มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปีใหม่ฟ้าใหม่ทำสิ่งใดประเสริฐสุด





ปีใหม่ฟ้าใหม่ทำสิ่งใดประเสริฐสุด


ตลอดปี46 นับได้ว่าเป็นปีแห่งการทำลายล้างของมวลมนุษย์ชาติปีหนึ่ง โชดดีที่ยังเกิดอยู่ในพื้นแผ่นดินที่มีองค์มหากษัตริยา ผู้ทรงธรรมนำพาความสวัสดิวัฒน์พัฒนาประเทศให้ร่มเย็นและเจริญก้าวหน้ามั่นคงได้



ทุกวันขึ้นปีใหม่ ประชาชนคนไทยทั่วถ้วนหน้าถือกันเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีว่า จะต้องทำบุญทำกุศลกันอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น ตักบาตร ปล่อยนกปล่อยปลา ถวายสังฆทาน การทำบุญเลี้ยงพระ การเข้าวัดฟังธรรม เป็นต้น โดยตั้งจิตอธิษฐานขออานิสงส์ในการทำบุญนั้นๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล ความสุขสวัสดีแก่ตนเอง และครอบครัว รวมทั้งแผ่ส่วนกุศลให้แก่บุพการีที่ล่วงลับไปแล้ว โดยที่ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่ก็มิอาจทราบได้ว่า จะได้รับอานิสงส์จริงตามที่จิตปรารถนาหรือไม่ มากน้อยเพียงใด ส่วนกุศลที่ได้แผ่ไปให้แก่บุพการีนั้นจะถึงท่านหรือไม่ เพียงแต่ได้กระทำไปตาม ขนบธรรมเนียมประเพณี มิได้ติดใจเอาความกันต่อไป จึงได้รับอานิสงส์เพียงความปิติสุข ซึ่งเป็น ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย


โดย T (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 11:16:02 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ปีใหม่ฟ้าใหม่ทำสิ่งใดประเสริฐสุด



อานิสงส์ของการทำบุญวันขึ้นปีใหม่จะมีมากน้อยเพียงไรนั้น หากท่านผู้อ่านได้ศึกษาพระธรรมคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าดังจะกล่าวต่อไปนี้แล้วพิจารณาทบทวนไตร่ตรองทำความเข้าใจในเนื้อหาสาระคำสอนของพระพุทธองค์ให้เข้าใจมากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ แล้วจะทราบด้วยปัญญาของท่านเองว่า กุศลกรรมที่ท่านได้กระทำในวันขึ้นปีใหม่นั้นจะบังเกิดอานิสงส์แก่ท่าน และผู้เกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด ใน อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต ได้แสดงข้อเปรียบเทียบของอานิสงส์ของการให้ทาน (การตักบาตร การถวายสังฆทาน การทำบุญเลี้ยงพระ จัดเป็นการทำทาน) ไว้ดังนี้
การมีจิตเลื่อมใสในพระรัตนตรัย คือ พระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ มีผลมากกว่าสร้างวิหารทานถวายสงฆ์
การที่บุคคลมีจิตเลื่อมใสสมาทานศีล ๕ มีผลมากกว่าการมีจิตเลื่อมใสในพระรัตนตรัย
การที่มีจิตเจริญด้วยเมตตาแม้เพียงเวลาชั่วสูดของหอมมีผลมากกว่าการมีจิตเลื่อมใสสมาทานศีล ๕


สรุปว่า วิธีการทำบุญที่จะให้บังเกิดอานิสงส์แรง และใช้วิธีการง่าย คือ การพัฒนาจิตให้อุดมสมบูรณ์เปี่ยมด้วยเมตตานั่นเอง คำว่า "เมตตา" หมายถึง ไมตรี ความรัก ความปรารถนาดี ความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจดีต่อกัน ความใฝ่ใจ หรือต้องการสร้างเสริมประโยชน์สุขให้แก่เพื่อนมนุษย์และสัตว์ ทั้งหลาย เมตตาจัดเป็นธรรมพื้นฐานของใจขั้นแรก ในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ซึ่งทำให้มองกันในแง่ดี หวังดีต่อกัน พร้อมที่จะรับฟัง และเจรจากันด้วยเหตุด้วยผล ไม่ยึดเอาความเห็นแก่ตัว มีอคติ คือ ความโกรธ ความเกลียด เป็นที่ตั้ง


โดย T (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 11:17:43 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 2


ปีใหม่ฟ้าใหม่ทำสิ่งใดประเสริฐสุด


การแสดงความเมตตา หรือการแผ่เมตตานี้เป็นธรรมชาติหรือคุณสมบัติพื้นฐานของจิตมนุษย์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสัตว์ที่ประเสริฐอยู่แล้ว ยกเว้นคนที่เป็นโรคทางจิตคลุ้มคลั่งจนไม่สามารถควบคุมสติสัมปชัญญะของตนได้ หรือ ผู้ที่มีจิตโหดเหี้ยมที่สุดจนไม่อาจจะสมมุตินามของผู้นั้นได้ว่า เป็นมนุษย์ จะต้องมีการแสดงความเมตตาออกทางจิตอยู่เป็นประจำทุกวัน มากบ้าง น้อยบ้าง ตามกิเลสสันดานที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เพียงแต่เจ้าตัวมิได้สังเกตจดจำไว้เท่านั้น เพราะอย่าลืมว่าการเกิดเป็นมนุษย์ได้นั้นเป็นผลของวิบากที่เป็นกุศลเท่านั้นไม่ว่าเป็นมหาวิบากหรืออุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากก็ตามที ธรรมชาติของจิตในเรื่องความเมตตานี้ หากจะกล่าวในเชิงอุปมา ก็เปรียบได้กับต้นไม้ผล หรือต้นไม้ดอก ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า "ต้นเมตตา" ที่ได้เจริญเติบโตขึ้นมาโดยธรรมชาติ ปราศจากเจ้าของที่หมั่นเฝ้าดูแลพรวนดิน ให้ปุ๋ย รดน้ำ เมื่อถึงฤดูกาล ต้นเมตตาก็จะให้ผล หรือให้ดอก ผลิบานสุกงอม แล้วก็ร่วงหล่นลงดินเป็นอาหารของนก กา กระรอก หรือสัตว์อื่นๆ โดยที่มิได้บังเกิดประโยชน์แก่เจ้าของต้นเมตตานั้นแต่อย่างใด



เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามผลผลิตจากต้นเมตตาไม่ว่าจะเป็นดอก หรือผลนี้ ย่อมจะไม่สมบูรณ์ได้ทัดเทียมกับต้นเมตตาที่เจ้าของเอาใจใส่ หมั่นดูแลพรวนดิน ให้ปุ๋ย รดน้ำ อยู่เป็นประจำ เมื่อใดก็ตาม ที่เจ้าของได้เอาใจใส่รดน้ำ พรวนดิน ให้ปุ๋ย ต้นเมตตานั้นย่อมจะเจริญเติบใหญ่ มีลำต้นอวบใหญ่แข็งแรง มีรากแก้วงอกยาวฝังลึกลงไปในดิน ยึดแน่นจนยากที่จะโค่นล้มได้ ดอกหรือผลของต้นเมตตาก็จะมีขนาดใหญ่ มีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น สี หรือ รส จัดเป็นผลผลิตที่อำนวยประโยชน์ให้แก่เจ้าของได้อย่างแท้จริง


โดย T (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 11:19:00 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 3


ปีใหม่ฟ้าใหม่ทำสิ่งใดประเสริฐสุด



จึงกล่าวได้ว่า "เมตตา" นี้เป็นหลักธรรมประจำใจของแต่ละบุคคล และเป็น หลักธรรมพื้นฐานสำหรับสร้างความสามัคคีและเอกภาพของหมู่ชน หรือที่เรียกว่า "สารณียธรรม" ซึ่งสามารถแสดงออกได้ทั้งทางกาย คือ "เมตตากายกรรม" ได้แก่ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เช่น เมื่อเห็นคนยืนตากแดดรอจะข้ามถนน เราหยุดรถให้เขาข้ามถนน การแสดงกิริยาสุภาพเคารพนับถือกัน เช่น เมื่อมีคนหยุดรถให้เราข้ามถนน เราแสดงกิริยาขอบคุณ เคารพในน้ำใจดีของเขาด้วยการน้อมศีรษะ ส่งยิ้มให้ เป็นต้น ทางวาจา คือ "เมตตาวจีกรรม" ได้แก่ การมีวาจาที่อ่อนหวานสุภาพ สอบถามสารทุกข์สุกดิบ บอกแจ้งแนะนำ กล่าวคำตักเตือนด้วยความหวังดี และจริงใจ และทางความคิดต่อกัน คือ "เมตตามโนกรรม" ได้แก่ การมองกันในแง่ดี มีความปรารถนาดี มีความหวังดี มีความสงสาร มีความเห็นใจ อยากช่วยเหลือให้พ้นทุกข์ คิดทำแต่สิ่งที่จะอำนวยประโยชน์สุขให้แก่กัน และกัน



เท่าที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ย่อมเป็นการยืนยันว่า การแสดงความเมตตาไม่ว่าจะโดยทางกาย วาจา หรือ ทางใจนั้น มิใช่เป็นข้อปฏิบัติที่ยุ่งยากลำบากเลยแม้แต่น้อย เพราะเป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นพร้อมกับจิตของมนุษย์อยู่แล้ว จึงไม่ควรปล่อยปละละเลย ทอดทิ้งให้สูญเปล่าไปโดยมิได้นำมาใช้เป็นประโยชน์เท่าที่ควร สมควรให้ความสนใจเฝ้าหมั่นทำนุบำรุง ฝึกฝน บริหาร เฝ้ากระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกว่า จะต้องถือปฏิบัติเป็นกิจประจำวันเพื่อให้เป็นนิสัยที่จะขาดไม่ได้ เช่นเดียวกับการตื่นนอนในตอนเช้า จะต้องเข้าห้องน้ำ ถ่ายปัสสาวะ อุจจาระ แปรงฟัน ล้างหน้า อาบน้ำ ฯลฯ เมตตาจิตก็จะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ยากที่จะลบล้างให้หมดสิ้นไป เช่นเดียวกับการตอกตะปูลงไปในเนื้อไม้ ตอกวันแรก ตะปูจะฝังลงไปในเนื้อไม้เพียงเล็กน้อย จึงไม่เป็นการยากที่จะถอนดึงตะปูนั้นออก ต่อมาในวันรุ่งขึ้น และวันถัดไป เมื่อเราตอกซ้ำเป็นประจำทุกๆ วัน ตะปูจะฝังลึกลงไปในเนื้อไม้ทุกที จนกระทั่ง ไม่สามารถถอนดึงเอาออกได้โดยกรรมวิธีธรรมดา


โดย T (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 11:20:47 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 4


ปีใหม่ฟ้าใหม่ทำสิ่งใดประเสริฐสุด



ในวันขึ้นปีใหม่นี้ และในวันอื่นๆ ต่อไปจนกระทั่งวันสิ้นอายุขัยของท่าน หากท่านได้เริ่มต้นด้วยการฝึกฝนพัฒนาจิตของท่านให้เปี่ยมด้วยเมตตาตามวิธีการที่ได้กล่าวแล้วข้างต้นไปโดยตลอดต่อเนื่องจนเป็นนิสัยอย่างจริงจังทั้งกาย วาจา ใจ แล้ว ท่านจะได้ทั้งสัจจบารมี เมตตาบารมี และ บารมีอื่นๆ ที่จะติดตามมาเองโดยอัตโนมัติ บารมีเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของทศบารมีที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงบำเพ็ญมาแล้ว ซึ่งล้วนแต่เป็นผลานิสงส์สูงส่ง ดลบันดาลให้ท่านได้บรรลุในทุกสิ่งที่พึงปรารถนาได้อย่างแน่นอน



และถ้ามีโอกาสถึงขั้นมีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งที่ประเสริฐให้กับชีวิตของเราได้นั้นคือได้เข้าศึกษาสภาวธรรมที่มีในพระอภิธรรมก็ดี หรือ
เรียนรู้หนทางเดินแห่งชีวิตไปสู่หนทางหลุดพ้นจากการต้องกำเนิดเกิดมีชีวิตในเรื่องของวิปัสสนา และเข้าไปฝึกปฎิบัติตนวางจิตวางใจให้เป็น ก็นับได้ว่า ปีใหม่ของท่านได้พัฒนาตาม
อายุที่มีขึ้น และเป็นปีใหม่ที่มีของใหม่และเป็นของประเสริฐที่สุด ที่มีได้ในชีวิตนี้ของท่านได้




โดย T (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 ธ.ค. 2547 , 11:22:31 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org