| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
กราบเรียนนิมนต์หลวงตาช่วยตอบทีว่า..มีอะไรบ้างที่จะต้องทำความเข้าใจก่อนเข้าปฏิบัติ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 2
![]()
สวัสดีครับทุกๆท่าน
![]()
เรื่องการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่ผม
จะแสดงในครั้งนี้** ผมขอเรียนว่าไม่ได้พูดไปตามลำดับจากตำรับตำรา**
หากแต่จะแสดงออกมาจากการปฏิบัติจริง ๆของผมเองและของท่านที่ผมเชื่อถือไว้วางใจในแนวทางที่เห็นว่าถูกต้อง การบรรยายจากตำราไปตามลำดับนั้น เป็นการศึกษาในโรงเรียน บางทีไม่ได้นำเอาออกมาใช้เสียก็มี
เช่นการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
โดยกำหนดอารมณ์ที่ลมหายใจเข้าออก
ความจริงโดยทั่วไปเราไม่อาจจะกำหนดได้
เพราเมื่อมีสมาธิดีจนลมละเอียดมากเกินไปแล้ว
ก็กำหนดไม่ได้จึงควรจะใช้สำหรับ
ในติกขบุคคลผู้มีปัญญาดีบางท่านเท่านั้น
ผมก็จะงดเสียไม่กล่าว
![]()
ผมบรรยายพระอภิธรรมปิฎก
อยู่ในพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ฯ มา
ไม่น้อยกว่า 10 ปี เกี่ยวกับ เรื่องการปฏิบัติ
วิปัสสนากรรมฐานก็ได้แสดงอยู่เสมอ ๆ
ส่วนมาปฏิบัติวิปัสสนานั้นเล่า ก็ได้เคยฝึกฝนอยู่ตลอดมา
เริ่มต้นตั้งแต่ยังไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย
เช่นวิปัสสนากรรมฐานแล้วก็คิดว่าเป็นวิปัสสนากรรมฐาน
และปฏิบัติมาตั้งแต่ยังไม่ทราบว่าพระอภิธรรมคืออะไร?
จนถึงได้มาบรรยายพระอภิธรรมอยู่ที่พุทธสมาคมนี้
ซึ่งเกินกว่า 10 ปีแล้ว ตลอดเวลากว่า 10 ปีนี้
ผมก็ได้ยืนในหลักการปฏิบัติตามที่ได้
บรรยายอยู่ในที่นี้ตลอดมา![]()
![]()
บัดนี้ผมก็ยังถือหลักการณ์อันเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรนอกจากสิ่งปลีกย่อยเล็ก ๆ น้อย และสิ่งละเอียดอ่อนเพิ่มขึ้นเท่านั้น แม้ว่าในระหว่างทางของเวลาเหล่านี้ ผมจะได้ผจญกับปัญหาอันหนักจากผู้ที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน จากผู้ที่เห็นว่า
พระอภิธรรมมิใช่เป็นพุทธพจน์ แล้ววิปัสสนา
ในพระอภิธรรม จึงใช้ไม่ได้ และบางท่านก็ว่า
การปฏิบัติวิปัสสนา ไม่จำเป็นต้องศึกษาพระอภิธรรมก็ได้
ซึ่งผู้กล่าวดังนี้ไม่เคยได้ศึกษาพระอภิธรรมมาก่อนเลย![]()
(การที่ผมกล้ากล่าวเช่นนี้ก็เพราะทราบแน่นอนว่า
ผู้ที่มีความเข้าใจพระอภิธรรมดีที่จะไม่แสดง
พระอภิธรรมลงไปในการสนทนา หรือในหนังสือที่เขียนย่อมไม่มี)
และนอกนั้น ก็มาจากนักปฏิบัติที่ไม่ต้องการเหตุผลบางสำนัก อย่างไรก็ตามปาฐกถาในครั้งนี้จะทำเป็นเล่มหนังสือให้เป็นหลักฐานไว้ด้วย![]()
![]()
เหตุนี้ ผมจึงของเรียนกับท่านว่า ปาฐกถานี้
ผมมีความปรารถนาเพื่อจะให้เป็นสื่อ
หรือเป็นคู่มือสำหรับผู้ปฏิบัติรุ่นหลังได้ทราบ แนวทางที่ผมได้อาศัยผ่านมาทั้งปริยัติและปฏิบัติ
ทั้งจะพยายามให้เข้าใจได้ง่ายที่สุดด้วย
เพื่อสำหรับท่านที่ศึกษาพื้นฐานมาน้อย
ท่านผู้ใดจะเชื่อก็ได้ จะไม่เชื่อก็ได้
จะปฏิบัติตามก็ได้ จะไม่ปฏิบัติตามก็ได้
จะติชมผมก็ไม่ว่ากระไร
หรือจะมีปัญหาซักถามผมก็ยินดีอธิบาย
ทุก ๆท่านมีสิทธิสมบูรณ์ ที่จะพิจารณาเหตุผล
ข้อเท็จจริง ที่ผมได้กล่าวออกไป![]()
![]()
ผมใคร่ขอร้องกับท่านประการเดียวเท่านั้นคือ
ขอให้ท่านพิจารณาเหตุผมที่ผมจะเสนอไปเป็นลำดับตั้งแต่วันนี้และวันต่อ ๆ ไปจนกว่าจะจบ
แล้วใช้เหตุผมเป็นข้อบ่งชี้สภาวธรรมเหล่านั้น
เอาด้วยตนเอง
โดยเอาคำสอนหรือข้อติดข้องใด ๆ ที่อยู่ในจิตใจ
แต่เดิมออกไปเสียก่อน แล้วเอาเหตุผมข้อเท็จจริง
จากสภาวธรรม เป็นเครื่องตัดสินต่อไป เมื่อท่าน
ได้พิจารณาอย่างดีที่สุดแล้ว
เห็นว่าจะพอรับเอาไว้เป็นแนวทางปฏิบัติได้หรือ
ไม่อย่างไร ก็ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของท่าน และ
ถ้าตรงไหนบกพร่องไม่สมบูรณ์ ขอได้โปรดแจ้งให้
ผมทราบด้วย ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง![]()
![]()
ท่านค่ะใกล้จะระทึกใจแล้วนะค่ะแค่บทนำเอง
น้องแก้วยังตื่นเต้นเลยค่ะ
รออีกเดี๋ยวนะค่ะ
ท่านจะได้ฟ้งเหตุผลในการปฎิบัติแน่นอนค่ะ![]()
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร [30 พ.ย. 2544 , 05:29:44 น.] ( IP = 202.183.157.108 : : 202.183.157.108 )
สลักธรรม 3เมื่อกี้อ่านไปๆนึกว่ากำลังเรียนกับหลวงตาจริงๆเลยนะคะ ไม่ใช่แค่อ่านนะคะ แต่รู้สึกว่าเหมือนมีเสียงของหลวงตาประกอบด้วย จนลืมเวลาเลยละค่ะ
เรื่องนี้ตั้งใจมากจริงๆ เพราะต้องเข้าใจให้ชัดเจน
จะกลับมาเรียนต่อค่ะ![]()
โดย อัญชลี สมโสภณ [30 พ.ย. 2544 , 08:24:38 น.] ( IP = unknown : : unknown )
สลักธรรม 4
ต้องขอใช้คำว่า..ขอบพระคุณคุณน้องแก้ว
หรือผู้จัดสร้างเรื่องนี้มาให้อ่านครับ เพราะมีความมั่นใขในคุณธรรมและคุณภาพของพระอาจารย์บุญมีท่านอยู่อล้วครับโดย โคจรธรรม [30 พ.ย. 2544 , 09:07:17 น.] ( IP = 202.183.157.149 : : 202.183.157.149 )
สลักธรรม 5
สวัสดีครับผม วันนี้ผมนำรูปท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร. ผู้ผจญกับการศึกษาพระธรรมทั้งด้าน คันธะธุระและวิปัสสนาธุระ ก่อนที่ท่นจะบวชมาให้ชมครับผม.
