ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบขับรถไปต่างจังหวัด และถ้ามีโอกาสก็จะเตรียมของไปถวายพระใส่ท้ายรถโดยไม่เจาะจงวัด หรือที่เราเรียกกันทั่วไปว่า"ทำสังฆทาน" ถ้าเราเข้าไปในวัดส่วนใหญ่ที่จะถวายของ เราจะได้เห็นถังสีเหลืองมากมายก่ายกองในว ัด
ส่วนใหญ่ก็มาจากท่านพุทธบริษัททั้งหลายนั่นแหละที่มาทำบุญ และนิยมซื้อของถวาย ซึ่งเรียกกันอย่างง่ายๆ ว่า ถังสังฆทาน แปลว่าของถวายพระที่จัดสำเร็จมาในถัง ซึ่งผู้ซื้อจะไม่ค่อยรู้ รายละเอียดภายในถังหรอกว่ามีอะไรในนั้นบ้าง เพราะจะมีพลาสติกใสคลุมปิดมิดชิด อาจจะดูแล้วดี สวย แถมยังติดเทปกาวอย่างแน่นหนา สร้างความรู้สึกว่าของล้นถัง
แต่ช่วงที่ผมได้บวชเป็นพระภิกษุเมื่อหลายปีก่อน ก็มีญาตโยมมาถวายถังเหมือนกัน จึงเจอของจริงเป็นสัจธรรมที่ว่า.... ถังพลาสติกสีเหลืองมักทำด้วยพลาสติกที่มีเนื้อบาง ใส่น้ำและหิ้วได้ไม่กี่ครั้ง ถังจะแตก หูหิ้วหัก-หรือหลุด ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป พระท่านจะนำไปใช้ซักจีวรก็ลำบากเต็มทน สาเหตุมาจากปากถังนั้นเล็กมากเมื่อเทียบกับจีวรซึ่งมีขนาดกว้าง พระท่านกลัวว่าโยมที่ถวายจะเสียใจจึงจำเป็นต้องใช้ แต่ถ้าเลือกได้ ท่านคงใช้ กะละมังจะดีกว่า ใบชาที่ใส่มาในถังรวมกับผงซักฟอก พระท่านจะไม่นำมาฉันเลยเพราะจะเป็น ใบชากลิ่นผงซักฟอก ที่มีกลิ่นเพราะใบชามีคุณสมบัติในการดูดซับกลิ่น พระท่านทำได้แค่นำไปใส่เป็นปุ๋ยให้ต้นไม้เท่านั้น ผ้าใช้สรงน้ำสวยๆ ที่เป็นพับเป็นรูปดอกบัววางบนถัง ผู้ขายจะใส่แป้งมันไว้เยอะๆให้พับง่าย และดูหนา แต่มีเนื้อผ้าจริงๆ น้อยมาก หากให้พระเอาไปนุ่งอาบน้ำก็คงจะโป๊ ผ้าเปื่อยเร็ว ถ้านำของที่ออกมาจากถังก็จะมีไม่กี่ชนิด แต่ที่ดูเหมือนมีมากจนล้นก็เพราะ คนขายเขานำขันไปคว่ำไว้ด้านล่างก็กินเนื้อที่ไปค่อนถังแล้ว ทำให้มีของกองพูนขึ้นมาดูมีมากจนล้น ของทั้งหมดที่อยู่ในถัง ดูเหมือนว่าเราตั้งใจถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ แต่ประโยชน์ที่พระท่าน ได้รับมีน้อยมาก ดูไม่คุ้มกับค่าเงินที่เสียไป หรือว่าชีวิตทุกวันนี้ดูจะรีบร้อนไปเสียหมด ไม่มีเวลาแม้จะหาของมาทำบุญ ต้องไปซื้อสังฆทานสำเร็จรูป