มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระสงฆ์กับภารกิจเพื่อแผ่นดินในอดีต




พระสงฆ์กับภารกิจเพื่อแผ่นดินในอดีต โดย ป.เพชรอริยะ

http://202.57.155.216/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9480000000601


ประเทศไทยมีจุดอ่อนอย่างมากที่จะต้องแก้ไข คือนักการเมืองไทยไม่ค่อยมีความเข้าใจในคำสอนพระพุทธศาสนา จะมีความรู้บ้างก็แค่พิธีกรรม หรือไม่ก็ระดับศีลธรรมทั่วไป แทบจะมองไม่เห็นเลยว่านักการเมืองคนไหน ท่านใด จะมีความรู้ระดับ ปรมัตถธรรม ในพระพุทธศาสนา
การเป็น นักการเมืองจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ระดับปรมัตถธรรม ต้องถือธรรมเป็นใหญ่ ต้องฝึกปฏิบัติสมถะ-วิปัสสนากรรมฐาน อย่างเอาจริงเอาจัง รับรองได้ว่านักการเมืองคนนั้นจะเป็นนักการเมืองที่เป็นที่พึ่งของประชาชนจริง เล่นการเมืองเพื่อแผ่นดินจริงๆ

แต่ทุกวันนี้นักการเมืองเล่นการเมืองเพื่อความยิ่งใหญ่ของตนเองและธุรกิจของครอบครัว เพื่อเกียรติยศอันจอมปลอม เห็นแก่ตนเป็นใหญ่ เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะนักการเมืองไทยปัจจุบันขาดการยกจิต, วิญญาณและจุดยืนเพื่อแผ่นดิน จึงเล่นการเมืองด้วยจิตสัญชาตญาณ (Instinct mind)

โดย ข่าว ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 20:54:38 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

แต่ทั้งนี้คณะสงฆ์เองก็ต้องฝึกฝน เรียนรู้ระบอบการเมืองที่เป็นธรรม ในทางฝ่ายพุทธศาสนาก็มีหลักคำสอนเกี่ยวกับหลักและวิธีการ เช่น ธรรมาธิปไตย เป็นหลักการที่ถือธรรมเป็นใหญ่ ถือธรรมเป็นธงชัย ส่วนโลกาธิปไตยหรือประชาธิปไตย เป็นวิธีการที่ถือโลกเป็นใหญ่ ถือมติเสียงข้างมากเป็นใหญ่ และอัตตาธิปไตย ถือตนเป็นใหญ่ ความถูกต้อง ก็คือว่าเมื่ออยู่คนเดียว คิดคนเดียว ทำคนเดียวเป็นวิธีการ ก็ต้องถือธรรมาธิปไตยอันเป็นหลักการ และถ้าอยู่ในสังคม อยู่ในที่ประชุมชน หรืออยู่ในที่ประชุมทุกระดับ ก็ต้องใช้วิธีการประชาธิปไตย แต่ที่ประชุมนั้นต้องคำนึงถึงในการถือธรรมเป็นใหญ่ ถือธรรมเป็นหลักการจึงจะสมประโยชน์อย่างแท้จริง เรียกว่าเป็นระบบ สามเส้า

แต่เมืองไทยขาดหลักธรรมาธิปไตย อันนี้เป็นเรื่องที่พระสงฆ์องคเจ้าต้องคิด ต้องนำมาเทศน์ นำมาสอนให้นักการเมืองเข้าใจให้มากๆ ขึ้น เราจะมาโทษนักการเมืองฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ พระสงฆ์องคเจ้ามีเวลามาก กิจส่วนตัวบิณฑบาต ฉันเพียงมื้อ หรือสองมื้อ ก็จบกันในวันๆ หนึ่ง เวลาที่เหลือจะต้องศึกษาอย่างรอบด้าน ศึกษาอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินในหลายๆ ด้าน

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 20:55:41 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : )


  สลักธรรม 2

เราย้อนกลับไปดู พระมหาเถรเจ้าในอดีตที่ได้ทำคุณอันใหญ่หลวงแก่มนุษยชาติ นับแต่ พระมหากัสสปเถรเจ้า ผู้เป็นองค์ประธานในการปฐมสังคายนาพระธรรมวินัย

