มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระสงฆ์กับภารกิจเพื่อแผ่นดินในอดีต




พระสงฆ์กับภารกิจเพื่อแผ่นดินในอดีต โดย ป.เพชรอริยะ

http://202.57.155.216/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9480000000601


ประเทศไทยมีจุดอ่อนอย่างมากที่จะต้องแก้ไข คือนักการเมืองไทยไม่ค่อยมีความเข้าใจในคำสอนพระพุทธศาสนา จะมีความรู้บ้างก็แค่พิธีกรรม หรือไม่ก็ระดับศีลธรรมทั่วไป แทบจะมองไม่เห็นเลยว่านักการเมืองคนไหน ท่านใด จะมีความรู้ระดับ ปรมัตถธรรม ในพระพุทธศาสนา
การเป็น นักการเมืองจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ระดับปรมัตถธรรม ต้องถือธรรมเป็นใหญ่ ต้องฝึกปฏิบัติสมถะ-วิปัสสนากรรมฐาน อย่างเอาจริงเอาจัง รับรองได้ว่านักการเมืองคนนั้นจะเป็นนักการเมืองที่เป็นที่พึ่งของประชาชนจริง เล่นการเมืองเพื่อแผ่นดินจริงๆ

แต่ทุกวันนี้นักการเมืองเล่นการเมืองเพื่อความยิ่งใหญ่ของตนเองและธุรกิจของครอบครัว เพื่อเกียรติยศอันจอมปลอม เห็นแก่ตนเป็นใหญ่ เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะนักการเมืองไทยปัจจุบันขาดการยกจิต, วิญญาณและจุดยืนเพื่อแผ่นดิน จึงเล่นการเมืองด้วยจิตสัญชาตญาณ (Instinct mind)

โดย ข่าว ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 20:54:38 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

แต่กิจกรรมเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกพรรค, การเข้าร่วมประชุมพรรคฯ, การขั้นปราศรัย, การเลือกตั้ง พระสงฆ์ไม่ควรจะเข้าไปเกี่ยวข้อง จะมีแต่ความเสื่อมมาสู่ตนและหมู่คณะ แค่แบ่งเป็นนิกาย ต่างก็ริษยา กลั่นแกล้งกล่าวร้ายต่อกันทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ก็ยุ่งพอแล้ว ขืนแบ่งเป็นพรรคการเมืองกันอีก จะไม่ยุ่งกันใหญ่หรือ?

และขอทำความเข้าใจกับความเห็นทั้งที่เป็นฆราวาส, นักวิชาการบางท่าน และพระสงฆ์เรียกร้องต้องการที่จะมีสิทธิในการเลือกตั้ง ต่อความเห็นนี้ ผลเสียมากกว่าผลดี อย่างที่กล่าวแล้วว่า พระสงฆ์ต้องอยู่เหนือการเมือง คือไม่ฝักฝ่ายใด และไม่ใช่เป็นกลาง เช่น เป็นกลางระหว่างฝ่ายถูกกับฝ่ายผิด หรือฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลอันเป็นมิจฉาทิฐิทั้งสองฝ่าย เพราะพรรคการเมืองเหล่านี้มาจากระบอบมิจฉาทิฐินั้นเอง แต่พระสงฆ์เป็นผู้ทรงธรรมทางการเมือง จึงไม่ควรไปเกี่ยวข้อง ลดตัว ลดสถาบันลงไปเกลือกกลั้วผสมโรงกับระบอบการเมืองที่อยุติธรรมต่อประชาชน

อีกอย่างหนึ่งถ้า พระสงฆ์บางหมู่ ที่เรียกร้องสิทธิเลือกตั้ง หรือเชื่อตามความเห็นของนักวิชาการบางคนผู้ไม่เคยบวชพระมาก่อนเลย ก็เท่ากับ ยอมรับรัฐธรรมนูญนี้เป็นศาสดา ละทิ้งพระธรรมวินัยอันเป็นหลักชัยที่แท้จริงของพุทธสาวก

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 21:08:29 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : )


  สลักธรรม 12

เมื่อบวชเป็นภิกษุอยู่ใต้พระธรรมวินัยแล้ว ย่อมมีบทบาทสากล จึงอยู่เหนือลัทธิทางการเมืองต่างๆ ลัทธิย่อมเป็นของต่ำกว่าสัจธรรมเสมอไป อย่าลดตัวลงต่ำไปอยู่ใต้ระบอบการเมืองน้ำเน่าเลย จะสูญเสียความเป็นผู้นำทางสัจจะ ผู้นำทางจิตและวิญญาณ

และ ถ้าพระสงฆ์ได้สิทธิในการเลือกตั้ง มีคะแนนประมาณ 300,000 เสียง อย่างกระจัดกระจาย เป็นเบี้ยหัวแตกไปทั่วประเทศ ย่อมไม่มีผลสะเทือนใดๆ ในระบอบเผด็จการระบบรัฐสภานี้เลย ขอสรุปในเบื้องต้นว่า ยังมีวิธีการที่ชาญฉลาดอีกตั้งมากมาย ที่จะสรรค์สร้างระบอบการเมืองที่เป็นอยู่นี้ให้เป็นระบอบการเมืองที่ให้ความยุติธรรมต่อปวงชนทั้งแผ่นดินได้

แต่ถ้ารัฐบาล, ประธานรัฐสภา, หัวหน้าพรรคฯ มาขอคำปรึษา ก็ให้ความรู้ไปตามความจำเป็น หรือว่าพรรคการเมืองจัดโครงการให้คณะกรรมการ, สมาชิกพรรคเข้าร่วมรับฟังพระธรรมเทศนาของท่านพระอาจารย์นั้นๆ สิ่งเหล่านี้ พระสงฆ์ทำได้และทำได้ดี จุดมุ่งหมายก็เพื่อให้ศาสนิกชนตั้งมั่นอยู่ในธรรม ไม่คิดเบียดเบียนต่อกันและกันในเชิงนโยบายและกฎหมายต่างๆ

พระสงฆ์ต้องเกี่ยวข้องกับการเมือง คือมีหน้าที่เทศนาสั่งสอนให้ผู้ปกครอง นักการเมืองทุกระดับ ให้ตั้งอยู่ในธรรม เพราะธรรม (บรมธรรม, นิพพาน, ธรรมาธิปไตย) เป็นศูนย์กลางของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ยกเว้นคนบางจำพวกเท่านั้นที่ถือกิเลสเป็นใหญ่

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 21:09:15 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : )


  สลักธรรม 13

ทุกวันนี้พระสงฆ์ไม่ค่อยมีโอกาสสอนนักการเมือง และนักการเมืองเอง ก็ชอบเข้าหาพระสงฆ์จอมเครื่องรางของขลังอันงมงาย ไร้ปัญญาที่จะนำมาเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน อย่างเช่น เข้าไปกราบเพื่อให้สมมติสงฆ์เคาะหัวให้ เข้าใจว่าเป็นสิริมงคล นั่นคือความเหลวไหลที่กำลังท่วมท้นแผ่นดิน

พระสงฆ์จะต้องตื่นตัว ในเรื่องการเมืองการปกครอง จะต้องมีความเข้าใจในองค์ประกอบของสังคมนั้นๆ โดยเฉพาะประเทศไทยอันเป็นเมืองพระพุทธศาสนา อันมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ที่ตั้งอยู่ในจิตใจคนไทยมายาวนานนับแต่ พ.ศ. 300 เป็นต้นมา

ถ้าพระสงฆ์ไม่ตื่นตัวทางการเมือง ไม่มีความรู้ทางการเมือง มองไม่เห็นวิธีคิด มองไม่เห็นว่านโยบายของพรรคนั้นๆ จะเป็นคุณ หรือเป็นโทษ จริงใจต่อชาติบ้านเมือง หรือว่าเล่นการเมืองเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางธุรกิจของเขา พระสงฆ์จะต้องรู้เท่าทันและมองเห็น เพื่ออะไร? ก็เพื่อนำไปเป็นข้อมูลเทศนาสั่งสอนให้ประชาชนได้รู้เท่าทัน ในวิธีการนั้นๆ

อุปมาได้ว่า การเมืองเหมือนน้ำ ประชาชนเหมือนปลา ถ้าน้ำเน่า พิษร้ายจากน้ำเน่าย่อมกระทบต่อชาวพุทธมากที่สุด พระสงฆ์ก็เหมือนฝูงปลาฝูงหนึ่งในน้ำเน่านั้น ฉะนั้นพระสงฆ์ต้องฉลาดในการสอนผู้นำทางการเมือง แนะแนวทางเรื่องระบอบการเมืองที่จะเป็นคุณต่อประเทศชาติและปวงชนทั้งแผ่นดิน

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 21:09:49 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : )


  สลักธรรม 14

ในอดีตจะเห็นว่าพระสงฆ์หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะเกี่ยวข้องกับการเมือง นับแต่ พระมหากัสสปะเถรเจ้า ผู้นำในการปฐมสังคายนาพระธรรมวินัย ในปีแรกหลังพุทธปรินิพพาน พระพุทธเจ้า มิได้ทรงตั้งใครเป็นผู้นำศาสนาหรือศาสดาองค์ต่อไป แต่ทรงให้ถือเอาพระธรรมวินัยเป็นศาสดา แต่พระธรรมวินัยยังกระจัดกระจาย ยังมิได้จัดเป็นหมวดหมู่ชัดเจน เห็นควรจัดทำสังคายนา จึงได้ร่วมกับคณะสงฆ์

ในการจัดทำสังคายนาเป็นงานใหญ่ ต้องจัดเตรียมสถานที่ จัดคณะสงฆ์ผู้ทรงภูมิอรหันต์เข้าร่วม 500 รูป ต้องเตรียมอาหารถวายสงฆ์ตลอดเวลาสังคายนา เป็นต้น จะเห็นว่าเป็นงานใหญ่ พระมหากัสสปะเถรเจ้า ผู้อาวุโสในหมู่พระอรหันตสาวก พระอุบาลีเถรเจ้า พระอานนท์เถรเจ้า จึงได้ถวายพระพรต่อ พระเจ้าอชาตศัตรู พระเจ้าแผ่นดินแคว้นมคธ ถึงเหตุผลในการทำสังคายนาพระธรรมวินัย

พระองค์ทรงนับถือพระพุทธศาสนาทรงเล็งเห็นคุณประโยชน์ในการปกครอง แผ่นดินมคธและชาวโลกในอนาคตข้างหน้า จึงทรงรับเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก จึงตรัสว่า "ฝ่ายธรรมจักรเป็นธุระของพระผู้เป็นเจ้า ฝ่ายอาณาจักรเป็นธุระของโยม" การประชุมสงฆ์ล้วนพระอรหันตสาวกทั้งสิ้น เพื่อทำสังคายนา ณ ถ้ำสัตบรรคูหา จนสำเร็จ

จะเห็นว่าพระสงฆ์ต้องเกี่ยวข้องกับการเมือง นำการเมือง, อิงการเมือง รวมทั้งการเทศน์สอนแนะนำให้ธรรมะนำการเมือง ให้นายกรัฐมนตรี, หัวหน้าพรรคฯ, นักการเมืองต่างๆ รู้แจ้งในปรมัตถธรรมและถือมั่นในอุดมการณ์แห่งชาติ คือ ชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อความเข้มแข็งมั่นคงของชาติและความผาสุกของปวงชนสืบไป

โดย ข่าว (ข่าว) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [3 ม.ค. 2548 , 21:10:23 น.] ( IP = 202.183.167.103 : : )


  สลักธรรม 15

ที่อ่านมาเป็นเรื่องดีมีประโยชน์มากค่ะ

โดย ทิกิ (tiki) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [4 ม.ค. 2548 , 01:21:09 น.] ( IP = 203.150.218.197 : : 203.150.106.39 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org