มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วิชยสูตร ๔




วิชยสูตร๔ .

.
          ครั้นตรัสสุญญตากรรมฐาน .
          โดยการแสดงไตรลักษณ์อย่างนี้แล้ว .
          จึงทรงปรารภอีกว่า .
"กายประกอบแล้วด้วยกระดูกและเอ็น" .
อรรถกถาอธิบายว่า .
          เพื่อทรงแสดงอสุภทั้งที่มีวิญญาณและไม่มีวิญญาณ. .

          ทรงแสดงกาย… .
          ด้วยอำนาจแห่งอสุภสำหรับกายที่มีวิญญาณครอง .
          โดยนัยมีอาทิว่า กายประกอบแล้วด้วยกระดูกและเอ็น . (…จนถึงไขข้อ ดี เปลวมัน) .

          กระดูก ๓๐๐ ท่อน ที่เอ็นรึงรัดไว้ .
          ตั้งเรียงตามลำดับ .
          เป็นของเน่า .
          มีกลิ่นเหม็น.. .
          อันปุถุชนผู้เป็นพาล ย่อมไม่เห็นตามความเป็นจริง. .

          เอ็น ๙๐๐ เส้น .
          อยู่ในร่างกายมีประมาณหนึ่งวา .
          รึงรัดโครงกระดูกไว้ .
          ดุจเรือนรึงรัดด้วยเถาวัลย์ ฉะนั้น .

โดย แววตะวัน [9 ก.พ. 2548 , 01:00:30 น.] ( IP = 203.150.217.113 : : 203.113.37.11 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

"ฉาบด้วยหนังและเนื้อ” .
อรรถกถาอธิบายว่า .
          ก็หนังของร่างกายนั้น .
          อันเขาประเทืองด้วยเครื่องประทินผิว .
          นับว่าน่าเกลียดและปฏิกูลอย่างยิ่ง… .

          เนื้อมี ๙๐๐ ชิ้น ฉาบแล้วในร่างกายเป็นของเปื่อยเน่า .
          ดุจส้วมอันเกลื่อนกล่นด้วยหมู่หนอน ฉะนั้น .


“ปกปิดด้วยผิว” .
อรรถกถาอธิบายว่า .
          ถ้ากายนี้ไม่พึงปกปิดด้วยผิวละเอียดดุจปีกแมลงวัน .
          ซึ่งลอกจากร่างกายทั้งสิ้นของคนปานกลาง .
          ก็จะมีประมาณเท่าเม็ดพุทรา .
          ดุจฝาเรือนไม่ปกปิดด้วยรงค์(สี, น้ำย้อม)…. .
          กายนี้ปกปิดด้วยผิวแม้ละเอียดอย่างนั้น .

“เต็มด้วยไส้ อาหาร
มีก้อนตับ มูตร
หัวใจ ปอด ม้าม
ไต น้ำมูก น้ำลาย
เหงื่อ มันข้น เลือด
ไขข้อ ดี เปลวมัน
อันปุถุชนผู้เป็นพาล
ย่อมไม่เห็นตามความเป็นจริง"
.

โดย แววตะวัน [9 ก.พ. 2548 , 01:03:14 น.] ( IP = 203.150.217.113 : : 203.113.37.11 )


  สลักธรรม 2

อรรถกถาอธิบายว่า .
          กายนี้ปกปิดด้วยผิวแม้ละเอียดอย่างนั้น .
          อันปุถุชนผู้เป็นพาล ปราศจากจักษุคือปัญญา .
          ย่อมไม่เห็นตามความเป็นจริง. .

          เพราะบัณฑิตไม่ยึดถือผิว..นั้น .
          ใช้จักษุคือปัญญาแทงตลอด .
          ซึ่งซากศพในภายใน…. .
          พึงเห็นกายอย่างนี้ว่า .
          เต็มด้วยไส้ อาหาร ฯลฯ ดี เปลวมัน . ดังนี้. .

โดย แววตะวัน [9 ก.พ. 2548 , 01:04:17 น.] ( IP = 203.150.217.113 : : 203.113.37.11 )


  สลักธรรม 3

          พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดงซากศพในภายในว่า .
          ในกายนี้ .
          สิ่งที่ควรถือเอาเช่นกับแก้วมุกดาและแก้วมณีแม้อย่างหนึ่งก็ไม่มีเลย .
          และกายนี้ .
          เต็มด้วยของไม่สะอาดทั้งนั้น .

          บัดนี้
.
          เมื่อจะทรงแสดงซากศพในภายในนั้นแล .
          ทำให้ปรากฏด้วยซากศพที่ออกไปในภายนอก .
          จึงสงเคราะห์สิ่งที่ตรัสแล้วในกาลก่อนและที่ยังไม่ตรัสเข้าด้วยกัน .
          จึงตรัส….ว่า .

"อนึ่ง” .
อรรถกถาอธิบายว่า .
          ท่านจงดูความไม่สะอาด โดยปริยายแม้อื่นอีก. .
“ของอันไม่สะอาด
ย่อมไหลออกจากช่องทั้งเก้าของกายนี้ทุกเมื่อ
คือขี้ตาจากตา
ขี้หูจากหู
และน้ำมูกจากจมูก"
.

โดย แววตะวัน [9 ก.พ. 2548 , 01:05:22 น.] ( IP = 203.150.217.113 : : 203.113.37.11 )


  สลักธรรม 4

อรรถกถาอธิบายว่า .
          ของอันไม่สะอาด คือ กลิ่นเหม็นและน่าเกลียดอย่างยิ่งมีประการต่าง ๆ .
          ปรากฏแล้วแก่โลกทั่วไป .
          ย่อมไหลออก คือ ย่อมหลั่งออก ย่อมไหลออกไป .
          คันธชาตมีกฤษณาและจันทน์..หรือรัตนชาต..อื่นไร ๆ หาไหลออกไม่. .

          เมื่ออาหารที่กินและดื่ม… .
          หุงต้มด้วยไฟอันเกิดจากกรรม .
          ก็ปรากฏขึ้นไหลออกโดยประเภทมีอาทิว่า ขี้ตาจากตา .
          แล้วเปื้อนอวัยวะมีตา… .
          ติดอยู่ข้างนอก .

          เหมือนเมื่อหุงต้มภัต .
          คราบข้าวสารและคราบน้ำก็ปรากฏขึ้นกับฟองน้ำ .
          แล้วเปื้อนปากหม้อข้าว .
          ติดอยู่ข้างนอกฉะนั้น .

          ก็ของอันไม่สะอาดนั้นแล .
          ย่อมปรากฏแก่บุคคลผู้ยืนอยู่ก็ตาม ไปอยู่ก็ตาม ทุกเมื่อ .
          คือในกลางคืนบ้าง กลางวันบ้าง เวลาเช้าบ้าง เวลาเย็นบ้าง. .

โดย แววตะวัน [9 ก.พ. 2548 , 01:06:45 น.] ( IP = 203.150.217.113 : : 203.113.37.11 )


  สลักธรรม 5

"บางคราวย่อมสำรอกออกจากปาก
ดีและเสลดย่อมสำรอกออก"
.
อรรถกถาอธิบายว่า .
          พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า .
          ย่อมสำรอกเสมหะและของอันไม่สะอาดอย่างอื่น .
          มีอาหารใหม่และโลหิตเป็นต้น เห็นปานนั้น. .

"เหงื่อและหนองฝีซึมออกจากกาย"
.
อรรถกถาอธิบายว่า .
          พระผู้มีพระภาคเจ้า… .
          เมื่อจะทรงแสดงการสำรอกของอันไม่สะอาดออกจากกายแม้ทั้งหมด .
          โดยปริยายอื่นอีก .
          จึงตรัสว่า… เหงื่อและหนองฝีซึมออกจากกาย ดังนี้.
.

โดย แววตะวัน [9 ก.พ. 2548 , 01:08:02 น.] ( IP = 203.150.217.113 : : 203.113.37.11 )


  สลักธรรม 6

          พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดงความที่กายนี้เป็นของอันไม่สะอาด .
          ด้วยอำนาจแห่งมลทินจากอาหารที่กินและดื่มเป็นต้น…อย่างนี้แล้ว .
          บัดนี้.
          เมื่อจะทรงแสดงความที่กายนั้นเป็นของไม่สะอาด .
          เพราะความที่ศีรษะที่สมมติว่าเป็นอุดมมงคลในโลก .
          ซึ่งคนทั้งหลายถือโดยความเป็นของประเสริฐอย่างยิ่ง .
          ไม่ทำการไหว้แม้แก่บุคคลที่ควรไหว้ทั้งหลาย .
          แม้นั้น . ( คือศีรษะ) . เป็นของไม่มีแก่นสาร และความเป็นของอันไม่สะอาด .
          จึงตรัส…ว่า .
"อนึ่ง
อวัยวะเบื้องสูงของกายนี้เป็นโพลง
เต็มด้วยมันสมอง"
.

โดย แววตะวัน [9 ก.พ. 2548 , 01:09:09 น.] ( IP = 203.150.217.113 : : 203.113.37.11 )


  สลักธรรม 7

“คนพาลถูกอวิชชาหุ้มห่อแล้ว
ย่อมสำคัญกายนั้นโดยความเป็นของสวยงาม”
.
อรรถกถาอธิบายว่า .
          ทรงประกาศความประพฤติของปุถุชนผู้เป็นพาล และทรงแสดงวัฏฏะ .
          โดยมีอวิชชาเป็นประธาน .
          ด้วยบท…ว่า คนพาลถูกอวิชชาหุ้มห่อแล้ว .
          ย่อมสำคัญกายนั้นโดยความเป็นของสวยงาม .
          ในกายนี้ อันสูญจากความเที่ยง ความสุขและตัวตน .
          และแม้อันไม่สวยงามโดยส่วนเดียวอย่างนี้… .

          คนพาลชอบคิดสิ่งที่คิดชั่ว .
          ย่อมสำคัญแม้กายนี้นั้น .
          ซึ่งเต็มด้วยซากศพ… .
          คือย่อมสำคัญด้วยด้วยความสำคัญ คือ ตัณหา ทิฏฐิ มานะ… .
          ว่าสวย สะอาด น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจ. .

โดย แววตะวัน [9 ก.พ. 2548 , 01:11:01 น.] ( IP = 203.150.217.113 : : 203.113.37.11 )


  สลักธรรม 8

          เพราะเหตุไร .
          เพราะคนพาลถูกอวิชชาหุ้มห่อแล้ว .
          คือถูกโมหะอันปกปิดสัจจะทั้งสี่ .
          หุ้มห่อแล้ว .
          คือ เตือนแล้ว .
          ให้เป็นไปแล้ว .
          ให้ยึดถือแล้ว .
          ว่าเจ้าจงถืออย่างนี้ ยึดอย่างนี้ สำคัญอย่างนี้ .
          อธิบายว่า เจ้าจงดูตลอดอวิชชาอันเป็นเหตุไม่น่าปรารถนา. .

โดย แววตะวัน [9 ก.พ. 2548 , 01:11:56 น.] ( IP = 203.150.217.113 : : 203.113.37.11 )


  สลักธรรม 9

อ่านแล้ว..วาดภาพตามไปและรู้สึกสยองใจในความน่าเกลียดของกาย
ให้ความเข้าใจที่ไม่ควรยึดถือได้มากเลยค่ะ
ขอบคุณมากนะคะคุณแววตะวัน

โดย น้องกิ๊ฟ [9 ก.พ. 2548 , 12:44:18 น.] ( IP = 203.150.217.112 : : 203.113.67.40 )


  สลักธรรม 10

          ครับ .

โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:45:29 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org