มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ขอถามหลวงตาต่อครับ...เรื่องนิพพาน




เณรชิต... สาธุครับหลวงตา

วันนี้ผมมาศึกษาเรื่อง..นิพพาน..ครับ เพราะเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากครับ เป็นความสิ้นทุกข์ซึ่งใครๆต้องการด้วยกันทั้งนั้นแต่ไปไม่ถึงดวงดาวกันเลยครับผม

โดย เณรชิต ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 00:03:30 น.] ( IP = 61.90.23.225 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

หลวงตา.. พูดอย่างกะว่านิพพานไปกันง่ายๆ และมีทางไปด้วยยานอวกาศกันแนะถึงใช้คำว่า”ไปไม่ถึงดวงดาว”

มาดูกันต่อไปนะว่าแท้จริงแล้ว นิพพานปรมัตถ์ คืออะไรกันที่ว่าอยากไปๆนะ

โดย เณรชิต (เณรชิต) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 00:04:48 น.] ( IP = 61.90.23.225 : : )


  สลักธรรม 2

หลวงตา.. นิพพาน คืออะไร ?

นิพพาน ก็คือ ธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ดับความทุกข์ทั้งปวง

มีลักษณะเป็นสันติสุข

ธรรมชาติของจิตก็ดี เจตสิกก็ดี รูปก็ดี จะเกิดขึ้นมาและเป็นไปได้นั้นก็จะต้องอาศัยเหตุปัจจัย คือ กรรม หรือจิต หรืออุตุ หรืออาหาร อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างเป็นผู้ปรุงแต่งและธรรมชาติที่ต้องถูกปรุงแต่ง เหล่านี้ เราเรียกว่า สังขตธรรม

และธรรมชาติที่มิได้ถูกปรุงแต่งด้วย กรรม จิต อุตุ อาหารเลยนั้น เรียกว่า อสังขตธรรม ได้แก่นิพพานนั่นเอง แต่นิพพานก็หาใช่จิต เจตสิก และรูปไม่

คำว่า นิพพาน เมื่อแยกออกเป็น ๒ บท คือ นิ + วาน

นิ = พ้นไป

วาน = ธรรมชาติที่เกี่ยวโยง หมายถึงตัณหา

เมื่อรวมกันเข้าแล้วก็คือ ธรรมชาติที่พ้นจากตัณหานั่นเอง

โดย เณรชิต (เณรชิต) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 00:06:17 น.] ( IP = 61.90.23.225 : : )


  สลักธรรม 3

หลวงตา.. ความเกิดและความตายของสัตว์ทั้งหลายที่สืบต่อ ๆ กันเรื่อย ๆ นั้นเป็นธรรมชาติที่ลึกซึ้งยิ่งนัก ไม่มีใครนอกจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ค้นพบ และพระองค์ได้แสดงว่า

เพราะตัณหาคือความยินดีติดใจในอารมณ์ต่าง ๆ นี้เอง ที่เป็นตัวเชื่อมโยงเกี่ยวพัน ทำให้สัตว์ทั้งหลายต้องเกิดและต้องตายอยู่มิได้หยุดหย่อน

เพราะตัณหาตัวนี้แท้ ๆ ที่ทำให้ **วัฏฏะ** คือหมุนเวียนเกิดแล้วเกิดอีก ทุกข์แล้วทุกข์อีกไม่รู้จักจบสิ้น

และเพราะตัณหานั่นทีเดียว ที่ทำให้ภพเก่ากับภพใหม่ เชื่อมโยงติดกันอยู่ตลอดเวลามาจนบัดนี้

ดังนั้น ตัณหาจึงเรียกว่า “วาน”

โดย เณรชิต (เณรชิต) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 00:07:44 น.] ( IP = 61.90.23.225 : : )


  สลักธรรม 4

เณรชิต... ผมฟังหลวงตามานานแล้ว ผมยังไม่ทราบเลยว่า นิพพานคืออะไรแน่!!

ผมเคยแต่ได้ยินเขาพูดกันว่า เมืองนิพพานนั้นช่างแสนจะสุขสบายเป็นเลิศ แม้สวรรค์ชั้นฟ้าก็ไม่ปาน แต่ครั้นถามว่าอยู่ที่ไหน ก็ตอบไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหน บางคนก็ว่าไม่ใช่เราเข้าไปอยู่ในเมืองนิพพาน เรานั่งทำสมาธิแล้วมองเห็นนิพพานต่างหาก มันเป็นเพียงจินตนาภาพเหมือนกับฝันไป

และบางคนก็ว่านิพพานนั้นคือความไม่ต้องการเกิดอีกต่อไปนั่นเอง ในเรื่องนี้บางท่านก็ว่าตายแล้วศูนย์ไปเลย ไม่เกิดขึ้นมาอีก

และบางคนยังไม่ต้องการ เขายังอยากเกิดอยู่เพราะถ้าไม่เกิดจะเรียกว่ามีความสุขได้อย่างไร ไม่มีตัวตนที่จะสุขเสียแล้ว เมืองนิพพานไม่มีก๋วยเตี๋ยวขาย ไม่มีเหล้าจะดื่ม และไม่มีภาพยนต์ดู

โดย เณรชิต (เณรชิต) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 00:11:57 น.] ( IP = 61.90.23.225 : : )


  สลักธรรม 5

หลวงตา.. แน่นอน! นิพพานไม่มีก๋วยเตี๋ยวขาย ไม่มีเหล้าดื่ม และไม่มีภาพยนต์ดู คนเราจะหาสิ่งเหล่านี้ ในนิพพานไม่ได้เลย เพราะนิพพานไม่ใช่บ้านเมือง ไม่ใช่กลางวัน กลางคืน ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ ทั้งไม่ใช่สิ่งของ ไม่ใช่อะไร ๆ ในโลกนี้ทั้งนั้น และไม่ใช่อะไร ๆ ในโลกอื่นทั้งสิ้น

พระนิพพานเป็นธรรมที่พ้นจากโลกต่างหาก !

ความสุขที่เราได้รับต่าง ๆ ที่เกิดจากทางตา หู จมูกลิ้น กายใจ เช่นเห็นรูปที่ดีที่น่ารักน่าพอใจ ก็ปลาบปลื้มเป็นสุข เมื่อได้ยินเสียงที่ไพเราะก็สดชื่นรื่นเริงจิตใจสบาย หรือเมื่อคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องราวสนุกสนาน ก็เบิกบานใจ สามัญชนทั้งหลายไม่ได้ศึกษาปฏิบัติธรรมะ ย่อมจะคิดรู้ว่าความสุขของคนเรานั้นก็มีอยู่เท่านั้นเอง แล้วก็พยายามแสวงหากันตัวเป็นเกลียว ยื้อแย้งกันอย่างสุดเหวี่ยง

แต่ความจริงยังมีความสุขอีกชนิดหนึ่ง เป็นความสุขที่นอกเหนือไปจากความสุขดังกล่าวแล้ว เป็นความสุขอันเกิดจากอำนาจของสมาธิจากผู้ที่ปฏิบัติ สมถกรรมฐานเป็นความสุขทีใหญ่ยิ่งและน่าภาคภูมิใจ ทั้งเป็นความสุขที่มิต้องเข้าไปยื้อแย้งกันให้ลำบากทั้งกายและใจ เทียบกับความสุขที่เกิดจากทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แล้ว ก็จะผิดกันเป็นฟ้าและดินทีเดียว ผู้ใดมิได้เข้าปฏิบัติจนได้รับเองแล้ว จะเข้าใจยากมากอย่างไรก็ดี

โดย เณรชิต (เณรชิต) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 00:14:06 น.] ( IP = 61.90.23.225 : : )


  สลักธรรม 6

ความสุขที่กล่าวครั้งหลังนี้ ถึงแม้จะเป็นความสุขชั้นเลิศก็จริง แต่ก็ไม่ประเสริฐสุดเท่ากันความสุขของนิพพาน เพราะความสุขที่เกิดจากนิพพานนั้นเป็นความสุข อันปราศจากกิเลสมารบกวน เป็นความสุขที่ไม่ผันแปรกลับกลอก ด้วยกิเลสได้ถูกประหาณลงแล้วโดยเด็ดขาด

และเมื่อปฏิบัติถึงที่สุดแล้ว ก็จะไม่มีการเกิดขึ้นมา เพื่อรับทุกข์โทษภัยอีกต่อไป

โดย เณรชิต (เณรชิต) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 00:15:10 น.] ( IP = 61.90.23.225 : : )


  สลักธรรม 7

เณรชิต... ผมฟังหลวงตากล่าวมาทั้งหมดผมก็พอจะเข้าใจ และเห็นความดีของนิพพานบ้าง ผมทราบว่า

** นิพพานเป็นธรรมที่พ้นไปจากการปรุงแต่ง**

** นิพพานเป็นธรรมที่พ้นไปจากตัณหาเครื่องร้อยรัด**

** นิพพานเป็นธรรมชาติที่ดับความทุกข์ทั้งปวง และมีลักษณะเป็นสันติสุข**

แต่ถึงกระนั้นก็ดี ผมยังไม่ทราบว่านิพพานเป็นอะไร

โดย เณรชิต (เณรชิต) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 00:21:04 น.] ( IP = 61.90.23.225 : : )


  สลักธรรม 8

หลวงตา.. ผู้ที่ได้พระนิพพานนั้นจะต้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งการปฏิบัติหลวงตาจะไม่ขอกล่าวในที่นี้ จะต้องว่ากันเป็นเรื่องหนึ่งต่างหากทีเดียว เมื่อปฏิบัติจนได้ญาณ คือปัญญาเกิดขึ้นแล้ว กิเลสตัณหาก็จะอ่อนลง ๆ เป็นลำดับไป เมื่อถึงที่สุดอารมณ์โลกุตตระก็เกิดขึ้น อารมณ์โลกุตตระนี้ ก็คือพระนิพพานนั่นเอง

ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็ว่านิพพานนั้นเป็นอารมณ์ๆ หนึ่ง หลังจากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานถึงที่สุดแล้ว มัคคจิต ผลจิต เป็นผู้รู้หรือเป็นผู้เห็นพระนิพพานทางมโนทวาร

หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็ว่า มัคคจิต ผลจิต จับเอาพระนิพพาน เป็นอารมณ์ ในขณะนั้นเองกิเลสก็จะถูกประหาณ และประหาณลงได้เป็นสมุจเฉทไม่เกิดอีกต่อไป

ดังนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้กล่าวว่า

นิพพานํ ปรมํ สุขํ

พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง ไม่มีสุขอื่นใดที่จะเทียมเท่าได้

โดย เณรชิต (เณรชิต) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 00:27:54 น.] ( IP = 61.90.23.225 : : )


  สลักธรรม 9

หลวงตา.. ถ้าจะขยายความออกไปก็จะไปกันใหญ่ หลวงตาก็ได้ตั้งใจไว้ว่าในชั้นต้นนี้จะให้เณรเข้าใจเพียงหยาบ ๆ เท่านั้น สิ่งใดที่ยังสงสัย เมื่อศึกษาต่อไปก็เข้าใจไปเอง อย่าเพิ่งร้อนใจมากนัก

พระอภิธรรมเปรียบเหมือนภาพยนต์โรงใหญ่ ซินิมาสโค๊ป จอกว้าง ทั้งเป็นสีเทคนิค ตั้งแต่ต้นมาจนถึงเวลานี้ หลวงตาเพียงแต่ปิดป้ายโฆษณาไว้ แล้วอธิบายคุณภาพว่า จะสนุกสนานเพียงใดเท่านั้นเอง ยังไม่ได้ลงมือแสดงจริงจังเลยสักหน่อย บัดนี้เวลาก็หมดเสียแล้ว ขอให้เณรได้ตรวจตามที่ได้บันทึกเอาไว้ แล้วคิดพิจารณาให้จงดี ก็คงจะเป็นฐานชั้นแรกที่จะรองรับความรู้ในขั้นต่อ ๆ ไป ในคราวหน้า

หลวงตาขอจบแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะหลานนะ

โดย เณรชิต (เณรชิต) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 00:29:05 น.] ( IP = 61.90.23.225 : : )


  สลักธรรม 10

เณรชิต... ผมขอกราบขอบพระคุณหลวงตาขอรับ

โดย เณรชิต (เณรชิต) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 00:29:54 น.] ( IP = 61.90.23.225 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org