มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทฤษฎีสัมพันธภาพ




ทฤษฎีสัมพันธภภาพE=mcc สอดคล้องกับพุทธศาสนาอย่างไร

โดย 1111 [10 ก.พ. 2548 , 12:19:39 น.] ( IP = 202.29.21.51 : : 192.168.31.31, 10.1.7.1 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


เอ้เรื่องที่ถามนั้นพี่เณรไม่ทราบครับ แวะมาอ่านคงต้องรอท่านผู้มีความรู้ในแขนงต่างๆมาตอบนะครับ

สำหรับพี่เณรเองแล้ว รู้แต่เรื่อง...ค่าสัมพัทธ์..ครับผม..เช่น

ค่าสัมพัทธ์แห่งความสุขและสิ่งต่างๆ คือ

เมื่อความสุขมากขึ้น...ความทุกข์ก็จะลดลงเป็นปฏิภาคผกผันกัน

เมื่อความทุกข์มากขึ้น...ความสุขก็จะลดลงเป็นปฏิภาคผกผันกัน


เมื่อตัวตนใหญ่ขึ้น...ความสุขก็จะลดลงเป็นปฏิภาคผกผันกัน

เมื่อการปล่อยวางมากขึ้น..ความสุขจะมากขึ้นผันแปรตามกัน..ครับผม

โดย พี่เณร [10 ก.พ. 2548 , 12:44:40 น.] ( IP = 61.90.12.19 : : )


  สลักธรรม 2



สมการของไอนสไตน์ (EINSTEIN'S QUATION)

E=mc²
(อี เท่ากับ เอ็มซี ยกกำลังสอง)


สมการอันโด่งดังของไอน์สไตน์นี้ แสดงให้เห็นว่ามวลพลังงานไม่ได้แยกจากกัน เพราะจริงๆ แล้วนั้นมีความสัมพันธ์กัน สิ่งที่สมการนี้อธิบายคือ วัตถุซึ่งมวล m (เอ็ม) มีพลังงานเท่ากับ E = mc² เมื่อ c (ซี) คือความเร็วแสงที่มีความเร็วถึง 300 ล้านเมตรต่อวินาที ดังนั้นวัตถุเล็กๆแม้มีมวลน้อย ก็มีพลังงานได้มหาศาลและในขณะเดียวกัน พลังงานก็มีมวลเช่นกัน และเดาได้เลยว่าในปี 2005 คุณจะได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับสมการนี้เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ของการค้นพบสมการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษของไอน์สไตน์ ทั่วโลกจะถือโอกาสสำคัญนี้เป็นเป็นปีสากลของฟิสิกส์ (International Year of Physics) แม้จะยังไม่ได้รับแน่นอนจากองค์การสหประชาชาติ

“แล้วมันมีประโยชน์อะไรกับฉันล่ะ?”

E=mc² ใช้คำนวณหาพลังงานที่อะตอมในโรงไฟฟ้าปลดปล่อยพลังงานนิวเคลียร์ออกมา


สมการเหล่านี้เกิดจากความพยายามอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ในธรรมชาติ ในรูปของแบบจำลองทางคณิตศาสตร์โดยต้องอาศัยคณิตศาสตร์ชั้นสูงมาช่วยในการคำนวณ และด้วยความที่สมการเหล่านี้จับต้องไม่ได้อาจทำให้คนที่ไม่ได้ศึกษาทางด้านนี้ไม่เข้าใจว่ามันมีประโยชน์อย่างไร แบบจำลองทางฟิสิกส์นี้เป็นสิ่งที่นักฟิสิกส์จะสามารถทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคตโดยอาศัยพื้นฐานของความจริง ทางทีมงานผู้จัดการวิทยาศาสตร์หวังว่าอย่างน้อยการนำเสนอครั้งนี้คงจะทำให้หลายๆ คน เข้าใจว่าฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์มีประโยชน์อย่างไร

เห็นมาตั้งคำถามถึงเรื่องนี้ ก็เลยไปลอกข้อความมาจากที่นี่ค่ะ..และมีส่วนที่เพิ่มเติมด้วยนะคะ
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9470000065786

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.พ. 2548 , 19:40:28 น.] ( IP = 203.172.117.9 : : )


  สลักธรรม 3

จากเรื่องราวที่นำมา ..ถามว่าสอดคล้องกับพระพุทธศาสนาอย่างไร?

คงไม่มีคำตอบที่แน่ชัดหรอกนะคะ ..เพราะวิทยาศาสตร์เกิดที่หลังพุทธศาสตร์มาก และก็มีนักคิดพยายามที่จะนำทฤษฎีหลายๆทฤษฎีเข้าไปตรวจจับหรือเปรียบเทียบคำสอนทางศาสนาเพื่อให้เข้ากันให้ได้..

บางท่านนำทฤษฎีนี้ไปอธิบายเกี่ยวกับเรื่องการเดินทางของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ต่างภพภูมิกันก็มี..แต่ก็ไม่มีผู้ใดออกมารับรองว่าถูกต้องเป็นจริงตามนั้น ...ก้คงเป็นสิทธิของผู้ที่นำทฤษฎีเหล่านั้นมาอธิบายไปเรื่อยตามสไตล์ของตน

บางท่านก็พยายามนำทฤษฎีนี้มาอธิบายเรื่องของอนัตตาก็มี ...ทั้งๆที่ไม่ต้องอธิบายก็ได้เพราะธรรมทั้งหลายล้วนเป็นอนัตตาทั้งสิ้น

บางท่านก็กล่าวไว้ดังนี้ว่า " .....มีเรื่องเล่าต่อกันมาอีกหลายปี…หลังจากไอน์สไตน์จากเราไปนานแล้ว นักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังพยายามอธิบายความหมายของทฤษฎีสัมพันธภาพ ที่ว่า " หากสามารถสร้างเครื่องจักรกล ที่สามารถทวนคลื่นความเร็วของแสงได้ จะสามารถดึงดูดพลังงานในอดีต มาสร้างภาพให้เราเห็นในปัจจุบันได้ " ซึ่งไอน์สไตน์เรียกว่า ไทม์ แมชชีน นั่นเอง


.....ซึ่งมีผู้ตั้งสมมติฐานว่า เห็นจะมีสิ่งเดียวในโลกที่มีความเร็วมากกว่าแสง เร็วมากกว่ามากจนสามารถไปดักหน้าความเร็วแสงได้ นั่นคือ " จิต " อย่างเดียวเท่านั้น ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า จิตอย่างเดียวเท่านั้นที่สามารถนำเราไปเห็นภาพในอดีตได้ จึงอาจเป็นไปได้ว่าหลากหลายเรื่องราวที่สนับสนุน ทฤษฎีสัมพันธภาพ คือสิ่งที่ไอน์สไตน์…พยายามที่จะอธิบายเรื่องราวในพระพุทธศาสนาเป็นภาษาทางคณิตศาสตร์ ..."

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.พ. 2548 , 19:59:02 น.] ( IP = 203.172.117.9 : : )


  สลักธรรม 4

และไอน์สไตน์เองก็แสดงวาทะเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาไว้ว่า...Albert Einstein : The religion of the future will be a cosmic religion. It should transcend a personal God and avoid dogmas and theology. Covering both the natural and the spiritual, it should be based on a religious sense arising from the experience of all things, natural and spiritual as a meaningful unity. Buddhism answers this description ………… If there is any religion that could cope with modern scientific needs, it would be Buddhism

ส่วนตัวแล้วคิดว่า เป็นเรื่องยากที่จะนำความคิดของปุถุชนไปอธิบายพระสัพพัญญุตญาณได้อย่างสอดคล้องทุกจุด ... และก็คิดว่าทำตามสลักธรรมที่ ๑ แล้วก็คงจะเป็นพุทธศาสนานิกชนที่ได้รับความสุขได้ง่าย...

โดย น้องกิ๊ฟ [10 ก.พ. 2548 , 20:02:32 น.] ( IP = 203.172.117.9 : : )


  สลักธรรม 5

ทฤษฎีนี้ผมเองก็เรียนมาเมื่อ 30 ปีก่อน..
เป็นสูตรทางคณิตศาสตร์..ที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างมวลกับพลังงาน
แสดงความหมายว่า...มวลเปลี่ยนไปเป็นพลังงานได้เท่าไร

หรือในทางกลับกัน...พลังงานจำนวนเท่าใดรวมกันแล้วได้มวลเท่าไร

มวลก็คือวัตถุ
พลังงานคือสิ่งที่ทำงานได้

ทำงานได้ก็คือเคลื่อนไหวไปมาได้
ถ้าไม่เคลื่อนไหวเรียกว่าไม่เกิดงาน

ถ้านำมาพิจารณาทางอภิธรรมให้ดี.....จะเห็นชัดว่า....

มวล...ได้แก่..ธาตุดิน (ไม่ได้หมายถึงดิน แต่หมายถึง อ่อนแข็ง)

พลังงานก็คือ...ผลรวมของ เตโช อาโป วาโย
(คือความร้อน ความเคลื่อนไหว การไหลไป)

สรุปก็คือ....สูตรนี้อธิบายเรื่องของวัตถุ...
กล่าวอีกนัยหนึ่ง.....อธิบายเรื่องราวของ รูป 28 ในส่วนหนึ่งนั่นเอง

ใช้อธิบายไม่ได้กับเรื่องจิต เจตสิก และนิพพาน

จิต..ไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็นอื่นได้..เกิดแล้วก็ดับ
มีหน้าที่รู้อารมณ์เท่านั้น
เปลี่ยนไปเป็นพลังงานไม่ได้

เจตสิก...เป็นธรรมชาติที่อยู่ในจิต...เกิดแล้วก็ดับ
เปลี่ยนไปเป็นพลังงานอะไรไม่ได้ทั้งนั้น

บางทีสับสนเรียกกันว่า พลังจิตคือพลังงาน พลังงานคือพลังวัตถุ
เข้าใจปะปนกันไป

พลังของจิต ไม่เหมือนกับ พลังของวัตถุ

พลังของจิตมีไว้บังคับบัญชาร่างกายให้ทำสิ่งต่างๆ

ร่างกายมีไว้ทำงานต่างๆตามที่จิตสั่ง..

งานที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการทำงานร่วมกันระหว่างจิตใจกับร่างกาย

งานที่เกิดขึ้นต้องอาศัยปัจจัยภายนอกอีกหลายประการ

ทฤษฎีนี้...ไม่ใช่เรื่องที่จะมาอธิบายสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้

ทฤษฎีนี้ไม่ได้มีคุณค่ามากกว่าคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแต่อย่างใด

เป็นสูตรที่อธิบายปรากฏการทางวัตถุเท่านั้น

ไม่ทำให้ใครที่เรียนสูตรนี้พ้นจากนรก..
ไม่ทำให้ใครขึ้นสวรรค์ได้
ไม่ทำให้พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้

ถ้าเพียงทำให้ถูกต้องตามสูตร..ก็ได้พลังงานออกมา
เปรียบการจุดเทียน..ก็ได้แสงและความร้อน..เรียกอีกอย่างว่า พลังงานเหมือนกัน

ขอว่าอย่าได้หลงยกย่องความสำเร็จทางวัตถุ..ก็พอแล้ว












โดย ลุงเล็ก [10 ก.พ. 2548 , 23:56:13 น.] ( IP = 202.5.83.62 : : )


  สลักธรรม 6

สวัสดีค่ะลุงเล็ก

นำทฤษฎีมาเทียบเคียงปรมัตถธรรมทุกประเภทเลยนะคะ

บ่ายนี้มีลิ้งค์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มาฝากอีกค่ะ

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=6694

ความมหัศจรรย์ของจิต....น่าอ่านมากค่ะ

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2570

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=1585

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=1607

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=1690

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=1736

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=1797

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=1901

โดย น้องกิ๊ฟ [11 ก.พ. 2548 , 16:44:41 น.] ( IP = 202.183.166.144 : : )


  สลักธรรม 7

ผมศึกษามาทางวิทยาศาสตร์มามาก...นานแล้ว
เช่นเดียวกับนักศึกษาทั่วๆไป....
พอได้มาศึกษาอภิธรรม....ก็แยกแยะเรื่องราวได้พอสมควร...

หลายครั้งที่ผมได้ยินว่าพุทธศาสนาคือวิทยาศาสต์ หรือ วิทยาศาสตร์คือพุทธศาสนา

ปัจจุบันผมไม่ค่อยเชื่อซะแล้ว..
ผมมีความรู้สึกว่า..เสียเวลากับวิชาทางวิทยาศาสตร์มากเกินไป

วิชาทางพุทธศาสนา...มีความสำคัญมากกว่ามาก...
ไม่ควรเอามาเทียบกันเลย

แต่จะเอามาเปรียบเทียบกัน..ผมก็จะฟังด้วยความเคารพ...
แต่ออกจะรำคาญ...

เคยฟังคำอธิบายว่า...วิชาต่างๆในโลกนี้...มีประโยชน์ก็แค่ยังมีชีวิต..เอาไว้หากิน
หลังจากตายไปแล้ว...วิชาเหล่านั้น..หาประโยชน์อะไรไม่ได้เลย

แต่วิชาทางพระพุทธศาสนา...มีประโยชน์ทั้งในชาติปัจจุบัน...และ อนาคตอันแสนนาน

สมแล้วที่เรียกว่า...พระรัตนตรัย...มีค่าสูงยิ่ง

ในคคห 5 ผมแสดงให้เห็นว่า..ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่สุดยอด..ก็ยังเพียงเป็นวัตถุ
และหลงวนเวียนอธิบายในเรื่องวัตถุ

ทางวิทยาศาสตร์..รู้เรื่องทางนามธรรมน้อยมาก

เหตุผลก็คือ..ทางวิทยาศาสตร์..ชอบที่จะชั่ง ตวง วัด ได้แม่นยำ จับต้องได้ พิสูจน์ซ้ำได้
ก็ทำได้แต่ทางวัตถุ

แต่ในทางนามธรรม..ไม่มีความรู้..ก็เลยไม่ได้ศึกษา จับต้องได้ยาก
เลยไม่ให้ความสนใจ ก็เหมาเอาว่างมงายไปเลย

ผมเพียงอยากสรุปตามความเห็นของผมเท่านั้นว่า..
ทางวิทยาศาสตร์แทบไม่มีความรู้ทางนามธรรมเลย

ผมมีความเห็นอย่างนี้ครับ


โดย ลุงเล็ก [11 ก.พ. 2548 , 23:58:04 น.] ( IP = 202.57.166.48 : : )


  สลักธรรม 8



สวัสดีค่ะลุงเล็ก

ดีจังเลยค่ะที่กรุณาให้คำอธิบายและยืนยันเพิ่มเติมจนชัดเจนที่สุดว่า ..

....ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่สุดยอด..ก็ยังเพียงเป็นวัตถุ และหลงวนเวียนอธิบายในเรื่องวัตถุ ..

....แต่วิชาทางพระพุทธศาสนา...มีประโยชน์ทั้งในชาติปัจจุบัน...และ อนาคตอันแสนนาน สมแล้วที่เรียกว่า...พระรัตนตรัย...มีค่าสูงยิ่ง ...." จาก สลักธรรม 7

เพราะต่อไปจะได้นำกระทู้นี้ไว้เป็นข้อมูลอ้างอิงถ้าต้องตอบเกี่ยวกับคำถามอย่างนี้อีก... จึงได้รวบรวมเรื่องความมหัศจรรย์ของจิตว่าไว้ที่กระทู้นี้เลยไงคะ

ขอบพระคุณมากค่ะที่กรุณาให้คำอธิบายเพิ่มเติม

โดย น้องกิ๊ฟ [12 ก.พ. 2548 , 09:42:06 น.] ( IP = 202.183.138.47 : : )


  สลักธรรม 9

เนื่องด้วย บริษัท ไดเร็คชั่น แพลน จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหนังสือ SCI Mag และ Gear มีความยินดีใคร่ขอเรียนเชิญเข้าร่วมงานเปิดตัวแนะนำหนังสือใหม่ “The Universe in Our Hands” (The Theory of Everything) โดยมีเนื้อหาที่นำเสนอทฤษฎีใหม่ที่จะทำให้ทฤษฎีของไอน์สไตน์สมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งเป็นปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์ค้นคว้าหาคำตอบเป็นเวลานาน เช่น คลื่นโทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์มือถือ เคลื่อนที่โดยวิธีใด ? อาศัยอะไรเป็นตัวกลาง เป็นต้น ภายในงานท่านสามารถสอบถามข้อเท็จจริงบนเวที และคอยพบกับการเปิดตัวหนังสือใหม่ “The Universe in Our Hands” (The Theory of Everything) พร้อมรับทราบความเป็นมา และเนื้อหาของหนังสือ จากนักเขียนซึ่งเป็นคนไทย คุณนิมิต ธีรลีกุล

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความยินดีขอเรียนเชิญท่าน เข้าร่วมงานเปิดตัวหนังสือ “The Universe in Our Hands” (The Theory of Everything) ในวันที่ 10 กันยายน 2548 เวลา 13.00 น. ณ ร้านหนังสือซีเอ็ด บุ๊คส์ สาขามาบุญครอง (ชั้น 7)

บริษัทฯ จึงขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมงานเปิดตัวหนังสือ ตามวันเวลา สถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้ในวันงานท่านสามารถซื้อหนังสือในราคาลดพิเศษ 20% ทางบริษัทฯ ได้จัดเตรียมของที่ระลึกมอบให้ทุกท่าน และขอขอบพระคุณในความร่วมมือมา ณ โอกาสนี้

ขอแสดงความนับถือ


(กิตติ สุขุตมตันติ)
บรรณาธิการบริหาร


ติดต่อสอบถาม - คุณชัยพฤกษ์ บัวประจิตต์ (ประชาสัมพันธ์) โทร.0-2642-5241-3 ต่อ 118
กรุณาส่งแฟกซ์ยืนยันสำรองที่นั่งหมายเลขโทรสาร.0-2247-2363 ภายในวันที่ 8 กันยายน 2548

โดย ชัยพฤกษ์ - [18 ส.ค. 2548 , 10:05:36 น.] ( IP = 61.91.80.23 : : )


  สลักธรรม 10

ลุงเล็ก และ น้องกิ๊ฟ
ผมมีความเข้าใจในความคิดของคุณทั้งสองนะครับ แต่ผมมีสิ่งหนึ่งที่สั้นๆง่ายๆจะอธิบายให้ฟัง
คุณรู้เรื่องทฤษฎีสัมพันธภาพไหม มันกล่าวเกี่ยวกับเรื่องของแสงเวลาแล้วความเร็ว ซึ่งถ้าคุณทำการศึกษาเรื่องนี้จะพบว่า เมื่อคนเราวิ่งให้มีความเร็วเท่ากันความยาวคลื่นแสงเราจะมีคุณสมบัติเหมือนคลื่นได้(ในทางทฤษฎีแต่คงไม่มีใครวิ่งได้หรอกนะ) ซึ่งมันถูกพอสูจน์แล้วแต่ในทางกลับกันคือ แสงสามารถถูกดึงดูดได้ถ้ามีแรงดึงดูดมหาศาลมากระทำ ไอสไตน์ได้ทดลองแล้วการปรากฎการณ์สุริยุปราคาเอาเป็นว่าทดลองเสร็จยืนยันได้จริงว่าแสงจากดาวดวงหลังสามารถอ้อมมาให้เราเห็นได้ ซึ่งมันหมายความว่าแสงสามารถมีคุณสมบัติที่เป็นวัตถุได้เช่นกัน และจากจุดนี้เองถ้าเราวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 10ยกกำลัง30(10x10 จำนวน30ตัว)เราจะวิ่งชนกันแล้วรวมเป็นเพียงก้อนกลมๆก้อนเดียว จากจุดนี้อธิบายอะไรได้ละครับ มันอธิบายได้ว่าพระพุทธเจ้าทรงทราบความจริงตรงจุดนี้ว่ามนุษย์ไม่มีตัวตน(อนัตตา) ซึ่งหมายความว่าเรื่องของวิญญาณก็สามารถอธิบายได้อีกว่า เมื่อคนเราสามารถเป้นคลื่นคนเราก็คือพลังงานรูปหนึ่งได้เพราะคลื่นแปลงเป็นพลังงานได้เรื่องของวิญญาณทางพูทธศาสนาก็จะสอดคล้องกันเรื่องพลังงานว่าวิญญาณก็คือพลังงานรูปหนึ่งของมนุษย์ พลังงานจะไม่สามารถสัมผัสได้แต่เราอาจเห็นพลังงานได้ในบางกรณีและสามารถรับรู้ถึงพลังงานได้ว่ามีหรือไม่เช่นคนบางคนที่สัมผัสวิญญาณได้
สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมเกิดความคิดอย่างหนึ่งว่าพระพุทธเจ้าอาจเป็นผู้ที่แตกฉานวิทยาศาสตร์ในทุกๆแขนงแม้แต่ที่เรายังไม่อาจเข้าใจได้แต่พระพุทธเจ้าทรงเข้าใจแล้วเมื่อ2550ปีก่อนแต่ในยุดนั้นคนเรายังไม่รู้จักวิทยาศาสตร์ที่ให้พระองค์ไม่สามารถอธิบายสิ่งเหล่านี้ในเชิงวิทยาศาสตร์ได

โดย anariel [2 ม.ค. 2550 , 15:54:26 น.] ( IP = 124.120.244.102 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org