มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผ่านเมฆ มองจันทร์ (๖)





ผ่านเมฆ มองจันทร์ …ตอนที่ ๖
ต่อจากกระทู้ที่ 6724




วันหนึ่ง…ขณะที่กำลังปฏิบัติอยู่นั้น เธอนั่งมองไปยังกลุ่มเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ 4-5 คนที่กำลังเล่นกันอยู่ เสียงพ่อถามมาว่า

“สิตางศุ์…ทำอะไรอยู่หรือเปล่า ลูก”

“กำลังปฏิบัติอยู่ค่ะ” ตอนนั้นเธอคิดว่า กำลังกำหนด นามเห็นพวกเขาเล่นกันอยู่

“เอ้า…ถ้างั้นลูกก็หยุดปฏิบัติก่อน มานั่งตรงนี้ แล้วตั้งใจฟังให้ดีนะ

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.พ. 2548 , 21:18:18 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.38.10 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


…การที่ผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานต้องเข้าใจภูมิของวิปัสสนาให้ดีก่อนเข้าปฏิบัติ เพราะรูปนามนี้จะต้องเป็นวัตถุที่ถูกพิจารณา คือ ถูกเพ่ง หรืออาจเรียกว่าถูกกำหนด เพื่อให้ปัญญาพบความจริง

ประการสำคัญรูปนามที่เป็นตัวถูกกำหนดนั้น ต้องเป็น รูปนามที่ปรากฏอยู่ที่ตัวเราเอง จะไปเอารูปนามที่ผู้อื่นหรือสิ่งอื่นไม่ได้

…ตอนนี้ พ่อขอถามลูกว่าขณะนี้มีคนถูกยุงกัดไหม”
“มีค่ะ”


“ใช่มี คนถูกยุงกัดมีเต็มไปหมด เพราะยุงมีอยู่มากมาย ดังนั้นการกัดย่อมต้องมีอยู่ คนที่ถูกยุงกัดก็มีอยู่ สภาพที่มีอยู่ทั่วไปนี้เรียกว่าเป็น ปัจจุบันธรรม ถึงไม่เกิดขึ้นที่เรา สิ่งเหล่านั้นก็มีอยู่ เป็นปัจจุบันธรรมที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่ถ้าเมื่อใดที่เราถูกยุงกัด ความรับรู้สึกที่ถูกยุงกัดย่อมเป็น ปัจจุบันอารมณ์ ซึ่งจะก่อให้เกิดความพอใจ ไม่พอใจได้ หากผู้ปฏิบัตินั้นขาดโยนิโสมนสิการ

แล้วการปฏิบัติวิปัสสนานี้ก็เป็นไปเพื่อทำลายอภิชฌา และโทมนัส คือความพอใจ ไม่พอใจ และเป็นการทำลายกิเลสเพื่อที่เราจะไม่ต้องเกิด
….เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะไปกำหนดรูปนามที่คนอื่นได้ไหม”
“คงไม่ได้ค่ะ”

“เพราะฉะนั้น เราจึงต้องกำหนดรูปนามที่เป็นปัจจุบันอารมณ์ ของเราเอง อย่างคราวก่อนโน้นที่ลูกบอกว่าตอนเดินอยู่นั้น ลูกลืมกำหนด ถามว่าตอนนึกได้นั้น มีรูปเดินอยู่ไหม”

“ไม่มีค่ะ เพราะตอนนั้นมีรูปนั่งอยู่….”

“นั่นซิ …รูปเดินเป็นอดีตอารมณ์ไปแล้ว แต่ขณะนั้นรูปนั่งเป็นปัจจุบันอารมณ์ ลูกก็ต้องกำหนดรูปนั่งไป
แล้วคราวนี้อารมณ์อะไรเข้ามาก็กำหนดอารมณ์ที่เป็นปัจจุบันนั้น เช่นตอนระลึกได้ว่า ตายจริงตอนเปลี่ยนมานั่งนี้ลืมกำหนด ตอนนึกได้นี่ก็เป็นปัจจุบันอารมณ์ในขณะนั้นแล้ว ลูกก็ระลึกรู้สึกให้ทันในนามรู้ หรือนามฟุ้งอันนั้น เพราะมันฟุ้งไปในเรื่องอดีตที่ผ่านไปแล้ว กำหนดเสร็จก็กลับมาที่รูปนั่งที่เป็นปัจจุบันต่อไป

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.พ. 2548 , 21:20:46 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.38.10 )


  สลักธรรม 2


แล้วตอนที่ปฏิบัตินั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะจะต้องมีควบคู่กับการปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา ก็คือ การสำรวมอินทรีย์
หากไม่สำรวมแล้วจะเป็นการเปิดช่องทางให้กิเลสเข้าได้ง่ายๆ และการสำรวมนี้เองจะเป็นปัจจัยทำให้เกิดสติระลึกรู้สึกตัวในอาการของรูปนามที่เป็นปัจจุบันได้ง่ายอีกด้วย

….อย่างเมื่อครู่นี้ ลูกนั่งปฏิบัติอยู่ พ่อเห็นลูกมองไปที่เพื่อนๆ ซึ่งกำลังเล่นสนุกอยู่ ตอนนั้นลูกกำหนดอะไร”

“ก็กำหนด นามเห็นซิคะ พ่อขา ก็หนูเห็นเขากำลังเล่นกันอยู่นี่คะ”
“แล้วหนูรู้หรือเปล่าว่าเขาเล่นอะไรกัน”
“ทราบค่ะ เขาเล่นมอญซ่อนผ้ากันค่ะ”

“เห็นไหม..ตอนนั้นไม่ใช่หนูเห็นแล้ว แต่หนูรู้ไปแล้ว เมื่อรู้ สัญญาคือความจำได้ในอดีต จำไปถึงชื่อต่างๆ เรื่องราวต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นบัญญัติทั้งสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว อารมณ์วิปัสสนาที่เป็นปรมัตถ์จะเกิดขึ้นได้หรือเปล่าล่ะ”
“เอ้อ……ไม่ได้ค่ะ”

“แสดงว่าตอนนั้นหนูตกไปจากวิปัสสนาแล้ว…
นี่ไงเขาถึงบอกว่า ผู้ปฏิบัติจะต้องสำรวมอินทรีย์ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ …มิฉะนั้นแล้วกิเลสก็เข้ามาได้โดยง่ายดาย

สมมุติว่าหนูกำลังปฏิบัติอยู่ แล้วเดินผ่านต้นกุหลาบที่กำลังชูดอกสวยอยู่ หนูสมควรเข้าไปดมหรือไม่”
“ไม่สมควรค่ะ”
“นี่แหละ ..จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดข้อห้ามในการปฏิบัติวิปัสสนา…ที่ว่า
ห้ามทำสิ่งใดๆ โดยไม่จำเป็น

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.พ. 2548 , 21:22:35 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.38.10 )


  สลักธรรม 3


อย่าว่าแต่การเดินไปดมดอกกุหลาบเลย …แม้กระทั่งการเดิน ยืน นั่ง นอน เขาก็มีกฏห้าม
….คือ ห้ามเดิน ห้ามยืน ห้ามนั่ง ห้ามนอน โดยไม่จำเป็น

ในเมื่อมีข้อห้ามอย่างนี้แล้ว หนูจะทำอย่างไรล่ะ”
“ก็ทำตอนที่จำเป็นซิคะ พ่อขา”

“แล้วตอนที่จำเป็นของหนูน่ะ ตอนไหนล่ะ”
“ก็ตอนที่หนูเมื่อยแล้วทุกข์เกิดขึ้นไงคะ”

“อ้าว….แล้วถ้าหนูไม่เมื่อย หนูเปลี่ยนไม่ได้หรือไง”
“……..”

“นี่ไง…ผู้ปฏิบัติบางคนถึงนั่งนานไม่กระดุกกระดิกจนผิดปกติ พอพ่อเข้าไปถาม เขาก็บอกว่าทุกข์ยังไม่เกิดขึ้น ยังเห็นทุกข์ไม่ชัด จึงยังเปลี่ยนไม่ได้
ทั้งๆ ที่ตอนไม่เข้าปฏิบัติ เขาก็ไม่ได้นั่งนานถึงขนาดนั้น
….นี่ อย่างนี้ก็ถือว่าทำผิดไปจากการปฏิบัติวิปัสสนา เพราะ การปฏิบัติวิปัสสนานี้ต้องไม่ทำอิริยาบถให้ผิดปกติ คือผิดไปจากปกติที่เคยทำมา ซึ่งเป็นข้อห้ามอย่างหนึ่ง
ถ้าผู้ปฏิบัติยังขืนทำไปก็เท่ากับว่าทำตามตัณหา เพราะนอกจากคิดว่ากำลังทำกรรมฐานแล้ว ยังมีความต้องการแอบแฝงอยู่ด้วย ซึ่งล้วนเป็นข้อห้ามทั้งสิ้น

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.พ. 2548 , 21:24:06 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.38.10 )


  สลักธรรม 4


ดังนั้นผู้ที่จะปฏิบัติวิปัสสนาจะต้องรู้ก่อนว่าอะไรเป็นข้อห้าม
…อย่างเช่น
……. ห้ามทำสิ่งใดๆ โดยไม่จำเป็น
……… ห้ามทำความรู้สึกว่ากำลังทำกรรมฐาน ขณะนี้กำลังนั่งกรรมฐานอยู่ หรือเดินกรรมฐานอยู่
……. ห้ามมีความต้องการ เช่นต้องการเห็นทุกข์ เพียงแต่คอยสังเกตว่ามีอะไรเกิดขึ้น พอทุกข์เกิดขึ้นก็กำหนดรู้ แล้วแก้ไข ผู้ปฏิบัติมีหน้าที่เพียงแค่นี้

..…ประการสำคัญ ทุกข์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นการปวดเมื่อยเท่านั้น
อย่างเวลาหนูนั่งแล้วมีแมลงหวี่มาบินวนอยู่ตรงหน้า หรือมียุงหลายๆตัวมากัด แล้วหนูยังจะนั่งตรงนั้นต่อไปอีกไหม”
“ไม่ค่ะ”

“ใช่หนูก็ต้องลุกหนี …แล้วที่ลุกไปนั้นเกิดจากการเมื่อย ใช่หรือไม่”
“ไม่ใช่ค่ะ”

“แล้วเกิดจากอะไรล่ะ”
“ก็ถ้ามีแมลงหวี่มาบินวน ..หนูก็รำคาญ หรือถ้ามียุงมากัดมากๆ หนูก็คันซิคะ”

“นี่ล่ะ …ไม่ว่าจะเป็นการรำคาญ หรือคัน ที่หนูพูดมานั้น เขาเรียกว่า ความไม่สะดวก คือ เกิดอาการไม่สะดวกต่อการปฏิบัติแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วหนูยังคิดว่าการเปลี่ยนอิริยาบถนี้จะต้องมาจากทุกข์ที่เกิดความปวดเมื่อยเท่านั้นได้หรือไม่”
“ไม่ได้ค่ะ”

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.พ. 2548 , 21:25:50 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.38.10 )


  สลักธรรม 5


“ดังนั้นการที่ผู้ปฏิบัติจะเปลี่ยนอิริยาบถได้ จะต้องมีเหตุใดเหตุหนึ่งใน 2 เหตุที่เกิดขึ้น
ตอนนี้หนูทราบหรือยังลูกว่า 2 เหตุ ที่ผู้ปฏิบัติจำต้องเปลี่ยนอิริยาบถนี้มีอะไรบ้าง”
“ ทราบแล้วค่ะ คือว่า… ผู้ปฏิบัติจะเปลี่ยนอิริยาบถได้ ก็ต่อเมื่อมีเหตุ 2 ประการ คือ เปลี่ยนเพราะมีทุกข์ หรือไม่ก็เปลี่ยนเพราะความไม่สะดวก”

“ถูกต้องลูก…เพราะขณะที่ผู้ปฏิบัติอยู่ในอิริยาบถใดอิริยาบถหนึ่ง แล้วมีความปวดเมื่อยเกิดขึ้น ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้อิริยาบถอื่น
แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องทนจนไม่ไหวแล้วจึงเปลี่ยนนะ การใส่ใจในทุกข์ที่เกิดจากความปวดเมื่อยเช่นนี้ถือว่าเป็นการโยนิโสมนสิการถึงทุกข์ และ ทุกข์นั่นเองที่เป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยน

แต่ในบางขณะเมื่อนั่งปฏิบัติอยู่จิตก็ฟุ้งไปในอดีตบ้างอนาคตบ้าง เป็นอารมณ์ที่มีกำลังแรงต่อเนื่อง
…..หรือจะเป็นการง่วงก็ดี สติไม่สามารถระลึกอยู่กับอารมณ์ที่มีรูปนั่งในขณะนั้นได้
…..หรือมีมดมาไต่ แมลงพิษบางอย่างเข้ามา
ผู้ปฏิบัติจำเป็นต้องเปลี่ยนอิริยาบถ เช่นนี้ก็ชื่อว่าโยนิโสมนสิการถึงความไม่สะดวกแล้วจึงเปลี่ยน

ดังนั้นการเปลี่ยนอิริยาบถจะเพราะทุกข์ก็ดี เพราะความไม่สะดวกก็ดี ต้องมีโยนิโสมนสิการเหมือนกัน

ถึงบางครั้งผู้ปฏิบัติจะเผลอเปลี่ยนไปเพราะความเคยชิน ก็ไม่เป็นไร แล้วก็แล้วไป ก็คอยสังเกตใหม่ เพราะอิริยาบถและอารมณ์นี้มีอยู่ตลอดเวลา

มาถึงตอนนี้หนูคิดว่า …สิ่งที่พ่อพูดมานี้ยากเกินกว่าที่หนูจะปฏิบัติได้ ไหมลูก”
“ไม่ยากค่ะพ่อ หนูเข้าใจที่พ่อสอน และหนูคิดว่าหนูคงจะทำได้”
………

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.พ. 2548 , 21:27:39 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.38.10 )


  สลักธรรม 6


ความคิดคำนึงทั้งมวลหมดลงด้วยอารมณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกปวดร้าวขาขวาอันเนื่องมาจากท่าที่ยืนมานาน
แต่เป็นเพราะด้วยความสันทัดจากการปฏิบัติที่ได้ฝึกฝนมา จึงทำให้ทันทีที่เธอใส่ใจในความรู้สึกปวด(ทุกข์) ที่เกิดขึ้น

ความรู้ว่าเป็น “นาม”(ปวด) จากรูปยืนที่เป็นฐานอยู่ขณะนั้นก็เกิดขึ้นทันทีโดยไม่ตั้งใจที่จะกำหนด

สิตางศุ์จึงขยับตัวเพื่อเปลี่ยนท่า แต่ก็รู้ว่าไม่สามารถที่จะยืนต่อไปได้อีกแล้ว เธอจึงใช้วอล์คเกอร์ค่อยๆพยุงตัวเองเดินไปนั่งที่เก้าอี้ผ้าใบ

ทันทีที่นั่งลงความรู้สึกก็เด่นชัดในอาการท่าทางที่นั่ง พร้อมกับความรู้ที่ประกาศออกมาว่าเป็น”รูป”(นั่ง) ก็เกิดขึ้นทันที

…แต่เป็นเพราะไม่สามารถที่จะอยู่ในท่านั่งได้นาน เธอจึงต้องเปลี่ยนอิริยาบถมาเป็นครึ่งนั่งครึ่งนอน

…ภาพพระจันทร์ทรงกลดที่เด่นชัดกลางท้องฟ้าในเวลานี้ไร้เมฆมาปกคลุม ทำให้เธออดที่จะคิดถึงพ่อไม่ได้ การกระทำของพ่อหลายๆ อย่างทำให้เธอรู้สึกมีความผูกพันกับพระจันทร์

ตั้งแต่เล็ก..ยามใดที่เธอทำผิด พ่อจะพูดสั้นๆ ว่า
“ สิตางศุ์ แปลว่า พระจันทร์ พ่อตั้งใจตั้งชื่อนี้ให้ลูกเพราะคิดว่าพระจันทร์เป็นของสูงส่ง …”

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.พ. 2548 , 21:29:31 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.38.10 )


  สลักธรรม 7


และทุกวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา …
หลังกลับจากเวียนเทียนที่วัดใกล้ๆ บ้านแล้ว พ่อจะชักชวนทุกคนในบ้านให้มานอนมองพระจันทร์กันที่นอกชาน
พร้อมๆ กับการพาทุกคนย้อนกลับคืนสู่อดีตในสมัยพุทธกาลด้วยการเล่าพระพุทธประวัติให้ฟัง

โดยทุกครั้งท่านจะเกริ่นนำด้วยข้อความที่ว่า
…พระจันทร์ดวงนี้ที่ลูกเห็น เมื่อประมาณ 2500 ปีที่แล้ว สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง ….

พ่อจะเน้นเสียง พร้อมให้น้ำหนักในคำพูดเพื่อให้รู้สึกว่า ไม่ว่าจะเป็นครั้งนั้นหรือครั้งนี้ ….พระจันทร์ก็คือดวงเดียวกัน
ทำให้ทุกคนที่ได้รับฟังเกิดความรู้สึกว่า … สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นอยู่ไม่ไกลจากเราเท่าไรนัก

…..เธอเองก็ไม่เคยคาดคิดเลยว่า การฟังในแต่ละครั้ง พร้อมการมองภาพ พระจันทร์เต็มดวงที่ปรากฏบนท้องฟ้าเบื้องบน จะมีอิทธิพลต่อการกำหนดเส้นทางชีวิตของเธอให้เดินไปตามรอยทางของพ่ออย่างมั่นใจ

“เอ้า…ใครบอกพ่อได้ว่า วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่มีพระจันทร์เต็มดวงนั้น มีวันอะไรบ้าง”
เสียงเซ็งแซ่ที่ลูกๆ แย่งกันตอบ…แล้วพ่อก็ไล่ถามที่ละคนว่าชอบวันใดมากที่สุด

คำตอบพร้อมเหตุผลที่สิตางศุ์ให้กับพ่อก็คือ

“หนูชอบวันมาฆบูชามากที่สุด หนูคิดว่าเป็นเพราะวันนี้ พวกเราถึงได้รับคำสอน
ถ้าวันนั้นไม่มีพระอรหันต์ ๑๒๕๐ รูปมาประชุมพร้อมกันเพื่อรับหลักการที่เป็นไปในแนวทางเดียวกัน และช่วยกันออกไปเผยแผ่แล้วละก็ พวกเราคงไม่รู้ว่าพระพุทธเจ้าทรงสั่งให้เราปฏิบัติอย่างไร แล้วการปฏิบัติก็คงไปกันคนละทิศละทาง
แต่นี่เป็นเพราะท่านเหล่านั้น…หลักของโอวาทปาฏิโมกข์จึงมีมาให้เป็นแนวทางปฏิบัติได้จนถึงทุกวันนี้”

“อือ ตอบได้ดีนี่เรา”

โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.พ. 2548 , 21:31:17 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.38.10 )


  สลักธรรม 8


และ ต่อหน้า พระจันทร์ดวงเดียวกันนี้ แหละ ณ สถานที่ปฏิบัติวิปัสสนา คืนวันหนึ่ง พ่อได้ตั้งคำถามกับเธอว่า

“สิตางศุ์ …ที่ลูกตั้งใจปฏิบัติทุกวันนี้ ลูกมีเป้าหมายอะไรหรือเปล่า”
ตอนนั้น..เข้าใจว่าพ่อคงต้องการให้เธอตอบว่า ปรารถนาความพ้นทุกข์

แต่คำตอบของเธอไม่เป็นเช่นนั้น …

และคงเป็นเพราะคำพูดที่ถูกกลั่นกรองออกมาจากส่วนลึกของหัวใจของเธอก็อาจเป็นได้
จึงทำให้ทันทีที่ได้รับฟังพ่อถึงกับน้ำตาคลอ
เธอบอกพ่อว่า….


โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย วยุรี (วยุรี) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.พ. 2548 , 21:33:27 น.] ( IP = 203.150.217.116 : : 203.113.38.10 )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณมากนะครับคุณวยุรี ที่ได้นำความรู้ที่มีประสิทธิภาพมาให้อ่าน และได้อ่านในช่วงวันมาฆะบูชาด้วยครับ ดีจังกุศลจิตที่มีศรัทธาอยู่เป็นทุนได้ทำให้ปิติโสมนัสในเรื่องราวตลอดเลยครับผม

โดย พี่เณร [24 ก.พ. 2548 , 08:04:58 น.] ( IP = 61.90.118.234 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบพระคุณค่ะพี่วยุรี แต่แหม..ทิ้งท้ายไว้เหมือนกับว่ากำลังจะได้ทานอาหารอร่อยๆ แต่อาหารยังต้องสุกก่อน สิตางค์บอกพ่อว่าอะไรน้อ ...ยังไงสิ่งที่ได้อ่านแนวทางการปฏิบัติได้ให้คำตอบตนเองหลายๆครั้ง ที่เผลอพลาดสติบ้าง หรือ หาเหตุผลในการเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง การดูทุกข์บางทีก็แฝงๆไปด้วยความตั้งใจดูมากไป จนบอกตนเองไม่ได้ว่ามันผิดปกติหรือไม่ และบางครั้งการให้เหตุผลว่าเปลี่ยนเพราะไม่สะดวกนั้น เหตุผลนั้นใช่หรือไม่ จิตถามจิตตนยังไม่ทันกันเลย

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [24 ก.พ. 2548 , 10:26:57 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : 10.6.129.65 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org