มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว




พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา โดยทรงมีพระราชดำรัสแก่คณะผู้เข้าเฝ้าฯ ความว่า

ขอขอบใจท่านทั้งหลายที่มาในวันนี้ และขอบใจนายกฯ ที่ได้กล่าวคำอวยพร ทั้งได้สรุปการที่ได้กระทำในระยะ 50 กว่าปี ซึ่งต้องขอขอบใจที่ไม่ต้องเล่าให้ท่านฟังว่ามาทำอะไร ว่าท่านได้สรุปอย่างดี

อีกอย่างหนึ่งที่ท่านไม่ได้พูด ที่ฟังวงดนตรีดุริยางค์กองทัพเรือได้บรรเลงสรรเสริญพระบารมีนั้น ท่านไม่ได้พูดถึง ความจริงดนตรีของกองทัพเรือนี้ได้ฟันฝ่าอุปสรรคมามาก

โดย ข่าว ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ธ.ค. 2547 , 01:12:31 น.] ( IP = 202.183.167.119 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

จำได้ว่าเมื่อ 40 กว่าปี เกือบ 50 ปี ได้มีการแสดงดนตรีทุกวันพุธ ที่พระที่นั่งอัมพร และมีพวกดนตรีต่างๆ ใหญ่ๆ ได้เล่น เราไปฟัง ทนไม่ไหว คือว่ามีอะไรที่ขัดหูอยู่เรื่อย ก็เลยลุกขึ้นไปบอกกับผู้ที่อำนวยการ อำนวยเพลงว่า ได้เทียบเสียงหรือเปล่า

ท่านผู้อำนวยเพลงก็บอกว่าเทียบเสียงแล้ว เราขอให้เทียบอีก เขาก็เทียบได้ เทียบได้ดี ฟังดูไม่ขัดหู ก็ให้เล่นอีก เล่นไปเล่นมา เอ๊ะมันขัดหูอีก ก็เลยลุกขึ้น ไปเดินในหมู่ให้เขาเล่นไป เล่นไป ไปเจอซอยักษ์ที่อยู่ ซอยักษ์นั่นเล่นไปมันเพี้ยน แล้วไม่ทราบทำไมมันเพี้ยนอย่างนั้นได้

เลยคิดดูว่ามันเพี้ยนเพราะเล่นบันไดเสียงไทย มิได้เล่นบันไดเสียงสากล ก็เลยพยายามให้เขาเทียบเสียงให้ดีที่สุด ก็ดีขึ้น เพราะว่าการเทียบเสียงนั้นมันยาก ยากที่ต้องเทียบหูด้วย เพราะเทียบหูแบบไทย เพราะว่าผู้ที่เล่นดนตรีในวงของทุกๆ วงเวลานั้น เวลามีเวลาว่าง ก็ต้องไปเล่น เล่นโดยมากก็เป็นวงเล็กๆ เขาก็เล่นรำวง

เล่นรำวงนั้นต้องเทียบเสียงแบบบันไดเสียงไทย เขาก็เคยชิน เขาก็มาเล่นเพลงสากลด้วยบันไดเสียงไทย เลยขัดหู ถ้าเล่นด้วยบันไดเสียงไทยล้วนก็ยังไม่เป็นไร

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ธ.ค. 2547 , 01:14:40 น.] ( IP = 202.183.167.119 : : )


  สลักธรรม 2

แต่บางคนก็เล่นแบบบันไดเสียงสากล บางคนก็แบบไทย อันนี้ก็เลยบอกว่าพยายามเวลามาเล่นเพลงสากล ขอให้ลืมรำวง เขาทำได้ดีขึ้นทุกที เล่นรำวงก็เลยมาเล่นเพลงสากล แล้วก็เล่นรำวงก็ลดลงไป มาทีหลังนี้ในวงที่เราเล่น พวกเพื่อนๆ เล่น เขาก็เล่นไป เล่นรำวงเหมือนกัน ก็เลยบอกว่าถ้าเล่นรำวงก็ขอให้เล่นรำวงที่ถูกต้อง ที่เป็นบันไดเสียงไทย ไม่สำเร็จ เขาเล่นรำวงด้วยบันไดเสียงสากล แล้วก็รำวงนั้นก็เพี้ยนผิด

มาถึงเมื่อเดือนที่แล้ว มีนักดนตรีมาจากอเมริกา เป็นดนตรีที่เขาเล่นแบบที่เรียกว่าดุโอลิน ดุโอลินเป็นเมืองในดุสิยานา ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเพลงแจ๊ส ก็มา เราก็เล่นกับเขา เล่นๆ ไป เราก็ต้องเล่นมีเพลง มีการเล่นเป็นสำเนียงรำวงหน่อย

เราถามเขารู้ไหมว่าเล่นรำวง เขาบอกเขารู้ เขาบอกหูเขาดี เขารู้ว่าเป็นเพลงรำวง เขาไม่รู้จักรำวง แต่เขาบอกว่า

เมื่อเขาไปญี่ปุ่น เขาก็ไปเล่นเพลงแจ๊สแบบญี่ปุ่น ญี่ปุ่นนั้นเขามีนักดนตรีที่เก่งสำหรับแจ๊ส แต่ว่าเราก็อดไม่ได้ที่ฟังเขา เขาเล่นสเกลค่อนข้างจะญี่ปุ่น ก็เลยบอกว่านี่แหละไทย พวกคนไทยเล่นเพลงแจ๊ส ก็เป็นเพลงแบบไทย แบบบันไดเสียงไทย เขาก็สนใจ

ตอนนี้เขากลับไป กลับบ้านแล้ว เข้าใจว่าเขาจะไปศึกษาแจ๊สแบบรำวง แจ๊สแบบไทย คราวหน้าเขาบอกว่าเขาจะเล่นเพลงแจ๊สแบบดุโอลินบางกอก คือถ้าเขาเล่นอย่างนั้น เราก็ภูมิใจได้ว่า ทำให้เขาฟังเพลงไทยเป็น แต่เขาเก่ง พวกนี้หูเขาดี เขาเล่นด้วยหู เขาไม่ได้เล่นด้วยตา เขาไม่ได้อ่านโน้ต เขาเล่นด้วยหู ขนาดเราไปเล่นกับเขา เราก็ต้องเล่นด้วยหู ไม่ได้เล่นด้วยตา ดูแล้วสนุกดี

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ธ.ค. 2547 , 01:17:08 น.] ( IP = 202.183.167.119 : : )


  สลักธรรม 3

พูดถึงเรื่องการปฏิบัติเกี่ยวข้องกับศิลปะ คือแจ๊สก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง คนเขาไม่เห็นว่าแจ๊ส คือโดยเฉพาะแจ๊สแบบดุโอลินนี่เป็นศิลปะ แต่เราก็เรียกได้ว่าเป็นศิลปะ เพราะว่าดนตรีนี่เป็นประวัติศาสตร์ของชาติบ้านเมือง

ชาติบ้านเมืองใดมีดนตรี มีสำเนียงดนตรี เพลงดนตรี เครื่องดนตรีที่เป็นของตนเอง นั่นแหละน่าชื่นใจ อย่างของไทยเรา เรามีเครื่องดนตรีของเรา ซึ่งคล้ายกับของจีนบ้าง คล้ายของอินเดียบ้าง คล้ายของฝรั่งบ้าง แต่ว่าเป็นเพลงและเป็นเครื่องดนตรีไทยแท้ๆ ซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติของชาติบ้านเมือง

อย่างเดียวกับเราพูดภาษาไทย เป็นภาษาไทย ไม่ได้เป็นฝรั่ง ไม่ใช่ภาษาต่างประเทศ แต่ว่าเดี๋ยวนี้เราใช้ภาษาต่างประเทศมาก ไม่ใช่แซมมานำหน้ามากมาย จนกระทั่งบางทีฟังแล้วไม่รู้เรื่อง แต่ว่าถ้าใช้ภาษาต่างประเทศมาก็ควรจะแปลให้ด้วย ถ้าเราพูดภาษาไทยแบบใช้คำภาษาฝรั่ง ก็ต้องให้แปล เพราะเราโง่ ไม่เข้าใจจริง แต่นานๆ ไปก็เข้าใจ

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ธ.ค. 2547 , 01:18:10 น.] ( IP = 202.183.167.119 : : )


  สลักธรรม 4

เดี๋ยวนี้การปกครองก็ใช้แต่คำต่างประเทศ ท่านก็เป็นซีอีโอ ถ้าความจำเวลานี้อายุมากขึ้น ความจำมันลดลงไป ซีอีโอมาจากอะไร เลยไม่รู้ว่าท่านจะปกครองอย่างไร แต่เดี๋ยวนี้ชักเคยชินว่าท่านปกครองแบบซีอีโอ

