มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผ่านเมฆ มองจันทร์ (๕)





ผ่านเมฆ มองจันทร์ …ตอนที่ 5

ต่อจากกระทู้ที่ 6666




…การปฏิบัติวิปัสสนานี้ เมื่อมีโยนิโสมนสิการ ปัญญาก็เกิด กิเลสเกิดไม่ได้ จึงเป็น วิวัฏฏกรรม

…ดังนั้นที่คุณบอกว่ามาปฏิบัติเพื่อจะไม่เกิดนั้น…คุณก็มาถูกทางแล้วครับ

ตอนนี้ ผมคิดว่าพอสมควรแก่เวลาแล้ว
หากคุณไม่มีอะไรซักถาม ผมก็จะยุติเพียงแค่นี้ก่อน
…คุณจะได้ใช้เวลาไปปฏิบัติต่อ…นะครับ”

คุณลุงคนนั้นยกมือไหว้ท่วมหัว พร้อมกล่าวคำว่า สาธุ
และแล้ว … ภาพที่ได้เห็นต่อจากนั้นทำให้สิตางศุ์เกิดความรู้สึกขนลุกซู่
เพราะ…..

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ก.พ. 2548 , 11:59:41 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


….คุณลุงซึ่งเป็นผู้สูงอายุมากแล้วได้คุกเข่าลงกราบมือของพ่อที่วางอยู่บนตัก พร้อมกล่าวว่า

“อาจารย์ครับ ผมขอกราบท่านผู้เป็นครูที่ให้ความสว่างแก่ผม
…นับตั้งแต่ผมไปเข้าปฏิบัติตามที่ต่างๆ มาเป็นเวลาสิบกว่าปี ผมไม่เคยทราบเลยครับว่า สมาธิ และวิปัสสนามีวิธีการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ผมต้องการไม่เกิด แต่ผมก็ปฏิบัติผิดทางไปตั้งนาน….”

เสียงของพ่อขัดขึ้นมาว่า
“ แล้วไปแล้วครับ …อย่าเอามาคิดให้เสียเวลาเลย แล้วที่คุณปฏิบัติมานั้น ไม่ใช่ไม่ดีนะครับ
ดี …แล้วก็ดีมากๆ ด้วย แต่ตอนนี้คุณเข้าใจเหตุผลที่ถูกต้องแล้ว ก็เริ่มต้นใหม่ได้ ไม่ช้าเกินไปหรอกครับ ของอย่างนี้มันต้องมีอดีตกรรมมาร่วมด้วย ถ้าคุณไม่ได้สร้างทางสายนี้มา …คุณก็คงไม่ได้มาที่นี้หรอกครับ”

“ครับ..ผมจะเริ่มต้นใหม่ ผมกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ มากนะครับ”



นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา …
ความฝังใจจากภาพคุณลุงคนนั้น ทำให้สิตางศุ์เริ่มต้นใช้เวลาในการปฏิบัติแทนการไปเที่ยวเล่นกับเด็กๆรุ่นราวคราวเดียวกันเหมือนก่อน

จากการฝึกหัดด้วยตนเอง เธอจึงเริ่มมีคำถามกับพ่อ และทำให้ได้รับรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนาที่พ่อพยายามถ่ายทอดให้….

จำได้ว่า….วันหนึ่ง ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นวันแรกที่เธอเริ่มต้นปฏิบัติอย่างจริงจัง …ภายในบ้านหลังเล็กๆ ที่พ่อปลูกไว้ตรงข้ามสำนักปฏิบัติเพื่อไว้ใช้พักอาศัยขณะที่ไปสอบอารมณ์ โดยท่านได้ให้เหตุผลว่า…ห้องปฏิบัติจะได้มีไว้ให้สำหรับคนอื่นๆ

ในขณะนั้นพ่อนั่งเขียนบทความเพื่อลงวารสารของมูลนิธิ ส่วนตัวเธอก็นั่งปฏิบัติอยู่ใกล้ๆ โดยพยายามที่จะกำหนดรูปนั่งตามที่เคยได้รับฟังมา ครั้นรู้สึกตัวว่าเมื่อยเธอก็ใส่ใจในทุกข์ที่เกิดขึ้นนั้นแล้วจึงค่อยๆ แก้ไข เพราะยังจำในคำสอนของพ่อสอนที่เตือนผู้ปฏิบัติว่าอย่ารีบร้อนแก้ไข เพราะจะทำให้มองไม่เห็นสภาวะของความเป็นจริง…
… ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเธอเองก็ไม่รู้ว่าสภาวะที่พ่อว่านั้นคืออะไร .

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ก.พ. 2548 , 12:01:57 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 2


อย่างไรก็ตาม….เมื่อแก้ไขทุกข์เสร็จแล้วอยู่ในอาการยืน เธอก็ทำความรู้สึกตัวพร้อมกำหนด “รูปยืน”
เพราะด้วยเหตุผลที่รู้มาว่า ถ้าไม่กำหนดว่ารูปยืน ปัญญาไม่เกิด กิเลสก็อาจจะเข้าได้ ด้วยความรู้สึกว่า ท่าที่ยืนนั้นสบายกว่าท่านั่งที่เกิดทุกข์เมื่อครู่นี้
….ซึ่งพ่อเคยบอกว่า อภิชฌาจะเข้าร่วมกับความรู้สึกสบายในอิริยาบถใหม่ ในขณะที่โทมนัสจะเกิดกับความรู้สึกไม่สบายในอิริยาบถเก่า

…พ่อจึงกำชับผู้ปฏิบัติทุกคนว่า.. จะต้องมีความสังเกตทุกครั้งก่อนที่จะมีการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงอิริยาบถ

เมื่อสิตางศุ์ยืนไปได้สักครู่หนึ่ง เธอก็รู้สึกว่าอาการในท่ายืนนั้นค่อนข้างเซ ทำให้ทรงตัวอยู่ไม่ค่อยได้
เธอจึงเปลี่ยนไปเดิน และเมื่อเดินไปได้ระยะหนึ่ง เธอก็เดินกลับมานั่งที่เดิม
…..แต่แล้วเมื่อนั่งไปสักพักหนึ่งเธอก็รู้ตัวว่า ชั่วครู่ที่ผ่านมาเธอลืมกำหนดก่อนที่จะเปลี่ยนอิริยาบถจากเดินมาเป็นนั่ง

“พ่อขา …เวลาเปลี่ยนอิริยาบถแล้ว เราลืมกำหนด อย่างนี้เราควรจะทำอย่างไรคะ”
เธอไปยืนเกาะโต๊ะตั้งคำถามกับพ่อ

“หือ…ว่าไงนะลูก”

“คือว่า…เมื่อตะกี้หนูปฏิบัติวิปัสสนาอย่างที่พ่อเคยสอน หนูจำได้
…แต่ว่าตอนที่หนูยืนแล้วเปลี่ยนมาเป็นเดิน พอเดินแล้วหนูก็กลับมานั่ง ตอนนั้นหนูลืมกำหนดค่ะ จู่ๆ หนูก็มานั่งเลย”

พ่อวางปากกาลง แล้วหันมามองเธอตรงๆ
“….แล้วหนูรู้ตัวหรือเปล่าว่า อะไรทำให้หนูต้องเดิน …แล้วต้องนั่ง”
“ยังไม่ทันรู้ค่ะ…”

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ก.พ. 2548 , 12:04:10 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 3


“เห็นไหมลูก.. ทุกวันนี้เราใช้อิริยาบถกันโดยไม่รู้ว่าอะไรเป็นตัวการให้เราต้องเดิน ยืน นั่ง นอน
….แท้ที่จริงแล้วอิริยาบถเหล่านี้เกิดขึ้นได้เพราะมีเหตุให้เกิดขึ้น


ไหนหนูลองคิดย้อนดูซิว่า เมื่อกี้จากท่ายืนมาเดินนั้น อะไรทำให้หนูต้องเดิน…”

“ก็ตอนยืนอยู่นั้น หนูรู้สึกเหมือนโงนเงน ยืนไม่ค่อยได้ค่ะ”

“แล้วตอนโงนเงนนั้น หนูทำความรู้สึกตรงนั้นหรือเปล่าว่า ยืนต่อไปไม่ได้แล้ว นั่นคือทุกข์เกิดขึ้นแล้ว จำเป็นต้องเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อแก้ไขทุกข์ ทุกข์ในที่นี้คืออาการโงนเงนที่หนูว่ามานั่นแหละ”

“ตอนนั้นหนูกำหนดค่ะ แต่ตอนที่เดินแล้วมานั่ง ….หนูลืมดูว่าอะไรเป็นตัวการ อย่างนี้แล้วหนูจะต้องลุกไปเดินอย่างเดิมใหม่ เพื่อจะได้กำหนดก่อนไหมคะ”

เสียงพ่อหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบว่า..
“ไม่จำเป็นหรอกลูก ลืมแล้วก็ลืมไป ไม่ผิดหรอก
หนูจำไว้นะลูกว่า การปฏิบัตินี้ไม่มีอะไรผิด ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นอารมณ์ของการปฏิบัติวิปัสสนาได้ทั้งสิ้น …
เพียงแต่มีข้อแม้ว่า ขอให้เป็นอารมณ์ปรมัตถ์ที่เกิดขึ้นในขณะปัจจุบันนั้น


อย่างที่ลูกบอกว่าลืมไปแล้ว เกิดมานึกได้ทีหลัง ก็ตอนที่นึกได้นั้นเป็นรูป หรือนามล่ะ…
“…….”

“ตัวรู้ น่ะ …รู้ว่าลืม เป็นอะไร รูป หรือนาม”
“อ๋อ เป็นนาม ค่ะ”

“หนูก็กำหนด นามรู้ ไป แล้วก็ปฏิบัติต่อไป ไม่เห็นจะต้องวิ่งกลับไปตั้งท่าเดินใหม่ให้เหนื่อยซะเปล่าๆ

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ก.พ. 2548 , 12:06:34 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 4

….. แล้วถ้าลูกขืนไปทำอย่างนั้นเข้า แสดงว่าลูกมีกิเลสเพราะมีความต้องการปฏิบัติ ซึ่งเป็นข้อห้าม กลับบ้านคราวนี้พ่อให้การบ้านลูก ไปหามาว่าอะไรคือข้อห้ามของการปฏิบัติวิปัสสนา
แต่วันนี้ที่พ่ออธิบายมา ลูกพอเข้าใจไหม”

“ขอบพระคุณค่ะ พ่อขา..ลูกเข้าใจแล้วค่ะ แต่….

…. ลูกสงสัยอยู่ข้อหนึ่งค่ะ ที่พ่อบอกว่าจะต้องกำหนดเจาะจงไปเลยว่ารูปอะไร เป็นรูปยืน รูปเดิน หรือ รูปนั่ง
เรากำหนดรูปเฉยๆ ได้ไหมคะ
ก็พ่อเคยสอนว่า รูป คือ อาการตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า ก็เวลาเรากำหนดไม่ว่าจะเป็นรูปอิริยาบถไหนก็รู้สึกตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้านี่คะ..”

“เออ…สำคัญนี่เรา เอาคำสอนพ่อมาย้อนถามพ่อจนได้ เอ้า….พ่อถามลูกก่อนว่าที่เขาให้กำหนดรูปไปนั้น เพื่ออะไร”

“เพื่อให้รู้ว่า ไม่ใช่เรา แต่เป็นรูป เพราะถ้าเป็นเราก็จะมีความชอบ ไม่ชอบเกิดขึ้นได้ ค่ะ”

“ที่ตอบมาก็ถูก แต่ก็ยังมีเหตุผลมากกว่านั้น…
..คำว่า ไม่ใช่เรา ที่ลูกพูดนั้น ในที่นี้ ภาษาธรรมะ เรียกว่า อนัตตา

ทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปไหน จะทำหรือไม่ทำอะไร ทุกคนก็มีความรู้สึกว่าเป็นเรา หรือที่เรียกว่า อัตตา อยู่ตลอดเวลา
…นอกจากเป็นเราแล้ว ยังมีความรู้สึกว่าเป็นตัวตน หรือมีตัวตน …อย่างลูกนี่ มีตัวตนไหม”

“มีซิคะ…นี่ไงค่ะ” แล้วเธอก็ยืนให้พ่อดู

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [10 ก.พ. 2548 , 12:08:17 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 5


“นี่ล่ะ ที่เขาเรียกว่า อัตตา เป็นตัวตน มีตัวตน เป็นเรา เป็นเขา….แล้วเวลาที่ปฏิบัติลูกรู้สึกว่ามีตัวตนไหม ล่ะ”
“ไม่มีค่ะ เพราะตอนนั้นหนูกำหนดเป็นรูปแล้วนี่คะ”

“แล้วตอนนั่งเป็นอะไร”
“เป็นรูป ค่ะ”
“แล้วตอนเดินล่ะ เป็นอะไร”
“ก็เป็นรูปเหมือนกันค่ะ”

“แล้วตอนที่หนูนั่ง กับเดิน เป็นรูปเดียวกันรึเปล่า”

“ก็รูปเดียวกันซิคะ ก็จากรูปนั่งนั้น ก็เปลี่ยนไปเป็นรูปเดินต่อ”

“อย่างที่หนูพูดนี่นะ เขาเรียกว่า ฆนสัญญา หมายถึงความเป็นกลุ่มเป็นก้อน หรือการประชุมรวมกัน ทำให้เป็นตัวตน ซึ่งทำให้เข้าใจว่าก็ตัวเรานี่แหละที่นั่ง นอน ยืน เดิน
…แล้ว….ฆนสัญญานี่เองที่เป็นตัวปิดบัง อนัตตา

เอาล่ะ….พ่อจะเล่าอะไรให้ฟัง…

ในวิสุทธิมรรคก็ได้อุปมาเรื่องนี้เอาไว้ว่า….
เหมือนคนจูงโคไปโรงฆ่าสัตว์ ทุกคนเห็นเหมือนกันหมดว่า เป็นโค
แต่พอฆ่าเสร็จแล้วก็นำกลับออกมาทางเดิมอีก ทุกคนก็เห็นว่าไม่มีโคแล้ว คงเห็นแต่ชิ้นส่วนย่อยของโค เป็นส่วนแขนบ้าง ขาบ้าง หัวบ้าง… ถามว่าตอนนี้ตัวโคมีอีกไหม”

“ไม่มีแล้วค่ะ”


โดย วยุรี [10 ก.พ. 2548 , 12:09:52 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 6


“ใช่ เรื่องนี้อุปมาแล้ว ก็เหมือนกับพวกเรา ก่อนเข้าปฏิบัติก็รู้สึกว่าเป็นเรา เป็นตัวเป็นตน มีอัตตาเข้าเต็มที่
เมื่อเข้าปฏิบัติก็เป็นการไปทำลายตัวตน ให้ออกมาเป็นรูปต่างๆ ที่ไม่เหมือนกันคือ รูปนั่ง รูปยืน รูปเดิน รูปนอน
แล้วรูปนั่งก็ไม่เหมือนรูปยืน เพราะอาการท่าทางไม่เหมือนกัน เวลาปฏิบัติในรูป 2 รูปนี้ เราก็รู้ว่าไม่เหมือนกันเป็นคนละรูปกัน
….เมื่อกำหนดเช่นนี้ได้จึงจะเป็นการทำลายฆนสัญญา ซึ่งเหมือนการนำโคไปฆ่า ออกมาเป็นชิ้นส่วนย่อยซึ่งไม่ใช่โคอีกต่อไปแล้ว
.
.ดังนั้นที่ลูกบอกว่า อิริยาบถต่างๆ นั้น เรากำหนดรูปอย่างเดียวจะได้ไหม ตอนนี้ลูกได้คำตอบหรือยังว่า ได้ หรือไม่ได้”

“ไม่ได้ค่ะ”

“เพราะอะไรหรือ”

“เพราะถ้ากำหนดรูปอย่างเดียว จะทำให้เข้าใจว่าเป็นรูปเดียวกัน ก็เหมือนยังเป็นโคตัวเดิมอัตตาก็ยังคงอยู่ แล้วฆนสัญญาก็จะไม่ถูกทำลาย”

“ใช่…แล้วปัญญา ที่เรียกว่า วิปัสสนาปัญญาก็เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะวิปัสสนาเป็นปัญญาที่เห็นว่ารูปนามเป็นอนัตตาด้วย
..นอกไปจากเป็นอนิจจัง และทุกขังแล้ว”


“ค่ะพ่อ…ต่อไปลูกจะกำหนดให้ชัดเจนว่า ขณะนั้นกำลังกำหนดรูปอะไร หรือนามอะไร”

โดย วยุรี [10 ก.พ. 2548 , 12:11:24 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 7


นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอจะใช้เวลาเข้าปฏิบัติมากขึ้นจนเป็นที่เอ็นดูในหมู่ผู้ปฏิบัติ และคณาจารย์ ทุกๆคน ซึ่งพร้อมใจกันตั้งฉายาให้เธอว่า โยคาวจรรุ่นเยาว์ ทั้งนี้เป็นเพราะ เธอเป็นผู้ปฏิบัติที่นับได้ว่ามีอายุน้อยที่สุด
….
และทุกครั้งที่เธอปฏิบัติ..แทนที่เธอจะเป็นฝ่ายตั้งคำถาม กลับกลายเป็นว่าเธอจะถูกพ่อซักถาม พร้อมๆ กับที่พ่อพยายามอธิบายเพิ่มเติมให้ จนทำให้เธอมีความเข้าใจเรื่องการปฏิบัติ มากขึ้น

วันหนึ่ง…ขณะที่กำลังปฏิบัติอยู่นั้น เธอนั่งมองไปยังกลุ่มเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ 4-5 คนที่กำลังเล่นกันอยู่ เสียงพ่อถามมาว่า

“สิตางศุ์…ทำอะไรอยู่หรือเปล่า ลูก”

“กำลังปฏิบัติอยู่ค่ะ” ตอนนั้นเธอคิดว่า กำลังกำหนด นามเห็นพวกเขาเล่นกันอยู่

“เอ้า…ถ้างั้นลูกก็หยุดปฏิบัติก่อน มานั่งตรงนี้ ...แล้วตั้งใจฟังพ่อให้ดีนะ.....


โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย วยุรี [10 ก.พ. 2548 , 12:14:00 น.] ( IP = 203.150.217.119 : : 203.113.38.7 )


  สลักธรรม 8

ยอดเยี่ยมสมกับที่รอมาเลยครับ คุณวยุรี เป็นวิธีเผยแผ่การปฎิบัติได้อย่างดีเยี่ยมจริงๆครับ



ทำให้ผู้ที่เข้ามาอ่านและสนใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จะได้ทราบและเข้าใจถูกต้อง อันจะเป็นประโยชน์ใหญ่หลวงแก่ผู้กำหนดชีวิตเพื่อทางพ้นทุกข์เลยทีเดียวครับผม

ขออนุโมทนาสาธุในกุศลกรรม
ของคุณวยุรีอย่างยิ่งนะครับ

โดย พี่เณร [10 ก.พ. 2548 , 12:35:47 น.] ( IP = 61.90.12.19 : : )


  สลักธรรม 9

ขออนุโมทนากับ อ. วยุรี ด้วยค่ะ
ที่นำความรู้ความเข้าใจเรื่องการปฏิบัติมาเผยแผ่
เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับชีวิตค่ะ

โดย เซิ่น [10 ก.พ. 2548 , 16:23:29 น.] ( IP = 203.150.206.9 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบพระคุณและอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ที่ให้ธรรมทานประกอบงานเขียนที่เปี่ยมไปด้วยความกตัญญู

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.พ. 2548 , 19:33:14 น.] ( IP = 203.172.117.9 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org