มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถามเรื่องการกำหนดต่อครับ




กระทู้ก่อนครับhttp://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=6747

เมื่อได้ทราบเหตุผลว่า.... การที่ผู้ปฏิบัติ จำเป็นต้องคอยเฝ้าพิจารณาดูกาย คือ อิริยาบถอยู่เนืองๆ นั้นก็เพื่อต้องการเห็นความจริงของขันธ์

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอยากทราบต่อไปว่า... เมื่อเราพยายามเฝ้าพิจารณาดูอิริยาบถอยู่อย่างนี้ แล้วจะมีประโยชน์อะไรเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่าครับผม?

โดย ทับตะวัน [15 ก.พ. 2548 , 22:12:36 น.] ( IP = 61.91.150.148 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ขอความเจริญในธรรม จงมีแก่ท่านนะครับ ที่ได้มาถามต่อในเรื่องแนวทางแห่งวิปัสสนาครับ

หากจะมีคำถามสอดแทรกเข้ามาว่า...อะไรเป็นสภาพที่ปิดบังทุกข์นั้นเล่า?

ตามความจริงเราก็ต้องตอบว่า อิริยาบถนั้นแหละเป็นผู้ปิดบังทุกข์ นี้เองละครับที่ทำให้เราไม่เห็นความจริงของทุกข์ คือ อิริยาบถ

คราวนี้ความทุกข์ในที่นี้มี ๒ อย่างนะตรับคือ..
ทุกข์ในอิริยาบถเก่า และทุกข์ในอิริยาบถใหม่

ทุกข์ในอิริยาบถเก่า เรียกว่า “ทุกขเวทนา”อันนี้ใครๆก็รู้.....คือเมื่อเดินหรือยืนนานๆก็เป็นทุกข์อย่างนี้ใครๆเขารู้กันทั้งนั้น แต่ทว่าทุกข์ในอิริยาบถใหม่หามีใครรู้ไม่ เพราะทุกคนเมื่อถูกความทุกข์ในอิริยาบถเก่าบีบคั้นเข้า ต่างก็ต้องผลัดเปลี่ยนไปหาอิริยาบถใหม่ด้วยกันทั้งนั้นที่เป็นเช่นนี้เพราะเห็นผิด โดยคิดไปว่า...


ถ้าเราเปลี่ยนอิริยาบถเสียได้ก็จะสบาย.. นี่เป็นความคิดเช่นนี้ทุกคนนะครับ


แต่หารู้ไม่ว่าแม้ถึงอิริยาบถใหม่ที่ตนคิดว่าสบายนั้นก็เป็นตัวทุกข์เหมือนกันแต่ทุกข์ชนิดนั้นเป็นของละเอียด เราจะรู้ไม่ได้โดยสามัญสำนึกของคนโดยทั่วไป ท่านเปรียบความทุกข์ในอิริยาบถเก่ากับความทุกข์ในอิริยาบถใหม่ว่า เหมือนกับเถาหัวด้วน ธรรมดาของต้นเถาหัวด้วนมันจะเป็นต้นอ่อน หรือต้นแก่ก็ตามมันก็คงเป็นต้นเถาที่มีหัวด้วนเหมือนกัน ข้อนี้ฉันใดแม้ทุกข์มันจะอยู่ในอิริยาบถเก่าหรือใหม่ก็ตามมันก็เป็นทุกข์คือทนอยู่ไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ..แต่แม้มันเป็นความเข้าใจผิดของพวกเราเองจึงได้ไปตู่เอาอิริยาบถใหม่ว่าเป็นความสุข นี่แหละท่านจึงได้กล่าวว่า “อิริยาบถ ปิดบังทุกข์”

ดังนั้นการที่ต้องคอยเฝ้าสังเกต
พิจารณาดูอิริยาบถ
ก็เพื่อประโยชน์ที่จะเห็นทุกข์นั่นเองครับ


โดย เทพธรรม [15 ก.พ. 2548 , 22:24:06 น.] ( IP = 61.91.150.148 : : )


  สลักธรรม 2

คุรั


คราวนี้ผมขอถามต่อเลยนะครับว่า...

การพิจารณาดูทุกข์ที่ปรากฏตามอิริยาบทนั้น....เราจะพิจารณาดูด้วยปัญญาชนิดไหนละครับ จึงจะสามารถรอบรู้ทุกข์ในอิริยาบถได้อย่างถูกต้องครับผม

โดย ทับตะวัน [16 ก.พ. 2548 , 08:09:43 น.] ( IP = 61.90.82.52 : : )


  สลักธรรม 3

มาเข้าใจตรงนี้กันก่อนนะครับว่า
ความรู้มี ๓ ขั้น คือ

๑. ความรู้ที่เกิดจากการศึกษาเล่าเรียน จดจำมาจากครูบาอาจารย์หรือตำรับตำราก็ดีความรู้อย่างนี้ เราเรียกว่า ปริยัติญาณ ๑

๒. ความรู้ที่เกิดจากการเจริญภาวนา คือ การเฝ้าพิจารณาดูความเป็นจริงของนามรูปที่ปรากฏอยู่ตามอารมณ์และอิริยาบถ ความรู้อย่างนี้ เราเรียกว่า ปฏิบัติญาณ ๑

๓. ความรู้แจ้งแทงตลอดถึงมรรคผล และพระนิพพาน เรียกว่า ปฏิเวธญาณ ๑


ในญาณปัญญาทั้ง ๓ ชนิดนี้นั้น...... ปัญญาที่จะสามารถรู้ทุกข์ตามความเป็นจริงที่ปรากฏอยู่ตามอารมณ์และอิริยาบถได้ จะต้องเป็นปฏิบัติญาณครับผม... คือความรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติ ส่วนปัญญาอีกสองอย่างในข้อ ๑ และข้อ ๓ นั้น เป็นปัญญาที่รู้ไม่ได้ในอารมณ์อันเป็นทุกข์ ซึ่งเป็นโลกียธรรมนี้ เพราะปริยัติญาณรู้ได้เพียงเรื่องราวอันเป็นบัญญัติอารมณ์เท่านั้นไม่สามารถที่จะเข้าไปรู้ถึงทุกข์อันเป็นความจริงที่ปรากฏอยู่ตามอารมณ์และอิริยาบถได้

ส่วนปฏิเวธญาณนั้น..ก็รู้ได้เฉพาะมรรคผล และพระนิพพาน ซึ่งเป็นอารมณ์นอกโลกจึงมีความแตกต่างกันนะครับ

โดย เทพธรรม [16 ก.พ. 2548 , 08:21:12 น.] ( IP = 61.90.82.52 : : )


  สลักธรรม 4

ได้รับประโยชน์มากมายเลยครับ
จากการอธิบายนี้ครับผมจะจดจำไว้ให้ดียิ่งเสมือนเป็นคู่มือชีวิตในการเดินทางๆนี้ครับผม

คุรั

โดย ทับตะวัน [16 ก.พ. 2548 , 09:01:10 น.] ( IP = 61.90.118.45 : : )


  สลักธรรม 5

มาติดตามดูความจริงของทุกข์ค่ะ คราวนี้จะชัดเจนยิ่งขึ้นกับปัญญาที่ใช้พิจารณา คราวนี้มีอารมณ์เป็นตัวกำหนดในปัญญาแต่ละประเภทด้วยด้วย แหมอย่างนี้ชัดเจนจริงๆ

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [16 ก.พ. 2548 , 11:36:10 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : 10.6.129.65 )


  สลักธรรม 6

จากคำถามในคราวแรกที่ทำให้ได้ทราบถึงเหตุผลว่าทำไปเพื่ออะไร..จะทำให้ผู้ปฏิบัติมีทิศทางที่ชัดเจน

และเมื่อมาอ่านต่อในคราวนี้ได้ทราบถึงประโยชน์ในการกระทำ ..รวมทั้งได้ทำความรู้จักเกี่ยวกับความทุกข์ในอิริยาบถเก่าและใหม่ ..และประเภทของญาณที่ใช้การการติดตามดู... เกิดความเข้าใจจากอธิบายในส่วนนี้มากขึ้นค่ะ

กราบขอบพระคุณค่ะท่านเทพธรรม


โดย น้องกิ๊ฟ [16 ก.พ. 2548 , 13:13:35 น.] ( IP = 203.172.117.81 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณค่ะ
มาศึกษาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจ และประโยชน์ที่จะได้จากการพิจารณาดูอิริยาบถ รวมทั้งปัญญาแต่ละประเภท

โดย เซิ่น [16 ก.พ. 2548 , 15:41:12 น.] ( IP = 203.150.206.9 : : )


  สลักธรรม 8

อนุโมทนาค่ะ

อิริยาบทปิดบังทุกข์นั่นเอง
เราจึงมักคิดเสมอว่า..

เมื่อเปลี่ยนอิริยาบทแล้ว จะเป็นสุข

ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [17 ก.พ. 2548 , 12:47:14 น.] ( IP = 61.91.76.227 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org