มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไหว้พระเก้าวัด ..นมัสการด้วยกุศล

























เช้าวันที่ ๒ ของเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ ...เวลาประมาณเจ็ดนาฬิกา ที่ท่าน้ำวัดราชโอรสาราม ..กิริยาท่าทางและเสียงพูดคุยทักทายอย่างมีชีวิตชีวาของผู้คนที่ออกันอยู่ในบริเวณนั้น ..บ่งบอกถึงความกระตือรือร้นในการเดินทางอย่างยิ่ง

และเมื่อเรือขนาดกลางมาจอดเทียบท่า ทุกคนก็กุลีกุจอช่วยกันยกข้าวของที่เตรียมมาลงสู่เรือ และก็แยกย้ายกันจับจองที่นั่งตามใจชอบ การเดินทางในวันนี้เป็นการเดินทางไปนมัสการพระเก้าวัดเพื่อเป็นศิริมงคล และเป็นกิจกรรมการต้อนรับปีใหม่ด้วยใจที่เป็นกุศลยิ่ง เพราะการเดินทางไปนมัสการพระได้เก้าวัดในวันเดียวกันนั้น เป็นการกระทำที่ต้องใช้ความอดทนและความเพียรมาก บางคนเกิดความท้อแท้ใจเสียกลางคันก็มี จึงเป็นผู้ที่ไม่มีความสำเร็จในเป้าหมายของตนที่เป็นกุศลนั่นเอง

สำหรับในการเดินทางครั้งนี้ ได้รับความเมตตาจากพระเมธีวรญาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม
เป็นผู้นำไปยังวัดต่างๆ พร้อมทั้งเป็นผู้นำในการทำพิธีกรรมเพื่อบูชา และการปฏิบัติบูชาในทุกๆวัด

สำหรับอาจารย์บุษกรนั้น เป็นผู้ที่คอยบรรยายให้ความรู้เสริมในเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่องด้วยหลักธรรม รวมทั้งความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรมในหลายๆแห่ง

เส้นการเดินทางทางลำน้ำนี้มีความสวยงามแปลกตามาก บ้านเรือน และวัดวาอารามดูสงบงามไม่อึกทึกครึกโครมเทียบเท่าริมถนน และก่อนที่เรือจะลอยลำถึงที่หมายแห่งแรกคือ วัดกัลยาณมิตร อาหารมื้อเช้าคือข้าวต้มเครื่องก็ถูกยกเสริฟด้วยพวกเราอย่างเป็นกันเอง นับเป็นการรับประทานอาหารเช้าในบรรยากาศที่แปลกแตกต่างออกไปอย่างน่าประทับใจ

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ม.ค. 2548 , 00:44:05 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1










เมื่อมาถึงวัดกัลยาณมิตรแล้ว ..สิ่งแรกที่ทุกคนทำก็คือการรวมหมู่ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกที่บริเวณด้านหน้าวิหารหลวงพ่อโต ..จากนั้นก็เข้าไปจุดธูปเทียนบูชาพระ แล้วพากันเดินเข้าวิหารอย่างสงบ ..เพื่อสวดมนต์ทำวัตรเช้า และทำสมาธิกันในที่นี้ด้วยระยะเวลาที่พอสมควร ..เพราะท่านเจ้าคุณเมธีชี้แจงให้ทราบว่า การเดินทางไปนมัสการพระเก้าวัดในวันเดียวนั้น ..จำเป็นต้องใช้เวลาอย่างกระชับในแต่ละวัด เพื่อจะได้นมัสการได้ครบทั้งเก้าวัด เพราะฉะนั้น เราจึงต้องสวดมนต์บทยาวกันครั้งเดียวในเช้าวันนี้ ในวิหารแห่งนี้

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ม.ค. 2548 , 01:00:08 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 2











วัดที่สองที่เราเดินทางไปนมัสการพระก็คือวัดอรุณราชวรารามฯ ที่วัดแห่งนี้ได้รับความกรุณาจากอาจารย์อัมพา พึ่งเกตุ มาเป็นผู้บรรยายเกี่ยวกับประวัติของวัด ตลอดจนพระราชประวัติของรัชกาลที่ ๒ และความเกี่ยวข้องกันในด้านศิลปวัฒนธรรมต่างๆ จากนั้นก็เดินทางเข้าสู่พระอุโบสถเพื่อกราบนมัสการพระประธานที่งดงาม ..รวมทั้งได้ถ่ายรูปหมู่กับยักษ์วัดแจ้งไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ม.ค. 2548 , 01:06:10 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 3









วัดที่สามคือวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นวัดที่หลายคนล้วนทราบความเป็นไปเกี่ยวกับ "สมเด็จโต" กับคาถาชินบัญชร ..แม้ว่าจะจอแจไปด้วยพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสัตว์น้ำเพื่อให้นำไปปล่อย และมีกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปบ้าง แต่ก็ไม่ทำให้ความศรัทธาในจิตใจของผู้เดินทางมานมัสการพระนั้นลดน้อยถอยลง

เมื่อเข้าสู่อุโบสถแล้ว ทุกคนก็พรักพร้อมกันในการสวดมนต์ และตั้งใจบริจาคทานตามจำนวนที่นำมา
บางท่านก็รอคอยการอธิษฐานพร้อมอาจารย์บุษกร
ด้วยทราบว่าอาจารย์บุษกรจะมีคำอธิษฐานที่ดี ฟังแล้วมีศรัทธาในการกระทำ และให้ปัญญาแก่ผู้กระทำหรือผู้ฟังให้เกิดขึ้นได้ในคำอธิษฐานนั้น

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ม.ค. 2548 , 01:13:11 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 4




















เมื่อออกจากวัดระฆังแล้ว เรือก็มุ่งตรงสู่จังหวัดนนทบุรี เพื่อไปยังวัดเฉลิมพระเกียรติที่ได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมหลายรูปแบบที่งดงามมาก ละครไทยหลายเรื่องได้ใช้วัดนี้เป็นฉากในการแสดง

กว่าจะถึงวัดเฉลิมพระเกียรตินั้นต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร แต่เมื่อมาถึงแล้วทุกคนก็มีความสุขใจที่ได้สวดมนต์ ได้บริจาคทาน หลายคนได้เป็นเจ้าภาพซื้อไอครีมเลี้ยงคน และหลายคนเป็นเจ้าภาพซื้ออาหารเลี้ยงปลาที่อยู่ในแม่น้ำ

แม้แดดจะร้อนเพราะใกล้จะถึงเที่ยงวัน แต่เมื่อดูอากัปกิริยาแล้วต่างก็มีความสุขดี และก็มีความหวังที่ป้ายหน้าว่าจะได้รับประทานอาหารกลางวัน ณ เกาะเกร็ด

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ม.ค. 2548 , 01:20:13 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 5



















หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว เรือก็นำเราสู่วัดปรมัยฯ ซึ่งจะมีพระเจดีย์สีขาวตั้งองค์เอียงอยู่ริมน้ำอันเป็นสัญลักษณ์ของวัดนี้ ..เมื่อมาถึงวัดแล้วก็ต้องเดินฝ่าฝูงคนเพื่อเข้าไปนมัสการพระ และสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัยเพื่อเป็นสิริมงคล ..โดยที่จะขาดเสียมิได้ก็คือ การตั้งใจอธิษฐานเพื่อบริจาคทานตามอาจารย์บุษกร ที่มุ่งมั่นในการดำเนินชีวิตด้วยสัมมาทั้งปวง และมุ่งหมายที่จะพ้นทุกข์โดยปราศจากอุปสรรคใดๆ

และเมื่อเสร็จจากกิจกรรมอันเป็นกุศลในพระอุโบสถแล้ว ..กิจกรรมเสริมคือการเดินจับจ่ายซื้อของที่ระลึกก็เริ่มขึ้น สินค้าหัตถกรรมมากมายที่สวยงามและราคาย่อมเยา วางเรียงรายให้เลือกซื้ออย่างเบียดเสียด อาจเป็นเพราะเป็นวันหยุดในช่วงเทศกาลจึงทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางกันมามาก ในขณะที่ถนนหนทางไม่กว้างขวางเท่าใดนัก

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ม.ค. 2548 , 01:26:22 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 6