ต่อมาในสมัย พระเจ้าอโศกมหาราช หลังพุทธปรินิพพาน ประมาณ 300 ปี ก็ได้มี สามเณรนิโครธ ซึ่งได้บรรลุพระอรหันต์ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เมื่อพระเจ้าอโศกทรงเห็น สามเณรผู้ทรงประพฤติวัตรเรียบร้อย สำรวมอินทรีย์ ก่อให้พระราชศรัทธาแก่พระองค์ จึงตรัสนิมนต์มาสอบถามพระธรรมวินัยต่างๆ ก็ได้รับคำตอบเป็นที่พอพระทัยยิ่งนัก "พระราชา ทรงรับสั่งว่า พ่อเณร! ขอจงแสดงโอวาทที่พ่อเณรรู้นั้นแก่โยมบ้าง"

พระราชาพอได้ทรงสดับว่า ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย ดังนี้เป็นต้น

จำเดิมนั้นพระชนกของพระเจ้าอโศก ทรงนับถือศาสนาพราหมณ์ พระเจ้าอโศก กว่าจะได้อภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์อย่างสมบูรณ์นั้นต้องทำสงครามกันเองในหมู่พระญาติ เมืองต่างๆ ที่แข็งข้อ พระเจ้าอโศกได้ยาตราทัพเป็นแสน เพื่อทำการรุกรบแผ่แสนยานุภาพ

แต่ในสงครามครั้งนั้นทั้งสองฝ่ายได้ล้มตายลงเป็นอันมาก ศพ เลือด เกลื่อนกลาดเต็มท้องทุ่งสมรภูมิรบ พระเจ้าอโศกทรงสลดในพระทัยยิ่งนัก จวบจนมาเห็นสามเณรนิโครธเข้าได้นิมนต์และสอบถามธรรมต่างๆ จนกระจ่าง โดยเฉพาะ "อัปมาทธรรม" ธรรมว่าด้วยความไม่ประมาท

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 20:56:14 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : )


  สลักธรรม 3

ในยุคนั้นยังมี พระโมคคลีบุตรติสสะเถระ อันเป็นพระผู้ใหญ่ผู้เป็นประมุขสงฆ์ในขณะนั้น ได้ให้สติเทศนาพระธรรมวินัย จนพระเจ้าอโศกศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนายิ่งนัก พระองค์ทรงสร้างวัด, เจดีย์, วิหารอย่างละ 84,000 แห่ง ทั่วชมพูทวีปทั้งสิ้น ทรงสร้างศาลาริมทางเดิน และสระน้ำสำหรับคนมาพัก ทรงสร้างโรงพยาบาล และโรงพยาบาลสัตว์เกิดขึ้นครั้งแรกในโลก พระองค์ประกาศในพระราชอาณาจักรของพระองค์ห้ามฆ่าสัตว์เพื่อบูชายัญ

พระเจ้าอโศกมหาราช ได้ทรงตั้งนิตยภัตไว้สำหรับภิกษุหกแสนรูปภายในพระราชนิเวศน์ เพราะความเลื่อมใสที่เป็นไปในพระนิโครธเถระ นั่นเอง, ฝ่ายพระนิโครธเถระก็ให้พระราชาพร้อมทั้งบริษัทดำรงอยู่ในไตรสรณคมน์ (ทรงถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ) และเบญจศีล ทำให้เป็นผู้มีความเลื่อมใสไม่หวั่นไหว ด้วยความเลื่อมใสอย่างปุถุชนแล้วให้ดำรงมั่นอยู่ในพระพุทธศาสนา

ที่สำคัญที่สุดคือ พระองค์ต้องการเป็นทายาทกับพระพุทธศาสนา จะทำอย่างไร? "เรามีการบริจาคยิ่งใหญ่ เรากำลังยกย่องเชิดชูพระศาสนาด้วยไทยธรรม ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะได้ชื่อว่าเป็นทายาทแห่งพระศาสนาหรือไม่"

ในลำดับนั้น ท่านพระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ ทรงถวายพระพรว่า "ผู้ที่ให้บุตรบวชในพระพุทธศาสนาได้ชื่อว่าเป็นทายาทแห่งพระศาสนา"

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 20:56:48 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : )


  สลักธรรม 4

เราจะเห็นได้ว่า สามเณรนิโครธ ต่อมาเป็นพระนิโครธ และพระโมคคัลลีติสสะเถระได้ทำคุณอันยิ่งใหญ่ให้แก่พระศาสนา ในการเปลี่ยนวิถีการเมืองของพระเจ้าอโศกมหาราช จากเดิมที่ทำสงครามเพื่อเอาชนะ มาเป็นธรรมวิชัย ส่งเสริมอุปถัมภ์บำรุงพระศาสนาและได้ส่งพระธรรมทูตออกเผยแผ่พระธรรมวินัยถึง 9 สาย

ทรงส่ง พระมหินเถระพระราชโอรส และพระสุมิตราอุปสมบทเป็นพระภิกษุณีในพระพุทธศาสนาจนบรรลุพระอรหันต์ แล้วส่งไปเผยแผ่พระธรรมวินัยยังดินแดนลังกา และได้ส่ง พระโสณเถระกับพระอุตรเถระ เดินทางมาขึ้นบกที่เมืองนครศรีธรรมราช (ตามพรลิงค์) จนสามารถร่วมมือกับเจ้าครองนครในสมัยนั้นสร้างพระเจดีย์วัดพระศรีมหาธาตุเมืองนครศรีธรรมราช หลังจากนั้นคณะทูตพระธรรมทูตได้เดินทางขึ้นไปทางเหนือเข้าสู่ เมืองไชยา สร้างพระเจดีย์มหาธาตุเมืองไชยา และเข้าสู่จังหวัดราชบุรี เมืองนครชัยศรี และนครปฐมปัจจุบัน พระพุทธศาสนาก็เริ่มแผ่ขยายกว้างไกลออกไป จนเจริญรุ่งเรืองเป็นลำดับมา

ประเทศไทยเราพระพุทธศาสนารุ่งเรืองมาพร้อมๆ กับการเมืองของไทยนับแต่พ่อขุนบางกลางหาว หรือ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนา เพื่อหลบภัยจากอำนาจการเมืองขอม และสามารถรวบรวมคนไทยที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จุดพลังขึ้นในหัวใจคนไทยลุกขึ้นต่อสู้ป้องกัน พระภิกษุสงฆ์ที่เคารพบูชาของตน จึงมีผลให้เกิดศูนย์พลังของคนไทยขึ้นอย่างมหัศจรรย์ จนสามารถ รวมกันเป็นกำลังเข้มแข็งต่อสู้ขับไล่ขอม พ้นไปได้และได้ประกาศตั้งรัฐหรือประเทศไทยขึ้นมาตั้งแต่บัดนั้นและตั้งกรุงสุโขทัยขึ้นเป็นราชธานี นับแต่ พ.ศ. 1800 เป็นต้นมา

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 20:57:36 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : )


  สลักธรรม 5

พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงมีพระปรีชาสามารถมากเพราะได้ร่ำเรียนวิชาเพื่อการปกครองจากพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก ทรงนิมนต์ พระสงฆ์จากเมืองนครศรีธรรมราชมาเป็นพระสังฆราช จัดคณะสงฆ์ให้เป็นปึกแผ่นส่งเสริมการถือศีลฟังธรรม วันพระ 8 ค่ำ 15 ค่ำ ทรงสร้างพระแท่นมนังคศิลาและนิมนต์พระสงฆ์มาเทศนาสั่งสอนศีลธรรมแก่ประชาชน ทรงเป็นผู้นำประชาชนในการบำเพ็ญกุศล และพระองค์ทรงนำพระพุทธศาสนามาใช้ในการปกครอง (ทศพิธราชธรรม) โดยการส่งพระสงฆ์ออกเผยแผ่พระธรรมวินัยตามหัวเมืองทั่วราชอาณาจักรของพระองค์ เป็นการเสริมการเมืองการปกครองเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของรัฐ และเพื่อความสุขของประชาชน

พญาลิไท พระโอรสของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงผนวชในบวรพระพุทธศาสนา ทรงเอาพระทัยในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ทรงปรีชาญาณในหลักธรรมขั้นสูงและการประยุกต์สอนพสกนิกรของพระองค์ เช่น ทรงแต่งไตรภูมิพระร่วง แสดงถึงหลักการในพระพุทธศาสนา กล่าวถึงอบายภูมิ มนุษยภูมิ เทวดาภูมิ การเวียนว่ายตายเกิดทั้งทางรูปธรรมและการเวียนว่ายตายเกิดทางจิตใจ และทรงสร้างวัดต่างๆ จำนวนมากและที่สำคัญยิ่งคือทรงสร้างพระพุทธปฏิมากรสวยงดงามที่สุด การดำเนินการของพระองค์เกี่ยวเนื่องด้วยความพร้อมใจของคณะสงฆ์เป็น การสร้างศูนย์รวมจิตใจเป็นศูนย์รวมพลังจิตใจให้มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 20:58:16 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : )


  สลักธรรม 6

พระบรมไตรโลกนาถ ได้ศึกษาจากพระอาจารย์ของพระองค์มีความซาบซึ้งทรงเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงลาผนวชขณะครองราชย์ และมีความรู้จากพระธรรมวินัยนำไปประยุกต์ใช้ในนโยบายทางการเมืองปรับปรุงปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินเป็นแบบจตุสดมภ์ คือเวียง วัง คลัง นา พระองค์ทรงประยุกต์พระธรรมวินัยในการปกครองให้บ้านเมืองเป็นปึกแผ่น

สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เมื่อครั้งยังทรงพระยศพระเธียรราชา ได้ทรงออกผนวชเพื่อหลีกราชภัย และขึ้นครองราชย์ทรงพระนามว่า สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เสียทีแก่พม่า

ต่อมาสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงกอบกู้ชาติไทยรบชนะพม่า โดยการกระทำยุทธหัตถีฟันด้วยพระแสงของ้าวจนพระมหาอุปราชแม่ทัพพม่าคอขาดบนหลังช้าง

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 20:58:59 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : )


  สลักธรรม 7

จุดมุ่งหมายที่หยิบยกเกร็ดประวัติศาสตร์ขึ้นมาเพื่อให้ท่านได้เห็นมุมมองความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับการเมืองในแต่ละสมัยๆ ให้เห็นว่าพระพุทธศาสนานั้นเป็นองค์ประกอบของรัฐของประเทศ ในประวัติศาสตร์ชาติไทยช่วงบ้านเมืองวิกฤต พระสงฆ์เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเป็นกำลังทางปัญญาในการแก้ปัญหาชาติบ้านเมืองให้พ้นภัยมาเป็นลำดับ ยังมีพระสงฆ์อีกจำนวนมาก เช่น พระมหาเถรคันฉ่องช่วยสมเด็จพระนเรศวร พระอาจารย์ธรรมโชติ ช่วยชาวบ้านบางระจัน สมเด็จโต ช่วยรัชกาลที่ 5 เป็นต้น

ร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ขอพลังแห่งคุณพระรัตนตรัยที่เห็นได้ด้วยตาและเห็นได้ด้วยใจ อันดำรงอยู่แล้วในจิตใจอย่างบริสุทธิ์ในมนุษยชาติทุกคน ขอพลังอันบริสุทธิ์นั้นจงลุกโพลงขึ้นเพื่อเป็นพลังแห่งการสร้างสรรค์ความยุติธรรม, สันติภาพ สันติสุข จงมีแด่ผู้อ่านและเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น เทอญ

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 20:59:48 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : )


  สลักธรรม 8

พระสงฆ์กับการเมือง (ภารกิจเพื่อแผ่นดิน)

http://202.57.155.216/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9470000099350


เราจะเห็นได้ว่าในศาสนาพราหมณ์ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ฯลฯ นักการศาสนาหรือผู้นำในศาสนาดังกล่าวในเบื้องต้นนั้น จะเป็นผู้นำทางการเมืองด้วย คือเป็นทั้งผู้นำศาสนาและผู้นำทางการเมืองในเวลาเดียวกัน จึงมีจุดเด่นที่ผู้นำศาสนานั้นๆ มีความรอบรู้มีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์นั้นๆ แต่มีจุดด้อยคือ การกระทำใดๆ ทางการเมืองมักจะอ้างว่าเป็นความประสงค์ของพระเจ้า แล้วก็สร้างกระแสให้เห็นจริงเห็นจังไปตามนั้น ก็เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนแท้ที่จริงเป็นความประสงค์ของบุคคล หรือคณะนั้นๆ ทุกครั้งไป

ส่วนนักการเมืองชาวพุทธไทยยังมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ยังน้อยมาก ไม่เป็นผู้นำ, ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับชาวพุทธด้วยกัน มีนโยบายทางการเมืองที่ขัดกับหลักคำสอนพระพุทธศาสนาอยู่เสมอ เช่น ส่งเสริมอบายมุขให้ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น บ่อน, หวย, ซ่องตามโรงแรมม่านรูดต่างๆ ส่งเสริมการผลิตสุรา ยาเสพติดต่างๆ และไม่นานมานี้ออก พ.ร.บ.เวนคืนที่ดินวัด นัยว่าเพื่อนำไปพัฒนาเป็นโรงแรม, ศูนย์การค้า ฯลฯ ยกมาเป็นตัวอย่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ล้วนเป็นนโยบายที่เหยียบย่ำหัวใจชาวพุทธ เหยียบย่ำดูหมิ่นคำสอนพระพุทธศาสนาอย่างไม่น่าเป็นไปได้ แต่เป็นไปแล้วและกำลังรุกคืบครอบงำ มอมเมาประชาชนและเยาวชนผู้อ่อนแอ เพียงเพื่อผลกำไรร่ำรวยบนความหายนะของคนในชาติ น่าละอายต่อบรรพชนบ้าง

