มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ศาสนานี้ไม่เป็นไปเพื่อการร้องขอ ใครทำใครได้





ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ไม่สอนให้ใครมาอ้อนวอนร้องขอและมาสรรเสริญเยินยอ
เป็นศาสนาสอนให้รู้จักคิด พูดทำในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่ตนมากที่สุด
และประโยชน์แก่สรรพชีวิตทั้งหลาย
จึงกล่าวได้ว่า เมื่อเห็นประโยชน์จากการแนะนำของพระพุทธองค์มากเท่าไร
ก็เห็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้าเอง
ดังที่ทรงแสดงไว้ว่า
ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา
ไม่มีที่ใดเลยที่แสดงว่า
ผู้ใดอ้อนวอนร้องขอจากเรา เราจะช่วยเหลือผู้นั้น เราจะรักเอ็นดูท่าน
ถ้าไม่รักไม่เคารพเราจะไม่รักและช่วยเหลือท่าน
มีแต่ทรงแสดงให้เห็นถ้ามีความประสงค์จะได้อะไร ทำเหตุให้ตรง ผลจะได้ตามเหตุนั้น
ต้องการความสุข ทรงแสดงเรื่อง
เหตุให้เกิดความสุขไว้
ไม่ต้องการความทุกข์ ก็อยากพึงทำเหตุแห่งทุกข์เสีย
ใครทำใครได้ ทั้งดีทั้งชั่ว
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน อื่นใดเล่าจะเป็นที่พึ่งเราได้


โดย t (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ม.ค. 2548 , 15:05:44 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


เป็นศาสนาไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะใน
พระพุทธศาสนา ในบางประเทศระบบชั้นวรรณะ
เป็นโครงสร้างสำคัญยิ่งทางสังคมอย่างไรก็ตาม
พระพุทธศาสนาไม่มีอคติทาง
ชาติ ชั้นวรรณะ และเพศ ทุกคนมีความเสมอภาคในศักยภาพ
ทางจิตที่จะบรรลุธรรมสร้างความบริสุทธิ์
ปราศจากมลทินธุลีใจ
พระพุทธเจ้าทรงอธิบายว่า ความดีหรือความชั่ว
ของคนมิได้ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิดหรือทรัพย์สมบัติ แต่ขึ้นอยู่กับการกระทำของเรา
แม้สังคมอินเดียแน่หนักในถือชาติวรรณะตั้งแต่ก่อนพุทธกาลมา
พระพุทธองค์ก็ใช้ธรรมแห่งความจริงและความเสมอภาคความมีสิทธิมีเสียง
ของมนุษย์ที่มาแต่กำเนิดมาใช้เป็นหลักการปกครองและความอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก
ผู้ที่เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนามีสิทธิเท่าเทียมกัน เช่น สิทธิในการออกเสียงในการประชุม
การนับถือให้สังคมอยู่ร่วมกันนั้นทรงให้ถือหลักบวชก่อนบวชหลังมิใช่ยศฐานานานุรูปแต่อย่างไร ซี่งทางพระท่านใช้คำว่าภันเต ท่านผู้บวชก่อน หรือที่เรียกว่าท่านผู้เจริญก่อนและอาวุโส คือผู้อ่อนกว่า ซึ่งคำนี้ทางชาวบ้านใช้คำไม่ตรง
การนับเนืองแสดงความเคารพในหมู่นั้นเป็นไปตามการบวชก่อนหรือหลัง
พระพุทธศาสนาเน้นเรื่องความเสมอภาคของมนุษย์ โดยชี้ไปที่ความรู้ดี
และความประพฤติดีว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุด คือมีการวัดด้วยคุณธรรมที่มีอยู่ในใจคน


โดย t (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ม.ค. 2548 , 15:10:59 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 2


พระพุทธองค์ตรัสสอนว่าบุคคล
ผู้มีความรู้ดีและความประพฤติดีเป็นผู้ประเสริฐสุดในเทพและมนุษย์ทั้งหลาย
ที่เรียกว่า พุทธบริษัท ๔ นี้
แต่อาจจะมีคนเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า พระพุทธองค์ทรงกีดกั้นสตรีมิให้บวช
ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่
หญิงชายเป็นของสมมติบัญญัติ ความจริงมีธรรมชาติที่เรียกว่า รูปและนามเท่านั้น
เป็นไปกฎแห่งธรรมชาติที่มีเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป มีความไม่เที่ยง ทนในสภาพเดิม
ไม่ได้และบังคับไม่ได้ไม่มีหญิงมีชาย
เหตุที่มีพุทธประสงค์มิให้สตรีบวชในศาสนานี้เบื้องต้นเรื่องการป้องกันภัย
ที่เกิดจากสตรีมีมากยากที่จะดูแล พลอยจะเป็นเหตุให้ถูกโจมตีทำให้ศาสนานี้เสื่อมไว
การจะบำเพ็ญความดีนี้ไม่จำเป็นจะต้องมาโกนหัวห่มผ้าให้เหมือนสงฆ์ก็สามารถทำได้
พระพุทธองค์เห็นว่าเพื่อป้องกันธรรมวินัยนี้ไม่ให้เสื่อมเร็วเกินไปจึงต้องมีบัญญัติที่
เรียกว่า ครุธรรม ๘ ประการให้ถือปฎิบัติ



เจตนานี้จึงเป็นเจตนาเพื่อความบริสุทธิ์แห่งศาสนาพรหมจรรย์
มิได้มีการกีดกั้นสิทธิมนุษยชน อย่างที่ผู้เรียกร้องบวชโจมตีพระสังฆราช
การประพฤติพรหมจรรย์นี้ ทรงชี้และส่งเสริมบริษัท ๔ ของพระองค์ท่าน
ไฉนเลยจะเข้าใจไปเช่นนั้น
พระพุทธองค์ไม่ต้องการให้มาแสดงความรัก สรรเสริญเยินยอ หรือลาภสักการะ
ไม่ต้องมีแสดงความดีเพื่อเอาใจ ไม่ต้องรำลึกนึกถึงอ้อนวอนและร้องขอ
คิดจะทำดี ก็ทำได้เลยไม่ต้องให้ใครมาดู และไม่ต้องบอกให้มาดู ทรงสรรเสริญการปฎิบัติดี
ทรงชี้ให้เห็นว่า จะทำให้ใจบริสุทธิหรือไม่บริสุทธิ นั้นคนทำนั้นรู้เอง
สุทธิ อสุทธิ ปัจจตัง
และแสดงว่า ผู้อื่นก็ไม่สามารถทำให้เราบริสุทธิ์ได้
แม้พระพุทธองค์ก็ทรงชี้ให้เห็นว่า ทรงเป็นผู้แนะนำ ชี้ทางเท่านั้น
ทรงชี้ให้เห็นว่า ทางเดินออกจากทุกข์มีอยู่
ทรงแนะให้เดินตามทาง
ทางนี้ท่านชี้ให้เดินคนเดิน รู้คนเดียว เห็นคนเดียว
จะทำให้ใจเราถึงบริสุทธิ์จากเครื่องเศร้าหมองหรือไม่นั้น ต้องทำเองเท่านั้น
ศาสนาพุทธนี้จึงได้ชื่อ ศาสนาที่ใครทำใครได้ทั้งดีและชั่ว



โดย t (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ม.ค. 2548 , 15:21:20 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 3

เรื่องของเสรีภาพนั้น ..ไม่มีคำว่าชนชั้นในพระพุทธศาสนา ...
สวัสดีค่ะคุณ T

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ม.ค. 2548 , 16:50:58 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 4

เรื่องของเสรีภาพนั้น ..ไม่มีคำว่าชนชั้นในพระพุทธศาสนา ...
สวัสดีค่ะคุณ T

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ม.ค. 2548 , 16:51:43 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org