ตอบ เป็นรูป เพราะอะไร เพราะความอุ่นเป็นสิ่งที่ไม่มีอารมณ์ แล้วเรารู้ได้อย่างไรว่า กาย (รูป) อุ่น ก็เพราะจิตเข้าไปรับรู้ จิตไปจับที่กาย คงพอเข้าใจ รูป (กาย) และ นาม (จิต) กันแล้วน๊ะครับ เอ๊ะ...แล้วเข้าใจแล้วจะพ้นทุกข์ได้อย่างไร ลองพิจารณาตามผมน๊ะครับ ขณะนี้ท่านนั่งอ่านธรรมะอยู่ใช่ไหมครับ กายท่านนั่งอยู่ ไม่ใช่เรานั่งน๊ะ กายเท่านั้นนั่ง จิตท่านไปยึดว่ากายเป็นเรา (สักกายทิฐิ) เลยนึกว่าเรานั่ง จริงๆ กายนั่ง ไม่ใช่เรานั่ง อาจจะสับสนเล็กน้อยมาดูตัวอย่างกัน ผมจะเล่าความจริงเรื่องหนึ่งให้ฟังดังนี้ มีคนขับรถจักรยานยนต์คนหนึ่งกำลังขับรถมา เขาถูกรถเก๋งชน รถเขาล้มไป เขาขาขาด (แต่เขายังไม่รู้ตัวว่าเขาขาขาด) เขาลุกขึ้นมา (โดยไม่รู้สึกเจ็บปวด) แล้วด่าคนขับรถเก๋ง พร้อมกับก้าวขา (ขณะยืนนี้ยืนอยู่ด้วยขาข้างเดียว เพราะอีกข้างขาดไปแล้ว) อีกข้าง (ซึ่งขาด ตั้งแต่เข่าลงไป คือตอนนี้ไม่มีขา) กะว่าจะเดินไปต่อยคนขับรถเก๋ง แต่เขาล้มลง (เพราะไม่มีขาที่จะยันพื้น) (ลองนึกภาพดู) เขาจึงมองลงไปว่าทำไมเขาล้ม พอเขาเห็นว่าเขาขาขาดเท่านั้น เจ็บขึ้นมาทันที เอาหละครับ ผมจะอธิบายให้ฟัง ตอนขาขาดเขาไม่เจ็บเพราะ ขา (กาย) ไม่ใช่เรา ตอนนั้นจิตยังไม่ไปจับว่ากายเป็นเรา เขาจึงไม่เจ็บ แต่พอเขาเห็นว่าขาเขาขาด เขาเจ็บขึ้นมาทันที เพราะจิตไปคิดว่าขา (กาย) เป็นเรา นี่แหละครับ ถ้าเราไม่เอาจิตไปยึดเราก็ไม่ทุกข์ เท่านี้เอง ลองปฏิบัติดู มีพระบางท่านผ่าตัดโดยไม่ใช้ยาชาใดๆ ทั้งสิ้น เพราะท่านไม่เอาจิตไปยึดกับกาย กายเจ็บ ไม่ใช่เรา เราก็ไม่ทุกข์ ทำไมผมต้องมาบอกเรื่องการพ้นทุกข์ด้วย เพราะคนเราเกิดมาก็ต้องมีทุกข์ด้วยกันทุกคน ไม่ว่ารวย จน ชาย หญิง ราชา ยาจก ทุกคนมีแก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดา การศึกษาธรรมไม่ใช่ว่าเราจะไม่แก่ ไม่ตาย ตายหมดเหมือนกัน แต่เราจะไม่ทุกข์ เพราะเรารู้สภาพธรรม เราก็จะทำใจได้ ผมขอฝากเว็บไซต์ธรรมะให้ท่านสาธุชนเข้าไปศึกษาเพิ่มเตอมเกี่ยวกับ รูป นาม นั่นคืออภิธรรมนั่นเอง