| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ผ่านเมฆ มองจันทร์ (๓)
ผ่านเมฆ มองจันทร์ ตอนที่ 3
![]()
(ต่อจากกระทู้ที่ 6586)
โดย วยุรี [19 ม.ค. 2548 , 14:13:53 น.] ( IP = 203.150.217.111 : : 203.113.38.6 )
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 8
. . .ทางตา ..
. สีเป็นรูป. เพราะเป็นคลื่นแสง(ที่สะท้อนมากระทบประสาทตา) . การเห็นสีเป็นนาม. เพราะจักขุวิญญาณ คือจิต ซึ่งเป็นนามเป็นผู้เห็น .
เวลาเห็นผู้ปฏิบัติจะต้องกำหนด นามเห็น .
เหตุที่กำหนดเช่นนี้ . เพื่อแก้ไขความเห็นผิด หรือความโง่ ที่คิดว่า เรา(อัตตา) เป็นผู้เห็น.
![]()
ผมขอยกตัวอย่างให้ฟัง .เช่น ที่สำนักแห่งนี้จะมีดอกบัวเต็มไปหมด
ดอกบัวที่คุณเห็นนั้นเป็นรูป การเห็นเป็นนาม
แต่ถ้าเป็นเรา(อัตตา)เห็นแล้ว อาจมีจิตชอบดอกบัวก็มีกิเลสเกิดร่วมกับการเห็นนั้น เท่ากับว่าขณะนั้นกิเลสเข้าไป ฉะนั้น กิเลสเกิดขึ้นที่ไหน ก็เกิดขึ้นกับการเห็น
แต่ในความเป็นจริงแล้วใครเป็นผู้เห็น นามคือจักขุวิญญาณเป็นผู้เห็น
เวลาเห็นคุณจึงต้องมี โยนิโสมนสิการไปที่ นามเห็น เมื่อมีโยนิโสมนสิถูกต้อง ปัญญาเกิด กิเลสก็เกิดร่วมไม่ได้ พอเข้าใจไหมครับ
โดย วยุรี [19 ม.ค. 2548 , 14:43:09 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.38.6 )
สลักธรรม 9
ตอนที่พ่ออธิบายเรื่อง สีเป็นรูป เพราะเป็นคลื่นแสงนั้น ทำให้สิตางศุ์นึกไปถึงภาพทางวิทยาศาสตร์ที่พ่อเคยนำมาประกอบการสอนให้กับนักศึกษา ซึ่งสามารถทำให้ทุกคนเกิดความเข้าใจได้อย่างง่ายดาย
อาจเป็นเพราะท่านเคยเป็นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์มาก่อน จึงสามารถนำเรื่องราวมาอธิบายเปรียบเทียบได้
ท่านนักศึกษา มีท่านผู้ใดสามารถอธิบายได้ว่ารูปต่างๆที่เราเห็นทุกวันนี้เกิดได้อย่างไร
.. ทุกคนเงียบ
ทุกท่านลองดูภาพนี้ซิครับ
.ในทางวิทยาศาสตร์อธิบายว่า วัตถุทุกชนิดมีการดูดกลืนความยาวคลื่นของแสง และสะท้อนออกมาไม่เท่ากัน
ตัวอย่างเช่นใบไม้ที่เรามองเห็นเป็นสีเขียวได้นั้น ก็เพราะใบไม้ดูดกลืนความยาวคลื่นของแสงสีต่างๆ ไว้ได้หมด ยกเว้นคลื่นแสงสีเขียวเท่านั้นที่ไม่ดูดเอาไว้จึงสะท้อนออกมา
..เมื่อเรามองไปที่ใบไม้ เราก็เห็นคลื่นแสงสีเขียวที่สะท้อนออกจากใบไม้นั้นแหละ![]()
ดังนั้น ที่เราเห็นรูปเป็นสีต่างๆได้นั้น ก็เป็นเพราะวัถุที่เราเห็นนั้นสะท้อนแสงที่มีความยาวคลื่นต่างๆกันออกมา แล้วจึงผ่านเลนส์ตาเข้ามากระทบจอภาพที่เรียกว่า เรตินา ซึ่งมีประสาทตาที่ประกอบด้วยเซลล์ 2 ประเภท คือ cones ที่รับภาพสี และ Rods รับภาพขาวดำ
สำหรับในทางธรรมนั้นได้อธิบายว่าการเห็นจะเกิดขึ้นได้นั้น ต้องอาศัยเหตุ ๔ ประการ คือ
๑. รูปารมณ์ อันได้แก่คลื่นของแสงสืบต่อ (สันตติ) เข้ามากระทบกับจิตที่ประสาทตา
๒. อาโลกะ ได้แก่ แสงสว่าง เพราะไม่มีแสงสว่างก็จะเห็นไม่ได้
๓. จักขุปสาทะ ได้แก่ ประสาทตา
๔. มนสิการะ ได้แก่ จิตใจ คือ จักจุวิญญาณที่เข้ามาร่วมประชุมด้วย
โดย วยุรี [19 ม.ค. 2548 , 14:45:33 น.] ( IP = 203.150.217.111 : : 203.113.38.6 )
สลักธรรม 10
ที่สำคัญ คลื่นแสง หรือที่เรียกว่า รูปารมณ์ที่สะท้อนมาสู่ตานั้นไม่ได้มาพร้อมกันนะครับ
ไม่ใช่พอเห็นปุ๊ป เป็นรูปใบไม้สีเขียวปั๊ปเลยนะครับ .แต่จะเป็นจุดเล็กจุดน้อย
แต่อาศัยการทำงานของวิถีจิตที่มีมากมาย และเกิดดับเร็วมาก ในที่สุดเราจึงรู้ว่าเป็นรูปอะไร มีสีอะไรบ้าง
นี่ถ้าไม่เป็นเพราะสัพพัญญุตาญาณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เรื่องราวเช่นนี้ไม่มีใครที่จะสามารถล่วงรู้ได้เลย![]()
แม้แต่การได้ยินก็เช่นเดียวกัน
ในทางวิทยาศาสตร์อธิบายว่า .เสียงนั้นเป็นคลื่นซึ่งเกิดจากความสั่นสะเทือนของอากาศ
ช่วงคลื่นแห่งความสั่นสะเทือนนี้ ย่อมเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วในอากาศธรรมดา ประมาณวินาทีละ ๑,๑๐๐ฟุต
แล้วจึงจะไปกระทบเยื่อแก้วหู (Tympanum) ก่อให้เกิดความสั่นสะเทือน ๆ ไปยังกระดูกรูปฆ้อน (Malleus) กระดูกรูปทั่ง (Incus) และกระดูกรูปโกลน (Stapes)อีกทีหนึ่ง และสั่นสะเทือนไปจนถึงแอ่งน้ำเล็กๆ ซึ่งมีประสาทรับเสียงที่ประกอบด้วยเซลล์ขนเล็กๆ (hair cells) ตั้งอยู่มากมาย .จึงทำให้ได้ยินเสียง.
ซึ่งในครั้งนั้นลูกศิษย์ของพ่อคนหนึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ และเป็นอาจารย์คณะกายวิภาคศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ได้ออกมาช่วยอธิบายเพิ่มเติมเรื่องการได้ยิน ว่า
.เมื่อความสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงมากระทบ hair cells (ของ Organ of Corti)
จาก hair cells จะทำให้เกิด nerve impulse ขึ้นที่ peripheral process ของ spiral gangloin cells จากนี้จะถ่ายทอด impulse เป็นทอดจนถึง auditory center (ศูนย์รับรู้เสียง)และ auditory association center (ศูนย์พิจารณา และเสพอารมณ์พร้อมบันทึกลงเป็นความจำ) ตามลำดับ
..เมื่อคลื่นเสียงมากระทบอายตนะครั้งหนึ่ง แล้วก็ดับตามความห่างของช่วงคลื่น เรียกว่าเกิดรูปขณะหนึ่ง ในรูปหนึ่งขณะนี้ จิตซึ่งทำหน้าที่รับรู้รูปหนึ่งขณะ จะทำงานเกิดดับ ๆ ถึง ๑๗ ขณะใหญ่ หรือ ๕๑ ขณะเล็ก ซึ่งเรียกว่า ๑ วิถีจิต (หรืออาจจะเรียกว่า A Neural Reaction) ..
โดย วยุรี [19 ม.ค. 2548 , 14:49:38 น.] ( IP = 203.150.217.117 : : 203.113.38.6 ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |