
เจ้าคุณสุเมธาธิบดี ประธานสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ที่ล่วงลับไปแล้วได้แสดงธรรมน่าพิจารณา
ถึงวิธีสอนพระพุทธเจ้าในเรื่องธรรมะกำมือเดียว
ธรรมะกำมือเดียว เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปกับ
พระจำนวนมากถึงป่าประดู่ลาย พระองค์ทรงหยิบใบไม้ขึ้นมากำมือหนึ่ง เป็นใบประดู่ลาย แล้วตรัสถาม พระทั้งหลายว่า ใบไม้ในกำมือของเรา กับใช้ไม้ในป่านั้น อันไหนมากกว่ากัน? พระก็ตอบว่า ใบไม้ในกำมือของ พระองค์ น้อยกว่าใบไม้ในป่า ก็เหมือนกับความที่เราตรัสรู้เป็น สัพพัญญูนั้น มากมาย มหาศาล ประดุจดังใบไม้ในกำมือเดียวเท่านั้น เราไม่ได้สอนทั้งหมด ที่เราตรัสรู้ เป็นสัพพัญญู เราสอนเฉพาะที่เป็นไปเพื่อ เบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับทุกข์ เพื่อนิพพาน ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เรียนนั้นเอง นี่คือหลักการสอนของ พระพุทธเจ้า ไม่ใช่ว่าจบอภิธรรม มีความรู้มาก รู้เยอะเหลือเกิน เพราะฉะนั้น เตรียมการสอนมาดี นาน ๆ จะหาคนฟัง มา ๆ เดี่ยวจะอธิบายให้ฟัง เพียบเลย มึนเลย ครั้งเดียวก็เลิกเลย
ท่านจะต้องดู อย่าสอนทุกเรื่องที่เราอยากสอน ตามหลักพระพุทธเจ้าเรื่องธรรมะกำมือเดียว สอนเรื่องที่เขาอยากเรียน และควรจะเรียนในระดับของเขา เหมือนเราป้อนอาหารเด็ก ปากมันเล็ก เอากล้วยบด เด็กสมัยก่อนโตมาด้วยด้วยกล้วยบท หลายท่านก็โตมาได้แบบนี้ บางคนเห็นว่ากล้วยบดนี่อร่อย ก็เลยทำปั้นคำข้าวให้เท่ากับปากพี่เลี้ยง ยัดใส่ปาก อร่อยนะหนู กินเข้า ๆ พอหกออกหมด เพราะปากเด็กเล็ก ก็ตีเด็ก โง่ไม่รู้จักกิน ไม่รู้ว่าคนป้อนโง่ หรือเด็กโง่ เพราะฉะนั้นภาษิตอุทานธรรมจึงบอกว่า ถ้าพูดไป เขาไม่รู้ อย่าขู่เขา ว่าโง่เง่า งมเหงอะ เซอะนักหนา ตัวของเรา ทำไม ไม่โกรธา ว่าพูดจา ให้เขา ไม่เข้าใจ
|