| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สงสัยค่ะ
สลักธรรม 1สวัสดีค่ะน้องส่วน
๑. กรรมดีกรรมชั่วมีจริงค่ะ จะนับถือศาสนาไหนก็แล้วแต่ต่างก็มีการกระทำที่เรียกว่า กรรมดีหรือกรรมชั่วด้วยกันทั้งนั้น เช่น การบริจาคทาน เสียสละทรัพย์บริจาคเข้ามูลนิธิหรือสถานสงเคราะห์ต่างๆ หรือการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัย ...เป็นต้น อย่างนี้เรียกว่ากรรมดีค่ะ
...ส่วนกรรมชั่วนั้นก็อย่างการค้ายาเสพติดไงคะ หรือการทะเลาะเบาะแว้งกัน การทำแท้งทอดทิ้งบุตร หรือการแบ่งแยกดินแดนที่เห็นกันอยู่นั่นแหละค่ะ..ไม่ว่าศาสนาไหนก็ล้วนแล้วแต่บอกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการกระทำที่ไม่ดี ..ซึ่งการกระทำทั้งสองแบบนั้นทางศานาพุทธเรียกว่ากรรมดีกรรมชั่วนั่นเอง
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเรื่องภาษาที่ใช้ก่อนนะคะคำว่า .กรรม หมายถึงการกระทำค่ะ ..และการกระทำที่ปรากฏในโลกนี้ก็แยกได้เป็นสองประเภทคือ กรรมดีและกรรมชั่ว ...ดังนั้นกรรมดีกรรมชั่วนั้นเป็นคำที่เราบัญญัติใช้ในพระพุทธศาสนา เพราะถ้าไปเปิดคัมภีร์ของศาสนาอื่นก็คงจะไม่พบเจอ..
ต่อไปก็ต้องทำความเข้าใจว่า เพราะแต่ละศาสนามีความเชื่อที่ต่างกัน จึงสอนในเรื่องของการกระทำไม่เหมือนกัน... หากถามว่าคำสอนใดถูกต้อง ..เราก็ต้องพิจารณาเองค่ะจากความจริงที่ปรากฏ
โดย น้องกิ๊ฟ [16 ก.พ. 2548 , 21:43:08 น.] ( IP = 203.172.117.13 : : )
สลักธรรม 2พระพุทธศาสนาสอนว่า ..การกระทำกรรมย่อมก่อให้เกิดผล ไม่มีผลใดที่เกิดมาโดยปราศจากเหตุ และไม่มีเหตุใดที่ไม่ทำให้ผลเกิด ..เพียงแต่สติปัญญาของเราอาจหยั่งรู้ไปไม่ถึงเท่านั้นเอง....
หากเปรียบการกระทำกรรมเหมือนกับการปลูกต้นไม้.เมื่อเราปลูกพืชพันธุ์อะไรลงไป สิ่งที่เจริญงอกงามขึ้นมาย่อมเป็นไปตามพืชพันธุ์นั้น ..ไม่อาจข้ามชนิดไปได้เลย
เช่น มะละกอ ...เมื่อเราหว่านเม็ดมะละกอลงไปในดิน ...แล้วก็รดน้ำดูแลอย่างดี ...หากเมล็ดนั้นยังมีเยื่อยางมีต้นอ่อนก็จะเกิดขึ้นมาได้ ..การปรากฏนั่นแหละค่ะคือ ผลที่เกิดขึ้นแล้วในเบื้องแรก ...และตามมาด้วยใบแต่ละใบ ลำต้นที่สูงขึ้น และออกดอกออกผลมะละกอในที่สุด หรือบางต้นกลายเป็นมะละกอตัวผู้ไปก็มี ..นี่เป็นการเปรียบเทียบเพื่อให้เข้าใจอย่างง่าย
และถ้าหากเชื่อในเหตุและผลอย่างนี้ก็เป็นความเชื่อของพระพุทธศาสนาค่ะ ..เพราะฉะนั้น อย่ากังวลไปเลยนะคะว่าคนที่นับถือศาสนาอื่นจะไม่ได้รับผลของกรรมที่เขาทำ ...เขาได้รับแน่ค่ะ แต่จะเป็นเมื่อไหร่นั้นก็ไม่ทราบ อาจเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับกรรมเก่าของเขาด้วยค่ะว่าจะตามมาเร็วขนาดไหน
ส่วนความเชื่อว่าฆ่าแล้วได้บุญ ..ก็คงเหมือนกับเชื่อว่าปลูกต้นมะยมแล้วออกลูกเป็นมะละกอ....แล้วเป็นไปได้หรือเปล่าคะถ้าเชื่ออย่างนี้ ..ทำความดีก็ย่อมต้องได้ผลดี และทำความชั่วก็ต้องได้ผลชั่วสิคะ..จึงจะถูกต้องตามเหตุผล ..โดย น้องกิ๊ฟ [16 ก.พ. 2548 , 21:49:10 น.] ( IP = 203.172.117.124 : : )
สลักธรรม 3สาธุมะคะพี่น้องกิ๊ฟ..บุญให้ผลเป็นสุข...บาปให้ผลเปนทุกข์มะคะ..สุข-ทุกข์ไม่ว่านับถือศาสนาอะไรรู้สึกเหมือนกัลหมดล่ะมะคะ
โดย ช้างน้อยกลอยมะคะ [16 ก.พ. 2548 , 21:53:12 น.] ( IP = 202.183.162.2 : : )
สลักธรรม 4สำหรับข้อ ๒ นั้น..ทุกคนต่างเกิดมาเพื่อรับผลของกรรมที่ตนเองเคยสร้างไว้ และทำกรรมชนิดใหม่ๆเพื่อเป็นการสร้างเหตุให้มีการต้องไปรับผลต่อไป ..ทั้งในชาตินี้เลยและในชาติต่อไปด้วย ...ผลของกรรมจึงมีทั้งกรรมเก่าและกรรมปัจจุบันค่ะ
สำหรับความเข้าใจที่ว่า "แสดงว่าชาติที่แล้วเคยไปทำร้ายเขามาก่อนใช่ไหม?" อาจจะไม่ใช่ทุกคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้หรอกนะคะที่เคยไปทำร้ายเขามาก่อน.... เพราะบางคนก็ไม่ได้รับอันตรายอะไร ..แถมเมื่อคราวที่เกิดสึนามิแล้วมีคนตายคนบาดเจ็บมากๆ ก็ไม่ได้เกิดที่สามจังหวัดนี้เลย ..นั่นก็แสดงว่า ทำกรรมมาต่างๆกัน ...แต่ยากแก่การพิจารณาค่ะ...
ขอสรุปเป็นว่า หลายคนเคยทำบาปเกี่ยวกับการฆ่าสัตว์.. เบียนเบียนสัตว์ ...ทำร้ายผู้อื่นด้วยโทสะ ..ไปรุกรานเขาไว้ ..ไปลักทรัพย์เขามา ..ไปสร้างความไม่สบายใจแก่บุคคลอื่น ..เป็นต้น กรรมต่างๆกันเหล่านี้จึงทำให้ได้รับผลต่างกัน ...บางบ้านถูกระเบิด บางบ้านก็ถูกข่มขู่...
และเมื่อเรามองในแง่ไม่ดีกันมาแล้ว..เราก็ต้องมามองในแง่ดีบ้าง ..จริงอยู่ที่แต่ละคนเคยทำกรรมไม่ดีไว้ แต่ทุกคนก็เคยทำกรรมที่ดีมาด้วย จึงมาอยู่ในแผ่นดินที่มีเสรีภาพ มีพระมหากษัตริย์ให้ความคุ้มครองดูแลช่วยเหลือ มีรัฐบาลและส่วนราชการให้ความสนับสนุนสงเคราะห์ในด้านต่างๆ ...ผู้คนก็ยังมีชีวิตอยู่เป็นส่วนมากแม้จะหวาดหวั่นกันมากสักหน่อย ...อาหารการกินก็ยังอุดมสมบูรณ์ ..สิ่งเหล่านี้ก็คือผลแห่งกรรมดีที่ได้เคยทำไว้นั่นเองค่ะ
โดย น้องกิ๊ฟ [16 ก.พ. 2548 , 22:03:47 น.] ( IP = 203.172.117.124 : : )
สลักธรรม 5สำหรับข้อ ๓ ..ต้องรอปรมาจารย์พี่ดอกแก้วมาตอบนะคะ ..อิอิ
สวัสดีค่ะช้างน้อยกลอยใจ..เตรียมตัวไว้วันที่ ๑๓ มีนานี้ มีงานใหญ่ให้คนตัวใหญ่มาวิ่งเล่นค่ะ..โดย น้องกิ๊ฟ [16 ก.พ. 2548 , 22:11:51 น.] ( IP = 203.172.117.124 : : )
สลักธรรม 6มีคนจำนวนไม่น้อย อ้างคำสอน ทางศาสนาเพียงบางส่วน บางข้อความ นำมาตีความด้วยความเห็นส่วนตน มีเจตนาต่าง ๆ กัน เช่น เพื่อสนับสนุนการกระทำชั่วของตนเองให้มองดูเป็นความดี เป็นความเสียสละ เพื่อกลบเกลื่อนความผิดตน หรือเพื่อสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายฝ่ายตรงข้ามเป็นต้น
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่ศาสนิกชนที่แท้จริงของศาสนานั้น บางคนไม่เคยศึกษาคำสอนของศาสนาที่นับถืออยู่ หรือศึกษาเพียงท่องจำได้และทำตาม ๆ กันมา แต่ไม่รู้ความหมาย ไม่รู้จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของคำสอน มองไม่ออกว่าภาพรวมของสิ่งตนนับถืออยู่นั้นต้องการสอนให้เป็นอย่างไร ด้วยวิธีการทางศาสนาอย่างไร
เขาจะอ้างเพียงคำสอน(บางส่วน) แต่วิธีการนั้นคิดขึ้นเอง ไม่มีในคำสอนโดย srman [17 ก.พ. 2548 , 00:31:13 น.] ( IP = 203.170.229.241 : : )
สลักธรรม 7ขึ้นชื่อว่า "ศาสนา" เบื้องต้นของคำสอนไม่ว่าศาสนาใด ต่างประนามความเห็นแก่ตัว และการเบียดเบียนผู้อื่น เพราะการกระทำดังกล่าวทำให้สังคมวุ่นวาย ไม่มีความสงบสุข สิ่งใดที่แสดงและนำไปสู่การเบียดเบียนไม่ชื่อว่าศาสนา เป็นเพียงลัทธิความเชื่อส่วนตน
กรรมและการให้ผลของกรรม เป็นหลักสากลคู่กับการมีชีวิต เหมือนกับความตาย ที่ทุกชีวิตต้องตาย จะนับถือศาสนาหรือไม่ จะเป็นชนชาติใด (ฝรั่ง แขก ไทย จีน ฯลฯ) จะเป็นคนป่าหรือคนเมือง ย่อมได้รับผลตามสมควรแก่การกระทำ(เจตนา) ไม่มีการยกเว้นว่าผู้ไม่รู้ ไม่ต้องรับผล จะกลายเป็นว่าคนที่ไม่อยากตาย ก็ไม่ต้องตาย เป็นต้น
พระพุทธศาสนาให้ความสำคัญกับการปลูกฝังความเห็นในเรื่องกรรมที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นในชีวิต(ทิฏฐุชุกรรม) ความเห็นที่ถูกต้อง เบื้องต้นแม้เพียงมี หิริ-โอตตัปปะ ก็สามารถเป็นเกราะป้องกันอันตรายของชีวิตได้ระดับหนึ่ง มีอานิสงส์มากมาย เช่น จะไม่เกิดเป็นคนป่า บ้าใบ้ อยู่ห่างไกลรัศมีพระธรรม คำว่าห่างไกลนั้น ไม่ได้หมายเพียงระยะทางเท่านั้น แต่รวมถึงโอกาสและความมีปัญญาในระดับที่จะสามารถขจัดความเศร้าหมองของชีวิตได้ด้วย ไม่ต้องจับพลัดจับผลูไปอยู่ในดินแดนที่มีแต่สงคราม มีแต่การเบียดเบียน มีแต่ความหวาดกลัว จนไม่มีเวลาว่างมาศึกษาหาความจริงของชีวิต
เมื่อต้องอยู่ในเหตุการณ์ หรือต้องคลุกคลีกับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ควรตั้งสติตนเองให้ได้ก่อน รับฟังคำรำพัน การระบายความทุกข์ยาก ด้วยอาการสงบ (ที่ไม่ใช่อาการเฉยเมย) สอบถามถึงสิ่งที่ผู้นั้นต้องการให้ช่วยเหลือ ถ้าทำได้ก็รีบทำ ถ้ายังทำไม่ได้ ก็พูดคุยให้สติ ให้กำลังใจ ถึงสิ่งดี ๆ ที่จะตามมาภายหลังเหตุการณ์ผ่านพ้นไป หรือพยายามย้ายความสนใจของคนนั้นไปเป็นอย่างอื่น
ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะขุดเหตุการณ์เลวร้ายที่ผ่านไปแล้ว ขึ้นมาย้ำแล้วย้ำอีก โทษโน่นทีโทษนี่ที ร่วมวงกับผู้ที่กำลังทุกข์อยู่แล้ว ให้ความทุกข์ทวีคูณขึ้นอีก สำหรับการสอนธรรมในขณะนี้ คิดว่าถ้าคาดว่าตนเองยังรู้ไม่จริงแล้ว นิ่งเสียดีกว่า
โดย srman [17 ก.พ. 2548 , 00:39:14 น.] ( IP = 203.170.229.241 : : )
สลักธรรม 8ขออนุโมทนาในคำตอบ
ของท่านสองท่านนะครับ
ดีมากเลยครับคำตอบที่เป็นประโยชน์นี้ครับโดย เทพธรรม [17 ก.พ. 2548 , 07:23:24 น.] ( IP = 61.90.118.200 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |