มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


จะเอาเงินทองซื้อความบริสุทธิ์แห่งจิตได้อย่างไร





จะเอาเงินทองซื้อความบริสุทธิ์แห่งจิตได้อย่างไร



เศรษฐกิจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ นอกจากการทำงานและหาเลี้ยงชีพ เรายังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย แต่เศรษฐกิจแบบเงินตราและระบบทุนนิยมทำให้ทั้งหมดนี้เปลี่ยนแปลงไป ชีวิตที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเงินตราและการซื้อการขายวันแล้ววันเล่า ทำให้เงินคืบคลานเข้ามามีอิทธิพลในส่วนอื่นๆ ของชีวิตด้วย ความสัมพันธ์แบบซื้อ-ขายมิได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในชีวิตเท่านั้น แต่เข้ามาครอบงำความสัมพันธ์แบบอื่นๆ ด้วยเช่นความสัมพันธ์ในฐานะครู-ศิษย์ หมอ-คนไข้ จนกลายเป็นความสัมพันธ์แบบซื้อ-ขายโดยมีเงินเป็นสื่อกลาง




เงินไม่เพียงแต่จะเป็นผลที่คาดหวังได้จากการทำงานเท่านั้น หากยังกลายเป็นเป้าหมายของกิจกรรมทุกอย่างในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การเลี้ยงดูลูก การคบหาผู้คน ล้วนมีเงินเป็นเป้าหมายหรือเป็นเกณฑ์วัดความสำเร็จ เงินไม่ใช่เป็นเพียงสื่อกลางในการซื้อขายอีกต่อไป หากยังกลายเป็นสื่อกลางในความสัมพันธ์กับทุกคนและทุกสิ่ง จะเกี่ยวข้องกับใคร หรืออยากได้อะไร ก็ใช้เงินเป็นหลักยิ่งกว่าที่จะเพียรพยายามด้วยตัวเอง ผลก็คือพ่อแม่ “ซื้อ” ความรักจากลูกด้วยการหาของมาปรนเปรอแทนที่จะให้เวลากับลูก อยากมีสุขภาพดีก็หาซื้อยาหรือหมั่นไปให้หมอตรวจ แทนที่จะดูแลรักษาตัวเองสม่ำเสมอ สิ่งต่างๆ ไม่ว่ารูปธรรมหรือนามธรรมจึงกลายเป็นเพียงสินค้าหรือสิ่งเสพที่เงินสามารถซื้อได้ โลกทัศน์และพฤติกรรมบางอย่างได้กลายมาเป็นพื้นฐานของวัฒนธรรมบริโภคนิยม


โดย tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 ธ.ค. 2547 , 12:47:33 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ภายใต้อิทธิพลของวัฒนธรรมบริโภคนิยม วงการพุทธศาสนาไม่เว้นแม้แต่วัดเป็นอันมากได้ถูกแปรสภาพกลายเป็น “ตลาด” ในอีกรูปลักษณ์หนึ่งไป สิ่งที่นำมาซื้อขายกันก็ไม่ได้มีแต่เครื่องรางของขลังเท่านั้น แม้แต่บุญกุศลและพิธีกรรมก็กลายเป็นสินค้าอีกแบบหนึ่งซึ่งต้องใช้เงินซื้อหา คนที่ปรารถนาจะได้บุญไม่จำเป็นต้องทำความดีอีกต่อไป เพียงแต่จ่ายเงินเท่านั้น และแน่นอนว่าถวายเงินมากเท่าไร ก็เชื่อว่าบุญจะเพิ่มพูนมากเท่านั้น ส่วนพิธีกรรมก็กลายเป็นบริการที่มักมีราคากำหนดไว้ (แม้อาจไม่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร) ทั้งบุญกุศลและพิธีกรรมแม้จะไม่มีผลเป็นรูปธรรมเด่นชัด แต่ผู้คนก็ซื้อหาเพราะปรารถนาความมั่งคั่งร่ำรวย



การเข้าหาพุทธศาสนาด้วยท่าทีแบบบริโภคนิยมนี้ บางครั้งอาจไม่ได้ทำไปด้วยความมุ่งหมายในทางวัตถุหรือเงินตรา หลายคนต้องการความสงบ อยากเจริญสติหรือสมาธิ หรือต้องการประสบการณ์ทางจิตเหนือสามัญ เช่น เห็นดวงแก้ว เห็นนิมิต ท่องนรกเที่ยวสวรรค์ แต่ก็มองสภาวะเหล่านั้นไม่ต่างจากสินค้า คือเชื่อว่าเงินจะช่วยให้ได้ประสบสิ่งนั้นเร็วเข้า ไม่ได้มองว่าประสบการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ต้องลงทุนด้วยความเพียรพยายาม หากประสงค์เพียงแค่อยากบริโภคประสบการณ์ (ไม่ต่างจากนักทัศนาจรที่อยากเที่ยวป่า โดยพร้อมจะทุ่มทุนแต่ไม่ยอมลงจากรถแอร์เพื่อเดินสัมผัสธรรมชาติ) “นักปฏิบัติธรรม” เหล่านี้ยอมเสียเงินแต่ไม่ยอมทิ้งความสะดวกสบาย และอยากจะเห็นผลเร็วๆ เหมือนชงกาแฟสำเร็จรูป


โดย tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 ธ.ค. 2547 , 12:52:56 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 2


การที่ผู้คนเข้าหาพุทธศาสนาเยี่ยงผู้บริโภคก็ดี การที่วัดและพระเป็นฝ่ายเข้าหาเศรษฐกิจแบบเงินตรา โดยการนำศาสนสมบัติไปสร้างผลประโยชน์ก็ดี ล้วนมีผลทำให้วัด หรือพระเป็นอันมากพากันปรับเปลี่ยนตนเองเป็นผู้ขายบริการ จนกระทั่งพุทธศาสนาในเมืองไทย มีแนวโน้มที่จะกลมกลืนไปกับลัทธิบริโภคนิยมไปมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีลักษณะสำคัญดังนี้
๑.เน้นเพื่ออวด มุ่งสนองความต้องการทางวัตถุ เช่น ทำมาค้าขึ้น ถูกหวย ร่ำรวย การอวยพรปลุกเสกให้ “บ้านนี้อยู่แล้วรวย” กลายเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าการอวยพรให้อยู่เย็นเป็นสุข การสอนให้ผู้คนลดละกิเลสหรือความเห็นแก่ตัวจะถูกมองข้าม



๒.ใช้เงินเป็นตัวเบิกทาง บุญกุศล วัตถุมงคล ถูกทำให้กลายเป็นสินค้า ซึ่งสามารถหามาได้ด้วยการใช้เงินซื้อ โดยไม่ต้องทำความดีหรือเพียรพยายาม แม้กระทั่งสมาธิ สติ ฌาน ก็กลายเป็นสิ่งที่ไม่ต้องลงแรงเท่าไรเพราะโฆษณาว่าเงินและเทคโนโลยีสามารถช่วยให้เข้าถึงได้ และยิ่งจ่ายเงินไปมากเท่าไร ก็เชื่อว่าจะได้บุญหรืออานิสงส์มากเท่านั้น หลักกรรมหรือการพึ่งความเพียรของตนเองถูกลบเลือนหายไป


โดย tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 ธ.ค. 2547 , 12:54:28 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 3


๓.เอามาใช้รวดเร็วทันใจ เนื่องจากบุญกุศล อิทธิฤทธิ์และความสามารถพิเศษทางจิต เป็นเรื่องที่ไม่ต้องใช้ความวิริยอุตสาหะ เพียงแต่ใช้เงินเป็นใบเบิกทางเท่านั้น กระบวนการจึงใช้เวลาไม่นาน ทำให้เกิดผลทางใจอย่างรวดเร็ว (เช่นเกิดความสบายใจ) แต่ให้ผลได้ไม่นาน นอกจากนั้น พิธีกรรมต่างๆ ก็จะถูกทอนให้สั้นลง (เช่นพิธีศพ) ขณะเดียวกันก็มีบริการและอุปกรณ์สำเร็จรูปซึ่งเอื้อให้ทำพิธีกรรมได้สะดวกรวดเร็วขึ้น เช่น ถังสังฆทาน อาหารบิณฑบาต บุคคลไม่ต้องเสียเวลาจัดเตรียมสิ่งของ เพียงแต่มามีเงินติดตัวมา ก็สามารถทำพิธีกรรมได้เลย



๔.กระตุ้นความต้องการที่จะ แสวงหาเสพ เช่นทำให้เกิดความอยากที่จะมีประสบการณ์การบวชอย่างน้อยก็ครั้งหนึ่งในชีวิต นอกจากนั้น ยังพยายามสร้างความต้องการให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยการซอยความสำเร็จออกเป็นหลายขั้น เช่น ชักชวนให้เกิดความต้องการอยากเห็นสวรรค์ชั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ หรือเห็นนิมิตลำดับสูงขึ้น หาไม่ก็จำแนกแตกบุญออกเป็นหลายชนิดดังผลิตภัณฑ์ที่ต้องทำให้หลากหลายไม่จำเจ โดยพรรณนาอานิสงส์ของบุญไว้ต่างๆ กัน เพื่อดึงดูดคนให้ทำบุญหลายๆ แบบ ขณะเดียวกันก็มีการใช้เทคนิคการตลาด (เช่นมี “เซลส์แมน” ผู้นำบุญ) เพื่อกระตุ้นให้อยากทำบุญมากๆ ดังเห็นได้ชัดจากวิธีการของวัดดัง


โดย tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 ธ.ค. 2547 , 13:02:32 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 4


๕.ลักษณะสนองความอยากของบุคคล คือสนองความต้องการของปัจเจกบุคคล โดยมุ่งเฉพาะตัวเอง ไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือสังคมส่วนรวม เช่น การอวยพรหรือให้วัตถุมงคล เพื่อให้บุคคลประสบความสำเร็จโดยไม่คำนึงว่า ความสำเร็จนั้นหากบังเกิดขึ้นจริงจะมีผลเสียต่อผู้อื่นหรือส่วนรวมเพียงใดบ้าง หรือการทำวัตถุมงคล “ดูดทรัพย์” เพื่อให้ตนร่ำรวย โดยไม่สนใจว่าทรัพย์ที่ถูกดูดนั้นจะมาจากกระเป๋าของใคร
การที่พุทธศาสนาในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงลักษณะ ไปตามวัฒนธรรมบริโภคนิยมมากขึ้นทุกที มองในแง่หนึ่งก็เรียกได้ว่า บริโภคนิยมแฝงมาอยู่ในร่างของพุทธศาสนา พุทธศาสนากลายเป็นเครื่องมือส่งเสริมโลกทัศน์และพฤติกรรมแบบบริโภคนิยม แม้รูปลักษณ์ที่ปรากฏจะยังเป็นพุทธอยู่ แต่เนื้อหาสาระหาได้เป็นไปเพื่อการหลุดพ้นจากความทุกข์ หรือเป็นอิสระจากความติดยึดไม่
มาถึงตรงนี้แล้วเรายังมองไม่เห็น หรือว่าภัยที่น่ากลัวที่สุดของพุทธศาสนาคือบริโภคนิยม เพราะคิดผิดคิดแลกเงินกับความบริสุทธิ์แห่งจิต
จิตจะบริสุทธิ์ได้ต้องคลายความยึดมั่นถือมั่น เงินเป็นส่วนประกอบเพื่อให้เกิดความสุข
สะดวกสบาย มิฉะนั้นคงไม่มีให้เห็นว่า เศรษฐีมีทุกข์ใจ
ผู้มีปัญญาเป็นผู้สามารถนำทรัพย์นี้ให้เกิดแก่ตนและรู้ว่านำทรัพย์นี้ไปสู่ความดี
และความบริสุทธิ์แห่งจิตในอนาคตกาลได้



โดย tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [2 ธ.ค. 2547 , 13:14:09 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 5

อืม..ลัทธิบริโภคนิยม ..ที่อันตรายไปหลายภพหลายชาติ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ธ.ค. 2547 , 17:35:34 น.] ( IP = 202.183.161.166 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org