มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พิชิตความสุข




การที่คนใดคนหนึ่งจะมีความสุขได้อย่างไม่ลุ่มๆ ดอนๆ
แบบที่เรียกว่า สามวันดีสี่วันไข้
เพราะคนผู้นั้นมีวิธีการฝึกจิตเพื่อพิชิตความสุข

การฝึกจิตเพื่อพิชิตความสุขนั้น
ต้องสร้าง โยนิโสมนสิการ
คือ การทำอุบายในกุศโลบายแห่งธรรมะ
ในแต่ละข้อแต่ละบทว่า
ธรรมะข้อนี้ๆ มีคุณเช่นนี้ เราจะนำไปใช้ด้วยวิธีนี้
และจะนำมาใช้ในสถานการณ์นี้ๆ

โยนิโสมนสิการดังที่กล่าวนี้
ย่อมมีศรัทธาในบุคคลและองค์ธรรมเป็นที่ตั้ง คือ
จะต้องเชื่อใครสักคน
เชื่อคนสักคำลองทำตามสักครั้ง
และใครคนนั้นก็คือสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


ในเอกราชชาดก
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเล่า
อดีตชาติของพระองค์ให้ภิกษุทั้งหลายได้ฟังว่า...
ครั้งสมัยที่พระองค์เสวย พระชาติเป็น พระเจ้ากรุงพาราณสี
มีพระนามว่าเอกราช
ทรงลงโทษมหาดเล็กผู้หนึ่งซึ่งได้ผิดประเวณีกับนางห้ามฝ่ายใน
ธรรมดาต้องประหารเสียทั้งคู่

แต่ทรงพิจารณาความผิดแห่งพระองค์ก่อน
เมื่อเห็นว่ามิได้ทรงให้ความสุขในทางเพศต่อนางห้ามฝ่ายในซึ่งมีจำนวนมากได้
ก็ทรงลดความผิดของทั้งคู่ด้วยการเนรเทศเสีย

มหาดเล็กผู้นั้นได้ไปอยู่ในกรุงสาวัตถีกับพระเจ้าทุพภิเสน
เมื่อเผยความลับของกรุงพาราณสีต่อพระเจ้าทุพภิเสนแล้ว
ก็กราบทูลให้ทำการรบ

พระเจ้าทุพภิเสนหลงเชื่อ เมื่อกรีฑาทัพรบแล้ว
จับพระเจ้าเอกราชทรมานด้วยการมัดพระกรไพล่หลัง มัดพระบาททั้งคู่
แล้วโยงกับเสาให้พระเศียรลงดินไว้ ณ ทางเข้าพระนคร


โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [13 ธ.ค. 2547 , 13:52:03 น.] ( IP = 61.91.76.162 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

แต่พระเจ้าเอกราชได้เจริญเมตตาพรหมวิหารธรรม
จนเชือกที่พันธนาการขาด
พระองค์ลอยอยู่ในอากาศ มีพระอินทรีย์ผ่องใส

ส่วนพระเจ้าทุพภิเสน เกิดความเร่าร้อนนอนดิ้นบนพื้น
ครั้งทราบว่าเป็นด้วย บุญญานุภาพของ พระเจ้าเอกราช
จึงกราบขอ พระราชทานอภัยโทษ
แล้วทูลถามเหตุที่พระเจ้าเอกราช มิได้ทรงทุกร้อน
แต่กลับมีความผ่องใส

พระเจ้าเอกราชจึงตรัสว่า
"..ดูก่อนทุพภิเสน
เราฝึกจิตของเรา
ให้พร้อมแล้วด้วยคุณธรรม ๒ ประการ คือ
๑. เรามีขันติทนต่อทุกขเวทนาและคำครหา
๒.เรามีธรรมอันเป็นตบะเผาบาป...

ดูก่อนทุพภิเสน
ผู้เป็นบัณฑิตย่อมบรรเทาสุขได้เพราะทุกข์
และบรรเทาทุกข์ได้เพราะสุข
จึงเป็นผู้มีจิตเยือกเย็น
เป็นผู้มีจิตเที่ยงตรง เหมือนตราชั่ง
คือ สุข ทุกข์ เหมือนกัน..."

องค์ธรรมทั้งหมดนี้คือองค์ธรรมที่อัศจรรย์ยิ่ง
ที่เมื่อประพฤติแล้วจะบังเกิดสุข
จึงขอสรุปเป็นสูตรดังนี้ว่า ...

ในยามใดมีความสุข ให้เอาทุกข์มาลบ
ยามใดที่มีความทุกข์ให้เอาสุขมาบวก

สุขต้องลบด้วยทุกข์แต่หนหลัง ๒๕%
ทุกข์ภายหน้า ๒๕%

ยามใดมีทุกข์ให้เอาสุขหนหลังบวก ๒๕%
สุขอันจะเกิดมีข้างหน้า ๒๕%

และขอเตือนจิตว่า...สุขก็อย่าระเริง ทุกข์ก็อย่าระทม...


โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [13 ธ.ค. 2547 , 13:56:06 น.] ( IP = 61.91.76.162 : : )


  สลักธรรม 2

...สุขก็อย่าระเริง ทุกข์ก็อย่าระทม...
กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ธ.ค. 2547 , 15:27:23 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.67.40 )


  สลักธรรม 3

กราบนมัสการเจ้าค่ะ
เป็นข้อเตือนใจที่ดีค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [13 ธ.ค. 2547 , 17:13:41 น.] ( IP = 203.150.206.9 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org