โดย เณรชิต [30 พ.ย. 2544 , 13:16:52 น.] ( IP = 202.133.163.155 : : )
สลักธรรม 6น้องแก้วเนี่ยน่ารักเสมอเลยนะฮะ กาลังตื่นเต้นเลย อลากอ่านตอนต่อไปเร็วๆจัง
โดย เณรจิ๋ว [30 พ.ย. 2544 , 15:30:26 น.] ( IP = 130.54.247.205 : : )
สลักธรรม 7อยากอ่านอีก..เยอะๆ
โดย น้องกิ๊ฟ [30 พ.ย. 2544 , 17:51:00 น.] ( IP = 203.170.147.120 : : 203.170.147.120 )
สลักธรรม 8นะมัตถุ รัตนะ ตะยะสะ
ขอนอบน้อมแด่พระรัตนไตรย
กราบมนัสการพระเดชพระคุณครูบาอาจารย์
ที่เคารพพระอาจารย์บุญมี เมธางกุโรโดย รายการรู้ธรรมนำปฎิบัติ [30 พ.ย. 2544 , 18:32:15 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )
สลักธรรม 9สวัสดีครับวันนี้เรามาศึกษากันต่อในเรื่องวิปัสสนา
![]()
ในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น ผมมีความเห็นว่า
สิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องนี้อยู่ที่การทำความเข้าใจ
ให้ดีจริงๆ เสียก่อนเป็นอันดับหนึ่งเดียว
ไม่ใช่ว่าอยากจะปฏิบัติเมื่อใดก็ เข้าห้องลงมือปฏิบัติเลย
ควรจะต้องศึกษาหาความเข้าใจให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้
ดังนั้น ในวันนี้ผมจึงขอนำท่านไปสู่ความเข้าใจอันนั้นเสียก่อน
วิปัสสนา แปลว่า เห็นโดยวิเศษ
กรรมฐาน แปลว่า ที่ตั้งของการเพ่ง
วิปัสสนากรรมฐาน หมายถึงการเข้าไปเพ่งพิจารณา จนเกิดปัญญารู้เห็นตามความเป็นจริงของสภาวธรรม (ที่เกี่ยวกับชีวิต) แล้วสามารถนำทางให้พ้นทุกข์ได้
องค์ธรรมได้แก่ ปัญญาเจตสิก
ก่อนเข้าวิปัสสนากรรมฐาน เราจะต้อง
ทำความเข้าใจในเหตุผลโดยตั้งคำถามแล้วตอบให้ได้ว่า
![]()
1. ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานทำไม ?
2. จะต้องเรียนรู้ในเรื่องอะไรเสียก่อน ? เพราะเหตุใด ?
3. การปฏิบัตินั้น จะเข้าไปดู ไปรู้เห็นอะไร ที่ไหน ?
4. จะได้ผลจากการปฏิบัตินั้นอย่างไรบ้าง ?
นี่คือสิ่งที่ท่านต้องหาคำตอบให้ถูกต้อง
1. ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานทำไม ?
มีบุคคลเป็นอันมากมีเจตนาเริ่มต้นก่อนเข้าปฏิบัติโดยอาศัยเหตุต่าง ๆ กัน บางท่านเข้าปฏิบัติเพราะว่า
จิตใจไม่ค่อยสงบ มีความเร่าร้อน มีความทุกข์
ครั้งได้ทราบข่าวว่าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจะช่วยให้จิตสงบลงได้ ก็เดินทางเข้ามาเพื่อปรารถนาความสงบนั้น
บางท่านมีความทุกข์ความเร่าร้อนเกิดขึ้น
เกี่ยวกับครอบครัว เช่นมีเรื่องผิดพ้องหมองใจกัน
หรือเหตุการณ์บางอย่าง เช่นมีความไม่สบายใจ
ด้วยเศรษฐกิจในครอบครัวไม่มีเสถียรภาพ จึงได้หันเข้าวัดเพื่อปฏิบัติ
บางท่านได้ยินข่าวคนอื่นเขาเล่าว่า ถ้าเขาปฏิบัติแล้วจะได้เห็นสิ่งแปลก ๆ ต่าง ๆ ที่น่าพิศวง
ก็อยากจะเห็นบ้าง ดังนั้นจึงคิดว่าจะเข้าไปดู
จะเข้าไปเห็นว่ามันเป็นอย่างไร
บางท่านมีความเห็นว่าชีวิตนี้มีความทุกข์ยาก
ลำบากหนักชีวิตนี้ต้องดิ้นนขวนขวายต่อสู้หนัก
จึงจะรอดอยู่ได้ มีความหวั่นไหวหวาดกลัว ท้อถอย
ในการที่จะต่อสู้กับความยากลำบากนั้น
หรือกลัวว่าชาติหน้าจะไปเกิดในที่เลวร้ายยิ่งกว่านี้
เช่นเป็นสัตว์เดรัจฉาน หรือได้รับความทุกข์ทรมาน
ในเมืองนรกเป็นต้อน ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้ข่าวว่า
ปฏิบัติวิปัสสนาแล้วทำให้ได้เป็นพระโสดา![]()
ซึ่งใคร ๆ เขาก็พากันได้มามากต่อมาก
เป็นการปิดประตูอบายภูมิไม่ต้องไปเกิดในที่ลำบากอีกต่อไป
จึงได้หันเหเข้าไปสู่วัดเพื่อปฏิบัติส่วนบางท่านมี
ความปรารถนาว่าจิตของเรานี้ ขาดกำลังบ้าง
ขาดอำนาจบ้าง เราปฏิบัติให้เกิดสมาธิ เพื่อได้เกิดอำนาจ แล้วจะได้ถูกเลขท้ายล็อตเตอรี่ให้ถูกเสียจนหลวงไม่มีเงินจะจ่าย
หรือจะสร้างกำลังอำนาจเพื่อจะทำพิธีกรรมต่าง ๆ
ถ้าหากได้เข้าวัดปฏิบัติกรรมฐาน แล้วจิตก็คง
จะมีอำนาจสมใจของตนๆ
เท่าที่ผมได้ยกตัวอย่างมาย่อ ๆ นี้ ท่านก็เห็นได้ว่า
ผู้ปฏิบัติมีเจตนาไปคนละทางสองทางไม่ตรงกัน
เจตนาทั้งหมดเหล่านี้ ไม่ได้ตรงไปสู่หนทางที่จะนำ
ไปสู่การปฏิบัติวิปัสสนาโดยตรงเลย
เหมือนจะไปจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ทราบว่า
จะเตรียมอะไรไปบ้างแล้ว จะไปให้ถึงได้อย่างไร
เพราะแต่ละคนต่างก็มีความจุดหมายปลายทางไม่เหมือนกัน
จึงเดินไปคนละทิศคนสมัยนี้ไม่มีปัญญาบารมีสูงสุด
ไม่ได้เป็นบุคคลมีปัญญาไวเหมือนในสมัยพุทธกาล
ฟังเทศน์ครั้งเดียวก็ได้ผล
ทั้งในขณะนี้ ก็ไม่ได้ฟังอยู่ต่อพระพักตร์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้ซึ่งมีปัญญาญาณรู้วารจิตของบุคคล และเชี่ยวชาญต่อการฝึกสอน
ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องทำความเข้าใจ
ในเบื้องต้นเสียให้พร้อมเพียงพอโดยไม่ประมาท
เมื่อมีจุดหมายปลายทางที่ไม่ตรงทางดังนี้
ในขณะที่การปฏิบัติได้เริ่มต้น
เจตนาซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ
ก็เป็นตัวหนุนให้อารมณ์เกิด
แล้วหันเหทิศทางตามที่ตน
ต้องการโดยไม่รู้สึกตัว
แน่นอนย่อมจะเป็นทิศทางที่ต่างคนต่างไปอย่างไม่ต้องสงสัย
แม้ว่าเจตนาที่เกิดขึ้นก่อนการเข้าปฏิบัติ
จะไม่ได้ไปใช้งานโดยในขณะ ปฏิบัติก็ดี
แต่ก็ย่อมมีกำลังอำนาจแฝงอยู่ภายในส่วนลึกของจิต
และกำลังอำนาจนี้จะหนุนหลังอยู่เสมอเพื่อให้
บรรลุจุดหมายปลายทาง ตามที่เจตนาไว้แต่ต้น
โดยผู้ปฏิบัติไม่รู้สึกตัว
เช่นผู้ปฏิบัติได้ยินเขาเล่าให้ฟัง
หรือได้ศึกษาเล่าเรียนมาว่า
รูปนามนั้นเกิดดับอยู่เสมอ
โดยรวดเร็ว ระยิบระยับประหนึ่งพยับแดด
ก็มีความติดใจอยากจะได้เห็น
ครั้นเมื่อปฏิบัติไปไม่ช้าไม่นาน
จิตก็เป็นสมาธิมากขึ้น
อำนาจเจตนาที่อยากจะเห็น
รูปนามเกิดดับด้วยกำลังแรงในอดีต
อันประกอบด้วยสมาธินั้น
ย่อมจะหนุนเนื่องให้เกิดปรากฏการณ์
ซึ่งเสมือนหนึ่ง รูปนามเกิดขึ้น เมื่อเท้าซ้ายเท้าขวาย่างไปแต่ละก้าวก็จะเห็น (รู้สึก) ระยับระยิบอยู่ตามขอบ ริมของเท้าเหมือนกับพยัพแดด
ผู้ปฏิบัติก็จะดีใจด้วยคิดว่า ได้เห็นรูปนาม
ตามความเป็นจริงเข้าแล้ว อำนาจของจิตที่มี
อดีตหนุนหลังแบบนี้เกิดแก่ผู้ใด
ถ้าผู้นั้นหลงใหลเข้าใจผิดไป
ก็จะบังเกิดความพากเพียรยิ่งขึ้น
เพื่อจะได้สำเร็จเร็ว ๆ เมื่อเพียรมากขึ้น สมาธิมากขึ้น
อารมณ์ต่างๆ ก็จะวิจิตรพิสดารออกไปมากขึ้นด้วยสิ่งที่ไม่เคยเห็นก็จะได้เห็น
สิ่งที่ไม่เคยรู้ก็ได้รู้ ผู้ปฏิบัติจะออกปากว่า
น่าประหลาดเหลือเกิน ! น่าตื่นเต้นแท้ ๆ
เมื่อตั้งต้นไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงเช่นนี้
ถ้าไม่หันกลับเสียให้ตรงทาง การปฏิบัติต่อไปก็จะล้มเหลวโดยสิ้นเชิงตลอดสาย
เหมือนท่านอยู่ในพุทธสมาคม ฯ นี้
ตั้งใจจะไปบางลำภู แต่เมื่อออกประตูแล้วกลับเลี้ยวขวาตรงไป ก็ไม่มีหวังจะถึงบางลำภูได้
เมื่อได้ตั้งต้นไม่ถูกต้องเสียแล้ว
ก็จะก้าวเท้าผิดไปทุก ๆ ก้าว ในเรื่องนี้ก็เหมือนกับ
คนทำวิปัสสนากรรมฐาน
เจตนาเริ่มต้นต้องการให้จิต
มีความสงบแล้ว ปฏิบัติอย่างไรก็จะเป็นวิปัสสนาไปไม่ได้ อำนาจของเจตนา อันเป็นมูลฐานก็จะคอยคัดท้ายเรือให้หันเหไปตามทิศทางที่ตนปรารถนา
ถ้าใจของผู้ปฏิบัติอยากเห็นนรก สวรรค์อยู่เสมอมา
เมื่อก่อนปฏิบัติแล้ว ถ้าสมาธิเกิดมากเมื่อใด
ภาพของนรก สวรรค์ก็จะปรากฏขึ้นมาในอารมณ์ให้ได้เห็นเมื่อนั้น
เพราะอำนาจของสมาธิมาก จึงปิดบังซ่อนเร้น
เจตนาที่อยากจะดูความจริงนั้นเสีย ผู้ปฏิบัติจึงได้พูดว่า
ไม่ได้ตั้งใจจะดูเลยสักนิด มันเห็นขึ้นมาเองเฉย ๆ
เหตุนี้เอง ผมจึงได้วางหัวข้อย่อ ๆ ไว้ว่า
ผู้ที่จะได้เข้าไปสู่การปฏิบัติจะต้องตั้งเจตนาให้ถูกต้อง แล้วก็จะต้องเป็นสายทางอันเดียวกันทุกท่าน
สายทางที่ว่าเป็นอันเดียวกันนั้น
เช่นเป็นต้นว่า
เพราะเห็นชีวิตนี้ไม่มีสาระ ไม่มีแก่นสาร
ชีวิตนี้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ประเดี๋ยวเป็นเด็ก เติบโตแล้วก็แก่ เฒ่า ในที่สุดก็ถึงแก่ความตาย
เมื่อตายแล้วก็จะต้องไปเกิดอีก
การแก้ปัญหาในระหว่างมีชีวิตอยู่ก็สุดแสนจะลำเค็ญ
แล้วการแก้ไขก็ไม่รู้จักจบสิ้นเสียด้วย
เพราะอาจจะต้องเกิดขึ้นมาเพื่อให้ต้องแก้ปัญหา
อีกร้อยชาติ พันชาติ หมื่นชาติ ทั้งอาจจะไปเกิดในที่ทุกข์ทรมานแสนสาหัส ด้วยอำนาจกรรมผลักดันไปก็ได้
เมื่อพิจารณาดูแล้วก็เห็นว่าชีวิตน่าหวาดหวั่นพรั่นกลัว
เป็นอย่างยิ่ง
การพิจารณาความจริงในเรื่องชีวิตนั้น
ถ้าหากว่าเราได้ศึกษาเล่าเรียนเข้าใจในสภาวธรรมมาดี
หรือเป็นผู้ช่างคิด ช่างตรอง ก็จะได้เห็นทุกข์ที่เกิดแก่ชีวิตนั้นอย่างละเอียดซ่อนเร้นอยู่ภายในมากยิ่งขึ้น เช่นไม่ใช่จะเห็นทุกข์ในตอนที่ไม่มีจะกิน
ไม่มีเงินจะใช้ หรือไม่มีบ้านจะอยู่เท่านั้น
แต่จะเห็นความทุกข์ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น
แม้เมื่อได้เห็น เมื่อได้ยิน ได้กลิ่น ได้รส ได้ถูกต้องสัมผัส
และเมื่อเคลื่อนไหวอิริยาบถตลอดจนเมื่อได้หายใจเข้าออก
ตั้งแต่ตื่นนอนลืมตาขึ้นมา ก็ต้องแก้ปัญหาเหล่านี้กันเรื่อยไป
ไม่หยุดยั้ง อารมณ์ที่เกิดขึ้นทางตาบ้าง หูบ้าง จมูกบ้าง ลิ้นบ้าง
กายบ้าง ใจบ้าง ซึ่งหยุดนิ่งไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปลงไปมา
ตลอดวันยังค่ำ เป็นการแก้ที่ไม่รู้จักจบ
ด้วยเหตุที่เราจะทนอยู่ในอารมณ์นั้น ๆ ซ้ำ ๆ
นานนักไม่ไหวจึงจำต้องเปลี่ยนไป เมื่อการเห็นได้ผ่านไปแล้ว
จึงต้องเปลี่ยนเป็นการได้ยิน ได้กลิ่น และต่อๆ ไป
เราไม่อาจจะทนอยู่ในเรื่องเห็นหรือในเรื่องได้ยินอย่างเดียวได้ มันจะเป็นไปอยู่เช่นนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน
แม้เวลาจะล่วงเลยมานานจนแก่เฒ่าเท่าใด
ก็ยังคงต้องแก้ปัญหานี้อยู่
ท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้มีอายุ 50, 60,70, ปีก็มี
เดี๋ยวนี้ท่านได้แก้ปัญหาให้แก่ชีวิตของท่านสำเร็จแล้วหรือ?
แน่นอน ! เดี๋ยวนี้กำลังแก้อยู่ ขณะที่กำลังแก้อยู่
ขณะที่กำลังนั่งอยู่นี้ ก็ต้องเปลี่ยนอิริยาบถไม่ได้หยุดเลย
ทั้งนี้ก็เพราะความปวดเมื่อยมันเกิดขึ้นจนทนไม่ไหว
ซึ่งได้แก่ความทุกข์นั่นเองมาบีบคั้นให้ต้องกระทำการ
แก้ทุกข์อันนั้น ด้วยเหตุนี้เองบุคคลผู้ซึ่งมีความพินิจ
พิจารณาชีวิตอย่างละเอียด ก็ย่อมจะมองเห็นชีวิตว่า
นี้มีทุกข์ต้องต่อสู้กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ
เช่นในความผัวผวนเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นต้องแก้ไขอยู่เสมอ
เพื่อที่จะให้ชีวิตดำรงอยู่ตลอดเวลาวันยังค่ำ
ประเดี๋ยวร้อน ประเดี๋ยวหนาว ประเดี๋ยวหิว
ประเดี๋ยวอิ่มเกินไป ประเดี๋ยวยืน เดิน,นั่ง,นอน
อยู่นิ่ง ๆ ก็ทนอยู่ไม่ได้ ต้องต่อสู้กับความรักมี ความใคร่ ไปจนถึงความโกรธแค้นพยาบาท ต้องต่อสู้กับ
ความดิ้นรนทะยานอยากของตนเองซึ่งไม่รู้จักจบ
และในที่สุดก็ต้องประสบกับรูปนามอันผันแปรเปลี่ยนอยู่ทุกขณะจิตไม่มีเวลาหยุดเลย
แม้แต่จะกำลังนอนหลับสนิท
ในขณะที่เรากำลังนอนหลับสนิทอยู่นั้น
เราคิดว่ากำลังสุขสบายเต็มที่แล้ว ทุกข์ใด ๆ
เกิดขึ้นไม่ได้เลย [font color=ff0000] แต่แท้จริงนั้น
หาได้มีความสุขไม่ เพราะตลอดเวลาที่นอนหลับอยู่นั้น
(หรือกำลังตื่น) ทั้งร่างกายและจิตใจก็ไม่สบายตัว
เปลี่ยนแปลงไปอยู่เรื่อยๆ นั้นประการหนึ่ง
อีกประการหนึ่งเมื่อเราตื่นขึ้นมาแล้ว พลังงานในร่างกายของเราได้ถูกใช้ไปในเวลาที่เรานอนหลับมากมาย
ดังนั้นเมื่อตื่นนอนขึ้นมา เราจึงจำต้องกินอาหารเพื่อชดใช้
พลังงานที่ใช้ไปในเวลากลางคืนแล้ว
การที่จะได้อาหารมา ก็ไม่ใช่จะได้มาง่ายดาย
ไม่ลำบากเลยก็หาไม่![]()
รวมความว่าทุกวินาทีที่ผ่านไป
เราจะไม่สูญเสียอะไรไปเลยหาได้ไม่เราต้องแก้ไข
เพิ่มเติมอยู่เป็นนิตย์
เมื่อเราต้องได้รับความลำบาก
ในการที่ต้องแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตตลอดชาตินี้แล้ว
เราก็คงจะต้องไปแก้ปัญหานี้ในชาติหน้า ชาติโน้น
และชาติต่อไปไม่จบสิ้น ยังไม่มีใครมาให้บทพิสูจน์แก่เราว่า
คนเรานี้ตายไปแล้วไม่ได้ไปเกิดอีก
ไม่มีผู้ใดที่จะมายืนยันให้หลักฐานแก่เราได้ว่
า สัตว์ทั้งหลายเมื่อได้สิ้นชีวิตลงไปแล้ว
วัฏฏะมิได้มี
เมื่อเช่นนี้ถ้าหากว่าเราต้องไปเกิดอีกเล่า
แน่นอน ! ซาก ๆ ไม่มีวันจบ จึงน่าหวาดกลัวยิ่งนัก
ผู้ที่รู้จักกับผมคนหนึ่งไม่ได้เรียนพระอภิธรรมมาเลย
แต่เขาก็เคยปรับทุกข์กับผมว่า เกิดเป็นคนนี้แสนลำบาก
สู้เกิดเป็นก้อนดินสักก้อนหนึ่งไม่ได้
มันไม่มีความเดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลย![]()
[font color=ff0000] สาธุๆๆเป็นอย่างไรค่ะท่านที่เคารพ
สำหรับเหตุผลข้อเท็จจริงที่ท่านได้อ่านจบไปเพียงข้อเดียว
น้องแก้วเองยังมีความรู้สึกเสมือน..น้องแก้วได้ถูกพาท่องไปใน
โลกแห่งความเล้นลับเลยค่ะ..ทำให้จิตนั้นตั้งมั่น
อยู่กับความรู้สึกและวิเคราะห์ตามไปด้วย ไม่มีความฟุ้งซ่านหวั่นไหว
นี่ขนาดเป็นผู้ฟังการอธิบายความจริง มีการยกตัวอย่างให้คิดยังมีผล
ต่อจิตใจไปในทางดีขนาดนี้ น้องแก้วมั่นใจว่าถ้าเรียนให้พร้อม
และเข้าไปพิสูจน์ด้วยตนเองแล้ว..ว้าย!!!!คงจะประจักษ์กับเหตุผล
ข้อเท็จจริงของชีวิตอย่างแน่นอนท่านละค่ะรู้สึกเหมือนน้องแก้วไหมค่ะ?
สำหรับตอนนี้ต้องขอสวัสดีกับก่อนนะค่ะ__/¦\__พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ![]()
![]()
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร [2 ธ.ค. 2544 , 05:21:14 น.] ( IP = 202.183.157.164 : : 202.183.157.164 )
สลักธรรม 10ขอบคุณน้องแก้วและหลวงตามากค่ะที่ชี้แนะทางเดินที่ประเสริฐที่สุดไม่สามารถหาอะไรมาเปรียบได้เลยค่ะ จะติดตามตอนต่อไปนะค่ะ
โดย เล็ก [2 ธ.ค. 2544 , 08:04:28 น.] ( IP = 203.155.239.110 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |