มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อาทิตตชาดก ว่าด้วย การให้ทานกับการรบ




อาทิตตชาดก ว่าด้วย การให้ทานกับการรบ

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภ อสทิสทาน จึงได้ตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า อาทิตฺตสฺมึ ดังนี้. (เรื่องอสทิสทาน มีเนื้อความพิสดารในอรรถกถา มหาโควินทสูตร. )

ก็ในวันที่ ๒ จากวันที่พระเจ้าโกศลถวายอสทิสทานแล้ว ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมสภาว่า อาวุโสทั้งหลาย พระเจ้าโกศลทรงฉลาดเลือกเนื้อนาบุญอันประเสริฐ ถวายมหาทานแด่อริยสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข.

พระศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร? เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว.
ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การเลือกถวายทานในเนื้อนาบุญอันสูงยิ่งของพระเจ้าโกศล ไม่น่าอัศจรรย์ โบราณกบัณฑิตก็ได้เลือกเฟ้นแล้ว จึงได้ถวายมหาทานเหมือนกัน ดังนี้แล้ว
ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้

โดย ธารา [12 ม.ค. 2548 , 17:17:11 น.] ( IP = 203.172.58.221 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในอดีตกาล พระเจ้าเภรุวมหาราช ครองราชสมบัติในเภรุวนคร สีวิรัฐ ทรงบำเพ็ญ ทศพิธราชธรรม สงเคราะห์มหาชนด้วย สังคหวัตถุ ๔ ทรงดำรงอยู่ในฐานะ เป็นมารดาบิดาของมหาชน ได้ให้ทานแก่คนกำพร้า วณิพก และยาจกทั้งหลายมากมาย.

พระองค์มีอัครมเหสี พระนามว่า สมุททวิชยา เป็นบัณฑิต สมบูรณ์ด้วยญาณ.

วันหนึ่ง พระเจ้าเภรุวมหาราช เสด็จทอดพระเนตรโรงทาน ทรงพระดำริว่า ปฏิคาหกทั้งหลายล้วนเป็นผู้ทุศีล เหลวไหล บริโภคทานของเรา ข้อนั้นไม่ทำให้เรายินดีเลย เราใคร่จะถวายทานแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้มีศีล เป็นอรรคทักขิไณยบุคคล แต่ท่านเหล่านั้นอยู่ในหิมวันตประเทศ ใครหนอจักไปนิมนต์ท่านมาได้ เราจักส่งใครไปนิมนต์ได้ ทรงพระดำริดังนี้แล้ว ได้ตรัสบอกความนั้นแด่พระเทวี.

ลำดับนั้น พระเทวีได้ทูลพระราชาว่า ข้าแต่พระองค์ ขอพระองค์อย่าทรงวิตกเลย เราจักส่งดอกไม้ ไปนิมนต์พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ด้วยกำลังทานที่จะพึงถวาย กำลังศีล และกำลังความสัตย์ของเราทั้งหลาย ครั้นพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายมาถึงแล้ว จึงจักถวายทานที่สมบูรณ์ ด้วยบริขารทุกอย่าง. พระราชาทรงรับสั่งว่า ดีแล้ว. ดังนี้แล้วรับสั่งให้ตีกลอง ประกาศว่า ชาวพระนครทั้งสิ้นจงสมาทานศีล.

โดย ธารา [12 ม.ค. 2548 , 17:18:54 น.] ( IP = 203.172.58.221 : : )


  สลักธรรม 2

ส่วนพระองค์เองพร้อมด้วยราชบริพาร ก็ทรงอธิษฐานองค์แห่งอุโบสถ บำเพ็ญมหาทาน แล้วให้ราชบุรุษถือกระเช้าทอง ใส่ดอกมะลิเต็ม เสด็จลงจากปราสาท ประทับที่พระลานหลวง ทรงกราบเบญจางคประดิษฐ์เหนือพื้นดิน แล้วผินพระพักตร์ไปทางทิศปราจีน ถวายนมัสการ แล้วประกาศว่า

ข้าพเจ้าขอนมัสการ พระอรหันต์ทั้งหลายในทิศปราจีน ถ้าคุณความดีอะไรๆ ของข้าพเจ้ามีอยู่ไซร้ ขอท่านทั้งหลายจงอนุเคราะห์พวกข้าพเจ้า โปรดมารับภิกษาหารของข้าพเจ้าทั้งหลายเถิด ประกาศดังนี้แล้ว ทรงซัดดอกมะลิไป ๗ กำมือ.

ในวันรุ่งขึ้น ไม่มีพระปัจเจกพุทธเจ้ามา เพราะในทิศปราจีนไม่มีพระปัจเจกพุทธเจ้า.

ในวันที่ ๒ ทรงนมัสการไปทางทิศทักษิณ ก็หามีพระปัจเจกพุทธเจ้ามาไม่.

วันที่ ๓ ทรงนมัสการไปทางทิศปัจฉิม ก็หามีพระปัจเจกพุทธเจ้ามาไม่.

วันที่ ๔ ทรงนมัสการไปทางทิศอุดร. ก็แหละครั้นทรงนมัสการแล้ว ทรงซัดดอกมะลิไป ๗ กำมือ อธิษฐานว่า ขอพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายที่อยู่ในหิมวันตประเทศ ด้านทิศอุดร จงมารับภิกษาหารของข้าพเจ้า. ดอกมะลิได้ลอยไปตกลงเหนือพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ๕๐๐ องค์ ที่เงื้อมภูเขานันทมูลกะ.

พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นพิจารณาดู ก็รู้ว่า พระราชานิมนต์. วันรุ่งขึ้น จึงเรียกพระปัจเจกพุทธเจ้ามา ๗ องค์ แล้วกล่าวว่า แน่ะ ท่านผู้เช่นกับด้วยเรา พระราชานิมนต์ท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงสงเคราะห์พระราชาเถิด. พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น เหาะมาลงที่ประตูพระราชวัง.

โดย ธารา [12 ม.ค. 2548 , 17:20:44 น.] ( IP = 203.172.58.221 : : )


  สลักธรรม 3

พระเจ้าเภรุวมหาราชทอดพระเนตรเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น แล้วทรงโสมนัส นมัสการแล้ว นิมนต์ขึ้นปราสาท ทรงสักการะบูชาเป็นการใหญ่ แล้วถวายทาน. ครั้นฉันเสร็จแล้ว ได้นิมนต์ให้มาฉันวันต่อๆ ไปอีกจนครบ ๖ วัน ในวันที่ ๗ ทรงจัดแจงบริขารทานทุกอย่าง แต่งตั้งเตียงตั่งที่วิจิตรด้วยแก้ว ๗ ประการ ทรงวางเครื่องสมณบริโภคทั้งปวง มีไตรจีวรเป็นต้น ในสำนักของพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้ง ๗ พระองค์ ถวายนมัสการ ตรัสว่า ข้าพเจ้าขอถวายบริขารเหล่านี้ทั้งหมดแด่พระคุณเจ้าทั้งหลาย. เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้นฉันเสร็จแล้ว พระราชาและพระเทวีทั้ง ๒ พระองค์ประทับยืนนมัสการอยู่.

ลำดับนั้น พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้เป็นใหญ่ในหมู่ เมื่อจะอนุโมทนาแด่พระราชาและพระเทวี จึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า

เมื่อเรือนถูกไฟไหม้ บุคคลผู้เป็นเจ้าของ ขนเอาสิ่งของอันใดออกได้ สิ่งของอันนั้นย่อมเป็นประโยชน์แก่เจ้าของนั้น แต่ของที่ถูกไฟไหม้ย่อมไม่เป็นประโยชน์แก่เขา.

โลกถูกชราและมรณะ เผาแล้วอย่างนี้ บุคคลพึงนำออกเสียด้วยการให้ทาน ทานที่ให้แล้วจะน้อยก็ตาม มากก็ตาม ชื่อว่าเป็นอันนำออกดีแล้ว.

โดย ธารา [12 ม.ค. 2548 , 17:22:18 น.] ( IP = 203.172.58.221 : : )


  สลักธรรม 4

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาทิตฺตสฺมึ ความว่า ขณะเมื่อเรือนถูกไฟไหม้นั้น. บทว่า ภาชนํ ได้แก่ อุปกรณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง. บทว่า โน จ ยํ ตตฺถ ความว่า แต่สิ่งใดในเรือนนั้นไม่ได้ขนออก ย่อมถูกไฟไหม้ไม่เหลือแม้แต่หญ้า สิ่งเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมไม่เป็นคุณประโยชน์แก่เราเลย. บทว่า ชราย มรเณน จ นี้เป็นเพียงหัวข้อเทศนา. แต่โดยอรรถ โลก คือเบญจขันธ์นั้น ชื่อว่า ถูกไฟ ๑๑ กอง เผาผลาญแล้ว. บทว่า นีหเรเถว ความว่า เพราะเหตุนั้นโลก คือเบญจขันธ์ถูกไฟ ๑๑ กอง เผาผลาญอยู่เช่นนี้ บุคคลต้องนำออกด้วยการตั้งใจให้บริขารทาน ต่างโดยทานวัตถุ ๑๐ อย่างเท่านั้น. ทานที่ให้แล้วจะน้อย หรือมากก็ตามนั้น ชื่อว่า เป็นการนำออกดีแล้ว.

โดย ธารา [12 ม.ค. 2548 , 17:23:07 น.] ( IP = 203.172.58.221 : : )


  สลักธรรม 5

พระสังฆเถระ ครั้นอนุโมทนาอย่างนี้แล้ว ได้ให้โอวาทแด่พระราชา ว่า มหาบพิตร พระองค์อย่าทรงประมาท แล้วเหาะขึ้นอากาศ ทำช่อฟ้าปราสาทให้แยกเป็นสองช่อง ไปลง ณ เงื้อมภูเขานันทมูลกะ. แม้บริขารที่พระราชาถวายแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า ก็ลอยตามไปกับพระปัจเจกพุทธเจ้าลงที่เงื้อมภูเขานั้นเหมือนกัน. พระสกลกายของพระราชาและพระเทวี เต็มตื้นไปด้วยปิติ.

เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้เป็นใหญ่ในหมู่ ไปอย่างนี้แล้ว พระปัจเจกพุทธเจ้าที่ยังคงเหลืออยู่ ๖ องค์ ได้อนุโมทนาด้วยคาถา องค์ละคาถาว่า

โดย ธารา [12 ม.ค. 2548 , 17:23:49 น.] ( IP = 203.172.58.221 : : )


  สลักธรรม 6

คนใดให้ทานแก่ท่านผู้มีธรรมอันได้แล้ว ผู้บรรลุธรรมด้วยความเพียรและความหมั่น คนนั้นล่วงเลยเวตรณีนรก ของพระยายมไปได้ แล้วจะเข้าถึงทิพยสถาน.

ท่านผู้รู้กล่าวทานกับการรบว่า มีสภาพเสมอกัน นักรบแม้จะมีน้อย ก็ชนะคนมากได้ เจตนาเครื่องบริจาคก็เหมือนกัน แม้จะน้อยย่อมชนะหมู่กิเลส แม้มากได้ ถ้าบุคคลเชื่อกรรมและผลแห่งกรรม ย่อมให้ทานแม้น้อย เขาก็เป็นสุขในโลกหน้า เพราะการบริจาคมีประมาณน้อยนั้น.
การเลือกทักขิณาทานและพระทักขิไณยบุคคล แล้วจึงให้ทาน พระสุคตเจ้าทรงสรรเสริญ ทานที่บุคคลถวายในพระทักขิไณยบุคคล มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ซึ่งมีอยู่ในสัตวโลกนี้ ย่อมมีผลมาก เหมือนพืชที่หว่านลงในนาดี ฉะนั้น.

บุคคลใดไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย เที่ยวไปอยู่ ไม่ทำบาปเพราะกลัวคนอื่นจะติเตียน บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญบุคคล ผู้กลัวบาปนั้น ย่อมไม่สรรเสริญบุคคลผู้กล้าในการทำบาป เพราะว่าสัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมไม่ทำบาป เพราะความกลัวถูกติเตียน.

บุคคลย่อมเกิดในตระกูลกษัตริย์ เพราะพรหมจรรย์อย่างต่ำ เกิดในเทวโลก เพราะพรหมจรรย์อย่างกลาง และบริสุทธิ์ได้ เพราะพรหมจรรย์อย่างสูง.

ทาน ท่านผู้รู้สรรเสริญโดยส่วนมาก ก็จริง แต่ว่าบทแห่งธรรมแล ประเสริฐกว่าทาน เพราะว่า สัตบุรุษทั้งหลายในครั้งก่อน หรือว่าก่อนกว่านั้นอีก ท่านมีปัญญา เจริญสมถวิปัสสนาแล้ว ได้บรรลุพระนิพพานทีเดียว.

โดย ธารา [12 ม.ค. 2548 , 17:24:38 น.] ( IP = 203.172.58.221 : : )


  สลักธรรม 7

ครั้นกล่าวอนุโมทนาอย่างนี้แล้ว ก็ได้เหาะไปเหมือนอย่างนั้นแหละ พร้อมกับบริขารทั้งหลาย.

พระปัจเจกพุทธเจ้า ๗ พระองค์ พรรณนา อมตมหานิพพานแด่พระราชา ด้วยอนุโมทนาคาถาอย่างนี้ แล้วกล่าวสอนพระราชา ด้วยอัปปมาทธรรม แล้วไปที่อยู่ของตนๆ ตามนัยดังกล่าวแล้ว นั่นแล.

แม้พระราชา พร้อมด้วยพระอัครมเหสี ก็ได้ถวายทาน จนตลอดพระชนมายุ. ครั้นเคลื่อนจากอัตภาพนั้นแล้ว ก็ได้เสด็จไปสู่สวรรค์.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ตรัสว่า แม้ในกาลก่อน บัณฑิตก็ได้เลือกถวายทานด้วยอาการอย่างนี้ ดังนี้แล้ว ทรงประชุมชาดก ว่า

พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายในครั้งนั้น ปรินิพพานแล้ว

พระสมุททวิชยาเทวี ได้เป็น มารดาพระราหุล

พระเจ้าเภรุวราช คือ เราตถาคต ฉะนี้แล.

โดย ธารา [12 ม.ค. 2548 , 17:27:38 น.] ( IP = 203.172.58.221 : : )


  สลักธรรม 8

ทานที่ให้แล้วจะน้อยก็ตาม มากก็ตาม ชื่อว่าเป็นอันนำออกดีแล้ว

ขอบคุณคุณธารามากค่ะ...ที่นำมาให้อ่าน

โดย เซิ่น [12 ม.ค. 2548 , 21:47:15 น.] ( IP = 61.90.103.120 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org