มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วิชยสูตร ๕




วิชยสูตร ๕ .

          พระผู้มีพระภาคเจ้า .
          ครั้นทรงแสดงอสุภะ ด้วยอำนาจแห่งกายมีวิญญาณครองอย่างนี้แล้ว .
          บัดนี้ .           เพื่อทรงแสดงอสุภะ ด้วยอำนาจแห่งกายไม่มีวิญญาณครอง .
          หรือเพราะกายแม้ของพระเจ้าจักรพรรดิก็เต็มด้วยซากศพตามที่กล่าวแล้วเหมือนกัน .
          เพราะฉะนั้น .
          เพื่อทรงแสดงอสุภะในสมบัติภพโดยประการทั้งปวงแล้ว .
          ทรงแสดงในวิบัติภพในบัดนี้ .
          จึงตรัสคาถาว่า… .
“ก็เมื่อใด เขาตาย(นอน)ขึ้นพอง” .
อรรถกถาอธิบายว่า .
          กายมีอย่างนี้นั่นแล .
          เมื่อใดเขาตายเพราะปราศจากอายุ ไออุ่น และวิญญาณ .
          ขึ้นพองดุจสูบเต็มด้วยลมฉะนั้น .
          ทรงแสดงความไม่เที่ยง ด้วยบทว่า เขาตาย .
          ทรงแสดงความที่กายไม่ลุกขึ้น ด้วยบทว่า นอน... .
          ทรงประกอบไว้ในการละความมัวเมาในชีวิตและกำลัง ด้วยบททั้งสองนั้น .

โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:24:35 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

          ทรงแสดงวิบัติในสัณฐาน(ทรวดทรง, ลักษณะ) ด้วยบทว่า ขึ้นพอง .

“มีสีเขียว” .
อรรถกถาอธิบายว่า .
          มีสีเขียวเพราะสีแตกสลาย .
          ทรงแสดงวิบัติในเครื่องประทินผิว ด้วยบทว่า มีสีเขียว... .
          ทรงประกอบในการละความมัวเมาในรูป .
          และในการละมานะ .
          เพราะอาศัยความงามแห่งผิวพรรณ .
          ด้วยบททั้งสองนั้น .

“ถูกทิ้งไว้ในป่า(ช้า)” .
อรรถกถาอธิบายว่า .
          ถูกทิ้งไว้ในป่าช้า เพราะถูกทิ้งไว้ดุจท่อนไม้ไร้ประโยชน์ฉะนั้น นอนอยู่ .

          ทรงแสดงความไม่มีของที่จะพึงถือเอา ด้วยบทว่า ถูกทิ้งไว้ .

โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:27:04 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )


  สลักธรรม 2

          ทรงแสดงความเป็นกายอันน่าพึงเกลียด .
          อันไม่ควรเพื่อให้อยู่ในภายใน .
          ด้วยบทว่า ในป่า(ช้า) .

          ทรงประกอบในการละความยึดถือว่าของเรา .
          และในการละสุภสัญญา .
          ด้วยบทแม้ทั้งสองนั้น .

“เมื่อนั้น
ญาติทั้งหลาย ย่อมไม่ห่วงใย”
.
อรรถกถาอธิบายว่า .
          ในกาลนั้น ญาติทั้งหลายย่อมไม่ห่วงใยโดยส่วนเดียวว่า .
          บัดนี้เขาจักไม่ลุกขึ้นอีก. .

          ทรงแสดงความไม่มีกิริยาโต้ตอบ ด้วยบทว่า ญาติทั้งหลายย่อมไม่ห่วงใย .
          ทรงประกอบในการละความมัวเมาในบริวาร ด้วยบทนั้น. .

โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:29:19 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )


  สลักธรรม 3

          ครั้นทรงแสดงอสุภะด้วยอำนาจกายอันไม่มีวิญญาณครอง .
          ยังไม่แตกสลาย .
          ด้วยคาถานี้อย่างนี้แล้ว .
          บัดนี้ .           เพื่อทรงแสดง แม้ด้วยอำนาจแห่งกายแตกสลาย .
          จึงตรัสคาถาว่า... .

“สุนัขบ้าน สุนัขจิ้งจอก หมาป่า
หมู่หนอน กา แร้ง
และสัตว์เหล่าอื่น
ย่อมกัดกินกายนั้น”
.

โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:30:44 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )


  สลักธรรม 4

          บัดนี้ .
          เพื่อทรงแสดงความประพฤติของบัณฑิตในกายนั้น .
          และวิวัฏฏะ(พระนิพพาน)โดยมีปริญญา(ความกำหนดรู้, ความหยั่งรู้, ความรู้รอบ)เป็นประธาน .           จึงทรงปรารภว่า... .

“ภิกษุในศาสนานี้” .
อรรถกถาอธิบายว่า .
          พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปรารภนันทภิกษุณี .
          และภิกษุผู้มีจิตวิปลาสแล้วนั้น .
          จึงตรัสว่า ภิกษุ โดยยังเทศนาให้เป็นไป .
          โดยเป็นบริษัทที่เลิศ .
          และโดยแสดงภิกษุภาวะ .
          แก่ชนทั้งหลายผู้ถึงการปฏิบัติในกายนั้น. .

          ภิกษุได้แก่ พระเสกขะ หรือปุถุชน. .

โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:33:41 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )


  สลักธรรม 5

          พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทรงแสดงเหตุแห่งญาณของภิกษุนั้น .
          และความที่ภิกษุนั้นเป็นผู้ไม่สามารถเพื่อเห็นรูปภายนอกทั้งหลาย .
          จากกายนี้อย่างนี้แล้ว .
          จึงตรัสว่า .

“ได้ฟังพระพุทธพจน์แล้ว” .
อรรถกถาอธิบายว่า .
          “ได้ฟัง” ได้แก่ พิจารณาโดยแยบคาย. . (โยนิโส นิสาเมตฺวา.:- นิสาเมถ = จงฟัง, จงดู, จงพิจารณา) .
          “พระพุทธพจน์” ได้แก่ พุทธพจน์อันทำการกำหนดรู้กาย. .

“มีความรู้ชัด” (ปญฺญาณวา ) .
อรรถกถาอธิบายว่า .
          บทว่า ปญฺญาณวา…ผู้ประกอบพร้อมด้วยวิปัสสนานั้น .
          เพราะความเป็นผู้เป็นไปแล้วในประการมีความไม่เที่ยงเป็นต้น. .

โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:34:58 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )


  สลักธรรม 6

ย่อมเห็น ( ปสฺสติ ) ตามความเป็นจริงทีเดียว”
อรรถกถาอธิบายว่า .
          ภิกษุนั้นกำหนดรู้กายนี้ ด้วยปริญญา ๓. อย่างไร .
          คือ เหมือนพ่อค้าผู้ฉลาด .
          ๑.แลดูสินค้าว่านี้และนี้ .
          ๒.แล้วเปรียบเทียบว่า เมื่อซื้อสินค้าด้วยทรัพย์เท่านี้แลจักมีกำไรเท่านี้ .
          ๓. ครั้นทำอย่างนั้นแล้ว ถือเอาต้นทุนกับกำไร .
          ๔. อีกทิ้งสินค้านั้น .
          ชื่อฉันใด .

          ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกันคือ .
          ๑. เมื่อแลดูด้วยจักษุคือญาณว่า .
          ส่วนเหล่านี้มีกระดูกและเอ็นเป็นต้น และมีผม ขนเป็นต้น .
          ชื่อว่า กำหนดรู้ด้วยญาตปริญญา(กำหนดรู้ด้วยการรู้) .

โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:37:47 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )


  สลักธรรม 7

          ๒. เมื่อเทียบเคียงว่า ธรรมเหล่านั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา .
          ชื่อว่า กำหนดรู้ด้วยตีรณปริญญา (กำหนดรู้ด้วยการพิจารณา) .
          ๓. ครั้นเทียบเคียงอย่างนี้แล้วถึงอยู่ซึ่งอริยมรรค .
          ชื่อว่า กำหนดรู้ด้วยปหานปริญญา (กำหนดรู้ด้วยการละ) .
          ๔. เพราะละฉันทราคะในกายนั้น .

          หรือ .
          เมื่อเห็นด้วยอำนาจแห่งอสุภะของกายที่มีวิญญาณครอง หรือไม่มีวิญญาณครอง .
          ชื่อว่า กำหนดรู้ด้วยญาตปริญญา (กำหนดรู้ด้วยการรู้) .

          เมื่อเห็นด้วยอำนาจแห่งความไม่เที่ยงเป็นต้น .
          ชื่อว่า กำหนดรู้ด้วยตีรณปริญญา (กำหนดรู้ด้วยการพิจารณา) .

          คือฉันทราคะออกจากกายนั้น .
          ละกายนั้นด้วยอรหัตมรรค .
          ชื่อว่า กำหนดรู้ด้วยปหานปริญญา.(กำหนดรู้ด้วยการละ) .

โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:39:10 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )


  สลักธรรม 8

          หากจะมีคำถามว่า เพราะเหตุไร ภิกษุนั้นย่อมกำหนดรู้อย่างนี้.
.
          ตอบว่า เพราะย่อมเห็นตามความเป็นจริง… .
          เพราะปัญญาณวัตรย่อมมีแก่ภิกษุนั้น .
          เพราะฟังพุทธพจน์ และเพราะกายนี้ แม้ปรากฏแก่ชนทั้งปวง .
          อันภิกษุไม่ฟังพุทธพจน์แล้ว ก็ไม่อาจเพื่อกำหนดรู้ได้ .
          เพราะฉะนั้น .
          พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทรงแสดงเหตุแห่งญาณของภิกษุนั้น .
          และความที่ภิกษุนั้นเป็นผู้ไม่สามารถเพื่อเห็นรูปภายนอกทั้งหลายจากกายนี้ .
          อย่างนี้แล้ว จึงตรัสว่า .
          ภิกษุในศาสนานี้ได้ฟังพระพุทธพจน์แล้ว ดังนี้. .

โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:41:31 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณมากเลยนะคะคุณแววตะวัน..ที่นำวิชยสูตรมาให้อ่านถึง ๕ ตอนด้วยกันแล้ว เป็นเรื่องที่เราท่านควรคิด พิจารณาให้ถ่องแท้จริงๆนะคะ เพื่อป้องกันความหลงและความเพลิดเพลินในถนนชีวิตที่มีทางตัน..คือความตาย รอรับเราทุกคนเสมอทุกๆภพชาตินะคะ

ขอบคุณมาด้วยความเคารพในน้ำใจงามของคุณแววตะวันมากๆค่ะ

โดย พี่ดอกแก้ว [14 ก.พ. 2548 , 22:18:16 น.] ( IP = 61.91.201.245 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบพระคุณค่ะคุณแววตะวัน
ที่กรุณานำมาให้ศึกษา และจัดวรรคตอนให้อ่านง่ายในแต่ละช่วง..อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [14 ก.พ. 2548 , 22:32:27 น.] ( IP = 203.172.117.25 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org