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 21:06:35 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : )


  สลักธรรม 9

ในศาสนาพุทธ นับแต่ องค์ศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงเกี่ยวข้องทางการเมืองหรือไม่ พระองค์ทรงเกี่ยวข้องทางการเมือง แต่ทรงอยู่เหนือการเมือง พระองค์ทรงเป็นผู้นำทางสัจธรรม เต็มเปี่ยมไปด้วย พระมหากรุณาธิคุณ พระปัญญาคุณ และพระบริสุทธิคุณ คือ ทรงแสดงพระธรรมเทศนาแก่ พระมหาราชา ให้ตั้งอยู่ในธรรมโดยไม่บังคับ ทรงแจกแจง ให้รู้แจ้งเห็นจริงในธรรมอย่างลึกซึ้ง จนพระมหาราชา ทั้งหลาย ต่างก็ยอมรับ และตั้งมั่นอยู่ในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ

พระองค์ทรงเปลี่ยนความเห็นเดิม มาเป็นความเห็นตามวิถีธรรมหรือธรรมวินัย ที่พระองค์ได้สั่งสอน

พระมหาราชา ทรงตั้งอยู่ในธรรม (ทศพิธราชธรรม) ข้าราชบริพาร ต่างก็ปฏิบัติธรรมตาม เมื่อการปกครองบ้านเมืองโดยธรรม ประชาชนก็อยู่เย็นเป็นสุข

จะเห็นว่าทรงวางพระองค์อยู่เหนือการเมืองการปกครอง เพราะพระองค์คือ ผู้นำทางสัจจะ ผู้นำทางจิต และวิญญาณ และผู้นำทางปัญญา ฯลฯ ย่อมสูงกว่าเหนือกว่า พระมหาราชาหรือผู้นำทางการเมืองทั้งหลาย

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 21:07:08 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : )


  สลักธรรม 10

คำว่า การเมืองคืออะไร อาจจะมองได้หลายมิติ หลายคำพูด แต่ที่เป็นความหมายโดยตรง คือกิจกรรมเกี่ยวกับธรรมะ ความเห็น ความคิด หลักการ นโยบาย เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติ และเพื่อความผาสุกของประชาชน

แต่นโยบายของรัฐบาลในระบอบเผด็จการระบบรัฐสภา ล้วนเหยียบย่ำทำลายประชาชนแทบทั้งสิ้น

แต่เดิมเรามีพระมหากษัตริย์ เป็นผู้มีอำนาจสิทธิ์ขาดทางการเมืองการปกครองเพียงผู้เดียว แต่สถาบันพระมหากษัตริย์นั้น มีทศพิธราชธรรมเป็นหลักในการปกครองบ้านเมือง

มาในยุคสมัยใหม่หันมาใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นศูนย์กลาง, เป็นเครื่องมือในการปกครอง และรัฐธรรมนูญไทยเรานั้น 16 ฉบับไม่มีธรรมะเป็นศูนย์กลาง หรือเป็นตัวตั้งในการยกร่างมาตราต่างๆ ย่อมเป็นระบอบการเมืองที่จะนำมาแต่ ความอยุติธรรม ทับท่วมแผ่นดิน "เพราะระบอบเป็นเหตุแห่งกระบวนการทางการเมืองและการปกครอง เมื่อระบอบเลวเป็นเหตุ ระบอบจึงเป็นเหตุแห่งความเลวร้ายทั้งปวงในแผ่นดิน"

เมื่อพูดถึงพระสงฆ์ย่อมเกี่ยวข้องกับกิจกรรมในการเทศน์สอนที่ทำให้ประเทศขาติมีความมั่นคง กิจกรรมที่ทำให้นักการเมือง, ประชาชนมีปัญญา กิจกรรมที่ทำให้ประชาชนรู้จักตนเอง รู้จัก ลด ละ เลิก สิ่งอบายมุขทั้งปวง กิจกรรมที่ทำให้ประชาชนอุทิศตน เสียสละ เพื่อชาติบ้านเมือง เป็นหน้าที่โดยตรงของผู้นำทางสัจจะ ผู้นำทางจิตและวิญญาณ ผู้นำทางปัญญา เป็นภารกิจของพระสงฆ์ที่จะทำได้ดีกว่าฆราวาส เพราะประชาชนมีศรัทธาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และพระสงฆ์ล้วนมีเจตนาที่บริสุทธิ์ต่อประชาชนและประเทศชาติ เพราะไม่ได้หวังอำนาจใดๆ

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 21:07:43 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org