จากวัดปรมัยมาสู่วัดไผ่ล้อม ต้องผ่านร้านรวงมากมาย จึงทำให้หลายคนมีข้าวของเต็มไม้เต็มมือ และเมื่อจะเข้าไปสวดมนต์ในโบสถ์ก็มีความจำเป็นต้องวางฝากไว้ใต้ต้นไม้ ด้วยหวังว่าเมื่ออกมาแล้วจะได้หิ้วกลับมาที่เรือ แต่เมื่อเสร็จจากการสวดมนต์กลับออกมาแล้วก็พบว่าใต้ต้นไม้นั้นว่างเปล่าสะอาดเอี่ยม อาจเป็นเพราะมีผู้หวังดีที่คิดว่าเป็นขยะ จึงช่วยนำไปทิ้งเสียแล้ว

ภายในโบสถ์วัดไผ่ล้อมนี้ดูๆแล้วพระประธานนั้นมีการสร้างรัศมีที่บริเวณพระเศียร คล้ายกับพระพุทธรูปที่ปรากฏในประเทศพม่า ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะบริเวณเกาะเกร็ดนี้ได้รับวัฒนธรรมของพม่าและมอญไว้มาก ตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ม.ค. 2548 , 01:29:12 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 7
















เมื่อออกจากวัดไผ่ล้อมมาแล้ว เรือก็นำเราเวียนกลับไปออกอีกด้านของเกาะเกร็ด ความสวยงามของฝั่งน้ำที่ผ่านไปๆ ทำให้ใจสงบคลายความเร่าร้อน แม้ว่าแดดจะแรงมากก็ตาม แต่ด้วยสายลมที่แรงกว่าจึงทำให้ไม่รู้สึกร้อน และท่านเจ้าคุณเมธีวรญาณก็ได้นำเรื่องการเลือกเกิดได้ และมหาสติปัฏฐานสูตรขึ้นมาบรรยายระหว่างเดินทางไปยังวัดสร้อยทอง

และเมื่อมาถึงวัดสร้อยทองแล้ว พวกเราก็ต้องรับไปนมัสการหลวงพ่อเหลือ รวมทั้งสวดมนต์บมสั้นๆเพื่อทำเวลา เพราะยังเหลืออีกสองวัดจึงจะครบเก้าวัด ในขณะที่แวลาที่บ่ายคล้อยเข้าไปทุกทีแล้ว

และก่อนที่จะลงมาถึงท่าเรือ อาจารย์บุษกรก็ได้กระทำกิจกรรมหนึ่งซึ่งน่าประทับใจมาก นั่นก็คือการร่วมร้องเพลงกับนักดนตรีที่อยู่ริมทางเดินที่กำลังใช้คีย์บอร์ดและสุ้มเสียงของตนเองประกอบอาชีพโดยสุจริต ..การ้องเพลงของอาจารย์นั้นทำให้นักดนตรีผู้นั้นดีใจจนยิ้มไม่หุบเลย และเมือร้องจนจบเพลงแล้วอาจารย์ก็ได้มอบเงินจำนวน ๑๐๐ บาทพร้อมคำอวยพรให้แก่นักดนตรีผู้นั้นด้วยรอยยิ้มเช่นกัน ..และยังมีนักดนตรีที่ดวงตาพิการตั้งวงอยู่ข้างๆ อาจารย์ก็มอบเงินให้ ๑๐๐ บาทเช่นกันก่อนที่จะรีบเดินไปลงเรือ

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ม.ค. 2548 , 01:34:00 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 8











จากวัดสร้อยทองไปยังวัดเทวราชกุญชรนั้น ค่อนข้างมีระยะทางพอสมควร และมีคลื่นที่พลิ้วระลอกมากขึ้น เพราะมีการจราจรทางน้ำอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เกิดระลอกคลื่นกระทบกันไปมาไม่หลุดนิ่ง บางช่วงที่มีเรือใหญ่อย่างเรือด่วนเจ้าพระยาผ่านมา ก็จะมีคลื่นลูกใหญ่ที่ทำให้เรือโคลงเคลงไปมาก และก็พากันนึกถึง "ซูนามิ" ที่มาเยือนภาคใต้เมื่อเร็วๆนี้

เมื่อไปถึงวัดเทวราชกุญชรแล้ว กิจกรรมกุศลของเราก็ดำเนินไปเช่นเดิม แต่ที่น่าประทับยิ่งขึ้นก็คือภาพจิตกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ ที่มีการเขียนภาพอสุภกรรมฐานเพื่อให้ปลงเป็นมรณานุสติ และมีอยู่ภาพหนึ่งที่ดูคล้ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของคลื่นยักษ์ซูนามิ เพราะมีการวาดภาพคลื่นลูกใหญ่ ไหลโถมเข้าท่วมทับคนและสัตว์ จนตายทับถมกันเป็นซากอยู่กับต้นไม้

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ม.ค. 2548 , 01:40:28 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 9







และที่หมายปลายทางสุดท้ายในวันนี้ก็คือวัพระเชตุพนฯหรือวัดโพธิ์ อันเป็นวัดที่เก้าแห่งการเดินทาง แต่กว่าจะถึงวัดโพธิ์นั้นสุขภาพของหลายคนอ่อนล้าลงไปทุกที โดยเฉพาะอาจารย์บุษกรที่นั่งมาทั้งวันและมีอาการชาที่ขาอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยความอดทนเพื่อให้สำเร็จเจตนาแก่ตนและส่วนรวม ที่รอคอยการร่วมกระทำกุศลและการบริจาคทรัพย์ในกาลต่างๆ ทำให้อาจารย์สามารถเดินมาถึงอุโบสถของวัดโพธิ์ได้ด้วยตนเอง

ซึ่งแต่เดิมนั้นท่านเจ้าคุณฯกำหนดว่าเราจะมาทำวัตรเย็นกันที่นี่ แต่เนื่องจากเวลาเราไปถึงนั้นเป็นเวลาเย็นมากแล้ว ใกล้กับเวลาที่พระสงฆ์จะลงอุโบสถ จึงจำเป็นที่จะต้องสวดมนต์บทสั้นๆ และกล่าวคำแผ่เมตตาถวายกุศลกันในที่นี้ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป

และในอุโบสถนี้อาจารย์บุษกรในฐานะประธานมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ ซึ่งเป็นผู้นำหมู่คณะได้นำทุกคนกล่าวแสดงเจตนาในการกระทำกุศลของตนในวันนี้ เพื่อมุ่งประกอบกุศลเป็นการสร้างทางไปสู่ความเจริญ เพื่ออำนวยประโยชน์แก่การปฏิบัติธรรม เพื่อละคลายความยึดติดและความหวงแหนในทรัพย์ทั้งหลาย ด้วยการนำมาประกอบเป็นกุศลทานอันเป็นบาทฐานของการมีชีวิตในอนาคตที่ดี เพื่อสร้างสัมมาทิฏฐิ มีความเพียร และมั่นคงต่อกุศลให้ยิ่งขึ้นไป

รวมทั้งได้ขอให้กุศลนี้มีอำนาจไปคุ้มครองสถาบันทั้งสามของประเทศให้เจริญยั่งยืนสถาพร เป็นที่พึงเป็นร่มโพธิ์ไทรของชาวไทยได้ตราบเนาว์นาน และขอให้อำนาจแห่งกุศลนี้ไปบังเกิดแก่ผู้ที่ถึงแก่มรณกรรมในธรณีวิบัติภัยได้มีสุคตืภูมิเป็นที่ตั้ง และคุ้มครองผู้ที่ได้รับความเจ็บป่วย ความพินาศในทรัพย์ทั้งหลาย ให้มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์ สามารถยอมรับในคลื่นกรรมที่เกิดขึ้นนี้ได้ทั่วกัน และสามารถพลิกฟื้นคืนสู่ทรัพย์สินได้โดยเร็ว

เมื่อสิ้นสุดการแผ่เมตตาและการกล่าวคำแห่งความปรารถนาดีนี้แล้ว ก็เป็นอันเสร็จเสร็จกิจกรรมการไหว้พระเก้าวัดในวันนี้ ขอกราบอนุโมทนาในกุศลของทุกท่านด้วยความเคารพ

โดย น้องกิ๊ฟ [5 ม.ค. 2548 , 01:44:46 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 10


โดย น้องกิ๊ฟ [5 ม.ค. 2548 , 02:17:01 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org