| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
นโม
สลักธรรม 1
ในสักกปัณหสูตร เล่าว่า ครั้งหนึ่งพระศาสดาประทับอยู่ ณ อินทศาลคูหา ภูเขาเวทยิกบรรพต ท้าวสักกะพร้อมด้วยเทวบริพาร เสด็จมาเฝ้าทูลถามปัญหา พระศาสดาทรงชี้แจงให้ท้าวเธอสิ้นสงสัย ท้าวสักกะมีพระทัยโสมนัสยินดียิ่ง ทรงเปล่งพระอุทานว่านโม เป็นต้น
ในธรรมเจตียสูตร เล่าว่า ครั้งหนึ่ง พระเจ้าปเสนทิโกศล เสด็จไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงกล่าวธรรมเจติยปริยาย แสดงความเลื่อมใส จบแล้วทรงเปล่งอุทานว่า นโม เป็นต้น
ในพรหมายุสูตร เล่าว่า อาจารย์ใหญ่ของพราหมณ์คนหนึ่ง ชื่อ พรหมายุ เป็นผู้มีอายุยืนถึง ๑๒๐ ปี อยู่ ณ เมืองมิถิลานคร ได้ฟังกิตติศัพท์สรรเสริญพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว จึงได้ส่งมาณพคนหนึ่งชื่อ อุตรมาณพ เป็นศิษย์ผู้ใหญ่ ไปสืบความดูให้รู้แน่ว่าพระองค์จะทรงพระคุณเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า จริงดังคำเล่าลือหรือไม่ อุตรมาณพไปเฝ้าพิจารณาดูมหาบุรุษลักษณะในพระกาย เห็นครบถ้วนตามตำราในลักษณมนต์ แต่ยังเฝ้าสะกดรอยดูพระอิริยาบถอยู่อีก ๗ เดือน จึงกลับไปบอกเล่าให้อาจารย์พรหมายุฟัง
เมื่อพรหมายุได้ฟังแล้ว เกิดความเลื่อมใส ลุกจากอาสนะทำผ้าห่มเฉียงบ่า ยกมืออัญชลีประณม ผันหน้าสู่ทิศที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ เปล่งอุทานว่า นโม เป็นต้น ด้วยความเลื่อมใส
ในธนัญชานีสูตร เล่าว่า นางธนัญชานีพราหมณี เป็นพระโสดาบันอริยสาวิกา พราหมณ์ผู้เป็นสามีขอให้งดคำว่านโม ในวันเลี้ยงพวกพราหมณ์ แต่ในขณะที่นางยกภาชนะใส่ปายาสพลัดมือตกลง นางก็อุทานด้วยความตกใจว่า นโม ตสฺส ทำให้พราหมณ์ผู้เป็นสามีโกรธเคืองมาก
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 ก.พ. 2548 , 08:17:40 น.] ( IP = 61.90.23.161 : : )
สลักธรรม 2
ส่วนที่ว่า ใครจะเป็นผู้กล่าวนโมขึ้นก่อนนั้น ยืนยันไม่ได้ เพราะในพระสูตรไม่ได้ระบุไว้แน่ชัด เพียงแต่อ้างว่า ครั้งหนึ่ง สมัยหนึ่ง เท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าอีกว่า เด็กคนหนึ่งในแคว้นมคธไปหลงทางในป่า เวลากลางคืนต้องนอนที่โคนไม้ ครั้นเวลาดึก มีอนุษย์ตนหนึ่งผ่านมาทางนั้น เห็นเด็กกำลังนอนหลับอยู่ ก็ตรงเข้าดึงขาเพื่อจะกินเป็นอาหาร เด็กตื่นขึ้นตกใจ ร้องว่า นโม ตสฺส พออมุษย์ได้ยินดังนั้น ก็ตกใจปล่อยเด็ก แล้วรีบหนีไป นี้เป็นเรื่องเล่าในชั้นอรรถกถา หลังจากพระบาลี ๔ พระสูตรที่กล่าวข้างต้น
อีกตำราหนึ่งกล่าวว่า (ฎีกา นโม)
นโม สาตาคิรี ยกฺโข ตสฺส จ อสุรินฺทโก
ภควโต มหาราชา สกฺโก อรหโต ตถา
สมฺพุทฺธสฺส มหาพฺรหฺมา เอเต ปญฺจ นมสฺสเร
แปลว่า...
สาตาคีรียักษ์กล่าวว่า...... นโม
อสุรินทราหูว่า.............. ตสฺส
ท้าวจตุมหาราชว่า......... ภควโต
ท้าวสักกะว่า................. อรหโต
และท้าวมหาพรหมว่า..... สมฺพุทฺธสฺส
ท่านทั้ง ๕ นี้ ได้กล่าวถวายบังคม สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
ดังนี้ เนื้อความของ นโม นั้นว่า...
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ตำรานี้ว่าท่านทั้ง ๕ ได้กล่าว นโม เป็นหนแรกใน โลก แต่เมื่อคำนึงว่า หนังสือประเภทฎีกานั้นมีอายุภายหลังพระบาลีมาก ก็ทำให้ฟังเอาเป็นแน่ไม่ได้
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 ก.พ. 2548 , 08:20:39 น.] ( IP = 61.90.23.161 : : )
สลักธรรม 3
มีเรื่องเล่ากันมาว่า ครั้งหนึ่งในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯโปรดให้ขอแรงพระเถรานุเถระให้ค้นหาพุทธวจนะที่แปลก เป็นข้อสอนเตือนสติผู้ได้พบเห็น เป็นข้อความสั้นๆเพื่อให้จดจำง่าย นัยว่าจะโปรดให้คัดติดไว้ในที่ต่างๆในบริเวณพระราชฐาน
สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) วัดระฆังโฆสิตาราม ก็ได้รับอาราธนาด้วย ท่านเขียนคำว่า นโม ใส่กระดาษส่งเข้าไปถวาย พร้อมทั้งถวายพระพรว่า ธรรมะสูงๆและลึกซึ้ง พระเถรานุเถระที่เป็นพระธรรมกถึก มีความรู้ดี แตกฉานในพระสุตตันตปิฎก คงจะคัดส่งเข้ามาถวายหมดแล้ว เหลือแต่นโม คำนี้ไม่มีใครนึกถึง ...เรื่องที่เล่ามาเป็นทำนองนี้
อย่างไรก็ดี ใครจะกล่าวก่อนหรือกล่าวทีหลัง ก็ไม่น่าจะถือเป็นข้อกังวล ใครๆก็ว่านโมกันทั้งนั้น จนกลายเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรประมาท พิธีการที่ต้องการความศักดิ์สิทธิ์ นิยมว่าต้องสวดนโม ๘ บท ที่เป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ นอกจากนั้น เกจิอาจารย์ในทางเครื่องรางของขลัง ได้จัดทำแหวนชนิดหนึ่ง เรียกกันว่า แหวนนโม นัยว่าเมื่อสวมแหวนนโมประจำอยู่แล้ว สามารถป้องกันอันตรายได้ดี เป็นที่นิยมเชื่อถือกันอยู่
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 ก.พ. 2548 , 08:21:58 น.] ( IP = 61.90.23.161 : : )
สลักธรรม 4
อนึ่ง ในสมัยก่อน มีคาถาอยู่บทหนึ่ง เป็นคาถาสำหรับว่าเวลาลงอาบน้ำในแม่น้ำ(สมัยนั้นห้องน้ำยังไม่มีใครรู้จัก) คาถานั้นยึดนโมเป็นหลัก เช่นว่า
นโม นมัตถ์ ขจัดออกไป สัตว์ร้ายอย่าใกล้กายามณฑล
ทำนองนี้ นัยว่าเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์ร้ายในแม่น้ำลำคลอง เช่น จระเข้ เป็นต้น เมื่อเป็นเช่นนี้ คำ นโม จึงกลายเป็นคำบอกความเคารพความเลื่อมใส หรือเป็นคำนมัสการ เป็นคำที่มีอำนาจ มีตบะเดชะ เป็นเครื่องช่วยกำลังใจได้อย่างดีในเวลาเผชิญอันตราย
ส่วนคำอุทานในเวลาตกใจเสียใจ หรือปลงธรรมสังเวช ใช้เอ่ยนามพระพุทธเจ้าโดยตรงทีเดียว เช่นที่ว่า พุทโธ่ๆ บางทีก็ว่า อพิโธ่ บางทีก็ว่าปั๊ดโธ่ หรือ ปู้โธ่ บางรายก็ว่า พิโธ่ พิถัง อะไรเหล่านี้ ก็น่าจะเลอะ เลือนมาจากคำว่า พุทฺโธ พุทฺธํ(พุทโธ พุทธัง) ทั้งนั้น
ที่มา : หนังสือ ภาษาวัด
โดย พี่เณร...นำมาฝาก [7 ก.พ. 2548 , 08:23:20 น.] ( IP = 61.90.23.161 : : )
สลักธรรม 5
ขอบพระคุณยิ่งครับ
การได้อ่านและเข้าใจนั้นสำคัญมาก
เป็นการดำเนินตามด้วยความเข้าใจที่มาของการกระทำครับผม
ขอบคุณมากๆอีกครั้งครับโดย ทับตะวัน [7 ก.พ. 2548 , 09:00:29 น.] ( IP = 61.90.82.197 : : )
สลักธรรม 6ขอบพระคุณค่ะที่นำความเป็นมาของสิ่งที่ควรรู้หลายประการ
มาฝากให้อ่าน ให้ได้รับความเข้าใจที่กว้างขวางขึ้นโดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.พ. 2548 , 11:07:11 น.] ( IP = 203.150.217.120 : : 203.113.67.40 )
สลักธรรม 7_/¦\_นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส _/¦\_
_/¦\_นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส _/¦\_
_/¦\_นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส _/¦\_
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
![]()
นโม...เป็นคำที่ไพเราะมาก ขอบพระคุณที่แบ่งปันความรู้ค่ะ
โดย น้องถ้วย [7 ก.พ. 2548 , 12:05:29 น.] ( IP = 202.80.225.72 : : )
สลักธรรม 8นโม พุทธายะ
นโม พุทธายะ
นโม พุทธายะโดย อัจ [14 ก.พ. 2548 , 20:40:16 น.] ( IP = 210.86.146.193 : : )
สลักธรรม 9สาธุ..
โดย Pipza - [7 ต.ค. 2551 , 13:05:31 น.] ( IP = 118.172.45.2 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |