มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วิธีคิดแบบสืบสวนเหตุปัจจัย




ต้องการทราบหลักวิธีคิดแบบสืบสวนเหตุปัจจัย ของโยนิโสมนสิการ

โดย นักเรียน [17 ก.พ. 2548 , 11:24:34 น.] ( IP = 202.47.247.146 : : 192.168.1.3 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



สวัสดีค่ะคุณนักเรียน

เห็นคำถามแล้วอยากจะตอบนะคะ
แต่ไม่เข้าใจคำถามดีนัก ตรงคำว่า "สืบสวนเหตุปัจจัย"
เพราะคำว่าเหตุปัจจัย (ปัจจยาการ) นั้นเป็นหลักเหตุปัจจัยอยู่แล้ว เพียงแต่ศึกษาให้เข้าใจก็จะทราบถึงเหตุ และผลของธรรมะได้ โดยไม่ต้องไปสืบสวนอีก
เพราะขบวนการแห่งปัจจยาการนั้น เกิดขึ้นมาในโลกนั้ให้ศึกษาได้ ก็ด้วยพระสัพพัญญุตาญาณเท่านั้นนะคะ

โดย พี่ดา [17 ก.พ. 2548 , 13:42:48 น.] ( IP = 61.91.76.227 : : )


  สลักธรรม 2

ปัจจัยสูตร

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลายเราจักแสดงปฏิจจสมุปบาท และธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้นแก่พวกเธอ พวกเธอจงฟัง ธรรมนั้น จงใส่ใจให้ดีเถิด เราจักกล่าว ภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว ฯ

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ปฏิจจสมุปบาทเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชราและมรณะ พระตถาคตทั้งหลายเสด็จอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่เสด็จอุบัติขึ้นก็ตาม ธาตุอันนั้น คือ ธัมมฐิติ ๑ ธัมมนิยาม ๒ อิทัปปัจจัย ๓ ก็ยังดำรงอยู่ พระตถาคตย่อมตรัสรู้ ย่อมตรัสรู้ทั่วถึงซึ่งธาตุอันนั้น ครั้นแล้ว ย่อมตรัสบอก ทรงแสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนกกระทำให้ตื้น และตรัสว่า ท่านทั้งหลายจงดู ดังนี้

เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชราและมรณะ ... เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ ... เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ ... เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน ... เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา ...เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา ... เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ ...เพราะนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีสฬายตนะ ... เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป ... เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ ... เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร

พระตถาคตทั้งหลายเสด็จอุบัติขึ้นก็ตาม ไม่เสด็จอุบัติขึ้นก็ตาม ธาตุอันนั้นคือ ธัมมฐิติ ธัมมนิยาม อิทัปปัจจัย ก็ยังดำรงอยู่ พระตถาคตย่อมตรัสรู้ ย่อมตรัสรู้ทั่วถึงซึ่งธาตุอันนั้น ครั้นแล้วย่อมตรัสบอก ทรงแสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก กระทำให้ตื้น และตรัสว่า ท่านทั้งหลายจงดู ดังนี้ เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงมีสังขาร ภิกษุทั้งหลาย ความจริงแท้ ความไม่คลาดเคลื่อน ความไม่เป็นอย่างอื่น มูลเหตุอันแน่นอนในธาตุอันนั้น ดังพรรณนามาฉะนี้แล เราเรียกว่าปฏิจจสมุปบาท

โดย TaRa [18 ก.พ. 2548 , 17:04:31 น.] ( IP = 202.183.139.33 : : )


  สลักธรรม 3

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้นเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชราและมรณะเป็นของไม่เที่ยง อันปัจจัยประชุมแต่ง อาศัยกันเกิดขึ้น มีความสิ้นไป เสื่อมไป คลายไป ดับไปเป็นธรรมดา ชาติ ... ภพ ... อุปาทาน ...ตัณหา ... เวทนา ... ผัสสะ ... สฬายตนะ ... นามรูป ... วิญญาณ ... สังขาร ...อวิชชา เป็นของไม่เที่ยง อันปัจจัยประชุมแต่ง อาศัยกันเกิดขึ้น มีความสิ้นไป เสื่อมไป คลายไป ดับไปเป็นธรรมดา ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านี้เรียกว่า ธรรมอาศัยกันเกิดขึ้น ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดแล อริยสาวกเห็นด้วยดีซึ่งปฏิจจสมุปบาทนี้ และธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้นเหล่านี้ ด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงแล้ว

เมื่อนั้น อริยสาวกนั้นจักแล่นเข้าถึงที่สุดเบื้องต้นว่า ในอดีตกาลเราได้เป็นหรือหนอ ในอดีตกาลเราได้เป็นอะไรหนอ ในอดีตกาลเราได้เป็นอย่างไรหนอ ในอดีตกาลเราได้เป็นอะไร แล้วได้มาเป็นอะไรหนอ หรือว่าจักแล่นเข้าถึงที่สุดเบื้องปลายว่า ในอนาคตกาลเราจักเป็นหรือหนอ ในอนาคตกาลเราจักเป็นอะไรหนอ ในอนาคตกาลเราจักเป็นอย่างไรหนอ ในอนาคตกาลเราจักเป็นอะไร แล้วจึงจักเป็นอะไรหนอ หรือว่าจักยังมีความสงสัยในปัจจุบันกาลเป็นภายใน ณ บัดนี้ว่า เราเป็นอยู่หรือหนอ หรือไม่เป็นอยู่หนอ เราเป็นอะไรอยู่หนอ เราเป็นอย่างไรอยู่หนอ สัตว์นี้มาแต่ไหนหนอ เขาจักไปในที่ไหน ดังนี้

ข้อนี้ มิใช่ฐานะที่จะมีได้ เพราะเหตุไร เพราะว่าอริยสาวกเห็นด้วยดีแล้วซึ่งปฏิจจสมุปบาท และธรรมที่อาศัยกันเกิดขึ้นเหล่านี้ ด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริง ฯ

โดย TaRa [18 ก.พ. 2548 , 17:09:12 น.] ( IP = 202.183.139.33 : : )


  สลักธรรม 4

ชอบใจ.... คคห.ของคุณ TARA.....ขอเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย..
แนวเดียวกัน..พูดคนละวิธี..


วิธีคิดแบบปัจจยาการ..คือคิดถึงเหตุที่ทำให้เกิดผล
ว่าผลนี้..มาจากเหตุอะไร..พระท่านเรียกว่าปัจจัย....

ก็สาวหาสาเหตุไปเรื่อยๆ....สุดท้ายก็สรุปได้ว่า...
ผลที่กำลังพิจารณา...ก็จะเป็นเหตุให้เกิดสิ่งอื่นต่อไปอีก..

เมื่อเข้าใจแล้ว..ท่านก็สรุปสั้นๆว่า...

เมื่อสิ่งนี้มี..สิ่งนี้จึงมี
เมื่อสิ่งนี้ดับ...สิ่งนี้จึงดับ..

เรียกทางภาษาพระว่า...ปฎิจจสมุบาท...อทัปปัจจยตา....ปัจจยาการ...ฯลฯ..เรียกได้หลายอย่าง

เดิม...ใช้อธิบายเรื่องความเป็นไปของ...จิต เจตสิก รูป

ปัจจุบันเอาไปอธิบายเรื่องต่างๆ...โดยลืมความหมายเดิม


การศึกษาเรื่องนี้สำคัญที่สุด...เป็นการศึกษาคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จะเกิดความเชื่อว่า...ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดตามเหตุ...ไม่มีอะไรมาบันดาล
ทุกอย่างเป็นไปตามการกระทำของตนเอง...
ไม่ใช่การบันดาลของพระเจ้า..

ทำดี..ย่อมได้ดี...
ทำชั่ว...ย่อมได้ชั่ว...

อยากได้ผลดี...ต้องสร้างเหตุที่ดี

ทำกรรมอะไรแล้ว....กรรมนั้นย่อมมีผลตามมา

ผลที่จะเกิด..ไม่ใช่มาจากการอ้อนวอน..ต้องลงมือกระทำด้วยตนเอง


โดย ลุงเล็ก [26 ก.พ. 2548 , 10:59:44 น.] ( IP = 202.57.167.42 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org