มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วันมาฆบูชา




วันมาฆบูชา : วันประกาศหลักการและอุดมการณ์แห่งพุทธศาสนา


ในปีหนึ่งๆ นอกเหนือไปจากวันพระตามปกติแล้ว พุทธศาสนิกชนจะมีวันพระที่จัดเป็นวันสำคัญพิเศษอยู่อีก ๓ วันคือวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา ซึ่งทั้งสามวันนี้ได้มีผู้เปรียบเทียบว่า...

วันวิสาขบูชา อันเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ถือได้ว่าเป็น วันพระพุทธ

ส่วนวันอาสาฬหบูชา อันเป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนาครั้งแรก เป็น วันพระธรรม

และวันมาฆบูชา วันที่พระสงฆ์มาประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อรับฟังหลักการ อุดมการณ์ ตลอดจนวิธีปฏิบัติในการเผยแพร่พุทธศาสนาเป็น วันพระสงฆ์

ในที่นี้ กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จะขอกล่าวถึงเพียงวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญอันดับแรกของปีก่อน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ก.พ. 2548 , 08:24:25 น.] ( IP = 61.90.103.47 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

วันมาฆบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญ เดือนมาฆะคือเดือน ๓ หรือเดือน ๔ ในปีที่มีอธิกมาส เนื่องในโอกาสคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพุธที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

ในสมัยโบราณก่อนที่จะมีพุทธศาสนานั้น การบูชาในวันเพ็ญเดือนมาฆะเป็นพิธีดั้งเดิมของศาสนาพราหมณ์ เรียกว่า “ศิวาราตรี” คือ เป็นการทำพิธีลอยบาปในแม่น้ำคงคา และประกอบพิธีสักการบูชาพระเป็นเจ้าของพราหมณ์ ซึ่งเป็นพิธีใหญ่ในเทวสถานต่างๆ เมื่อพุทธศาสนาได้กำเนิดขึ้น พระภิกษุพุทธสาวกซึ่งมาจากวรรณะต่างๆ มีทั้งวรรณะกษัตริย์ วรรณะพราหมณ์ และวรรณะอื่นๆ แต่ส่วนใหญ่ก็เคยนับถือศาสนาพราหมณ์มาก่อนทั้งสิ้น เมื่อถึงวันเพ็ญมาฆบูชาได้เห็นพวกพราหมณ์ทำพิธีใหญ่ ซึ่งตนเคยทำมาก่อน ก็คงคิดว่าน่าจะทำอะไรทำนองนั้นบ้าง จึงได้พากันไปเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย และนี้เอง จึงได้ก่อให้เกิดเหตุที่ถือว่าอัศจรรย์ขึ้นในเวลาต่อมา

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ก.พ. 2548 , 08:27:51 น.] ( IP = 61.90.103.47 : : )


  สลักธรรม 2



กล่าวคือนับตั้งแต่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้เป็นเวลา ๙ เดือน (ตั้งแต่วันเพ็ญ เดือน ๖ ถึง วันเพ็ญเดือน ๓ ของอีกปี) และเริ่มออกสั่งสอนเป็นเวลา ๗ เดือน (สอนครั้งแรกคือไปโปรดปัญจวัคคีย์ เมื่อวันอาสาฬหบูชา คือวันเพ็ญเดือน ๘ ในปีเดียวกับที่ตรัสรู้ ) พระพุทธเจ้าได้ลูกศิษย์ คือพระภิกษุที่เป็นพระสาวกขณะนั้นกว่า ๑,๓๐๐ องค์ ซึ่งพระสาวกเหล่านี้ พระพุทธองค์ได้ทรงส่งออกไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ทรงค้นพบใหม่ไปยังเมืองต่างๆ ส่วนพระองค์ประทับอยู่ ณ วัดเวฬุวัน (ป่าไผ่) กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ ที่พระเจ้าพิมพิสารถวาย และถือเป็นวัดแห่งแรกในพุทธศาสนา

ปรากฏว่าพระสาวกที่เดินทางมาเฝ้าโดยมิได้นัดหมายกันนี้มีถึง ๑,๒๕๐ องค์ ซึ่งถือว่าเป็นเหตุอัศจรรย์ยิ่ง เพราะเหตุการณ์เช่นนี้ ตลอดพระชนมชีพของพระพุทธองค์มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ดังนั้น จึงได้กำหนดเรียกวันนี้ว่า “วันจาตุรงคสันนิบาต” คือวันประชุมใหญ่ครั้งแรกและเป็นครั้งพิเศษ ด้วยเป็นวันที่ประกอบด้วยองค์ ๔ คือ

๑.พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งเป็นพุทธสาวก จำนวน ๑,๒๕๐ องค์มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

๒. พระพุทสาวกเหล่านี้ล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือพระพุทธเจ้าทรงประทานอุปสมบทด้วยพระองค์เอง

๓.พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา ๖ ได้แก่ แสดงฤทธิ์ได้ ระลึกชาติได้ ตาทิพย์ หูทิพย์ กำหนดรู้ใจคนอื่นได้ และบรรลุอาสวักขยญาณคือญาณหยั่งรู้ธรรมที่เป็นที่สิ้นแห่งอาสวะหรือกิเลสทั้งหลาย และ

๔. วันนั้นเป็นวันเพ็ญ เดือนมาฆ พระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ ซึ่งเป็นเวลาที่ดีที่สุดคือ เป็นเวลากลางคืน อากาศไม่ร้อน ท้องฟ้าแจ่มใส

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ก.พ. 2548 , 08:30:38 น.] ( IP = 61.90.103.47 : : )


  สลักธรรม 3



ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงเห็นเป็นโอกาสเหมาะที่จะให้การมาครั้งนี้ของพุทธสาวกเป็นการประชุมพิเศษในการแสดงโอวาทปาติโมกข์เพื่อประกาศหลักการ อุดมการณ์และวิธีการปฏิบัติในการเผยแพร่พุทธศาสนาให้นำไปใช้ได้ในทุกสังคม ซึ่งเปรียบเสมือนธรรมนูญแห่งพุทธศาสนา ที่ชาวพุทธทั้งหลายจะได้ยึดถือเป็นแม่บทสำหรับประพฤติปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ และยังเป็นแม่บทในการเผยแพร่พระพุทธศาสนามาจนทุกวันนี้

โอวาทปาติโมกข์ที่ว่านี้ เป็นคนอย่างกับพระปาฏิโมกข์หรือศีล ๒๒๗ ข้ออันเป็นพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติ และพระภิกษุต้องลงโบสถ์ฟังทุกวันพระกึ่งเดือน ซึ่งโอวาทปาติโมกข์ที่พระบรมศาสดาแสดงในวันนั้น ถือเป็นหลักธรรมคำสอนที่สำคัญ หรือเป็น หัวใจของพระพุทธศาสนา เลยทีเดียว

หลักธรรมดังกล่าว แบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ
หลักธรรม ๓
อุดมการณ์ ๔
และวิธีการ ๖ อันได้แก่

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ก.พ. 2548 , 08:31:19 น.] ( IP = 61.90.103.47 : : )


  สลักธรรม 4



หลักการ ๓ ได้แก่

๑.การไม่ทำบาปทั้งปวง ไม่ว่าจะด้วยกาย วาจาและใจ

๒.การทำกุศลให้ถึงพร้อม ได้แก่ การทำความดีทุกอย่าง

๓.การทำจิตใจให้ผ่องใส ด้วยการละบาปทั้งปวง ถือศีลและบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อมด้วยการปฏิบัติสมถะและวิปัสสนา จนถึงขั้นบรรลุอรหันตผล อันเป็นความผ่องใสที่แท้จริง


อุดมการณ์ ๔ ได้แก่

๑. ความอดทน คือการอดกลั้น ไม่ทำบาปทั้งกาย วาจา ใจ

๒.ความไม่เบียดเบียน คือ การงดเว้นจากการทำร้าย รบกวนหรือเบียดเบียนผู้อื่น

๓. ความสงบ คือ ปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย วาจาและใจ

๔.นิพพาน คือ การดับทุกข์ที่เป็นเป้าหมายสูงสุดในพุทธศาสนา ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อดำเนินชีวิตตามมรรคมีองค์ ๘


วิธีการ ๖ ได้แก่

๑. ไม่ว่าร้าย คือ ไม่กล่าวให้ร้ายหรือโจมตีใคร

๒.ไม่ทำร้าย คือ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น

๓.สำรวมในปาติโมกข์ คือ ความเคารพระเบียบวินัย กติกา กฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของสังคม

๔.รู้จักประมาณ คือ รู้จักพอดี พอกินพออยู่

๕.อยู่ในสถานที่ที่สงัด คือ อยู่ในสถานที่ที่สงบและมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม

๖.ฝึกหัดจิตใจให้สงบ คือการฝึกจิต หมั่นทำสมาธิภาวนา

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ก.พ. 2548 , 08:33:14 น.] ( IP = 61.90.103.47 : : )


  สลักธรรม 5




สำหรับหลักการ ๓ ที่กล่าวข้างต้น ถือได้ว่าเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา เป็นการสอนหลักในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องแก่พุทธศาสนิกชน ส่วนอุดมการณ์ ๔ และวิธีการ ๖ นั้น อาจจะเรียกได้ว่าเป็นหลักครูหรือหลักของผู้สอนคือวิธีการที่จะนำไปปรับปรุงตัวให้เป็นกัลยาณมิตรทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ซึ่งผู้ใดปฏิบัติได้นอกจากจะเป็นแบบอย่างที่ดีแล้ว ยังจะช่วยเผยแพร่พระศาสนาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย


ในโอกาสที่วันมาฆบูชาได้เวียนมาอีกครั้งหนึ่ง นอกเหนือไปจากการทำบุญ ตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรมตามควรแล้ว สวช. กระทรวงวัฒนธรรมขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนได้ศึกษาและน้อมนำหลักธรรมของพระพุทธองค์ไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวันด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง ครอบครัว และความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนาสืบไป


สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [21 ก.พ. 2548 , 08:35:03 น.] ( IP = 61.90.103.47 : : )


  สลักธรรม 6

เยื้องพระบาทยาตรามามคธ
ความยิ่งใหญ่ปรากฏหลายสถาน
โปรดสาวกบรรลุปัญญาญาณ
ประดิษฐานขบวนธรรมนำเภรี


อัศจรรย์วันนี้ที่ยิ่งใหญ่
จตุนัยสำคัญวันสักขี
จันทร์เสวยฤกษ์มาฆะบูรณมี
ประชุมสงฆ์ทรงศรีอภิญญา


เพ็ญเดือนสามความหมายในโอวาท
ทรงประกาศหัวใจพระศาสนา
เป็นหลักธรรมนำสู่ปฏิบัติบูชา
แก้ปัญหาชีวิตพ้นพิษภัย


หลักการสามความนำคำโอวาท
ไม่ล่วงชาติบาปธรรมนำจิตใส
ทวารสามถึงพร้อมกุศลมัย
ผุดผ่องใจไร้นิวรณ์ถอนอวิชชา


อุดมการณ์สี่อย่างสร้างความแกร่ง
ตบะแรงอดทนพ้นโทสา
เว้นเบียดเบียนทำร้ายล่วงกายา
สงบตน..ค้นคว้าหานิพพาน


วิธีการหกอย่างสร้างสุจริต
ทุกชีวิตเว้นกล่าวร้ายเบียดประหาร
สำรวมในปาฏิโมกข์รู้ประมาณ
สงัดในสถานและฝึกใจ


ด้วยโอวาทประกาศก้องเป็นคลองวัตร
ธงแห่งธรรมระบัดปลิวไสว
มาฆะฤกษ์เบิกหล้าสู่เวไนย
รับหัวใจแห่งธรรมนำสุขจริง

โดย พี่ดอกแก้ว [21 ก.พ. 2548 , 19:03:45 น.] ( IP = 61.91.201.148 : : )


  สลักธรรม 7

ข้าพเจ้าเป็นคนปุถุชนคนธรรมดา รู้สึกดีที่ได้อ่านบทความที่มีความหมายลึกซึ้ง เข้าถึงใจอันเกือบเต็มไปด้วยปัญหา (มีความสุขส่วนน้อย)อ่านแล้วสะกิดใจให้คิดตาม

โดย badgirl [21 ก.พ. 2548 , 21:24:12 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.51.103 )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณค่ะพี่เณร

โดย น้องกิ๊ฟ [21 ก.พ. 2548 , 22:34:21 น.] ( IP = 203.172.117.1 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณพี่เณรขอรับกระผม

โดย ซาโย [22 ก.พ. 2548 , 21:47:18 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.9.2.218 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org