| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
วิชยสูตร ๕
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ทรงแสดงวิบัติในสัณฐาน(ทรวดทรง, ลักษณะ) ด้วยบทว่า ขึ้นพอง .
มีสีเขียว .
อรรถกถาอธิบายว่า .
มีสีเขียวเพราะสีแตกสลาย .
ทรงแสดงวิบัติในเครื่องประทินผิว ด้วยบทว่า มีสีเขียว... .
ทรงประกอบในการละความมัวเมาในรูป .
และในการละมานะ .
เพราะอาศัยความงามแห่งผิวพรรณ .
ด้วยบททั้งสองนั้น .
ถูกทิ้งไว้ในป่า(ช้า) .
อรรถกถาอธิบายว่า .
ถูกทิ้งไว้ในป่าช้า เพราะถูกทิ้งไว้ดุจท่อนไม้ไร้ประโยชน์ฉะนั้น นอนอยู่ .
ทรงแสดงความไม่มีของที่จะพึงถือเอา ด้วยบทว่า ถูกทิ้งไว้ .โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:27:04 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )
สลักธรรม 2ทรงแสดงความเป็นกายอันน่าพึงเกลียด .
อันไม่ควรเพื่อให้อยู่ในภายใน .
ด้วยบทว่า ในป่า(ช้า) .
ทรงประกอบในการละความยึดถือว่าของเรา .
และในการละสุภสัญญา .
ด้วยบทแม้ทั้งสองนั้น .
เมื่อนั้น
ญาติทั้งหลาย ย่อมไม่ห่วงใย .
อรรถกถาอธิบายว่า .
ในกาลนั้น ญาติทั้งหลายย่อมไม่ห่วงใยโดยส่วนเดียวว่า .
บัดนี้เขาจักไม่ลุกขึ้นอีก. .
ทรงแสดงความไม่มีกิริยาโต้ตอบ ด้วยบทว่า ญาติทั้งหลายย่อมไม่ห่วงใย .
ทรงประกอบในการละความมัวเมาในบริวาร ด้วยบทนั้น. .โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:29:19 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )
สลักธรรม 3ครั้นทรงแสดงอสุภะด้วยอำนาจกายอันไม่มีวิญญาณครอง .
ยังไม่แตกสลาย .
ด้วยคาถานี้อย่างนี้แล้ว .
บัดนี้ . เพื่อทรงแสดง แม้ด้วยอำนาจแห่งกายแตกสลาย .
จึงตรัสคาถาว่า... .
สุนัขบ้าน สุนัขจิ้งจอก หมาป่า
หมู่หนอน กา แร้ง
และสัตว์เหล่าอื่น
ย่อมกัดกินกายนั้น .โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:30:44 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )
สลักธรรม 4บัดนี้ .
เพื่อทรงแสดงความประพฤติของบัณฑิตในกายนั้น .
และวิวัฏฏะ(พระนิพพาน)โดยมีปริญญา(ความกำหนดรู้, ความหยั่งรู้, ความรู้รอบ)เป็นประธาน . จึงทรงปรารภว่า... .
ภิกษุในศาสนานี้ .
อรรถกถาอธิบายว่า .
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปรารภนันทภิกษุณี .
และภิกษุผู้มีจิตวิปลาสแล้วนั้น .
จึงตรัสว่า ภิกษุ โดยยังเทศนาให้เป็นไป .
โดยเป็นบริษัทที่เลิศ .
และโดยแสดงภิกษุภาวะ .
แก่ชนทั้งหลายผู้ถึงการปฏิบัติในกายนั้น. .
ภิกษุได้แก่ พระเสกขะ หรือปุถุชน. .
โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:33:41 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )
สลักธรรม 5พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทรงแสดงเหตุแห่งญาณของภิกษุนั้น .
และความที่ภิกษุนั้นเป็นผู้ไม่สามารถเพื่อเห็นรูปภายนอกทั้งหลาย .
จากกายนี้อย่างนี้แล้ว .
จึงตรัสว่า .
ได้ฟังพระพุทธพจน์แล้ว .
อรรถกถาอธิบายว่า .
ได้ฟัง ได้แก่ พิจารณาโดยแยบคาย. . (โยนิโส นิสาเมตฺวา.:- นิสาเมถ = จงฟัง, จงดู, จงพิจารณา) .
พระพุทธพจน์ ได้แก่ พุทธพจน์อันทำการกำหนดรู้กาย. .
มีความรู้ชัด (ปญฺญาณวา ) .
อรรถกถาอธิบายว่า .
บทว่า ปญฺญาณวา ผู้ประกอบพร้อมด้วยวิปัสสนานั้น .
เพราะความเป็นผู้เป็นไปแล้วในประการมีความไม่เที่ยงเป็นต้น. .โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:34:58 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )
สลักธรรม 6ย่อมเห็น ( ปสฺสติ ) ตามความเป็นจริงทีเดียว
อรรถกถาอธิบายว่า .
ภิกษุนั้นกำหนดรู้กายนี้ ด้วยปริญญา ๓. อย่างไร .
คือ เหมือนพ่อค้าผู้ฉลาด .
๑.แลดูสินค้าว่านี้และนี้ .
๒.แล้วเปรียบเทียบว่า เมื่อซื้อสินค้าด้วยทรัพย์เท่านี้แลจักมีกำไรเท่านี้ .
๓. ครั้นทำอย่างนั้นแล้ว ถือเอาต้นทุนกับกำไร .
๔. อีกทิ้งสินค้านั้น .
ชื่อฉันใด .
ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกันคือ .
๑. เมื่อแลดูด้วยจักษุคือญาณว่า .
ส่วนเหล่านี้มีกระดูกและเอ็นเป็นต้น และมีผม ขนเป็นต้น .
ชื่อว่า กำหนดรู้ด้วยญาตปริญญา(กำหนดรู้ด้วยการรู้) .โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:37:47 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )
สลักธรรม 7๒. เมื่อเทียบเคียงว่า ธรรมเหล่านั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา .
ชื่อว่า กำหนดรู้ด้วยตีรณปริญญา (กำหนดรู้ด้วยการพิจารณา) .
๓. ครั้นเทียบเคียงอย่างนี้แล้วถึงอยู่ซึ่งอริยมรรค .
ชื่อว่า กำหนดรู้ด้วยปหานปริญญา (กำหนดรู้ด้วยการละ) .
๔. เพราะละฉันทราคะในกายนั้น .
หรือ .
เมื่อเห็นด้วยอำนาจแห่งอสุภะของกายที่มีวิญญาณครอง หรือไม่มีวิญญาณครอง .
ชื่อว่า กำหนดรู้ด้วยญาตปริญญา (กำหนดรู้ด้วยการรู้) .
เมื่อเห็นด้วยอำนาจแห่งความไม่เที่ยงเป็นต้น .
ชื่อว่า กำหนดรู้ด้วยตีรณปริญญา (กำหนดรู้ด้วยการพิจารณา) .
คือฉันทราคะออกจากกายนั้น .
ละกายนั้นด้วยอรหัตมรรค .
ชื่อว่า กำหนดรู้ด้วยปหานปริญญา.(กำหนดรู้ด้วยการละ) .
โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:39:10 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )
สลักธรรม 8หากจะมีคำถามว่า เพราะเหตุไร ภิกษุนั้นย่อมกำหนดรู้อย่างนี้.
.
ตอบว่า เพราะย่อมเห็นตามความเป็นจริง .
เพราะปัญญาณวัตรย่อมมีแก่ภิกษุนั้น .
เพราะฟังพุทธพจน์ และเพราะกายนี้ แม้ปรากฏแก่ชนทั้งปวง .
อันภิกษุไม่ฟังพุทธพจน์แล้ว ก็ไม่อาจเพื่อกำหนดรู้ได้ .
เพราะฉะนั้น .
พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อทรงแสดงเหตุแห่งญาณของภิกษุนั้น .
และความที่ภิกษุนั้นเป็นผู้ไม่สามารถเพื่อเห็นรูปภายนอกทั้งหลายจากกายนี้ .
อย่างนี้แล้ว จึงตรัสว่า .
ภิกษุในศาสนานี้ได้ฟังพระพุทธพจน์แล้ว ดังนี้. .
โดย แววตะวัน [14 ก.พ. 2548 , 20:41:31 น.] ( IP = 202.183.173.226 : : )
สลักธรรม 9ขอบคุณมากเลยนะคะคุณแววตะวัน..ที่นำวิชยสูตรมาให้อ่านถึง ๕ ตอนด้วยกันแล้ว เป็นเรื่องที่เราท่านควรคิด พิจารณาให้ถ่องแท้จริงๆนะคะ เพื่อป้องกันความหลงและความเพลิดเพลินในถนนชีวิตที่มีทางตัน..คือความตาย รอรับเราทุกคนเสมอทุกๆภพชาตินะคะ
ขอบคุณมาด้วยความเคารพในน้ำใจงามของคุณแววตะวันมากๆค่ะโดย พี่ดอกแก้ว [14 ก.พ. 2548 , 22:18:16 น.] ( IP = 61.91.201.245 : : )
สลักธรรม 10ขอบพระคุณค่ะคุณแววตะวัน
ที่กรุณานำมาให้ศึกษา และจัดวรรคตอนให้อ่านง่ายในแต่ละช่วง..อนุโมทนาค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [14 ก.พ. 2548 , 22:32:27 น.] ( IP = 203.172.117.25 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |