มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระพุทธเจ้า...ของเรา




พระตถาคต

เป็นคำที่พระพุทธเจ้าทรงใช้เป็นสรรพนามเรียกพระองค์เอง คำนี้มีความหมายแท้จริงว่ากระไรไม่มีใครทราบ แต่นิยมแปลกันว่า “พระผู้ไปแล้วอย่างนั้น”

โดยการแยกศัพท์คำตถาคต ว่าประกอบด้วย ตถา กับ คต
ตถา แปลว่า อย่างนั้น ดังนั้น ฉันนั้น
ส่วน คต แปลว่า ไปแล้ว ตถาคต หมายความว่า ผู้ไปแล้วอย่างนั้น

อาจสันนิษฐานว่า หมายถึง ผู้ที่กำลังดำเนินไปสู่แดนแห่งพระนิพพาน เนื่องจากได้กำจัดอาสวะกิเลสในสันดานหมดสิ้นไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม คำว่า ตถาคต อาจจะแยกศัพท์ว่า ตถา แปลว่า อย่างนั้น ดังนั้น ฉันนั้น กับอาคต แปลว่า มาแล้ว ก็ได้ พระผู้มาแล้วอย่างนั้น หมายถึง พระผู้มาเพื่อชี้ทางไปสู่ทางที่ถูกต้อง คือ พระนิพพาน ภาษาจีนแปลคำ ตถาคต ว่า ยูหลาย ซึ่งตามรูปศัพท์ ก็แปลว่า ผู้มาแล้วอย่างนั้น คนไทยรู้จักพระยูหลาย ในสำเนียงว่า พระยูไล ว่าเป็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งในพระพุทธศาสนานิกายมหายาน


พระทศพล

คำว่า ทศพล มาจากภาษาสันสกฤต ๒ คำ คือ ทศ แปลว่า ๑๐ กับ คำว่า พล แปลว่า กำลัง กำลังทัพ ทศพล แปลรวมกันว่า ผู้มีกำลังเหนือกว่าผู้อื่น ๑๐ เท่า

พระนาม ทศพล เป็นการเปรียบเทียบอำนาจธรรมะของพระพุทธองค์ว่า มีอานุภาพยิ่งใหญ่ เหนืออำนาจของนักรบถึง ๑๐ เท่า หรือ มีอานุภาพเทียบเท่ากำลังพลถึง ๑๐ กองพล

สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงชนะได้คือ กิเลส ทั้ง ราคะ โทสะ โมหะ ซึ่งเป็นสิ่งที่เอาชนะได้ยากยิ่ง นอกจากนี้ พระพุทธเจ้ายังสามารถเอาชนะความเย้ายวนต่อความสุขทางโลก ซึ่งเป็นความสุขที่ไม่จีรังได้

ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ ได้ทรงต่อสู้กับกิเลสและความเย้ายวนต่อความสุขทางโลก ซึ่งปรากฏในรูปของทัพพระยามารและธิดาทั้งสาม พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะทัพพระยามารและธิดาทั้งสามได้ด้วยกำลังบารมี ๑๐ ซึ่งเปรียบได้กับกำลังพลถึง ๑๐ กองพล การเอาชนะพระยามารได้หมายถึง การเอาชนะกิเลสของพระองค์เองได้อย่างเด็ดขาดนั่นเอง

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 มี.ค. 2548 , 14:54:57 น.] ( IP = 61.91.76.209 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

โลกนาถ


มาจากคำภาษาบาลี-สันสกฤต ๒ คำ คือ
โลก แปลว่า โลก สัตว์โลก ชาวโลก
กับคำว่า นาถ แปลว่า ที่พึ่ง
รวมโลกนาถ แปลว่า ผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์โลกหรือชาวโลก

ในภาษาสันสกฤต โลกนาถ ใช้หมายถึงพระผู้เป็นเจ้าทั้งสามของฮินดู คือ พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ แต่ที่ใช้ในความหมายทั่วไปหมายถึง พระเจ้าแผ่นดิน

โลกนาถเป็นสมญานามหนึ่งของพระพุทธเจ้า เหตุที่ทรงได้รับสมญานามนี้ เพราะพระองค์ได้ตรัสรู้ธรรมะอันล้ำเลิศในเรื่องอริยสัจ ๔ และปฎิจสมุปบาท ซึ่งเป็นความรู้ที่ใช้ในการกำจัดอาสวะกิเลสให้หมดสิ้นไปจากจิตใจ แล้วทรงนำธรรมะที่พระองค์ตรัสรู้แล้วนี้มาสั่งสอนแก่ชาวโลกผู้มีดวงปัญญาสามารถสั่งสอนได้ ให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมแห่งสังสารวัฏ

ตามความเชื่อในพระพุทธศาสนา บ่วงกรรมแห่งสังสารวัฏคือ การเวียนว่ายตายเกิด สัตว์โลกต้องเกิดตามกรรม ถ้ายังมีกิเลสอยู่ก็ต้องตายแล้วเกิดใหม่ เกิดแล้วตายใหม่ หมุนเวียนอยู่อย่างนี้ พระองค์ทรงอุทิศเวลาตลอดพระชนมชีพหลังจากที่ตรัสรู้ธรรมะแล้วสั่งสอนชาวโลกและเทวดา เพื่อให้พ้นจากบ่วงกรรมนี้ จึงได้รับสมญาว่า โลกนาถ คือ พระผู้เป็นที่พึ่งของสัตว์โลกทั้งมวล

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 มี.ค. 2548 , 15:12:00 น.] ( IP = 61.91.76.209 : : )


  สลักธรรม 2

พระชินสีห์

มาจากคำภาษาบาลีว่า ชิน แปลว่า ผู้ชนะ กับคำว่า สีห แปลว่า ราชสีห์ หรือสิงโต ชินสีห์ จึงแปลว่า ราชสีห์ผู้ชนะ ราชสีห์เป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ มีพละกำลังมาก มีท่วงท่าสง่างาม เป็นที่เกรงขามของสัตว์ทั่วไป จึงได้รับการยอมรับให้เป็นเจ้าแห่งสัตว์บกทั้งหลาย การที่พุทธศาสนิกชนใช้คำว่า สีห มาเป็นพระนามพระพุทธเจ้า ก็เพราะเปรียบกำลังแห่งพระปัญญา อำนาจแห่งธรรมอันบริสุทธิ์ลึกซึ้ง และความเป็นใหญ่กว่าบุคคลอื่นของพระพุทธเจ้า กับ กำลังอำนาจและความเป็นใหญ่ของราชสีห์ พระพุทธเจ้าเหนือกว่าราชสีห์เพราะทรงใช้อำนาจแห่งธรรมะเอาชนะกิเลสทั้งหมดได้ ในขณะที่ราชสีห์ใช้กำลังทางกายเบียดเบียนสัตว์อื่นๆ ที่อ่อนแอกว่า


พระชินวร

คำว่าชินวร มาจากคำภาษาบาลีสันสกฤตว่า ชิน กับ วร
ชิน แปลว่า ผู้ชนะ ในวรรณคดีพุทธศาสนา หมายถึงพระพุทธเจ้า
คำว่า วร เมื่อใช้เป็นคำขยายนามจะแปลว่า เลิศ ประเสริฐ
คำว่า ชินวร อาจแปลว่า บุคคลผู้ประเสริฐซึ่งเป็นผู้ชนะ บุคคลผู้ประเสริฐเพราะสามารถเอาชนะกิเลสและความเย้ายวนต่างๆ ทางโลกได้อย่างเด็ดขาด
คำว่า ชินวร จึงมีความหมายคล้ายกับคำว่า ชินราชา และชินสีห์ คำว่า ชินวร แม้จะประกอบขึ้นจากรูปศัพท์ภาษาบาลี สันสกฤต แต่คำว่า ชินวร ไม่ปรากฏใช้ในวรรณคดีพุทธศาสนาที่เป็นภาษาบาลีหรือสันสกฤตเลย หากปรากฏเป็นศัพท์ทางวรรณคดีไทยหรือใช้เป็นชื่อพระพุทธรูป ชื่อพระภิกษุ เป็นต้น

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 มี.ค. 2548 , 15:23:35 น.] ( IP = 61.91.76.209 : : )


  สลักธรรม 3

ชินราชา หรือ ชินราช

แปลว่า ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ผู้ชนะ หรือ ราชาแห่งวีรบุรุษ เป็นคำที่พบในวรรณคดีพุทธศาสนาของไทย เช่น ปฐมสมโพธิกถา การที่กวีไทยถวายพระสมัญญานามแด่พระพุทธเจ้าว่า ชินราชา ก็เพื่อเปรียบเทียบชัยชนะของพระพุทธเจ้าที่มีเหนืออาสวะกิเลส ว่ามีความยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะของวีรบุรุษผู้ชำนาญการรบจนมีชัยเหนือศัตรู เพราะชัยชนะของวีรบุรุษเป็นชัยชนะที่เกิดจากการประหัตประหาร ทำลายศัตรูเพื่อความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและเพื่อความยิ่งใหญ่ทางการเมืองของตน
แต่ชัยชนะของพระพุทธเจ้าเป็นชัยชนะที่มีเหนือศัตรูร้าย คือ ความโลภ โกรธ หลง ของพระองค์เอง เป็นชัยชนะเหนือจิตใจของพระองค์เอง เป็นชัยชนะที่มิได้มาจากความพินาศหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ชัยชนะของพระองค์จึงยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะของวีรบุรุษอื่นๆ พระพุทธเจ้าจึงทรงเป็นราชาแห่งวีรบุรุษ ราชาแห่งผู้ชนะทั้งหลาย

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 มี.ค. 2548 , 15:34:10 น.] ( IP = 61.91.76.209 : : )


  สลักธรรม 4

พระพุทธ

คำว่า พุทฺธ แปลว่า รู้แล้ว ตื่นแล้ว
พระพุทธ คือ พระผู้รู้แล้ว พระผู้ตื่นแล้ว หมายถึง พระพุทธเจ้า นั่นเอง

เมื่อใช้คำว่า พุทธะ ในความหมายว่า ผู้รู้ ก็จะหมายความว่า พระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่ตรัสรู้อริยสัจคือความเป็นจริงที่ประเสริฐ ๔ ประการ เป็นความจริงแท้ของโลกของธรรมชาติและของจักรวาล เป็นความจริงที่จะทำให้เข้าใจความเป็นไปของการเกิด การดับของสรรพสิ่งและทำให้ผู้ตรัสรู้นั้นหลุดพ้นจากวงจรของการเกิดการดับนี้ได้ ผู้ที่รู้แจ้งในความจริงดังกล่าวนี้ เรียกได้ว่า เป็นพุทธะ

ส่วนคำว่า พุทธะ ในความหมายว่า ผู้ตื่น นั้น หมายความว่า เป็นผู้ตื่นจากความลุ่มหลงมัวเมาในอำนาจกิเลสตัณหา ตื่นจากความหลงใหลในความสุขทางโลกซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน พระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่ทรงรู้ความจริงดังกล่าวนั้นและทรงตื่นจากความลุ่มหลงทั้งปวง จึงได้ชื่อว่า พระพุทธ ซึ่งชาวพุทธนิยมใช้คำว่า พระพุทธเจ้า หรือพระพุทธองค์ เพราะมีเสียงไพเราะ ไม่ห้วน

ส่วนคำว่า พระพุทธ จะใช้ในกรณีที่กล่าวว่าเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย เช่น พระรัตนตรัยประกอบด้วยองค์ ๓ คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ และในกรณีที่กล่าวถึงพระพุทธเจ้าผ่านรูปปฏิมาแทนองค์พระพุทธเจ้า เช่น ถวายข้าวพระพุทธ จัดที่พระพุทธ


โดย พี่เณร..นำมาฝาก [1 มี.ค. 2548 , 15:35:29 น.] ( IP = 61.91.76.209 : : )


  สลักธรรม 5

ได้ความรู้และความรู้สึกที่ดีมากจากความหมายในแต่ละคำ
ขอบพระคุณค่ะพี่เณร

โดย น้องกิ๊ฟ [1 มี.ค. 2548 , 18:14:28 น.] ( IP = 203.172.117.74 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณค่ะพี่เณร

โดย ปราณี [1 มี.ค. 2548 , 20:27:42 น.] ( IP = 203.148.162.224 : : 10.199.71.42 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org