มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผ่านเมฆ มองจันทร์ (๑)







กุศลที่พึงบังเกิดจากความตั้งใจเขียนเรื่อง “ผ่านเมฆ มองจันทร์” นี้
ลูกขอกราบถวายเป็นเครื่องบูชาพระคุณ “หลวงพ่อเสือ“
เนื่องในวาระวันสำคัญ 30 ธันวาคม 2547 นี้

ด้วยความเคารพและสักการะยิ่ง


โดย วยุรี ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ธ.ค. 2547 , 00:30:44 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.39.8 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


ผ่านเมฆ มองจันทร์


หญิงสาวค่อยๆ ก้าวเดินออกมาที่ระเบียงบ้านอย่างช้าๆ โดยการใช้วอล์กเกอร์ช่วยพยุงตนเอง หลังจากได้รับคำสั่งของแพทย์ให้พักฟื้นหลังการผ่าตัดกระดูกสันหลัง ด้วยการกำหนดให้ใช้อิริยาบถนอนเป็นส่วนใหญ่ เดิน และยืนได้บ้าง แต่ห้ามนั่งโดยเด็ดขาด เป็นเวลา 1 เดือน

ทว่าขณะนี้เธอรู้สึกว่าไม่สามารถที่จะนอนพักได้อีกต่อไป สา เหตุเพราะทุกๆ ปีในเวลานี้เธอจะต้องพาลูกศิษย์ไปบำเพ็ญกุศล “มาฆะปุรณมี” ที่ในแต่ละปีเธอพยายามสรรหาวิธีการที่จะทำให้พวกเขาได้เกิด อปรเจตนา ซึ่งเป็นเจตนาที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้กระทำกุศลนั้นไปแล้ว
เจตนาชนิดนี้ว่าไปแล้วมักเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก บางคนทำบุญไปแล้ว ก็แล้วไป ไม่ค่อยได้กลับมาระลึกถึง แม้ว่าบางครั้งจะเป็นบุญที่มีกำลังมากก็ตาม
ดังเช่นบรรดาลูกศิษย์ที่เธอได้เคยพาไปสักการะสังเวชนียสถานถึง 2 ครั้ง แต่ละครั้งนั้นทุกคนเกิดความปีติเป็นล้นพ้น
…. แต่มาบัดนี้หลายๆ ท่านได้ลืมความรู้สึกเช่นนั้นไปแล้ว นับเป็นการปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย

ฉะนั้นคราใดที่ถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเธอจะกล่าวนำเพื่อย้อนอดีตให้ทุกๆ คนได้กลับไประลึกถึงเหตุการณ์ที่ครั้งหนึ่งได้เกิดความปีติใจอย่างล้นพ้น แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม ยังสามารถรำลึกได้
….การจดจำเช่นนี้หากเกิดขึ้นแล้ว รู้สึกอิ่มเอิบใจเหมือนกับได้นั่งอยู่ ณ สถานที่นั้นๆ ย่อมเป็นบุญที่ให้ผลอย่างมากมาย

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ธ.ค. 2547 , 00:36:32 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.39.8 )


  สลักธรรม 2


อปรเจนานี้ จึงเป็นบุญที่มีกำลังมาก และยืนยาวกว่าบุญอื่น เป็นบุญที่ให้ผลแก่ผู้กระทำในปัจฉิมวัย คือ ตั้งแต่ ๕๐ ปีขึ้นไปจนตาย
ซึ่งในวัยนี้ร่างกายทุกคนเริ่มทรุดโทรม ไม่มีกำลัง อำนาจต้านทานโรคก็น้อยลง จะเห็นได้ว่าผู้ที่แข็งแรงในวัยนี้หาได้น้อยมาก ทั้งนี้เพราะกุศลอปรเจตนาซึ่งเป็นกุศลที่จะส่งผลให้ในวัยนี้ได้นั้นเกิดได้ค่อนข้างยากนั่นเอง

เธอคิดว่าในเมื่อลูกศิษย์ทุกคนให้ความเคารพยกย่องว่าเธอเป็นอาจารย์ จึงควรเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเธอที่จะต้องวาดโครงการอนาคต(ชาติ)ที่ดีให้กับพวกเขา ดังนั้นทุกครั้งที่มีโอกาส เธอจึงไม่ละเลยที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำเพื่อให้พวกเขาได้เกิดเจตนาของกุศลให้ครบทั้ง 3 กาลนั่นเอง

แต่มาวันนี้ ….เมื่อสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวยให้กระทำกิจกรรมเช่นนั้นได้ เธอจึงคิดว่าควรใช้เวลาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดด้วยการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
แต่เมื่อออกมายืนที่ระเบียงแล้ว สภาพอากาศที่ปลอดโปร่งแจ่มใสหลังฝนตกทำให้เธออดไม่ได้ที่จะยืนมองธรรมชาติของท้องฟ้าที่สะท้อนแสงสีในยามที่พระอาทิตย์กำลังจะลับหายไปจากสายตา

ภาพกลุ่มเมฆรูปทรงต่างๆ ที่ปรากฏในท้องฟ้าทำให้เธอนึกย้อนไปถึงอดีตตอนวัยเด็กที่เธอได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของโรงเรียนเข้าแข่งขันการประกวดทางวิชาการเป็นประจำแทบทุกปี ซึ่งตอนนั้นคุณครูต้องกวดวิชาให้เธอเป็นพิเศษหลังเลิกเรียน จำได้ว่านอกจากเนื้อหาวิชาอื่นๆ แล้ว เธอยังต้องท่องชื่อเมฆชนิดต่างๆ อีกด้วย แม้เมื่อกาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดเธอก็ยังไม่เคยลืมชื่อเมฆชนิดต่างๆ ที่มีถึง 10 ชื่อด้วยกัน คือ

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ธ.ค. 2547 , 00:40:25 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.39.8 )


  สลักธรรม 3


1. เมฆเซอรัส ที่มีลักษณะเป็นแผ่นบางสีขาวเจิดจ้า จนแสงอาทิตย์สามารถส่องผ่านได้อย่างดี มีหลาย ๆ รูปทรง เช่น เป็นฝอย คล้ายขนนกบางๆ หรือเป็นทางยาว

2. เมฆเซอโรสคิวมูลัส ที่มีลักษณะเป็นปอยบางๆ สีขาว หรือคล้ายขนแกะหรือปุยนุ่น

3. เมฆเซอโรสเตรตัส ที่มีลักษณะคล้ายกับเมฆเซอรัส แต่จะแผ่ออกไปเป็นแผ่นเยื่อบางๆ ต่อเนื่องเป็นแผ่นตามทิศทางของลมในระดับสูง

ทั้ง 3 ชนิดนี้จัดเป็น เมฆชั้นสูง เพราะอยู่ที่ความสูง 20,000 - 60,000 ฟุต ขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นเมฆที่มีสีขาว และไม่ทำให้เกิดฝน

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ธ.ค. 2547 , 00:43:00 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.39.8 )


  สลักธรรม 4


4. เมฆอัลโตคิวมูลัส จะมีลักษณะเป็นกลุ่มก้อนเล็ก ๆ คล้ายฝูงแกะที่อยู่รวมกัน หรือเกิดเป็นก้อนซ้อน ๆ กันคล้ายกับยอดปราสาท บางครั้งเมฆชนิดนี้เกิดขึ้นจากการเคลื่อนตัวในลักษณะลูกคลื่นของลม ทำให้เกิดมีรูปร่างคล้ายกับจานบินหรือแผ่นเลนส์นูน

5. เมฆอัลโตสเตรตัส มีลักษณะเป็นแผ่นปกคลุมบริเวณกว้าง บริเวณฐานเมฆจะเป็นสีเทา หรือสีฟ้า สามารถบังดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ ทำให้เห็นเป็นฝ้าๆ อาจทำให้เกิดฝนละอองบางๆได้

ชนิดที่ 4 และ 5 นี้จัดเป็น เมฆชั้นกลาง อยู่ที่ความสูงระหว่าง 6,500 - 26,000 ฟุต

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ธ.ค. 2547 , 00:45:18 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.39.8 )


  สลักธรรม 5


6. เมฆสเตรตรัส มีลักษณะเป็นแผ่นสีเทา ไม่รวมตัวกันอยู่เป็นบริเวณกว้างมากนัก บางครั้งอาจเกิดในระดับต่ำมากคล้ายหมอก จะเคลื่อนที่ตามลมได้เร็ว และอาจทำให้เกิดฝนละอองได้

7. เมฆสเตรโตรคิวมูลัส มีลักษณะเป็นก้อนกลมที่เรียงติดกันเป็นแถวๆ รวมกันคล้ายคลื่น บางครั้งอาจจะแยกตัวออกเป็นกลุ่มที่ประกอบด้วยก้อนเล็ก ๆ จำนวนมาก

8. เมฆนิมโบสเตรตรัส มีลักษณะเป็นแผ่นสีเทาเข้ม ปกคลุมเป็นบริเวณกว้างมาก ทำให้เกิดฝน หรือหิมะตกในปริมาณเล็กน้อยถึงปานกลางต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ ได้

9. เมฆคิวมูลัส มีลักษณะเป็นก้อนหนา ฐานเมฆมักแบนราบ อาจเกิดเป็นก้อนเดี่ยวๆ หรือรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ ทำให้มองเห็นคล้ายดอกกระหล่ำปลี

เมฆ 4 ประเภทหลังนี้จัดเป็นเมฆชั้นต่ำ เพราะอยู่ที่ความสูงจากผิวพื้น ไม่เกิน 6,500 ฟุต

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ธ.ค. 2547 , 00:47:51 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.39.8 )


  สลักธรรม 6


10. เมฆฝนฟ้าคะนอง เป็นเมฆก่อตัวในทางตั้งที่สูงมาก คือมีความสูงของฐานเมฆประมาณ 1,600 ฟุต โดยส่วนยอดเมฆ มีความสูงไม่แน่นอน บางครั้งสูงถึงระดับเมฆชั้นสูง

หากมีลักษณะคล้ายดอกกระหล่ำปลี ก่อตัวสูงเสียดขึ้นไปในเมฆชั้นสูง ฐานเมฆมีสีเทาดำ จะมีชื่อเรียกว่า เมฆทาว์เวอริ่งคิวมูลัส ซึ่งทำให้เกิด ฝนฟ้าคนอง

แต่ถ้ายอดเมฆแผ่ออกเป็นรูปทั่ง ก็เรียกว่า เมฆคิวมูโลนิมบัส

เมฆประเภทที่ 10 ทั้งสองชนิดนี้เองที่เป็นตัวการทำให้เกิดฝนตกหนัก ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง บางครั้งเป็นลูกเห็บตก

.....เธอค่อยๆ ลำดับความจำที่เคยมีมาจนสามารถระลึกชื่อเมฆชนิดต่างๆ ได้เกือบหมด ทำให้รู้สึกระลึกถึงพระคุณของอาจารย์ที่ให้เคล็ดลับในตอนนั้นว่า
“สิตางศุ์ …เธอต้องจำไว้นะ หากมีชื่อ เซอโร ..เซอรัส เมื่อไรก็เป็นเมฆชั้นสูง แต่ถ้าเป็นอัลโต ก็จะเป็นเมฆชั้นกลาง ชื่ออื่นนอกนั้นเป็นเมฆชั้นต่ำ ซึ่งส่วนใหญ่มักมีคำว่า สเตรโตร …สเตรตัส …”

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ธ.ค. 2547 , 00:51:40 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.39.8 )


  สลักธรรม 7


สายลมที่กรรโชกมาเป็นระยะๆ ทำให้เมฆชนิดต่างๆ นั้นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วช้าต่างกัน
พระอาทิตย์ลับไปจากขอบฟ้านานแล้ว ในขณะที่อีกด้านหนึ่งพระจันทร์เริ่มทอแสงสาดกระทบคลื่นเมฆสีขาว ดูเสมือนเป็นภาพศิลปะที่มีการเคลื่อนไหวอย่างน่าดู จนทำให้เธอไม่อาจละสายตาไปจากท้องฟ้าได้

…ความแปรเปลี่ยนบนม่านฟ้าในเวลานี้ ดูไปแล้วไม่ต่างไปจากความคิดของคนเราที่แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา
บางเวลาเรื่องบางเรื่องดูเหมือนจะมืดสนิทประดุจมีก้อน
เมฆทาว์เวอริ่งคิวมูลัส
ปกคลุมจนเต็มท้องฟ้า
ทำให้ไม่มีแสงสว่างที่พอจะมองเห็นลู่ทางการแก้ปัญหาได้เลย

แต่ทว่าเมื่อปล่อยให้เวลาผ่านไป ดังเช่นฟ้าหลังฝนในขณะนี้ ซึ่งเมฆก้อนเดิมนั้นได้แปรสภาพไปเป็นฝนแล้ว ส่วนที่เหลือก็จะถูกกระแสลมพัดพาให้กระจายออกไป คงเหลือไว้แต่เพียงเมฆสเตรโตรคิวมูลัสสีขาวบางๆ ที่เป็นประดุจคลื่นในท้องทะเล ปกคลุมเต็มไปหมด

ยิ่งเมื่อแสงจากพระจันทร์สาดส่องมากระทบเข้า เมฆสีขาวเหล่านั้นก็ถูกแต้มด้วยสีส้มเรือๆ เหลือบกับสีเหลืองทอง และค่อยๆ กระจายลอยห่างออกจากกัน จนกลับกลายมาเป็นเส้นสีขาวบางๆ ยิ่งลอยออกไปไกลเท่าไร สีขาวก็จะยิ่งจางลง ๆ จนหายไปในที่สุด ภาพต่างๆ ที่ได้เห็นทำให้สิตางศุ์นึกไปถึงภาษิตที่กล่าวว่า ความทุกข์ หรือปัญหา คือสมบัติอันมีค่าของพระอริยะ

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [30 ธ.ค. 2547 , 00:58:04 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.39.8 )


  สลักธรรม 8


อาจเป็นเพราะสภาพอากาศอันเนื่องมาจากฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักในตอนเย็น จึงทำให้พระจันทร์ที่ปรากฏโดดเด่นอยู่เหนือแมกไม้ดูสวยสดเป็นพิเศษด้วยแสงสีรุ้งที่เรื่อๆ อยู่รายรอบ
และดูเสมือนว่าวงกลมโดยรอบ ที่เป็นปรากฏการณ์ทรงกลดนั้น จะค่อยๆ ขยายกว้างมากขึ้นๆ

จากความรู้ที่เรียนมาทำให้เธอบอกกับตัวเองว่า ปรากฏการณ์พระจันทร์ทรงกลดที่เห็นนี้ เกิดมาจากการสะท้อน และการหักเหของแสงจากพระจันทร์ที่เมื่อกระทบเข้ากับเกล็ดน้ำแข็งเล็ก ๆ ของละอองไอน้ำชั้นบนของบรรยากาศจึงทำให้เกิดภาพของพระจันทร์ขยายขนาดโตขึ้นซ้อนกันกับพระจันทร์ดวงจริง และมีรังสีของแสงสีรุ้งกระจายอยู่โดยรอบทำให้เกิดความสวยงาม
ยิ่งท้องฟ้ามืดสนิทก็ยิ่งจะทำให้เห็นปรากฏการณ์รังสีทรงกลดของพระจันทร์ได้อย่างชัดเจน

….ขณะเดียวกันเงามืดมัวๆ ในพื้นสีเหลืองทองที่สุกปลั่งของดวงจันทร์ ซึ่งใครๆ มักมองเห็นเป็นรูปของกระต่ายนั้นก็ดูเด่นชัดขึ้น
….ตั้งแต่เริ่มจำความ เธอได้รับการบอกเล่ามาว่าเป็นสัญญลักษณ์ของกระต่ายตัวหนึ่ง
ซึ่งเมื่อครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมี กระต่ายน้อยตัวนี้จะคอยเฝ้าดูอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา ครั้นเห็นว่าพระองค์ไม่ได้ทรงเสวยอะไรเลย จึงตั้งใจอธิษฐานเสียสละชีวิตของตนเอง โดยกระโดดเข้ากองไฟเพื่อจะได้เป็นอาหารให้แก่พระโพธิสัตว์
….นับแต่นั้นมา คราใดที่สิตางศุ์มองไปยังดวงจันทร์ เธอก็อดระลึกถึงเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะเธอคิดว่ากระต่ายตัวนั้นได้กระทำสิ่งที่สูงส่ง สมควรที่จะได้อยู่ในที่สูงเป็นอย่างยิ่ง

เช่นเดียวกัน บิดาของเธอเคยอุปมาให้ฟังว่า พระจันทร์เป็นของสูง ส่องแสงที่ร่มเย็นให้กับผู้คนทั้งหลาย
แม้เราจะสามารถมองเห็นได้ก็ตาม แต่การเดินทางเพื่อไปถึงพระจันทร์นั้นเป็นไปได้ยากยิ่ง
ซึ่งไม่ต่างไปจากพระนิพพานที่ทุกคนยอมรับว่าเป็นธรรมเบื้องสูง ผู้ที่เรียนพระอภิธรรมทุกคนย่อมรู้จัก และรู้ดีว่าเป็นธรรมประเภทใด แต่ก็ไปถึงได้ยากเช่นเดียวกัน
... เว้นเสียแต่ว่าบุคคลผู้นั้นต้องใช้ความสามารถที่มีอยู่อย่างพิเศษ

โดย วยุรี [30 ธ.ค. 2547 , 01:01:31 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.39.8 )


  สลักธรรม 9


…มาถึงตอนนี้เมฆที่เหลืออยู่ในท้องฟ้าเบาบางลงไปมากแล้ว
แม้ว่าขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออกจะยังคงมีเมฆคิวมูลัสหนาทึบก้อนใหญ่อยู่ก็ตาม แต่ส่วนใหญ่จะปรากฏเมฆอัลโตคิวมูลัส ที่มองดูคล้ายฝูงแกะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ รวมทั้งเมฆเซอรัสที่มีลักษณะเป็นแผ่นสีขาวบางๆ เสมือนมีใครมาใช้พู่กันป้ายไว้

ทำให้อดคิดไม่ได้ว่ากิเลสที่เรามีอยู่นั้นก็ไม่ต่างไปจากเมฆที่มีอยู่ในท้องฟ้า บางเวลาก็มีน้อย บางเวลาก็มีมาก
และไม่มีใครรับประกันได้ว่า เมื่อไรกิเลสชนิดใดจะปรากฏขึ้น คืนนี้ก็เช่นเดียวกันนอกจากเมฆ 3 ชนิดที่เห็นอยู่ในขณะนี้แล้ว เมฆชนิดอื่นๆจะปรากฏขึ้นอีกหรือไม่

ดังนั้นเมฆที่มีอยู่ถึง10 ชนิด ก็คงไม่ต่างไปจากกิเลส 10 อย่างที่คนเรามีสักเท่าไรนัก เพราะกิเลสแต่ละตัว ต่างก็มีอาการที่แตกต่างกันออกไป

เช่นเดียวกันหากเมื่อใดท้องฟ้ายังคงหนาแน่นไปด้วยเมฆมากมายหลายชนิด โอกาสที่จะมองเห็นดวงจันทร์ย่อมเป็นไปไม่ได้ …ซึ่งไม่ต่างไปจากปุถุชนที่หนาแน่นด้วยกิเลสย่อมไม่มีโอกาสเห็นหรือถึงพระนิพพานนั่นเอง

แต่ทว่า….
เมื่อใดที่เมฆทั้ง 10 ชนิดสลายตัวหมดไป ท้องฟ้าย่อมแจ่มใส ทำให้เรามองเห็นดวงจันทร์ได้ชัดเจนฉันใด
บุคคลใดก็ตามที่กิเลส 10 ถูกประหารให้หมดลงไปได้ จิตใจย่อมบริสุทธิ์ ก็สามารถเข้าถึงพระนิพพานได้ฉันนั้น

ยิ่งคิด ...สิตางศุ์ก็ยิ่งอดคิดถึงบิดาไม่ได้…เพราะ….



โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย วยุรี [30 ธ.ค. 2547 , 01:07:27 น.] ( IP = 203.150.217.114 : : 203.113.39.8 )


  สลักธรรม 10

ขอบคุณและอนุโมทนาสาธุครับ
ชื่นชมและชื่นใจในความสามารถ

ที่แสดงออกมาด้วยเจตนาที่หวังดี
ของคุณวยุรีมากครับ


นับเป็นธรรมะชนิดดีมากชิ้นหนึ่ง ที่ถูกกลั่นกรองออกจากศรัทธาที่อุดมไปด้วยความเข้าใจในพระธรรมยิ่งครับ

ขอให้กุศลกรรมที่คุณวยุรีได้ทำแล้วนี้ จงตามคุ้มครองให้ชีวิตคุณวยุรีนั้น มีเส้นทางชีวิตที่สูงค่าและอุปถัมภ์ค้ำจุนให้เจริญในธรรมอันเป็นไปเพื่อมรรคผลนิพพานได้โดยเร็วนะครับ

ด้วยความนับถือในคุณธรรมครับ
เทพธรรม

โดย เทพธรรม [30 ธ.ค. 2547 , 08:53:23 น.] ( IP = 61.90.82.190 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org