แต่ว่าวันนั้นที่ซีอีโอมาท่านรองนายกฯ ก็มา มาถามว่าพระเจ้าอยู่หัวเป็นอะไร ท่านก็บอกว่าเป็นซีอีโอ โอ้ เราก็ต้องเข้าใจซิว่าเราเป็นซีอีโอ ก็เลยเข้าใจว่าเราเป็นนายใหญ่คนหนึ่ง ก็ต้องคัดค้านว่าไม่ใช่ เราไม่ได้เป็นนายใหญ่ รัฐธรรมนูญมันบอกว่า พระมหากษัตริย์ไม่เป็นนายใหญ่ เป็นมหาใหญ่โต กษัตริย์นักรบใหญ่โต แต่ก็ไม่ได้เป็น เป็นจอมทัพ ไม่ได้เป็นมหากษัตริย์ เป็นซีอีโอ ซีอีโอของกองทัพ

เราก็เข้าใจไปเลยเถิดไปเรื่อยๆ อย่างนี้ ซึ่งต้องขอโทษ ต้องล้อท่านรองนายกฯ ว่า ท่านก็เป็นซีอีโอใหญ่ ใหญ่ที่สุด ก็เลยต้องรับผิดชอบหมด

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ธ.ค. 2547 , 01:19:46 น.] ( IP = 202.183.167.119 : : )


  สลักธรรม 5

ลงท้ายฟังไปฟังมาตอนนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดซีอีโอมาบอกว่า การทำงานทำการเป็นอย่างไร ซีอีโอเขาบอกสบายมาก ถ้ามีอะไรก็ให้ปลัดจังหวัด ปลัดจังหวัดเป็นผู้สั่งการ ท่านนายกฯ ว่าอย่างนั้น ก็เลยงงเหมือนกันว่า ซีอีโอดีเหมือนกัน

ถ้าเราเป็นซีอีโอ เราก็โยนให้ท่านรองนายกฯ ท่านรองนายกฯ ทำอะไร คนก็ว่าท่านรองนายกฯ ซึ่งเดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็ว่าท่านรองนายกฯ แต่เวลาฟังข่าว ท่านรองนายกฯ ทำไอ้โน้นไอ้นี่ เสร็จแล้วรองนายกฯ ไหน พูดตำแหน่งก่อน เสร็จแล้วถึงอ๋อ ท่านรองนายกฯ พล.อ.ชวลิต

ตอนแรกเวลาท่านรองนายกฯ รองนายกฯ ข้างหลังตกใจแล้วสั่นสะท้านว่าจะไปว่าใคร แท้จริงเราพูดถึงรองนายกฯ ชวลิต ถ้าเป็นรองนายกฯ อื่นๆ ก็สบายใจขึ้น แต่เดี๋ยวนี้รองนายกฯ มีมาก เมื่อมีมากก็ลงท้ายรับผิดชอบแจกจ่ายกัน

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ธ.ค. 2547 , 01:21:26 น.] ( IP = 202.183.167.119 : : )


  สลักธรรม 6

ฟังข่าวเขาบอกว่ารองนายกฯ นั้นๆ ทำ เดี๋ยวนี้ก็ฟังข่าว ฟังวิทยุ มีรายการอันเดียวที่จะต้องฟังคือ นายกฯ พูดกับประชาชน คุยกับประชาชน คุยๆ เขาบอกว่าคุย 1 ชั่วโมง

เราได้ยินก็โอ้ นายกฯ มาแล้วเราต้องฟัง ฟังไปฟังมาเราหลับ หลับไปหลับมาเลยต้องมาคอยตอนบ่ายโมงถึงบ่ายสองโมงได้อีกชั่วโมง

อันนี้ฟังไปฟังมา วันนี้ได้ความรู้ เพราะว่าท่านบอกว่า ท่านไม่อ่านหนังสือมากนัก หนังสือดี ต้องอ่านหนังสือ เพื่อที่จะให้มีความรู้ แต่ท่านบอกว่าทฤษฎีต้องไปพบกับคน คุยกับคนได้ความรู้ ก็จริง

เราฟังเวลาท่านนายกฯ มา เราก็ฟังนายกฯ ก็ได้ความรู้เยอะ วันนี้ก็ได้ความรู้ว่าท่านฟังคนที่มา ได้ความรู้ในการปฏิบัติงาน ฉะนั้นเวลาท่านนายกฯ มาก็ดีใจ ท่านพูดมาก ท่านก็พูด เล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ เราก็ได้ความรู้

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ธ.ค. 2547 , 01:22:36 น.] ( IP = 202.183.167.119 : : )


  สลักธรรม 7

ที่เห็นด้วยว่าถ้าเราฟังคนที่มีความรู้แล้ว เราก็ได้ความรู้ ไม่ใช่ความรู้ที่จะมาสอนคนโน้นคนนี้ได้ แต่ได้ความรู้ที่จะปฏิบัติได้ เมื่อปฏิบัติอย่างนี้ เราก็ดี เราก็สามารถที่จะปฏิบัติงาน

ถ้าฟังจากคนที่เก่ง ก็ฟัง ท่านก็พูดอะไรต่างๆ พูดไปเรื่อย เราก็ได้ความรู้ ไม่ต้องอ่านหนังสือ ถ้าฟังคนที่มีความรู้แล้วมาย่อย ท่านก็บอกว่าฟังคนที่มีความรู้ ทำให้สามารถปฏิบัติงาน สามารถทำอะไรต่ออะไรได้ ซึ่งเห็นเป็นความจริง

ถ้าเราฟังคนแล้วก็ฟังจริงๆ แต่ต้องมาพิจารณา อันนี้เป็นข้อสำคัญ ถ้าฟังคนโน้นคนนี้ คนไหนที่มาจากอเมริกาใต้ เขามาพูดใหญ่ว่าต้องปฏิบัติอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่เห็นด้วยกับท่าน เราก็ต้องคิดทำไมไม่เห็นด้วย

บางทีคนที่มีชื่อเสียง เราฟังไม่เข้าเรื่อง ไม่ได้มีประโยชน์ แต่ประโยชน์มีเยอะว่า ท่านเก่งที่ทำให้คนเชื่อ ถ้าคนมาแล้วเราฟังก็เชื่อตามไปหมดไม่ดี เพราะว่าไม่ได้พิจารณา ต้องพิจารณาว่าที่ท่านพูดนั้นถูกต้องหรือไม่ ถ้าพูดถูกต้อง ปฏิบัติได้เราก็ดี เราก็ได้ประโยชน์ ส่วนรวมก็ได้ประโยชน์ เพราะว่าเราเอาความรู้ที่ท่านพูดไปปฏิบัติต่อ

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ธ.ค. 2547 , 01:24:05 น.] ( IP = 202.183.167.119 : : )


  สลักธรรม 8

ฉะนั้นที่ฟังนายกฯ พูดกับประชาชน เราก็ฟังท่านว่าท่านพูด หลายอย่างที่ท่านพูด แล้วพูดถึงว่าเด็กๆ ต้องฟัง เด็กๆ ต้องเรียน ถ้าเรียนประเทศชาติจะดี เดี๋ยวนี้เขาว่าเด็กๆ ไม่เรียน เด็กๆ แม้จะถึงขั้นมหาวิทยาลัย ใช้คำว่าไม่ได้ความ เมื่อไม่ได้ความ อนาคตของชาติอยู่ไหน คือเด็กไม่ฟัง หรือฟัง ฟังแต่ฟังไม่เข้าใจ ถ้าฟังไม่เข้าใจแทนที่จะปฏิบัติสร้างสรรค์ต่อไป ก็ไปเข้าดิสโก้เธค ไปฟังเพลง ความจริงก็ไม่ใช่เพลงอะไรที่เป็นเพลงที่ไม่ได้เรื่อง ทำให้หูเสีย หูเสียไม่ใช่คนที่ฟังหูสูง หูต่ำ แต่หูไม่ได้ยิน หูตึง คนที่ไปฟังเพลงในดิสโก้เธคหูตึง ท่านนั้น ถ้าใครเป็นหมอที่นี้ หมอหู ไปตรวจเขายืนยันว่าเด็กสมัยนี้ ถ้าไปตรวจหู หูเสียมากกว่าเด็กสมัยก่อนนี้ แม้จะเด็กสมัยท่านนายกฯ หูตึงกว่าเด็กสมัยพระเจ้าอยู่หัว นี่เรา 76 ปี 364 วัน เกือบจะ 77 แล้ว 77 เล่นกับนักดนตรีดุโอลิน นักดนตรีดุโอลินคนที่แก่ที่สุดเขา 66 แล้วก็หูตึง คนนั้นเขาหูตึง เลยฟังไม่ค่อยได้ ต้องเข้าไปใกล้ ไปคุยกับเขา

เวลาไปบอกยูนะอายุ 66 ไอนะอายุ 77 นะ เขาก็บอกโหๆๆ ฟังรู้เรื่อง เขาฟังเราไม่รู้เรื่องเพราะหูตึง ทีนี้รัฐมนตรีก็หูตึง ยิ้มหมายความว่าได้ยินที่พูด เพราะคนที่หูตึงเวลานินทาท่านได้ยิน แต่นี่เป็นยังไงไม่ทราบ คนที่เป็นผู้ใหญ่เวลาพูดอะไร เรื่องอะไรไม่ได้ยิน แต่ว่าเวลานินทาท่าน ท่านได้ยิน ได้ยินไปถึงโน้น รัฐมนตรีข้างหลังหูตึงๆ ว่ารับสั่งว่าอะไร ยิ้ม รู้ว่าพูดอะไร ก็แปลก แต่นักดนตรีเขาหูตึง เขา 66 ยังเด็ก เด็กกว่าเรา เราหูดีกว่า

แต่ว่าข้อสำคัญ คนที่เด็กๆ อายุ 15-16 ให้แพทย์ไปไม่ต้องเรียกเงิน 30 บาท ไปหาคนอายุ 15-16 ให้มาตรวจหู หูตึงทั้งนั้น เราไปเมื่อไม่กี่เดือนได้ให้เขาตรวจตา ตรวจหู ตรวจอะไรต่างๆ บอกดีมาก ตรวจหัวใจ ดีมาก ดีมากทั้งนั้น แพทย์ก็มาจากเมืองนอก ดีมาก ก็เลยสบายใจว่าเราสุขภาพดี แต่แท้จริงเราก็ยังหูชักตึงเหมือนกัน แต่ว่าไม่ตึงเท่ากับเด็ก ถึงอยากให้มีโครงการ ดูเหมือนจะมีกระทรวงสาธารณสุข เป็นห่วงสุขภาพของเด็ก ก็น่าจะลองไปตรวจว่าหูของเด็ก ของเราเด็กอายุ 40 ก็เด็ก ลองดูคนที่อายุ 40 เป็นอย่างไร

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ธ.ค. 2547 , 01:30:02 น.] ( IP = 202.183.167.119 : : )


  สลักธรรม 9

แต่ว่าที่เป็นห่วงที่สุดอายุต่ำกว่า 20 ซึ่งไม่ควรจะตึง ตึงมาก ถ้าหากว่านายกฯ อยากจะให้เรียกว่าเด็ก ถ้าเขาบอก 20 เขาไม่เด็กแล้ว เป็นผู้ใหญ่แล้ว ไปเอา 15 ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเป็นเด็ก ให้เขาตรวจ เป็นห่วง ถ้าคนเราหูตึงตั้งแต่อายุ 15 ต่อไปจะเป็นอย่างไร แล้วหูไม่มีการก้าวหน้าขึ้นมานอกจากใส่เครื่อง ใส่เครื่องแล้วก็น่ารำคาญ ลงท้ายก็ไม่ใส่เครื่อง แต่ถ้าใส่เครื่องก็เป็นการสิ้นเปลือง สิ้นเปลืองเงินสำหรับ 30 บาท เครื่องมันเกิน 30 บาท

ฉะนั้นถ้าทุกคนที่นั่งอยู่แล้วใส่หูกันหลายคน มันแพง ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้งบประมาณของแผ่นดินเสียไป ต้องเสียทุกคน 30 บาทๆ สองหมื่นสองพันเศษๆ ที่มาในวันนี้ 30 บาท คูณ 30 บาท เท่าไร หกแสนก็ไม่เป็นไร ท่านมีงบพิเศษของท่าน แต่ว่าหกแสนต้องเป็นจากกระเป๋าของราษฎร แต่ว่ากระเป๋าของท่านนายกฯ เท่าไร เครื่องราคาเป็นร้อยเป็นพัน งบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขเป็นเท่าไร นี่เหมือนแหย่ว่างบประมาณจะหามาจากไหน แต่ท่านบอกว่าดีมาก เดี๋ยวนี้รายได้ของประเทศขึ้นไปกี่เท่าแล้ว ถ้าใช้เฉพาะสำหรับปัญหาเรื่องเด็กหูตึง มันก็เป็นคล้ายๆ ว่าต้องเสียเป็นของฝ่ายรัฐบาล ต้องเสียเป็นพันล้านในที่สุด แต่ว่าไอ้นี่ช่างถ้าเขาได้รับการเยียวยา มันก็ไม่ได้เป็นการเยียวยา ได้ความปลอดภัยไว้ฟังได้ ที่หลังเมื่อได้เครื่องแล้ว ต้องใส่พลังงานแพงไหม แบตเตอรี่ก็ต้องใช้อยู่ตลอด อันนี้เป็นความเสียหายจะต้องมีค่าใช้จ่ายมาก

แต่ค่าใช้จ่ายที่มากที่สุดก็คือ คนที่หูตึงจะเรียนรู้หรือปฏิบัติงานยาก ยากที่สุด เพราะว่าคนที่หูตึงแม้จะได้เครื่องมันไม่เหมือนคนที่หูไม่ตึงแล้วไม่ต้องใช้เครื่อง ประสิทธิภาพของคนที่หูดีเหนือประสิทธิภาพของคนที่หูตึง แม้จะมีเครื่องช่วยให้ฟังได้ อันนี้ก็เป็นข้อหนึ่งที่น่าจะแก้ไข หรือน่าจะระมัดระวังให้คนไทย อนาคตมีหูที่ดีขึ้น หูที่ฟังได้ดี ไม่ใช่ว่าถึงเป็นผู้เฒ่าถึงจะฟังไม่ได้ แต่ว่าเด็กๆ ฟังไม่ได้ แต่ถ้าระมัดระวัง เดี๋ยวนี้ก็รู้สึกว่ายากในการที่จะรณรงค์ให้เด็กหูดีขึ้น ยากเพราะว่าเคยชิน

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ธ.ค. 2547 , 01:31:10 น.] ( IP = 202.183.167.119 : : )


  สลักธรรม 10

เดี๋ยวนี้ก็จะแก้ไข วิธีแก้ไขของรัฐบาลก็คือ ห้ามไม่ให้เข้าดิสโก้เธค ไม่ให้ไปฟังเพลง ไม่ให้สูบบุหรี่ ให้ไม่สูบบุหรี่จะทำให้หูดี คือหูไม่เสีย คนที่สูบบุหรี่มากๆ หูเสียมาก มีเหตุผลทำไมคนที่สูบบุหรี่หูเสีย เพราะว่าบุหรี่ทำให้เส้นเลือดมันตีบ เมื่อเส้นเลือดตีบหูก็เสีย เพราะว่าหู ตา เสีย ได้ง่ายเพราะว่าทำไม เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหู ไปเลี้ยงตา เลี้ยงอวัยวะที่อ่อนไหวนั้น เส้นเลือดมันเล็ก ถ้าโดนบุหรี่ บุหรี่ทำให้เส้นเลือดตีบ ตีบเลือดก็ไปไม่ได้ เลือดไปที่อวัยวะเหล่านั้นยาก ถ้าไปไม่ดี ก็ทำให้อวัยวะเหล่านั้นด้อยสมรรถภาพ ฉะนั้นยากที่จะแก้ไขไม่ให้คนหูตึง นอกจากต้องพยายามแก้ไข

เดี๋ยวนี้ก็ร้องโวยวายว่าห้ามสูบบุหรี่ ซึ่งปัจจุบันนี้บุหรี่สูบกันน้อยลง เพราะว่าคนชักรู้ว่าสูบไม่มีประโยชน์ แต่เดี๋ยวนี้เด็กๆ มีการสูบบุหรี่มากขึ้น มากแต่ก่อนอีก แต่ก่อนนี้เด็กๆ ยังไม่สูบ และโดยเฉพาะผู้หญิง ผู้หญิงสูบบุหรี่มาก แต่ก่อนนี้เขากลัวว่าสูบบุหรี่ทำให้ผิวเสีย ผิวเสียก็เพราะว่าเส้นเลือดมันไม่ดี ทำให้ผิวไม่ดี แต่สมัยใหม่นี่เขาไม่กลัวแล้ว เพราะว่าผิวเสียก็ช่าง ทาหน้าซะเช้งเลย ฉะนั้นต้องหาทางแก้ไข จะห้ามไม่ให้ใช้เครื่องสำอาง ถ้าห้ามไม่ให้ใช้เครื่องสำอางก็ประหยัด ปะแป้งนิดหน่อย สมัยก่อนเขาปะแป้งก็สวยแล้ว ที่จริงก็สวย ปะแป้งนิดเดียวไม่ต้องทาสีแดง สมัยใหม่เขาต้องทาสีแดง ฉะนั้นก็ไม่สีแดงเท่านั้น มีสีเขียวด้วย ปั้นจมูก ปั้นแก้ม ทาสีต่างๆ

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 ธ.ค. 2547 , 01:32:18 น.] ( IP = 202.183.167.119 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org