| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
หน้าที่ของกรรม
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1๑. ชนกกรรม คือ กรรมนำเกิด
๒. อุปถัมภกกรรม คือ กรรมอุดหนุน
๓. อุปปีฬกกรรม คือ กรรมเบียดเบียน
๔. อุปฆาตกกรรม คือ กรรมตัดรอน
ดังนั้นท่านจะทราบได้จากกรรมเหล่านี้เองว่า ความเป็นไปต่างๆตั้งแต่เกิดมานั้น จนกระทั่งวันนี้ วันที่ท่านนั้นและอ่านอยู่ตรงนี้ก็ตาม ท่านมีได้เพราะท่านมีกรรมนั่นเอง.
โดย ทับตะวัน [23 ธ.ค. 2547 , 13:10:49 น.] ( IP = 61.90.118.171 : : )
สลักธรรม 2ชนกกรรม คือ กรรมที่สัตว์ทั้งหลาย ได้กระทำไว้แล้ว ทั้งฝ่ายบุญและฝ่ายบาป ...ทำหน้าที่ เป็นชนก-กรรม ทำให้วิบากและกัมมชรูป (รูปที่เกิดจากกรรม) และกัมมปัจจยอุตุชรูป (รูปที่เกิดจากกรรมมีอุตุเป็นปัจจัย) เกิดขึ้นได้ทั้ง ๒ กาล คือ ปฏิสนธิกาล และ ปวัตติกาล
๑. ทำหน้าที่ในปฏิสนธิกาล คือ เมื่อสัตว์ทั้งหลายตายลงแล้วก็ไปเกิดในภพภูมิต่างๆ มี อบายภูมิ กามสุคติภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ ด้วยอำนาจของชนกกรรมที่ทำให้วิบากและกัมมชรูป(นาม-รูป)ไปเกิดเป็นสัตว์ในภูมินั้นๆ ถ้าไปเกิดเป็นมนุษย์ การเกิดขึ้นครั้งแรกจะมีอวัยวะหรือรูปเกิดขึ้นยังไม่ครบ ต่อมาภายหลังรูปจึงจะเกิดขึ้นอีก
๒. ทำหน้าที่ในปวัตติกาล คือกรรมที่ทำหน้าที่ให้รูปนามเกิดขึ้นสืบต่อจากปฏิสนธิกาล จนกระทั่งสิ้นชีวิต เมื่อมนุษย์เกิดขึ้นมาครั้งแรกมีรูปที่เกิดจากกรรม ต่อมาภายหลังอวัยวะอื่น ๆ คือ ตา หู จมูก ลิ้น รวมทั้งอวัยวะน้อยใหญ่ก็เกิดขึ้นตัวชนกกรรม ก็ทำหน้าที่สืบต่อให้รูปหรืออวัยวะเกิดขึ้นตามมาจนครบ แม้วิมานอันเป็นที่อยู่ของ เทวดา พรหม ไฟ หรือเครื่องทรมานสัตว์นรกก็เกิดด้วยอำนาจของชนกกรรมเช่นเดียวกัน
โดย ทับตะวัน [23 ธ.ค. 2547 , 13:14:40 น.] ( IP = 61.90.118.171 : : )
สลักธรรม 3ชนกกรรม ที่ทำให้วิบากจิต กัมมชรูป และกัมมปจยอุตุชรูป ที่เกิดในปวัตติกาลนี้
เป็นกรรมที่ครบองค์แห่งกรรมบถหรือไม่ครบก็ตาม ย่อมสามารถนำให้เกิดได้ทั้งสิ้น
ชนกกรรมฝ่ายอกุศล
เรื่องดังตัวอย่างที่สัตว์นรกกล่างเล่า
สมัยกาลครั้งหนึ่ง
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงออกประกาศสัจจธรรม ได้เสด็จมาถึงนครพาราณสี ชาวเมืองทั้งหลายต่างก็พากันตื่นเต้นดีใจ ด้วยความเลื่อมใสเป็นอันมาก ได้ชักชวนกันมา ถวายภัตตาหาร ในครั้งนั้นมีลูกชายของเศรษฐี ๔ คน ซึ่งพ่อแม่มีทรัพย์สินมากมายแทนที่จะเกิดความเลื่อมใส ร่วมใจกันทำบุญทำทาน กลับดูหมิ่นดูแคลนคิดว่า..
คนทั้งหลายโง่เขลา แล้วร่วมกันเสพสุรายาเมา ประพฤติผิดกาเมสุมิจฉาจาร
เมื่อลูกชายเศรษฐีทั้ง ๔ สิ้นชีวิตลงแล้ว ชนกกรรม นำเกิดในอเวจีมหานรกแดนนิรยภูมิ ชื่อว่า โลหกุมภีนรก เป็นนรกหม้อน้ำร้อน กว้าง ๖๐ โยชน์ (๑ โยชน์เท่ากับ ๑๖ กิโลเมตร) ได้รับความทุกข์ทรมาน ดำผุดดำว่ายจากปากหม้อน้ำร้อนจมลงสู่ก้นหม้อน้ำร้อน และจากก้นหม้อน้ำร้อนก็ลอยขึ้นสู่ปากหม้อน้ำร้อน เหมือนเมล็ดข้าวที่อยู่ในหม้อเวลาเดือด จะผุดขึ้น ผุดลงตลอดเวลา เป็นเช่นนี้ตลอดกาลนาน
โดย ทับตะวัน [23 ธ.ค. 2547 , 13:21:24 น.] ( IP = 61.90.118.171 : : )
สลักธรรม 4
ชนกกรรมฝ่ายกุศล
ของผู้มีศีล
ในสมัยที่
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประทับอยู่ ณ พระเวฬุวนารามป่าไผ่ใหญ่ใกล้กรุงราชคฤห์มหานคร มีอุบาสกชาวเมืองราชคฤห์ผู้หนึ่ง เป็นผู้มีศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัยเป็นอย่างมาก ได้บำเพ็ญกุศลเป็นประจำ ทำทาน ตักบาตร รักษาศีล ๕ ในวันพระก็จะไปรักษาอุโบสถศีล และฟังธรรม อุบาสกนี้เป็นผู้มีศีลธรรมอันดีเยี่ยม เมื่อเขาสิ้นชีวิต ชนกกรรมชักนำให้เขาไปเกิดเป็นเทพบุตร ณ ดาวดึงส์แดนสุขาวดี
โดย ทับตะวัน [23 ธ.ค. 2547 , 13:25:58 น.] ( IP = 61.90.118.171 : : )
สลักธรรม 5อุปถัมภกกรรม คือ กรรมที่มีหน้าที่อุดหนุนการให้ผลของกรรมอื่นๆ และการสืบต่อของขันธ์ที่เกิดจากกรรมอื่น ๆ เหมือนบิดามารดาที่คอยอุปถัมภ์เลี้ยงดูบุตร
อุปถัมภกกรรม มี ๓ ประการ คือ
๑. ช่วยอุดหนุนชนกกรรม ที่ยังไม่มีโอกาสให้ผล ได้มีโอกาสส่งผล
๒. ช่วยอุดหนุนชนกกรรม ที่กำลังมีโอกาสให้ผล ให้มีกำลังในการส่งผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
๓. ช่วยอุดหนุนแก่รูปนาม ที่เป็นวิบากของชนกกรรมให้เจริญขึ้นและตั้งอยู่ได้นาน
และต้องทราบด้วยว่า.. บุญและบาปที่เกิดขึ้นหรือกระทำตอนใกล้จะตายนั้น จะมีบทบาทสำคัญที่จะเป็นพลังสนับสนุนให้บุญและบาปในอดีต บุญและบาปในปัจจุบันที่ยังไม่มีโอกาสให้ผลได้มีโอกาสส่งผล..
โดย ทับตะวัน [23 ธ.ค. 2547 , 13:34:53 น.] ( IP = 61.90.118.171 : : )
สลักธรรม 6อุปปีฬกกรรม เป็นกรรมที่มีหน้าที่เบียดเบียนชนกกรรมอื่นที่มีสภาพตรงข้ามกับตน คือ บุญเบียดเบียนบาป , บาปเบียดเบียนบุญ ทุกข์เบียดเบียนสุข , สุขเบียดเบียนทุกข์ เช่น ขณะที่มีสุขอยู่ มีสุขภาพแข็งแรงดี ต่อมาเกิดโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ทำให้เกิดความทุกข์กายทุกข์ใจ กินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะบาปเบียดเบียนบุญ หรือคนบางคนต้องทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยความยากลำบาก ต่อมาถูกล็อตเตอรี่ ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้นไม่ต้องตรากตรำทำงานหนักเหมือนแต่ก่อน เพราะผลบุญเบียดเบียนความทุกข์ยากที่เคยได้รับให้ลดน้อยลง
อุปปีฬกกรรมนี้ ได้แก่ อุปถัมภกกรรม นั่นเอง คือ ในขณะที่กุศลอุปถัมภกกรรม กำลังทำหน้าที่ช่วยอุดหนุนกุศลชนกกรรมอยู่นั้น ในขณะเดียวกันกุศลอุปถัมภกกรรมนั้น ได้ชื่อว่า กำลังทำหน้าที่เบียดเบียนอกุศลชนกกรรม ที่จะได้โอกาสในการส่งผล ไม่ให้มีโอกาสในการส่งผลได้ด้วยโดย ทับตะวัน [23 ธ.ค. 2547 , 13:40:23 น.] ( IP = 61.90.118.171 : : )
สลักธรรม 7
ตัวอย่าง
อุปปีฬกกรรม ฝ่ายอกุศล
ในสมัยพุทธกาล มีบุรุษผู้หนึ่งชื่อว่า โจรเคราแดง เป็นผู้มีจิตใจเหี้ยมโหดผิดมนุษย์ธรรมดา ก่อนที่จะสมัครเข้าเป็นสมุนของโจร หัวหน้าโจรมาเห็นลักษณะแล้วยังไม่ยอมรับ
แต่ด้วยทนคำอ้อนวอนของสมุนโจรด้วยกันที่รับสินบนจากโจรเคราแดงไม่ได้ จึงรับไว้เป็นสมุนโจรด้วยความไม่ค่อยเต็มใจ วันหนึ่งพระราชาจับโจรกลุ่มนี้ได้แต่ก็ไม่อยากที่จะฆ่าด้วยตนเอง ต้องการให้โจรฆ่ากันเองมากกว่าจึงประกาศไปว่า ถ้าใครคนหนึ่งในกลุ่มนี้รับอาสาที่จะฆ่าโจรทั้งหมดนี้ ก็จะได้รับการปลดปล่อยให้รอดชีวิตไม่ต้องถูกประหาร ไม่มีใครรับอาสานอกจาก โจรเคราแดงผู้เดียวเท่านั้น เมื่อโจรเคราแดงฆ่าโจรด้วยกันหมดแล้ว ก็ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระและให้เข้ารับราชการเป็น
เพชฌฆาต โจรเคราแดง รับราชการทำหน้าที่ฆ่าคนมาเป็นเวลา ๕๕ ปี ก็ปลดเกษียณอายุ วันแรกที่พ้นจากราชการ เขาก็เตรียมตัวที่จะออกไปซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ พร้อมอาหารดี ๆ มารับประทานกับครอบครัว
พระสารีบุตร ออกจากนิโรธสมาบัติ พิจารณาดูแล้วเห็นโจรเคราแดงมีอัธยาศัยที่ควรแก่การโปรด จึงอุ้มบาตรไปยืนอยู่หน้าบ้านโจรเคราแดง เมื่อโจรเคราแดงเห็นก็เกิดความศรัทธาเลื่อมใส ได้น้อมถวายอาหารบิณฑบาตอันประณีตแก่พระสารีบุตร และได้ฟังพระธรรมเทศนา แต่จิตใจของโจรเคราแดงนั้นไม่ได้ตั้งมั่นอยู่กับพระธรรม ด้วยอำนาจของอกุศลกรรมที่ทำไว้
จึงได้แต่ปฏิญาณตนขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งตลอดชีวิตเท่านั้น พระเถระได้กล่าวอนุโมทนาแล้วลากลับไปยังวิหาร พอพระเถระคล้อยหลังไป ยักขิณีผู้ซึ่งผูกเวรกันไว้แต่ชาติปางก่อน แปลงกายเป็นแม่โคบ้าวิ่งแล่นไล่ชนโจรเคราแดงล้มลงตายในทันที ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตโดย ทับตะวัน [23 ธ.ค. 2547 , 13:47:06 น.] ( IP = 61.90.118.171 : : )
สลักธรรม 8อุปฆาตกกรรม เป็นกรรมที่มีหน้าที่ ตัดกรรม อื่น ๆ และวิบากของกรรมอื่น ๆ ให้สิ้นลง
ซึ่งต่างกับอุปปีฬกกรรม ซึ่งมีหน้าที่เบียดเบียนกรรมอื่น ๆ และวิบากมิให้เจริญ คือให้มีกำลังลดน้อยถอยลงเท่านั้น
อุปฆาตกกรรม เป็นกรรมชนิดที่ตัดกรรมอื่น ๆ อย่างเด็ดขาด เมื่อตัดกรรมใดแล้ว กรรมนั้นไม่สามารถส่งผลให้เกิดขึ้นได้เลยตลอดไป และถ้าตัดวิบากของกรรมนั้นแล้ว ย่อมหมายถึงร่างกาย หรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของผู้นั้น ย่อมเสียไปตลอดชีวิต หรือไม่ก็ตัดชีวิตของผู้นั้นให้สิ้นไปเลย
ดังที่ผทเองยกคัดมาย่อๆนี้ ก็เพื่อเกริ่นชี้ให้เห็นถึง หน้าที่แต่ละหน้าที่ของกรรมครับ
ท่านที่เคารพทุกท่าน ผมเองก็คอยเอาเหตุผมเรื่องกรรม การหักลบความร้อนใจทุกข์ใจ เพื่อให้เบาบางหรือบรรเทาทุกข์ใจลงเช่นกันครับ และการที่ผมเลือกงานการที่มาลงในลานธรรมะนี้ ก็เพื่อสร้างกรรมใหม่ที่เราเลือกหาให้ตนได้ และเป็นการประหยัดอกุศลจิตได้ดีทีเดียวครับ จึงนำมาฝากท่านด้วยความรู้สึกที่ดีๆครับ
![]()
โดย ทับตะวัน [23 ธ.ค. 2547 , 13:56:26 น.] ( IP = 61.90.118.171 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |