มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ฉัททันตปริตร






ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า กำลังทรงแสดงพระธรรมเทศนาอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร พระภิกษุณีรูปหนึ่งฟังธรรมอยู่ แล้วดำริว่า อันตัวเรา นี้เคยเป็นบาทบริจาริกา ของพระผู้มีพระภาคเจ้า มาแล้วในอดีตกาลบ้างหรือไม่หนอ ขณะนั้นก็บังเกิดญาณ อันทำให้ระลึกชาติได้แต่หนหลังว่า เคยเป็นบาทบริจาริกาเมื่อครั้ง องค์สมเด็จพระบรมศาสดา ทรงเสวยพระชาติเป็นพญาช้างฉัททันต์

ภิกษุณีผู้นั้น ก็ยินดีหัวเราะขึ้นในท่ามกลางสมาคมนั้น แล้วนางภิกษุณีนั้น ก็พิจารณาต่อไป จึงได้รู้ว่าในชาตินั้นตนเป็นผู้ใช้นายพราน ชื่อโสนุดร ไปยิงพญาช้างฉัททันต์ ด้วยลูกศรอาบยาพิษ ให้ถึงเเก่ความตาย

ภิกษุณีนั้น ก็กลับเศร้าโศกเสียใจ ร้องไห้ ในที่สมาคมนั้นเห็นดังนั้น ต่างก็หันมามองพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยคิดจะถามว่าภิกษุณีท่านนี้ บังเกิดอะไรขึ้น

พระผู้มีพระภาค จึงทรงยกนางภิกษุณีนี้เป็นเหตุ แล้วทรงตรัสชาดกเรื่อง พญาช้างฉัททันต์มาแสดง ความว่า

โดย ธารา ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ธ.ค. 2547 , 12:31:45 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.67.40 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ณ ป่าหิมพานต์ มีพญาช้างเผือกอยู่เชือกหนึ่ง มีนามว่า พญาฉัททันต์ มีช้าง พังเป็นภรรยาอยู่ ๒ เชือกมีนามว่า จุลสุภัททา และ มหาสุภัททา พร้อมกับมีช้างบริวารอีก ๘,๐๐๐ เชือก

อยู่มาวันหนึ่งเป็นฤดูที่ดอกไม้รังบาน พญาช้างฉัททันต์ จึงชวนช้างภรรยาทั้งสอง ให้ไปชมดอกไม้นั้น ครั้นไปถึง ณ ตำบลที่มีไม้รังออกดอกเป็นกลุ่มใหญ่ ดูระรานตาสดใส หอมเย็นชื่นใจเป็นยิ่งนัก พญาช้างนั้นสุดที่จะอดใจไว้ได้ พาภรรยาทั้ง สองเดินตรงรี่เข้าไปหาโคนไม้รัง แล้วใช้ศรีษะชนไม้รังต้นหนึ่ง เพื่อให้ดอกร่วง

ขณะนั้นบนต้นรัง มีรังมดแดงรังใหญ่อยู่ เมื่อพญาช้างชนต้นไม้ด้วยกำลัง รัง มดแดงใหญ่นั้นก็พลันหล่นลงมา ด้วยเหตุทนแรงเหวี่ยงของกิ่งไม้นั้นไม่ได้ จังหวะที่รัง มดแดงใหญ่ร่วงลงมา บนหัวของช้างพังจุลสุภัททาพอดี ซึ่งขณะเดียวกันลมก็ได้พัด พาเอาดอกไม้รังและเกสร ร่วงไปบนหัวและบนตัวของช้างพังมหาสุภัททาพอดี เช่นกัน

ช้างพังจุลสุภัททา เมื่อโดนมดร่วงลงใส่หัวและตัว ก็คิดว่า พญาช้างไม่รักนาง จึงแกล้งทำรังมดแดงร่วงใส่ ทีมหาสุภัททาช้าง พญาช้างคงจะรักมากจึงทำให้ดอกไม้รัง และเกสรหล่นโปรยไปตามลำตัว

ช้างพังจุลสุภัททา คิดดังนั้นแล้วก็บังเกิดความเคียดแค้น ผูกพยาบาทจองเวร แก่พญาช้างฉัททันต์เป็นครั้งแรก

อีกครั้งหนึ่ง พระโพธิสัตว์ช้างฉัททันต์ ได้ดอกปทุมดอกใหญ่มาดอกหนึ่ง ได้มอบดอกบัวนั้น ให้แก่ช้างพังมหาสุภัททา

ช้างพังจุลสุภัททา ได้เห็นดังนั้น ก็น้อยเนื้อต่ำใจว่า พญาช้างทำไมไม่ให้ดอกปทุมแก่ตนบ้าง ช้างนั้นก็ผูกเวรแก่พญาช้างฉัททันต์เป็นครั้งที่สอง

โดย ธารา (TaRa) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ธ.ค. 2547 , 12:35:41 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.67.40 )


  สลักธรรม 2

กาลต่อมา ช้างพังจุลสุภัททา ได้มีโอกาสถวายผลไม้แก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แล้วนางช้างก็ได้ตั้งความปรารถนาอธิษฐานว่า เมื่อข้าพเจ้าสิ้นชีพจากชาตินี้ไปแล้ว ขอให้ได้ไปบังเกิดเป็นมนุษย์ผู้หญิง มีโอกาสได้เป็นมเหสี ของพระบรมกษัตริย์ และมีโอกาสกลับมาล้างผลาญแก่พญาช้างฉัททันต์ เอาชีวิตพญาช้าง และตัดเอางาคู่นั้น มาให้ได้

ครั้นนางช้างนั้น ตั้งจิตอธิษฐานดังนั้นแล้ว นางช้างนั้น ก็มิยอมกินอาหาร ดื่มน้ำ อยู่ต่อมาไม่นาน นางช้างจุลสุภัททาก็ได้ตายลง แล้วได้ไปบังเกิดเป็นบุตรสาวของ มัททราชสกุลมีนามว่า นางสุภัททา กุมารี

เมื่อนางเติบโตเจริญวัยขึ้น ได้มีโอกาสเป็นมเหสีของพระราชาผู้ครองเมืองพาราณสีตามความปรารถนา

พระนางระลึกชาติแต่หนหลังได้ จึงรู้สึกเจ็บแค้นพญาช้างฉัททันต์ จึงแสร้งทำประหนึ่งว่าประชวรแพ้ท้อง เมื่อพระสวามีทรงเข้ามาเยี่ยม พระนางก็ทูลว่าแพ้ท้อง นางได้ฝันเห็นของสิ่งหนึ่งซึ่งก็ยากที่จะหาได้ ขอให้พระสวามีทรงมีรับสั่งให้ เรียกหาพวกนายพรานป่า มาประชุมพร้อมกันเสียก่อน แล้วจะแสดงความฝันถวาย

พระราชาก็ทรงมีพระบัญชา ให้หาตัวพรานป่ามาประชุมรวมกัน ณ ท้องพระโรง แล้วจึงชวนพระมเหสี ไปยังท้องพระโรง เพื่อที่จะได้เล่าความฝัน ให้แก่พระองค์และนายพรานได้ฟัง

โดย ธารา (TaRa) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ธ.ค. 2547 , 12:41:45 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.67.40 )


  สลักธรรม 3

พระมเหสี เมื่อเสด็จยังท้องพระโรงพร้อมพระราชา มหาอำมาตย์ราชบริพาร และพรานป่าแล้ว จึงทรงตรัสเล่าว่า เราฝันเห็นช้างเผือกผู้มีงายาวสีขาว ที่มีรัศมี ๖ ประการ เราต้องการงาคู่นั้น ถ้าเราไม่ได้ เราจะฆ่าตัวตาย

พระราชาทรงหลงรัก พระมเหสีสุภัททราองค์นี้มาก จึงทรงตามพระทัยพระมเหสีทุกประการ

พระนางได้ทรงคัดเลือก นายพรานผู้มีร่างกายแข็งแรงกำยำ มีฝีมือยิงธนูที่แม่นยำ และรอบรู้อุบายวิธี

พรานที่พระนางทรงเลือกได้ มีนามว่าโสณุดร

พระนางได้บอกตำบล ที่อยู่ของพญาช้างฉัททันต์ ให้แก่พรานโสณุดร ได้ทราบทุกประการ

เมื่อได้ทราบที่อยู่ของพญาช้างฉัททันต์ จากพระมเหสีแล้ว ได้ออกเดินทางไปยัง ป่าหิมพานต์ ตรงไปยัง ณ ตำบลที่อยู่ของพญาช้างฉัททันต์ ตามคำบอกเล่าของพระมเหสี สิ้นเวลาไปถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน

ครั้นเดินทางไปถึง ยังที่อยู่ของพญาช้าง พรานโสณุดร จึงซุ่มดูกิริยาของพญาช้าง ทั้งวันเวลาไปและกลับ ของพญาช้างที่ออกไปหากิน เมื่อเฝ้าดูจนรู้เเน่เเล้ว นายพรานก็รอเวลาให้พญาช้างเเละบริวาร ออกจากที่พัก เเล้วพรานนั้น ก็ออกมาจากที่ซ่อน หาทำเลที่เหมาะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของพญาช้างมากนัก แล้วทำการขุดหลุมให้ลึกพอที่ตนจะลงไปยืนอยู่ในหลุมนั้นได้มิดหัว พร้อมทั้งนำท่อนไม้และใบไม้ มาเรียงขวางปากหลุม แล้วกลบทับด้วยดิน เกลี่ยดินให้เรียบ อีกทั้งยังเปิดช่องที่ตนจะลงไปซ่อนตัว และเปิดช่องสำหรับเล็งลูกศร

โดย ธารา (TaRa) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ธ.ค. 2547 , 12:44:13 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.67.40 )


  สลักธรรม 4

ครั้นได้เวลาที่พญาช้างและบริวาร จวนจะกลับ พรานโสณุดร ก็ลงไปซ่อนในหลุมที่ตนขุดเอาไว้ แล้วยังนำเอาผ้าจีวรที่เตรียมมา นำมานุ่งห่ม

เมื่อกาลมรณะ ของพญาช้างมาถึง พญาช้างนั้นพร้อมบริวาร ก็เดินทางกลับมายังที่อยู่ของตนดังเดิม ครั้นมาถึงตรงสุดที่พรานโสณุดร ขุดหลุมเอาไว้ พญาช้างนั้น ก็หาได้เฉลียวใจอันใดไม่ ได้มาหยุดยืนอยู่ตรงจุดเดิมที่ทุกครั้ง เมื่อกลับมาจากหาอาหาร ตนจะต้องมายืนเพื่อสำรวจตรวจดู ภูมิประเทศในที่พักของตนว่ามีอะไรผิดปกติบ้าง

ขณะที่พญาช้างกำลังมองสำรวจดูอยู่นั้น พรานโสณุดร ได้นำลูกศรอาบยาพิษมาพาดสาย เล็งตรงไปยังช่องที่ตนเจาะเอาไว้เฉพาะ ปลายศรนั้นเล็งตรงไปยังท้องของพญาช้างฉัททันต์พอดี พรานป่าโสณุดร ใช้กำลังน้าวคันศรสุดแรง พร้อมกับปล่อยศรอาบยาพิษนั้นออกจากแล่ง ศรนั้นพุ่งตรงไปยังท้องของพญาช้างฉัททันต์ จนทะลุหลัง

พญาช้างนั้นก็ส่งเสียงร้องโกญจนาท ขึ้น ๓ ครั้ง บริวารของพญาช้างนั้น เมื่อรู้ว่า นายของตนมีภัย ก็พากันแยกย้ายกันออกค้นหาศัตรู ที่ทำร้ายนายของตน เว้นแต่นางช้างพังมหาสุภัททา เฝ้าอยู่ใกล้พญาช้าง

โดย ธารา (TaRa) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ธ.ค. 2547 , 12:45:10 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.67.40 )


  สลักธรรม 5

พญาช้างรู้ว่าศัตรูซ่อนตัวอยู่ในหลุม จึงปรารถนาที่จะทราบสาเหตุเฉพาะตน จึงไล่นางช้างพังมหาสุภัททา ว่าน้องหญิง จงไปช่วยบริวารออกค้นหาศัตรูให้พบเถิด มิต้องเป็นห่วงเราหรอก

เมื่อนางช้างพังจากไปแล้ว พญาช้างฉัททันต์ ก็ทำลายที่กำบังของนายพราน เพื่อจะจับตัวฆ่าเสีย แต่พอได้เห็นผ้าจีวรที่นายพรานห่มอยู่ จึงดำริขึ้นว่า ผ้ากาสาวพัสตร์นี้ เป็นธงชัยของพระอรหันต์ บัณฑิตทั้งหลายไม่ควรทำลาย ควรที่จะสักการะเคารพ พญาช้างนั้นจึงเอางวงยกร่างของพรานป่านั้นขึ้นจากหลุม มาวางลงข้างหน้า แล้วกล่าวว่า ผู้ที่หมักหมมอยู่ด้วยกิเลสอย่างท่าน ไม่ควรนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ผ้านี้ควรแก่ผู้ที่ปราศจากกิเลสเท่านั้น ครั้นกล่าวดังนี้แล้ว โทสะจิตของพญาช้างก็ระงับไป

พญาช้างนั้นจึงร้องถาม นายพรานป่าว่า เจ้าฆ่าเราเพื่อประสงค์สิ่งไร ต้องการเองหรือมีผู้ใช้ให้มา

พรานป่าโสณุดร จึงเล่าความตั้งแต่ต้นจนจบ ให้พญาช้างฉัททันต์ฟัง

พญาช้าง ครั้นได้ทราบว่า นางสุภัททาเทวี เป็นผู้ใช้ให้นายพรานมาฆ่า เพื่อจะเอางา ก็ได้ทราบในทันที่ว่านี่คงเป็นเพราะเวรกรรม ที่นางจุลสุภัททาช้างพังในอดีต บัดนี้บังเกิดเป็นมเหสีของจอมกษัตริย์แห่งพาราณสี นางได้จองเวรพยาบาทต่อเรา เรามิควรที่จะก่อเวรต่อนางอีก

โดย ธารา (TaRa) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ธ.ค. 2547 , 12:46:55 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.67.40 )


  สลักธรรม 6

พญาช้างคิดดังนี้แล้ว จึงให้นายพรานเลื่อยเอางาทั้งคู่ของตน ตามความปรารถนา พร้อมทั้งอธิษฐานว่า ขอเดชแห่งการบริจาคงาทั้งคู่ของเรานี้ จงเป็นปัจจัย ให้เราได้บรรลุพระโพธิญาณ ในอนาคตกาลนั้นด้วยเทอญ

เมื่อนายพรานโสณุดร ตัดเอางาทั้งคู่เสร็จสิ้นแล้ว พญาช้างนั้น จึงได้กล่าวแก่พรานโสณุดรว่า เราจะสอนมนต์สัจจะคาถาให้แก่ท่าน เพื่อจะได้ใช้ป้องกันภัยทั้งหลายขณะเดินทาง ว่าแล้วพญาช้างฉัททันต์ ก็ได้กล่าวมนต์ ให้แก่นายพรานโสณุดร ได้เรียนจนสำเร็จ แล้วพญาช้างนั้นก็ถึงกาลกิริยา

พรานโสณุดร ได้อาศัยมนต์ ของพญาช้างป้องกันภัย ที่เกิดขณะเดินทาง จนพาตนรอดปลอดภัย นำเอางาทั้งคู่ของพญาช้างฉัททันต์ เข้าไปถวายนางสุภัททาเทวี ณ เมืองพาราณสีจนสำเร็จ

พระนางสุภัททาเทวี ครั้นพอได้เห็นงาทั้งคู่ ของพญาช้างฉัททันต์โพธิสัตว์ ก็ให้หวนคำนึงระลึกถึงความรัก ความหลัง ที่ตนมีแก่พญาช้างนั้น มาบัดนี้ เรากลับ ทำให้ผู้ที่เป็นที่รักของเรา ได้ตายจากเราไปเสียแล้ว พระเทวีคิดดังนี้แล้ว ก็บังเกิด ความโศกเศร้า เสียใจอย่างแสนสาหัส จนหัวใจวายตายในที่สุด

โดย ธารา (TaRa) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ธ.ค. 2547 , 12:48:03 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.67.40 )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนา
และขอบคุณมากเลยค่ะคุณธารา

เป็นสิ่งที่น่าศึกษาหาความรู้มากเลยค่ะ

โดย พี่ดอกแก้ว (พี่ดอกแก้ว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ธ.ค. 2547 , 18:39:54 น.] ( IP = 61.91.115.21 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบคุณมากค่ะ...ที่นำมาให้อ่าน

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ธ.ค. 2547 , 23:20:31 น.] ( IP = 61.90.103.235 : : )


  สลักธรรม 9

เพิ่มเติม :-
          พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙
          ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
          ฉัททันตชาดก
          ว่าด้วยพญาช้างฉัททันต์
http://84000.org/tipitaka/atita100/s.php?B=27&A=9415&Z=9524

          อรรถกถา ฉัททันตชาดก
http://84000.org/tipitaka/atita100/jataka.php?i=272327
http://84000.org/tipitaka/atita100/jataka.php?i=272327&p=02

          อ่าน และค้นพระไตรปิฎก ทั้ง ๔๕ เล่ม
          พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์
          พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/

โดย ฐานาฐานะ (ฐานาฐานะ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 ธ.ค. 2547 , 16:56:47 น.] ( IP = 203.118.80.135 : : )


  สลักธรรม 10


ความอาฆาตพยาบาท มิได้ก่อให้เกิดผลดีเลย
ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

ขอบคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา (dada) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ธ.ค. 2547 , 13:39:46 น.] ( IP = 61.90.68.52 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org