| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อย่างไรที่เรียกว่า..วิปัสสนา 3.
สลักธรรม 1เวลานี้ท่านก็ยังไม่ได้เห็นว่า.. เป็นทุกข์อะไร
..ใช่ไหมคะจึง ต้องไปดู..ดูแล้วถึงจะรู้
เพราะนามรูป นั้นมีลักษณะ ไม่เที่ยง เป็น ทุกข์
ไปต่างๆกัน แล้วแต่ว่าลักษณะไหนจะปรากฎชัด
เราก็จะเห็นอันนั้นมากตามเหตุนั่นเอง
ที่สอนรูปนาม เพราะรูปนามมีความสำคัญ
ที่จะต้องเอาไปใช้งาน
เช่นเราจะทำแกงเนื้อ ก็ต้องมีเนื้อวัว
ไม่เช่นนั้นก็ไม่เป็นแกงเนื้อ
จะตำส้มตำ เราก็ต้องมีมะละกอ
ถ้าไม่มีมะละกอ เราจะตำส้มตำได้ยังไร
เหมือนกับ รูปนามนี้ เราต้องมีไปด้วย
ไม่ใช่ถูกสอนมา เพียงแต่จะให้รู้ไว้เฉยๆ
สอนไว้ เพื่อจะได้เอาไปใช้ เอาไปดู
เวลาดู ท่านก็จะต้องดูรูป ดูนาม
แต่ว่าขั้นต้นนี้ให้ดูรูปก่อน 4 อย่างเท่านั้นคะ
ถ้ามากนักประเดี๋ยวจะจำไม่ได้
ที่ว่าเอารูป นามไปใช้ด้วย เอาไปใช้เวลาไหน
ก็ใช้เวลาที่ไปดูหรือกำหนด
เอารูปนามไปทำงานด้วยนั้น ไปทำอย่างไร ?
ใครเป็นคนทำงาน ?
ใจ คือ นามที่เป็นตัวทำงาน
จะกำหนดรูปนั่ง รูปนอน
นี่ละคะเป็นการงานของใจ
ที่จะต้องไปรู้รูปนั่ง รูปนอน
หรือไปพิจารณารูปนั่ง รูปนอน
อย่างนี้ละค่ะคือเอารูปนามไปทำงาน
รูปนามสำคัญที่สุดคะ
โดย พี่ดอกแก้ว [11 ธ.ค. 2547 , 06:22:28 น.] ( IP = 61.90.12.229 : : )
สลักธรรม 2ขอย้ำอีกครั้งนะคะเพื่อความเข้าใจ
ถึงเรื่องความสังเกตในขณะทำงาน
ในเวลาที่กำหนด ท่านต้องมีความสังเกตว่า
ที่ท่านกำหนดนั้นถูกต้องตรง
กับที่ครูอาจารย์สอนไว้ไหมว่า
เวลานั่ง ให้ทำ อย่างไร ?
เวลานั่ง ให้ดู รูปนั่ง หรือให้พิจารณารูปนั่ง
ดูรูปนั่งนี่ดูในท่าของกายที่ตั้งอยู่ในท่า
นั้นเรียกว่า นั่ง เพราะยืนก็อีกท่าเดินก็อีกท่าหนึ่ง
นอนก็อีกท่าหนึ่ง เมื่อเข้าใจอย่างนี้แล้ว
ก็ไปดูอาการที่นั่ง นอน ยืน เดิน
ดูแล้วก็ต้องเอารูปนามที่เรียนมาแล้วนี้ไปใช้ด้วย
เวลาดูต้องรู้สึกด้วยว่า ดูรูปนั่ง
คือ ต้องมีรูปติดเข้าไปด้วย
ถ้ากำหนดนั่งเฉย ๆ ไม่ได้นะคะ
หรือดูว่า เวลานี้นั่ง
เราก็รู้อยู่ว่านั่งเท่านั้นไม่ได้
ต้องมีรูปด้วย ต้องมีรูปติดเข้าไปด้วย
รูปเฉยๆ ก็ไม่ได้
ต้องรู้ว่ารูปนั่งนี้เป็นรูป
เพราะว่า รูปนั่ง กับรูปนอนนี้เป็นคนละรูป
เพราะฉะนั้น ต้องคอยสังเกต
สังเกต = เป็นตัวศึกษา
พอกำหนดรูปนั่งลงไป ต้องสังเกตเสมอว่า
ถูกตรงกับที่ครูอาจารย์ท่านบอกไหม?
ให้ทำความรู้สึกตัวว่า ดูรูปนั่ง
ดูรูปเฉยๆ ไม่ได้
เพราะว่า รูปนี่มีหลายอย่าง
ดูรูปเฉยๆ นั่งก็เป็นรูป นอนก็เป็นรูป
ประเดี๋ยวก็รูปมันจะเป็นอันเดียวกันอย่างนี้ไม่ได้
อันนี้ไม่ได้แน่ สำคัญมากนะ
โดย พี่ดอกแก้ว [11 ธ.ค. 2547 , 06:25:29 น.] ( IP = 61.90.12.229 : : )
สลักธรรม 3คราวนี้มาเรื่องของฟุ้งกันบ้างค่ะ
ตามธรรมดาจิตเราไม่เคยอบรม
มันก็เที่ยวกวัดแกว่งไป
พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าอะไรจะเร็วเท่ากับจิตใจไม่มี
จิตนี่ไวที่สุด ..เพราะฉะนั้น จึงเป็นของอบรมยาก
และก็อยู่อยากด้วย
ทีนี้เวลาที่เรากำหนดในรูปนั่ง ..ประเดี๋ยวมันก็ฟุ้งไปแล้ว ที่แรกก็รู้อยู่ว่าดูรูปนั่ง
ประเดี๋ยวก็เผลอแพล็บไป ออกไปแล้ว
ขณะนี้จิตใจมันก็เที่ยวอยู่ทั้งวันทั้งคืนเหมือนกัน
แต่ว่า เราไม่ดูจิตเลย
มันก็เหมือนกับว่าไม่ไปไหน
แต่พอเราไปเข้ากรรมฐาน
พอเราจะไปจับมันเท่านั้นแหละ
ไปแพล็บ ไปแพล็บ นี่เพราะว่าเราดูเข้า
เราจึงเห็นว่า มันไป ฟุ้งนี่เป็นอาการของจิตใจ
เป็นนามธรรม เรียกว่า "นามฟุ้ง"
ธรรมชาติของจิตย่อมคิดฟุ้งไปต่าง ๆเสมอๆ
เมื่อไปแล้วก็แล้วกัน ไม่ต้องไปสนใจ
แล้วใจก็อย่าไปนึกว่า จะต้องไม่ให้มันฟุ้ง
ไม่ให้มันไปไหนที่อื่น
จะพยายามให้จิตมันอยู่ที่นี่ไม่ได้
ทำความรู้สึกอย่างนี้ไม่ได้นะคะ
เพราะการ ทำความรู้สึกอย่างนี้
มันเป็นที่อาศัยของกิเลสเหมือนกันค่ะโดย พี่ดอกแก้ว [11 ธ.ค. 2547 , 06:25:54 น.] ( IP = 61.90.12.229 : : )
สลักธรรม 4พอมันฟุ้งไปแล้ว ..ก็ให้ทำความรู้สึกอย่างเดียวว่า
จิตหลุดจากนั่ง..นี่สำหรับผู้ปฏิบัติใหม่ ยังไม่ต้องกำหนดนามฟุ้งนะคะให้แค่รู้สึกว่าจิตหลุดจากการดูนั่งก็พอ แล้วกลับมาดูอิริยาบถต่อไป
จะฟุ้งไปอีกก็ช่าง...ก็กลับมาใหม่อย่าไปไม่พอใจมัน
เพราะลงเกิดความไม่พอใจแล้ว ..ยิ่งจะฟุ้งใหญ่ ทำอย่างนั้นไม่ได้ จำไว้นะคะว่าเราไม่มีหน้าที่
จะไปแก้ไขอะไรทั้งหมด
เมื่อมันไม่อยู่ไม่ดูอาการที่ปรากฏอยู่
เราก็รู้สึกว่า อ้อ หลุดไปแล้ว กลับมาดูใหม่อีก
เหมือนกับคนหัดถีบรถจักรยาน
พอล้มแล้วท่านจะทำอย่างไร
โกรธว่ามันล้มหรือคะ
หรือคิดว่ามันไม่ควรจะล้มอย่างนั้นหรือคะ
คิดเช่นนั้นมันไม่ถูกใช่ไหม?
โกรธแล้วมันจะไม่ล้มอย่างนั้นหรือ?
เปล่า! มันก็ล้ม
แล้วล้มบ่อยด้วยใช่ไหมตอนหัดขี่ใหม่ๆ
โดย พี่ดอกแก้ว [11 ธ.ค. 2547 , 06:28:29 น.] ( IP = 61.90.12.229 : : )
สลักธรรม 5แล้วล้มบ่อยจะทำอย่างไรล่ะ จึงจะไม่ให้ล้ม
มีวิธีไหนที่จะไม่ให้ล้ม
...เห็นไหมคะว่าไม่มี
ต้องขึ้นขี่อีกอย่างเดียวเท่านั้น
ล้มแล้วขึ้นอีกจนกระทั่งชำนาญแล้ว
ทีนี้ถ้าเข้าใจดีแล้ว ถูกอบรมดีแล้ว เข้าใจแล้ว
ทีนี้จะขี่ไปชั่วโมงสองชั่วโมงก็ไม่ล้ม
การปฏิบัติก็อย่างเดียวกัน
สิ่งที่ควรจะเข้าใจก็คือ พอมันฟุ้งไปแล้ว
ถ้าเราไม่รู้มันจะไปนานเหลือเกิน
ไปถึงตรงนั้น ไปโน่นต่อไปอีก ไปถึงบ้าน
ต่อจากบ้านออกไปบ้านอื่นไปไหน ๆเป็นสิบๆนาที
ถ้าเราสติไว พอมันไปเราก็รู้
พอรู้แล้วเราก็กลับมา ก็เท่านั้นเอง
ไม่มีหน้าที่อย่างอื่นเลย
ไม่มีหน้าที่จะไปแก้ไข จะให้มันหยุด
จะให้มันไปไม่ได้เลย
นอกจากว่า ล้มแล้ว เราก็มากำหนดใหม่
ล้มแล้วก็มากำหนดใหม่
จนกว่าจะชำนาญรู้ท่าทาง
ว่า.. อ้อ ถ้าอย่างนี้มันไม่ล้ม
ถ้าอย่างนี้มันจะล้มแบบนี้นะคะศึกษาดู
แล้วทีนี้ก็จะสะดวก ขั้นแรกก็มีเพียงเท่านี้
สำหรับเรื่องของฟุ้งก็มีกันมากๆ
และต่างก็วิตกกันมากด้วย
แทนที่จะหาความชำนาญ
ให้แก่สติปัญญาเข้าไปรู้เข้าไปเห็น.
..กลับหาโทษเติมให้ตนเช่นไม่พอใจไงคะ
นี่เพราะขาดความเข้าใจที่ถูกต้องนั่นเอง
หวังว่าเมื่อท่านอ่านและเข้าใจทางออกที่ถูกแล้ว
ลองกำหนดดูเลยนะคะ
อย่าผลัดเวลาต่อไปเลย
เพราะไม่แน่เลยว่าเวลาจะมีเหลือ
ให้เราอีกนานสักแค่ไหน
ในการกลับทางเดินที่ซ้ำซากแห่งวัฏฏะสงสารนี้
***พบกันใหม่คราวหน้า***
ด้วยความปรารถนาดี
สวัสดีค่ะ
โดย พี่ดอกแก้ว [11 ธ.ค. 2547 , 06:30:19 น.] ( IP = 61.90.12.229 : : )
สลักธรรม 6มารับความรู้ที่เป็นประโยชน์
ขอบพระคุณมากค่ะพี่ดอกแก้วโดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) [11 ธ.ค. 2547 , 22:10:01 น.] ( IP = 202.183.162.16 : : )
สลักธรรม 7เข้ามาอ่านต่อ....
เพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องในการปฏิบัติ
ขอบพระคุณค่ะโดย เซิ่น (เซิ่น) [12 ธ.ค. 2547 , 22:29:47 น.] ( IP = 61.90.23.232 : : )
สลักธรรม 8
เข้ามาศึกษาต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณพี่เดอกแก้วมากค่ะโดย พี่ดา (dada) [13 ธ.ค. 2547 , 09:13:35 น.] ( IP = 61.90.68.84 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |