| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ประวัติวันขึ้นปีใหม่
วิธีนับสหัสวรรษ และ ปีพุทธศักราช
http://www.kanid.com/century.html
"สหัสวรรษ" เป็นคำใหม่ที่คนไทยคิดขึ้น ไม่เคยมีมาก่อน โดยแปลมาจากคำว่า millennia หมายถึงช่วงเวลา 1000 ปี
คำนี้ใช้ กับจำนวนที่ครบ 1000 ปีที่คริสต์ศาสนากำเนิดขึ้นมาในโลก โดยอาศัยหลักการสมาสคำในภาษา สันสฤต นั่นคือ สหัส แปลว่าพัน สมาสเข้ากับคำว่า วรรษ แปลว่าปี สหัสวรรษจึงแปลว่า พันปี
การนับช่วงเวลา 1000 ปีนี้ มีหลักคล้ายกับการคำนวณ รอบศตวรรษหรือร้อยปี (Century)คำที่เห็นเกร่อในภาษาอังกฤษ ก็คือ คริสต์ศตวรรษ ที่... หรือรอบร้อยปี ของศาสนาคริสต์ที่... เช่น เขียนกันว่า the 15th century (ศตวรรษที่ 16) หรือ the 5th century century B.C. (ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 6) เพราะคำว่า B.C. ย่อมาจาก Befofe Chist (ก่อนกำเนิดศาสนาคริสต์)
ในทำนองเดียวกัน เราจะพบคำว่า the 1st century A.D. หมายถึง นับรอบร้อยปีแรกจากวันกำเนิดของพระเยซูคริสต์ หรือ ยุคคริสเตียน เพราะ A.D. ย่อมาจาก Anno Dornini มาจากภาษาลาติน แปลว่า ในปีของพระเจ้า หรือปีที่เป็นยุคสมัยแห่งการกำเนิดของคริสเตียน การใช้ศตวรรษในภาษาอังกฤษนั้นอิงอยู่กับรอบร้อยปีแห่งการ กำเนิดของศาสนาคริสต์
ดังนั้นคริสต์ศตวรรษที่ 1 จึงมีความหมายถึงช่วง เวลา 1-100 ปีแรกของคริสต์ศาสนา ศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์ศักราช (the 6th century B.C.) ก็หมายถึงช่วงระยะเวลา 501-600 ปี ก่อนศาสนาคริสต์ และคริสต์ศตวรรษ ที่ 16 หมายถึงช่วงเวลาระหว่างปี ค.ศ. 1501-1600 ของคริสต์ศักราช และปี ค.ศ.2000 ถ้านับเป็นศตวรรษก็จะเรียกว่า ศตวรรษที่ 20 หมายถึงช่วงเวลาระหว่างปี ค.ศ. 1901-2000 จากนั้นในปี ค.ศ. 2001 จะถือว่าเป็นการเริ่มต้นศตวรรษใหม่ นับเป็นศตวรรษที่ 21 คือตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001-2100 นั่นเอง
เนื่องจากคำว่า "สหัสวรรษ" เกิดขึ้นในช่วงที่คริสต์ศักราชใกล้ จะครบ2000 ทำให้สันนิษฐานว่า ผู้บัญญัติศัพท์มีเจตนาใช้คำนี้โดย แอบอิงกับคริสต์ศักราช หมายถึงหน่วยของช่วงเวลาที่นับเป็น 1000 ปี สหัสวรรษหน้า จึงหมายถึงการเข้าสู่ช่วงเวลาพันปีในอนาคต โดยเริ่มจากปี ค.ศ. 2001-3000 หรือเราสามารถเรียกอีกประการหนึ่งว่า โลกกำลังก้าวสู่สหัสวรรษที่ 3 ในวันที่ 1 มกราคม ปี ค.ศ. 2001 นั่นเอง
โดย ข่าว [31 ธ.ค. 2547 , 11:09:09 น.] ( IP = 202.183.175.218 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1แต่ยังมีศตวรรษที่ใช้กับพุทธศาสนา หรือศาสนาอื่น ๆ อีกในที่นี้ จะกล่าวถึง " พุทธศตวรรษ " ว่าต่างกับ " คริสต์ศตวรรษ " อย่างไร
จุดต่างของการคำนวณพุทธศตวรรษกับคริสต์ศตวรรษ อยู่ที่ การแอบอิงศักราขของแต่ละศาสนานั่นคือ
พุทธศักราชนับหนึ่งตั้งแต่ปี ปรินิพพานแห่งพระพุทธเจ้า เดิมคำนวณตามหลัก จันทรคติ ขึ้นปีใหม่เมื่อ เดือน 6 แรม 1 ค่ำ แต่ภายหลัง เมื่อประเทศไทยหันมาใช้หลักคำนวณเดือน ตามสุริยคติแบบฝรั่ง พบว่า วันประสูติตรัสรู้และปรินิพพานของพระพุทธองค์ ตกอยู่ในเดือนเมษายนของทุกปี จึงกำหนดว่า จุดเริ่มต้นของการนับพุทธศักราช ที่แท้จริงต้องนับตั้งแต่วันปรินิพพานที่อยู่ในเดือนเมษายน
ต่อมาในสมัยพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันที่ 1 เมษายน ตามสุริยคติ ให้ต้องตามเดือนแห่งการปรินิพพานที่แท้จริง และเป็นการนับปีพุทธศักราชที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด
ส่วนคริสต์ศักราช นับแต่วันสมภพของพระเยซูคริสต์ ใช้คำนวณ เดือนตามสุริยคติ ขึ้นปีใหม่วันที่ 1 มกราคม
โดย ข่าว [31 ธ.ค. 2547 , 11:10:30 น.] ( IP = 202.183.175.218 : : )
สลักธรรม 2การเปรียบเทียบหาหลักฐานหรือความจริงในการตั้งศักราชของ พุทธศาสนา ทำให้พบว่า จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้กระทำผิดอย่างใหญ่หลวง เมื่อประกาศใช้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามแบบฝรั่ง ทำให้คนไทยหลงผิด ว่า วันที่ 1 มกราคม เป็นพุทธศักราชใหม่ ทั้งที่ความถูกต้องเที่ยงตรงนั้นต้องนับ ปีพุทธศักราชใหม่ในเดือนเมษายน
เหตุนี้ คนไทยทั่วประเทศที่เกิดระหว่างเดือน มกราคม ถึง สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ จึงลงเป็นพุทธศักราชในทะเบียนบ้านหรือ เอกสารผิดโดยสิ้นเชิง แม้กระทั่งปฏิทินที่ออกมาในแต่ละปีก็พิมพ์ปีพุทธศักราช ของบางเดือนผิดไปอย่างมักง่าย และไม่มีจิตใจที่จะทำให้ความจริงปรากฎ
ดังนั้น เมื่อจุดเริ่มต้นในการนับศักราชที่แตกต่างกัน การใช้ศตวรรษ ด้านพุทธศาสนาก็จะมีนัยยะที่ต่างกับคริสต์ศตวรรษในบางส่วน
นั่นคือ พุทธศตวรรษ นับตั้งแต่วันพระพุทธเจ้าปรินิพพานเป็นต้นไป จนกระทั่งครบ 100 ปี และในปัจจุบัน สังคมไทยอยู่ในพุทธศตวรรตที่26 (พ.ศ. 2501-2560) ไม่ใช่พุทธศตวรรษที่ 25
นอกจากนี้ ยังมีการใช้คำว่า "กึ่งพุทธกาล หรือ 25 ศตวรรษ" ซึ่งความ หมายแตกต่างจากคำว่า พุทธศตวรรษที่ 25
เพราะทั้ง 2 คำนี้ มีความหมายเป็นจำนวน ปี นั่นคือปีที่ 2500 ของพุทธศาสนา ซึ่งเป็นกึ่งหนึ่งหรือครึ่งหนึ่งของคำทำนายว่า พระพุทธศาสนาจะมีอายุยืนยาวเพียว 5,000 ปี
ขณะที่คำว่า พุทธศตวรรษที่ 25 หมายถึงช่วงเวลาระหว่าง พ.ศ. 25401-2500 ของพุทธศาสนา และถ้าจะนำคำว่า สหัสวรรษ มาใช้สำหรับพุทธศาสนา
เราอาจกล่าวได้ว่า "ปัจจุบันเป็นพุทธสหัสวรรษที่ 3 (พ.ศ. 2001-3000) ซึ่งมีเวลาอีก 458 ปีกว่าจะถึง สหัสวรรษหน้า หรือถึงสหัสวรรษที่ 4 (พ.ศ. 3001-4000โดย ข่าว [31 ธ.ค. 2547 , 11:13:17 น.] ( IP = 202.183.175.218 : : )
สลักธรรม 3ความหมายของคำว่าปีใหม่
ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายของคำว่า "ปี" ไว้ดังนี้ ปี หมายถึง เวลา ชั่วโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครั้งหนึ่งราว ๓๖๕ วัน : เวลา ๑๒ เดือนตามสุริยคติ
ปีใหม่จึงเป็นเรื่องของวันเดือนหมุนเวียนมาบรรจบครบรอบ ๓๖๕ วัน หรือ ๑๒ เดือน ซึ่งสมมติกันว่าปีหนึ่งหมดไป ขึ้นวันเดือนใหม่ของอีก ปีหนึ่ง ก็เรียกกันว่าปีใหม่ แล้วเปลี่ยนนักษัตรประจำปีใหม่ปี ชวด ฉลู ขาล เถาะ เป็นต้น และเปลี่ยนพุทธศักราช (พ.ศ.) ใหม่
ประวัติความเป็นมาทางสากล
ในสมัยโบราณนั้น แต่ละชาติต่างก็ไม่มีวันขึ้นปีใหม่ที่ตรงกัน เช่นในประเทศเยอรมัน ชาวเยอรมันในสมัยโบราณจะมีวันขึ้นปีใหม่ในปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นเวลาที่กำลังมีอากาศหนาวเย็น และประชาชนที่แยกย้ายออกไปหากินในที่ต่าง ๆ ตั้งแต่ในช่วงฤดูร้อน ก็ได้เก็บเกี่ยวพืชผล และนำขึ้นยุ้งฉางเสร็จแล้ว ก็มาร่วมฉลองขึ้นปีใหม่ในระยะนี้ ต่อมาเมื่อชาวโรมันได้เข้ามารุกราน จึงได้เลื่อนการฉลองปีใหม่มาเป็น วันที่ ๑ มกราคม
ชาติโบราณ เช่น ไอยคุปค์ เฟนิเชียนและอิหร่าน เริ่มปีใหม่ราว วันที่ ๒๑ กันยายน รวมถึงชาวโรมันก็เริ่มปีใหม่ วันนี้เช่นเดียวกัน ครั้งมาถึงสมัยของซีซาร์ที่ใช้ปฏิทินแบบยูเลียน จึงเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่มาเป็นวันที่ ๑ มกราคม แต่พวกยิวขึ้นปีใหม่เป็นสองอย่างคือ อย่างเป็นทางการเริ่มประมาณวันที่ ๖ กันยายน ถึงวันที่ ๕ ตุลาคมโดย ข่าว [31 ธ.ค. 2547 , 11:21:51 น.] ( IP = 202.183.175.218 : : )
สลักธรรม 4ประวัติวันขึ้นปีใหม่ของประเทศไทย
ประเพณีปีใหม่ของไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๕ ตอนต้น ถือวันทางจันทรคติขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ เป็นวันขึ้นปีใหม่
ในพระราชพีธีสิบสองเดือนพระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีความว่าพระราชพิธีขึ้นปีใหม่ วันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงพระราชดำริว่าในกฎมนเทียรบาล มีการสมโภชและเลี้ยงลูกขุน ซึ่งตรงกับการเลี้ยงโต๊ะอย่างฝรั่ง
จึงทรงกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลขึ้นเวลาเช้า มีการพระราชกุศลสดับปกรณ์ พระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เวลาค่ำเชิญพระสยามเทวาธิราชและเชิญเจว็ดรูปพระภูมิเจ้าที่จากหอแก้วออกมาตั้งที่บุษบกมุขเด็จพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทตั้งเครื่องสังเวยที่พื้นชาลาหน้ามุขเด็จ ตั้งพระราชอาสน์ที่ประทับ ณ ศาลาคต มีละครหลวงแสดง และตั้งโต๊ะพระราชทานเลี้ยง
ครั้งต่อมาในรัชกาลที่ ๕ ได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นทางสุริยคติ ถือวันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่และโปรดให้ใช้รัตนโกสินทรศก ในการนับปี ตั้งแต่ ร.ศ. ๑๐๘ เป็นต้นมา
โดย ข่าว [31 ธ.ค. 2547 , 11:24:05 น.] ( IP = 202.183.175.218 : : )
สลักธรรม 5ถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) ทรงพระกรุณโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พุทธศักราชแทนรัตนโกสินทรศก ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๕
และต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๕๖ โปรดให้รวมพระราชพิธีสัมพัจฉรฉินท์เถลิงศกสงกรานต์ พระราชพิธีศรีสัจจปานกาลถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาเข้าด้วยกันเรียกว่าพระราชพิธีตรุษสงกรานต์ เริ่มการพระราชพิธีตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ถึงวันที่ ๓ เมษายน
ครั้นต่อมาในรัชกาลที่ ๘ คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ใน พระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ได้ประกาศให้ใช้วันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ เพราะวันที่ ๑ มกราคม ใกล้เคียงวันแรม ๑ ค่ำ
เดือนอ้าย เป็นการใช้ฤดูหนาวเริ่มต้นปี และเป็นการสอดคล้องตามจารีตประเพณีโบราณของไทยต้องตามคติแห่งพระบวรพุทธศาสนาและตรงกับนานาประเทศ โดยให้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นต้นไป
บทสรุป
ชาวไทยในสมัยโบราณเริ่มขึ้นปีใหม่เป็นสามระยะ คือ ขึ้นปีใหม่ทางจันทรคติ โดยนับปีนักษัตรเป็นเกณฑ์ เริ่มวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ เป็นประเพณีมีตรุษ ระยะ ๑ เริ่มปีใหม่ตามเกณฑ์ จุลศักราชตามปกติประมาณวันที่ ๑๓ เมษายน เป็นประเพณีสงกรานต์และมีงานนักษัตรฤกษ์ ๓ วัน วันต้นเป็นวันสงกรานต์ วันที่ ๒ เป็นวันเนาว์ และวันที่ ๓ จึงเป็นวันเถลิงศกเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ระยะ ๑ และขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติ คือวันที่ ๑ เมษายน ซึ่งประกาศใช้มาแต่ พ.ศ. ๒๔๓๒ ในรัชกาลที่ ๕
และได้ประกอบพิธีฉลองปีใหม่ในวันนั้น เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่เก่าก่อน
ต่อมารัฐบาลในระบอบประชาธิไตยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ชุดหนึ่ง พิจารณาเสนอว่า วันขึ้นปีใหม่ของไทยควรจะได้เป็นไปตามสากลนิยม จึงได้ประกาศเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ ๑ มกราคม มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๔
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4272โดย ข่าว [31 ธ.ค. 2547 , 11:31:10 น.] ( IP = 202.183.175.218 : : )
สลักธรรม 6ศักราช หมายถึง ปีที่กำหนดเอาเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งซึ่งสำคัญมากสำหรับจดจารึกไว้
ศักราชที่มีกำหนดไว้มี คือพุทธศักราช (พ.ศ.) รัตนโกสินทร์ศก หรือ ร.ศ.) จุลศักราช (จ.ศ.) คริสต์ศักราช
(ค.ศ.) และมหาศักราช (ม.ศ.) ศักราชเหล่านี้เริ่มต้นนับแตกต่างกัน
การที่จะเทียบศักราชได้จึงต้องนำเอาระยะต่างที่เริ่มนับมาบวกเข้าหรือลบออกดังนี้
ระยะเวลาที่ต่าง
พุทธศักราช มากกว่า คริสต์ศักราช 543 ปี
พุทธศักราช มากกว่า มหาศักราช 621 ปี
พุทธศักราช มากกว่า จุลศักราช 1,181 ปี
พุทธศักราช มากกว่า รัตนโกสินทร์ศก 2,324 ปี
คริสต์ศักราช มากกว่า มหาศักราช 78 ปี
คริสต์ศักราช มากกว่า จุลศักราช 638 ปี
คริสต์ศักราช มากกว่า รัตนโกสินทร์ศก 1,781 ปี
มหาศักราช มากกว่า จุลศักราช 560 ปี
มหาศักราช มากกว่า รัตนโกสินทร์ศก 1,705 ปี
จุลศักราช มากกว่า รัตนโกสินทร์ศก 1,143 ปี
พุทธศักราช (พ.ศ.) เริ่มนับตั้งแต่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ซึ่งเดิมนับเอาวันเพ็ญ เดือน 6 เป็นวันเปลี่ยนศักราช ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงให้ถือเอาวันที่ 1 เมษายนแทน
อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 8 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เสียใหม่ โดยเริ่มนับตามสากลคือ วันที่ 1 มกราคม นับแต่ปี พ.ศ. 2483 เป็นต้นมา
คริสต์ศักราช (ค.ศ.) เริ่มนับเอาตั้งแต่ปีที่พระเยซูเกิดเป็น ค.ศ. 1 ซึ่งเวลานั้น พ.ศ. มีมาแล้วนับได้ 543 ปี การคำนวณเดือนของ ค.ศ. จะเป็นแบบสุรยคติ ดังนั้นวันขึ้นปีใหม่ของ ค.ศ. จะเริ่มในวันที่ 1 มกราคมของทุกปีโดย ข่าว [31 ธ.ค. 2547 , 11:40:18 น.] ( IP = 202.183.175.218 : : )
สลักธรรม 7มหาศักราช (ม.ศ.) เริ่มนับเอาตั้งแต่ปีกษัตริย์ศักราชวงศ์พระองค์หนึ่งในประเทศอินเดียทรงมีชัยชนะเป็นมหาศักราชที่ 1 วิธีการนับวันเดือนปีจะเป็นไปตามสุริยคติ โดยวันขึ้นปีใหม่จะเริ่มเมื่อ 1 เมษายนของทุกปี
จุลศักราช (จ.ศ.) เริ่มนับเมื่อ พ.ศ. ล่วงมาได้ 1,181 ปี โดยนับเอาวันที่พระเถระพม่ารูปหนึ่งนามว่า "บุพโสระหัน " สึกออกจาก การเป็นพระมาเพื่อชิงราชบัล-ลังก์ การนับเดือนปีเป็นแบบทางจันทรคติ โดยจะมีวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 เป็นวันขึ้นปีใหม่
รัตนโกสินทร์ ศก (ร.ศ.) ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ล่วงมาได้ 2,325 ปี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้บัญญัติขึ้น โดยเริ่มนับเอาวันที่รัชกาลที่ 1 ทรงสร้างกรุงเทพมหานคร เป็น ร.ศ. 1 และวันเริ่มต้นปีคือวันที่ 1 เมษายน จนต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้เลิกใช้ ร.ศ.)
วิธีการเทียบศักราช เช่น การคิดเทียบหา พ.ศ.
พ.ศ. = ค.ศ. + 543 หรือ ค.ศ. = พ.ศ. - 543
พ.ศ. = ม.ศ. + 621 หรือ ม.ศ. = พ.ศ. - 621
พ.ศ. = จ.ศ. + 1,181 หรือ จ.ศ. = พ.ศ. - 1,181
พ.ศ. = ร.ศ. + 2,324 หรือ ร.ศ. = พ.ศ. - 2,324
เดิมเราถือวันที่ 1 เมษายน เป็นวันเปลี่ยนศักราชใหม่ ต่อมาในปี พ.ศ. 2483 เราจะถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงศักราชใหม่ในวันที่ 1 มกราคม ซึ่งเป็นไปตามสากลนิยม ดังนั้นก่อน พ.ศ. 2484 ย้อนขึ้นไป พุทธศักราชจึงคาบเกี่ยวกับคริสต์ศักราช 2 ปี เช่น พ.ศ. 2483 เป็นคริสต์ศักราช 1940 กับ 1941
(ข้อมูลนี้ได้รับจากเมล์)โดย ข่าว [31 ธ.ค. 2547 , 11:43:13 น.] ( IP = 202.183.175.218 : : )
สลักธรรม 8แวะมาอ่านงานมีคุณประโยชน์ค่ะ
โดย ทิกิ (tiki) [31 ธ.ค. 2547 , 19:10:42 น.] ( IP = 203.150.106.39 : : )
สลักธรรม 9
"นายกฯ"อวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2548
คำปราศรัยของ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาส "วันขึ้นปีใหม่" พุทธศักราช 2548 วันที่ 31 ธันวาคม 2547 (ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย)
พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน ปีพุทธศักราช 2547 กำลังจะผ่านพ้นไป และปีพุทธศักราชใหม่ 2548 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างประเทศที่เพิ่งฟื้นขึ้นจากการซ่อมแซมความสึกหรอทางเศรษฐกิจ สังคม การปกครอง ระบบราชการ และกฎหมายให้มั่นคงแข็งแรง จึงเป็นปีแห่งความหวังและความสุข ที่พี่น้องประชาชนร่วมแรงแข็งขันเตรียมตัวเตรียมใจด้วยความรู้รักสามัคคี และแสดงไมตรีส่งระลึกถึงกัน พร้อมส่งความสุขความปรารถนาดีไปยังบุคคลอันเป็นที่รัก
ในโอกาสอันเป็นดิถีมงคลขึ้นปีพุทธศักราช 2548 ผมและคณะรัฐมนตรี ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน ร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก โปรดอภิบาลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ ปราศจากโรคาพาธ สถิตในราไชศวรรย์ราชสมบัติ เป็นร่มฉัตรปกเกล้าปกกระหม่อมประชาชนชาวไทยตราบกาลนิรันดร์ และโปรดคุ้มครองรักษาพระบรมวงศานุวงศ์ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัยทุกประการ
http://202.57.155.216/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9480000000035
โดย ข่าว [31 ธ.ค. 2547 , 23:31:28 น.] ( IP = 202.183.167.119 : : )
สลักธรรม 10Good
โดย ส้มโอค่ะ - [16 ม.ค. 2548 , 13:11:53 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.51.5 )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |