มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผ่านเมฆ มองจันทร์ (๔)





ผ่านเมฆ มองจันทร์ …ตอนที่ 4
ต่อจากกระทู้ที่ 6633




“….ทางหู ก็เหมือนกัน เสียงเป็นรูป เพราะเป็นคลื่นเสียง
ได้ยินเสียงเป็นนาม เพราะโสตวิญญาณ คือจิต ซึ่งเป็นนามเป็นผู้ได้ยิน
เวลาได้ยินผู้ปฏิบัติจะต้องกำหนด นามได้ยิน

เหตุที่กำหนดเช่นนี้เพื่อแก้ไขความเห็นผิด หรือความโง่ ที่คิดว่า เรา(อัตตา) เป็นผู้เห็น

…ขอโทษครับ คุณเคยถูกแม่บ้านบ่นว่าไหมครับ”

โดย วยุรี ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ม.ค. 2548 , 05:25:31 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


“..เคยครับ”

“แล้วรู้สึกอย่างไร ชอบไหมครับ”
“ ไม่ชอบครับ ได้ยินแล้วรู้สึกหงุดหงิด รำคาญ”

“นั้นไง…กิเลสเกิดขึ้นกับการได้ยินแล้ว หงุดหงิด รำคาญ ก็คือโทสะ

….ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเสียงที่คุณได้ยินนั้นเป็นคลื่นเสียง ซึ่งเป็นรูปที่มีความถี่ไม่เท่ากัน จึงเกิดเป็นเสียงสูง เสียงกลาง เสียงต่ำ
…..แล้วตัวที่มารู้คลื่นเสียงก็ไม่ใช่เรา แต่เป็นโสตวิญญาณ คือจิต ซึ่งหมายถึงนามเป็นผู้ได้ยิน

ดังนั้นเวลาได้ยินคุณจึงต้องมีโยนิโสมนสิการไปที่ นามได้ยิน
เมื่อมีโยนิโสมนสิถูกต้อง ปัญญาเกิด กิเลสก็เกิดร่วมไม่ได้”


“ เรื่องนี้…ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลย”
“เห็นไหมครับ เรื่องปฏิบัติวิปัสสนานี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน
จะต้องเรียนรู้เหตุผลก่อน จึงจะเข้าปฏิบัติได้ ….
มิฉะนั้นเข้ามาแล้วปฏิบัติไม่ถูก ก็ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร
เพราะการปฏิบัติวิปัสสนาเป็น กุศลวิวัฏฏะ หมายถึง ทำเพื่อไม่เกิด เมื่อไม่เกิดก็ไม่ต้องทุกข์
…แต่ถึงอย่างไรที่คุณมาเข้าปฏิบัตินี้ แม้จะกำหนดยังไม่ถูกต้องนักก็ยังเป็นกุศลอยู่ หากแต่เป็นกุศลในวัฏฏะ คือยังต้องเกิดอยู่ แต่เมื่อเกิดแล้วก็ได้รับแต่สิ่งที่ดี …ก็น่าอนุโมทนา เอาล่ะ เรามาพูดถึงภูมิวิปัสสนาในข้อต่อไปดีกว่า

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ม.ค. 2548 , 05:28:08 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 2


ทางจมูก
…กลิ่นเป็นรูป รู้กลิ่นเป็นนาม
เวลาได้กลิ่นต้องกำหนด รูปกลิ่น เช่น รูปหอม รูปเหม็น เป็นต้น
เพื่อป้องกันความเห็นผิดว่า เราหอม เราเหม็น
….คุณมีข้อสงสัยอะไรไหมครับ”

“เอ…ข้อนี้ผมงงครับ ก็เวลาผมดมดอกมะลิ จริงๆแล้วผมหอมนี้ครับ”
“แล้วในความถูกต้อง คุณคิดว่าอะไรเป็นตัวที่ให้กลิ่นหอมล่ะ…
ความหอมอยู่ตรงไหน ที่คุณ หรือดอกมะลิ”
“ดอกมะลิ ครับ”

“เราจึงต้องกำหนดตามสภาวะความเป็นจริงไงครับ แล้วดอกมะลิ เป็นรูป หรือเป็นนามล่ะ”
“เป็นรูปครับ”

“ใช่ จึงต้องกำหนดตามความเป็นจริงว่า รูปหอม (คือดอกมะลินั่นแหละหอม) เป็นการแก้ความเข้าใจผิดที่ว่า เราหอม … เราเพียงแต่รู้ว่าหอม เพราะมีจิตซึ่งเป็นตัวรู้
ในขณะที่ดอกมะลินั้นเป็นรูปไม่มีจิต มันไม่รู้หรอกว่ามันหอม แต่เรานี่ซิ เข้าไปรู้ แค่รู้ไม่พอนะครับ ยังตามติดมาด้วยความชอบ ไม่ชอบซะอีก กิเลสมันก็เข้ามากับการได้กลิ่นนั้น แต่ถ้าคุณกำหนดได้ทันคือโยนิโสมนสิการว่าเป็น รูปหอม ปัญญาเกิด กิเลสก็เกิดไม่ได้”

“อาจารย์ครับ ผมได้ยินคำว่า โยนิโสมนสิการ มาหลายครั้งแล้ว หมายถึงอะไรครับ”

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ม.ค. 2548 , 05:31:56 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 3


“ขอโทษครับ ผมเองก็ลืมอธิบายจุดสำคัญตรงนี้ไป….
คำว่า โยนิโสมนสิการ นี้ หมายถึงการกระทำในใจโดยแยบคาย พูดง่ายๆ คือการวางใจได้อย่างถูกต้อง เพื่อจะได้เกิดปัญญา ปัญญาในที่นี้คือวิปัสสนาปัญญานะครับ
…ซึ่งตอนต้นเราก็พูดกันแล้วว่า สมาธิกับวิปัสสนานี้มีความแตกต่างกัน พอจะจำได้ไหมครับ”
“ ……”

“งั้นผมทบทวนให้ฟังอีกครั้ง นะครับ
สมาธิ เป็นความตั้งมั่นในอะไรสักอย่างเพื่อให้เกิดความสงบ
แต่วิปัสสนานี้เป็นปัญญา แล้วไม่ใช่ปัญญาทางโลกๆ ที่เเรียนจบจนได้ด๊อกเตอร์อะไรนะครับ
เพราะคำว่า วิปัสสนา เป็นชื่อ ของปัญญา แต่เป็นปัญญาที่รู้ว่า นามรูปนี้ไม่เที่ยง (อนิจจัง) นามรูป เป็นทุกข์ (ทุกขัง) และนามรูป ไม่มีสาระ ไม่มีแก่นสาร ไม่มีตัวตน (อนัตตา)

เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะประจักษ์ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ได้ ก็จะต้องปฏิบัติวิปัสสนา โดย มีนาม และรูป เป็นอารมณ์ อย่างที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ขณะนี้ว่า อะไรเป็นรูป อะไรเป็นนาม

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ม.ค. 2548 , 05:33:49 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 4


คุณต้องจำไว้นะว่า…การปฏิบัติวิปัสสนาขึ้นอยู่กับความเข้าใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเพียรอย่างเดียว
ถ้าเพียรไม่ถูกก็ไม่เกิดประโยชน์ แล้วไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าต้องมีสมาธิมาก เพราะ ยิ่งสงบไปมากเท่าไรก็จะทำให้จิตนิ่งไปไม่มีเหตุผลอะไร การปฏิบัตินั้นก็ไม่เป็นปัจจัยแก่ปัญญา

คุณจึงต้องทำความเข้าใจเรื่องโยนิโสมนสิการด้วย จึงจะเป็นประโยชน์แก่ปัญญา

ก่อนอื่นขอให้คุณรู้ว่า ปัจจัยที่จะทำให้เกิดปัญญานั้นมี 2 อย่าง

….อย่างแรก เรียกว่า ปรโตโฆสะ หมายถึง การศึกษาเล่าเรียน เพื่อให้เกิดความเข้าใจถูก

อย่างที่สอง เป็นการกระทำโดยแยบคาย ก็คือ โยนิโสมนสิการ ที่คุณตั้งคำถามมานั่นเอง
ที่เรียกว่าแยบคายนั้น หมายถึง การวางใจได้ถูกทาง นั่นเอง เป็นการใส่ใจในอารมณ์ที่ควรใส่ใจ ไม่น้อมไปสู่อารมณ์ภายนอก เพื่อจะได้เกิดปัญญา

เพราะเหตุที่โยนิโสมนสิการเป็นปัจจัยให้เกิดปัญญา เขาจึงอุปมาเอาไว้ว่า โยนิโสมนสิการเป็นเสมือนแสงพระอาทิตย์ที่ขอบฟ้าในยามเช้า ซึ่งปรากฏก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น เมื่อแสงปรากฏแล้ว ย่อมเป็นที่แน่นอนว่าต้องมีพระอาทิตย์โผล่ตามมา ฉันใดฉันนั้น เมื่อผู้ปฏิบัติโยนิโสมนสิการได้ถูกต้อง ปัญญาย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ตอนนี้คุณคงเข้าใจแล้วนะว่า …โยนิโสมนสิการนี้ ได้มาจากการศึกษา คือเมื่อเข้าใจเหตุผลแล้ว เก็บความเข้าใจนั้นเอาไว้ในใจ ขณะปฏิบัติอาศัยการสังเกต… เวลานั้นทำความรู้สึกอย่างไร ตรงกับที่เข้าใจไหม

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ม.ค. 2548 , 05:34:50 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 5


การโยนิโสมนสิการนี้ส่วนใหญ่จะใช้ใน 2 วาระ คือ

วาระแรก….ในคราวที่จะเปลี่ยนอิริยาบท ซึ่งผู้ปฏิบัติต้องใส่ใจในทุกข์ก่อน (โดยรู้ว่าทุกข์อะไร เกิดขึ้นที่ไหน) แล้วจะเกิดความรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อแก้ทุกข์นั้น และ

วาระที่สอง…ในคราวที่กำหนดนามรูปต่างๆ ที่ผู้ปฏิบัติต้องใส่ใจในนามรูปนั้นๆ


…ถึงตอนนี้คุณมีอะไรจะถามอีกไหมครับ”
“ไม่มีครับ”
“ถ้าไม่มี ..งั้นเรามาทำความเข้าใจในการกำหนดทางทวารต่อไป คราวนี้ถึงการกำหนดทางลิ้นแล้วนะครับ

ทางลิ้น …ก็เช่นเดียวกัน
รสเปรี้ยว หวาน เค็ม ขม เผ็ด เป็นรูป
การรู้รสเหล่านี้ เป็นนาม
การปฏิบัติต้องกำหนด รูปรส

ตัวอย่างเช่นเวลาที่คุณรับประทานอาหารแล้วเคี้ยวพริกขี้หนูเข้า ถามว่าความเป็นจริงนั้นต้นเหตุของรสเผ็ดนั้นอยู่ตรงไหน คุณหรือ พริกขี้หนู “
“พริกขี้หนู ครับ”
“แล้วพริกขึ้หนู เป็นรูป หรือเป็นนามล่ะ”
“เป็นรูปครับ”
“งั้นถ้าคุณรับประทานอาหารแล้วเผ็ด คุณก็ต้องกำหนดว่าอย่างไรครับ”

“รูปเผ็ด อ๋อ ผมเข้าใจแล้วครับ”

“นี่ล่ะ จึงจะแก้ไขความเข้าใจผิดว่าเราเผ็ด เพราะเมื่อเป็นเราก็คืออัตตา ทิฏฐิก็มีเต็มที่ ตัณหาก็เข้า เกิดชอบ อร่อย …กิเลสก็เกิดร่วมกับการกินตอนนั้น
แต่ถ้าคุณรับประทานแล้วมีโยนิโสมนสิการได้ถูกต้องว่า รูปเผ็ด ปัญญาเกิด กิเลสก็เกิดร่วมไม่ได้”

“ขอบคุณครับ ที่ช่วยให้ผมมีความเข้าใจเรื่องการกำหนดมากขึ้น”
“ยังไม่จบนะครับ ยังมีอีก 2 ทวาร ที่ทำให้กิเลสเกิดขึ้นได้ คือ ทางกาย และทางใจ

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ม.ค. 2548 , 05:36:10 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 6


สำหรับทางกาย
… เย็น ร้อน อ่อน แข็ง ที่มากระทบกาย เป็นรูป
การรู้เย็น ร้อน อ่อน แข็ง ที่กระทบกายนั้น เป็นนาม
ต้องกำหนด รูปเย็น รูปร้อน รูปอ่อน รูปแข็ง


ส่วน…ทางใจนั้น จำแนกเป็น 2 ประการ คือ

ประการแรก…. ยืน เดิน นั่ง นอน เป็นรูป การรู้ยืน เดิน นั่ง นอน เป็นนาม คุณต้องกำหนด รูปยืน รูปเดิน รูปนั่ง รูปนอน

ประการที่สอง …. ที่สอง …รัก เกลียด ชอบ ชัง ฟุ้ง เป็นนาม การรู้รัก เกลียด ชอบ ชัง ฟุ้ง เป็นนามที่เกิดทางใจ คุณต้องกำหนด นามรัก นามเกลียด นามชอบ นามชัง นามฟุ้ง

ดังนั้นถ้าคุณต้องการจะมาเข้าปฏิบัติวิปัสสนา คุณต้องทำความเข้าใจวิธีการกำหนดทางทวารทั้ง 6 ให้ได้เสียก่อน แล้วประโยชน์จะเกิดขึ้นกับคุณอย่างมากมายมหาศาลทีเดียว …

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ม.ค. 2548 , 05:37:28 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 7


…แต่ผมขอแนะนำว่า ในตอนต้นนี้ ขอให้คุณฝึกหัดทำความรู้สึกตัวในอิริยาบถทั้ง 4
….คือ ยืน เดิน นั่ง นอน เสียก่อน


เพราะการเห็นรูปจะปรากฏได้ชัดกว่านามซึ่งละเอียดอ่อนกว่า …แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้กำหนดนามนะครับ …
…ผมขอยกตัวอย่างให้คุณฟังว่า….….
เมื่อคุณนั่งอยู่ คุณก็ทำความรู้สึกตัวในอาการท่าทางที่นั่ง แล้วในความรู้สึกนั้นก็รู้ด้วยว่ากำลังดูรูปนั่งนั้นอยู่
คำว่ารูปนั่งที่กำหนดหรือที่เรียกว่าดูในที่นี้ ไม่ใช่ดูด้วยตาเนื้อนะครับ
แต่เป็นความรู้สึกในอาการท่าทางที่นั่งทั้งหมด ไม่เจาะจงเฉพาะที่ว่าเป็นส่วนแขน ขา หรือส่วนใดส่วนหนึ่ง …..
ซึ่งตอนแรกๆ คุณอาจสับสนว่ารูปนั่งที่กำหนดนั้นเป็นการนึก หรือรู้สึก
..ก็ไม่ต้องไปสนใจ เพราะเมื่อคุณทำไปๆ ความชำนาญที่เกิดขึ้นจะทำให้คุณรู้เองว่าเป็นการนึก หรือรู้สึก เพราะถ้าคุณนึกว่าเป็นรูปนั่ง ขณะนั้นคุณจะไม่รู้สึกไปในท่าทางอาการที่นั่งนั้น

ที่นี้พอดูรูปนั่งไป เกิดได้ยินเสียงนกร้องดังขึ้น ปัจจุบันที่เกิดขึ้นตอนนั้นไม่ได้อยู่ที่รูปนั่งแล้ว แต่อยู่ที่การได้ยิน
…..แล้วคุณจะกำหนดรูปนั่งเหมือนเดิม จะถูกต้องไหมครับ…”
“ไม่ถูกครับ…”
“ขณะนั้น คุณต้องกำหนดอะไร”
“ทางหู…เอ้อ…กำหนด..นามได้ยิน ถูกไหมครับ”

“ถูกต้องครับ ….
.พอกำหนดนามได้ยินแล้ว คุณไม่ต้องไปสืบสาวว่าได้ยินเสียงนกอะไร เพราะไม่ใช่หน้าที่
ซึ่งทำให้ขาดการสำรวมในการปฏิบัติ ในเมื่อขณะนั้นคุณกำลังดูอิริยาบถนั่งอยู่
…..พอกำหนดนามได้ยินเสร็จ คุณก็กลับมาดูรูปนั่ง
พอรู้สึกว่ามีลมเย็นๆ พัดมากระทบผิว คุณก็กำหนดรูปเย็น แล้วก็กลับมาดูรูปนั่งต่อ….

ดูเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับรูปนั่งนั้น
เดี๋ยวก็นามได้ยิน นามฟุ้ง นามรู้สึกต่างๆมากมาย
แต่ทุกครั้งก็กลับมาที่รูปนั่งนั้นใหม่ จนคุณรู้สึกทุกข์เกิดขึ้นในรูปนั่งนั้น คุณก็เปลี่ยนอิริยาบถเสีย

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ม.ค. 2548 , 05:39:18 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 8


..ไม่ยากครับ ผมมั่นใจว่าคุณต้องปฏิบัติได้อย่างแน่นอน เพราะดูจากวันนี้คุณตอบได้ดี และถูกต้องทีเดียว”
“ขอบคุณครับ”

“นอกจากนั้น สิ่งที่คุณได้ศึกษาทำความเข้าใจในวันนี้ แล้วยังได้เก็บเหตุผลเหล่านี้ไว้ในใจ
พอถึงเวลาปฏิบัติคุณก็สังเกตความรู้สึกว่าตรงไหมกับที่เราได้เรียนรู้มา
…. เอาเป็นความรู้สึกนะครับ ไม้ใช่เอาเนื้อเรื่องที่เป็นบัญญัติไปนึก
ถ้าคุณทำได้ถูก นั่นแหละคือ โยนิโสมนสิการ แล้ว ปัญญาก็จะเกิดขึ้น

เมื่อปัญญาเกิด กิเลสก็เข้าไม่ได้…
เมื่อกิเลสซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดเข้าไม่ได้ การปฏิบัติเช่นนี้จึงเป็นการตัดรอนการเกิดที่จะมีต่อไป

…ก็ยังดีนะครับทุก ๆ วันที่เราไม่ได้ปฏิบัติวิปัสสนานั้น ทุกขณะของการกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการทำกรรมชนิดใด ล้วนมีกิเลสตัณหาผลักให้กระทำทั้งสิ้น
…..เพราะขาดการโยนิโสมนสิการ จึงเป็นวัฏฏกรรม หมายถึงทำแล้วต้องเกิด จะเกิดดี ไม่ดี นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

…แต่การปฏิบัติวิปัสสนานี้ เมื่อมีโยนิโสมนสิการ ปัญญาก็เกิด กิเลสเกิดไม่ได้ จึงเป็น วิวัฏฏกรรม

…ดังนั้นที่คุณบอกว่ามาปฏิบัติเพื่อจะไม่เกิดนั้น…คุณก็มาถูกทางแล้วครับ

ตอนนี้ ผมคิดว่าพอสมควรแก่เวลาแล้ว
หากคุณไม่มีอะไรซักถาม ผมก็จะยุติเพียงแค่นี้ก่อน
…คุณจะได้ใช้เวลาไปปฏิบัติต่อ…นะครับ”

คุณลุงคนนั้นยกมือไหว้ท่วมหัว พร้อมกล่าวคำว่า สาธุ
และแล้ว … ภาพที่ได้เห็นต่อจากนั้นทำให้สิตางศุ์เกิดความรู้สึกขนลุกซู่
เพราะ…..


โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย ว (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ม.ค. 2548 , 05:41:09 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 9

เป็นการอธิบายอารมณ์ที่เกิดขึ้น และบอกขั้นตอนการกำหนดอารมณ์ทางทวารนั้นอย่างละเอียดเข้าใจง่าย..
อ่านแล้วได้ทบทวนจนเกิดความเข้าใจชัดเจนขึ้นมากเลยค่ะ

อนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ (น้องกิ๊ฟ) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ม.ค. 2548 , 13:20:48 น.] ( IP = 202.183.175.88 : : )


  สลักธรรม 10

ขออนุโมทนากับ งานกุศลของ อ.วยุรี ด้วยค่ะ

ผู้ที่ไม่เคยปฏิบัติ...ก็จะได้แนวการปฏิบัติที่ถูกต้อง
ผู้ที่เคยปฏิบัติ...ก็เป็นการทบทวนและย้ำความถูกต้องมากยิ่งขึ้นค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [29 ม.ค. 2548 , 18:46:02 น.] ( IP = 61.91.100.199 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org