มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เมื่อชีวิตมืดจะหาสันติสุขที่แท้จริงได้อย่างไร





เมื่อชีวิตมืดจะหาสันติสุขที่แท้จริงได้อย่างไร



ความมืด เป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นมาคู่กับความสว่าง ความสว่างเป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นมาควบคู่กับ
ความร้อน
ทั้งความสว่าง และความมืด จึงมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ สัตว์ และพืชโดยตรง
มนุษย์ปุถุชนธรรมดาทั่วไปมีความพึงพอใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ในความสว่าง และความอบอุ่น
น้อยคนนักที่จะมีผู้ชอบความมืด เพราะความมืดเป็นอุปสรรคสำคัญ เป็นสิ่งที่ปิดบังทำให้เราไม่รู้เห็นในความถูกต้อง ความเป็นจริงซึ่งอยู่รอบตัวเรา



องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้แจ้งเห็นจริงในแก่นแท้ที่สุดของความจริงในสภาวธรรมนี้ จึงได้ทรงสมมุตินามบัญญัติของสิ่งที่เป็นเสมือนกับความมืด ซึ่งปิดบังมิให้สัตว์โลกได้เห็นสภาวธรรมที่ถูกต้องตามความเป็นจริง ว่า "อวิชชา" ซึ่งเป็นคำศัพท์บาลีแปลว่า "ความไม่รู้สภาวธรรมตามความเป็นจริง"
อวิชชา มีอิทธิพลสำคัญยิ่งต่อจิต เพราะเป็นกลไกที่จะโน้มนำจิต สร้าง เจตนาให้มีการก่อกรรมทำชั่วทั้งกาย วาจา และใจ ที่เจ้าของจิตกระทำไปเช่นนั้น เพราะเจ้าตัวขาดสติ ขาดปัญญา ไม่รู้ว่าสิ่งใดดี สิ่งใดชั่ว สิ่งใดผิด สิ่งใดถูก ไม่รู้บาปบุญคุณโทษ ไม่มีความละอายเกรงกลัวต่อบาป ซึ่งเป็นผลมาจากกิเลสสำคัญ คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง


โดย T ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ธ.ค. 2547 , 10:04:30 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


เมื่อชีวิตมืดจะหาสันติสุขที่แท้จริงได้อย่างไร


อวิชชานี้เองที่เป็นปัจจัย เป็นต้นเหตุสำคัญที่เกื้อหนุน เอื้ออำนวยให้สัตว์โลกต้องวนเวียนมาเกิด ตายไม่มีที่สิ้นสุดเพื่อรับผล หรือ วิบากของกรรมที่ตนได้กระทำขึ้นเพราะความไม่รู้นั่นเอง พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงคำสอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ในหัวข้อเรื่อง "ปฏิจจสมุปบาท" ซึ่งอาจจะสมมุติบัญญัติเป็นภาษาง่ายๆว่า "วงจรการเกิดดับและสืบต่อของชีวิต" ก็คงจะไม่ผิดนัก



จุดเชื่อมต่อของ "วงจรการเกิดดับและสืบต่อของชีวิต" ดังกล่าว ที่ได้แสดงไว้ในพระอภิธรรมมีอยู่ ๑๒ จุดด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ อวิชชา สังขาร วิญญาณ นามรูป …..ไปจนถึงชาติ ชรา มรณะ เป็นที่สุด แล้วจึงกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่ อวิชชา อีกครั้งหนึ่ง เป็นไปในลักษณะนี้ไม่มีที่สิ้นสุด
เราอาจอธิบายความหมายของคำว่า "วงจรการเกิดดับและสืบต่อของชีวิต"
การกำจัดอวิชชา หรือ การกำจัดความไม่รู้ จึงเป็นวัตถุประสงค์ที่สำคัญยิ่งตามหลักพระพุทธศาสนา โดยธรรมชาติ เราสามารถกำจัดความมืดโดยการใช้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นต้นกำเนิด และหรือ ใช้ความสว่างจากกองไฟ ประทีปโคมไฟต่างๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้นก็ได้


โดย T (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ธ.ค. 2547 , 10:23:18 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 2


เมื่อชีวิตมืดจะหาสันติสุขที่แท้จริงได้อย่างไร



เมื่อกล่าวเช่นนี้ ก็จะมีคำถาม คำตอบติดตามมาในลักษณะต่างๆ ดังต่อไปนี้
คำถาม เราจะสามารถกำจัดความไม่รู้ หรือ ความมืดมัวที่เกิดจากความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่ปิดบังไม่ให้เราเห็นความถูกต้อง ความเป็นจริง นั้น ได้อย่างไร?
คำตอบ การกำจัดอวิชชา หรือ ความไม่รู้ จะกระทำได้ด้วยวิชชา หรือ ปัญญา คือ ความรู้ว่า สิ่งใดผิด สิ่งใดถูก สิ่งใดดี สิ่งใดชั่ว รู้จักบาปบุญคุณโทษ เท่านั้น
เปรียบเสมือนกับ บุคคลที่เข้าไปในห้องมืด ย่อมไม่สามารถเห็นได้ว่า ในห้องนั้น มีสมบัติพัสถาน ตู้ตั่ง ถ้วยโถโอชามอะไรบ้าง วางอยู่ที่ใด จนกว่า จะได้จุดประทีปโคมไฟส่องสว่างขึ้น จึงจะเห็นได้ถนัดชัดเจน
ความมืด เปรียบได้กับ อวิชชา และ ความสว่างที่เกิดจากประทีปโคมไฟ เปรียบได้กับ ปัญญา
คำถาม เราจะสร้างปัญญาให้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
คำตอบ ปัญญาของมนุษย์มีบ่อเกิดมาจาก การฟังที่ดีเรียกว่า "สุตมยปัญญา
การฟัง ซักถาม สอบค้น สนทนา การถกเถียง อภิปราย การสังเกตดู เฝ้าดู ดูอย่างพินิจ การพิจารณาโดยแยบคาย การชั่งเหตุผล การไตร่ตรอง ตรวจสอบ ทดสอบ สอบสวน ทดลอง
การกระทำเหล่านี้ก่อเกิดปัญญา


อย่างไรก็ตาม ปัญญาที่เกิดจาการสดับตรับฟังมา ก็ดี ปัญญาที่เกิดจากการคิดเรื่องราวต่างๆ ก็ดี และปัญญาที่ทำให้เกิดความรู้เข้าใจอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ดี เป็นปัญญา หรือความรู้ในรูปแบบต่างๆ ที่มีอยู่ในทุกตัวบุคคล การศึกษาเล่าเรียน การคิด การสดับตรับฟัง และการหมั่นใช้คิดหาเหตุผลในการกระทำต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น เป็นเครื่องช่วยให้เกิดปัญญาเพิ่มพูนขึ้นใหม่บ้าง พัฒนาก้าวหน้าออกไปมากยิ่งขึ้นบ้าง ได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องขึ้นบ้าง จัดเป็นปัญญาทางโลกเรียกว่า "โลกิยปัญญา"


โดย T (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ธ.ค. 2547 , 10:25:24 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 3


เมื่อชีวิตมืดจะหาสันติสุขที่แท้จริงได้อย่างไร


ปัญญาทางโลกดังกล่าวข้างต้น จะยังนำมาใช้ประโยชน์ในการกำจัดอวิชชาออกจากขันธ์สันดานของสัตว์ทั้งหลายอย่างแท้จริงไม่ได้ เสมือนกับแสงสว่างของหิ่งห้อยในความมืดที่ไม่สามารถนำมาใช้ส่องทางเดินได้แทนที่จะเป็นคุณ กลับเป็นโทษ นำทางให้ตกหลุม สะดุดก้อนหินจนหกล้ม เจ็บตัว แข้งขาหักได้ ปัญญาที่จะสร้างความสว่างให้แก่จิตใจได้มากเพียงพอ ที่จะสามารถกำจัดอวิชชา หรือ ความมืดในจิตใจได้อย่างแท้จริงนั้น


จะต้องอาศัยโลกุตรปัญญาที่เกิดจากการปฏิบัติ
วิปัสสนากัมมัฏฐานเพียงอย่างเดียว
โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญคือ ศีล สมาธิ ปัญญา กำกับอยู่ด้วย ที่เรียกรวมกันว่า "ไตรสิกขา" เท่านั้นโดยหนทางนี้เรียกว่า เอกายนมรรค
โดยอาศัยฐาน กาย เวทนา จิต หรือธรรม อย่างใดอย่างหนึ่งให้สติเข้าไปตั้งและพิจารณาความจริงเห็นธรรมชาติของชีวิตคือรูปธรรมนามธรรมในลักษณะความจริงที่เป็น ความไม่เที่ยง(อนิจจัง )
ความทนอยู่สภาพเดิมได้ยาก ( ทุกขํ ) และ
สภาพเห็นความสิ่งที่บังคับไม่ได้ไม่เป็นตัวเป็นตน
( อนัตตา ) เมื่อเห็นชีวิตที่เป็นรูปนามนี้โดยสภาวะเช่นนี้ มีความเกิดดับอย่างไม่ขาดสาย เห็นหนักเข้าเห็นสภาวะความดับของชีวิตคือรูปนามอย่างชัดเจน
เป็นของน่ากลัว เป็นโทษเป็นภัย เมื่อเห็นอย่างนี้
หาวิธีออกจากภาวะเช่นนี้ เมื่อไม่สามารถหาทางออกได้จึงต้องปล่อยวาง และสละละคืนความยึดมั่นในชีวิตคือรูปนามที่ยึดถืออยู่ เมื่อคลายยึดถือก็จะพบความจริงแห่งธรรมชาติชนิดหนึ่งที่มี คือสภาวะแห่งนิพพานธรรม ซึ่งเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคของเราชี้ให้เห็นว่าเป็นธรรมที่ประเสริฐยิ่ง
สันติสุขที่แท้จริงจึงเกิดจากการจำกัดความมืดคืออวิชชานี้เอง




โดย T (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ธ.ค. 2547 , 10:27:09 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 4

อิอิ..ปฏิจจสมุปบาท ..เข้ากับสถานการณ์ของน้องกิ๊ฟจริงๆ
ขอบคุณมากนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 ธ.ค. 2547 , 22:36:04 น.] ( IP = 202.183.167.230 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org