป็นเหตุแห่งการเจริญกรรมฐานเบื้องต้นนี้ พระโยคีบุคคลควรกระทำให้เกิดขึ้นติดต่อกันอยู่เรื่อย ๆ และทวีมากยิ่งขึ้นไปเป็นลำดับ ฉะนั้นวิถีจิตนั้น ชื่อว่าบริกรรมภาวนา
อุปจาร หมายความว่า มหากุศล มหากิริยา ที่เกิดขึ้นใกล้กันกับอัปปนาฌาน ชื่อว่า อุปจาร
อุปจารภาวนา หมายความว่า วิถีจิตที่ชื่อว่า อุปจาระนี้แหละ พระโยคีบุคคลควรกระทำให้เกิดขึ้นเรื่อย ๆ โดยให้ทวีมากยิ่งขึ้นไป ฉะนั้นวิถีจิตนั้น ชื่อว่าอุปจารภาวนา
อัปปนา หมายความว่า เป็นชื่อของวิตกโดยตรง
ส่วนมหัคคตจิต โลกุตตรจิต เจตสิก....... ที่เรียกว่า อัปปนา นั้น ..เป็นการเรียกโดยอ้อม.. ตามนัยอวยวูปจารนัย
หมายความว่า ยกชื่อของวิตกขึ้นมา ตั้งไว้ในธรรมที่ประกอบกับวิตก อัปปนาภาวนา หมายความว่า ธรรมชาติที่เป็นอัปปนาด้วย เป็นการกระทำที่ถึงแล้วซึ่งความเจริญด้วยนะคะพี่ดา.โดย พี่ดอกแก้ว [26 พ.ย. 2547 , 10:37:38 น.] ( IP = 61.90.118.114 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |