มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ตามรอยครู..ผู้สร้างทาง (๒)






อย่างที่กล่าวไว้ในตอนแรกว่าทางชีวิตของครูไม่ได้ราบเรียบ
เพราะนอกจากครูจะเป็นผู้หญิงแล้ว
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมากับการเผชิญภัยจากโรคต่างๆทั้งที่หนักหนาและไม่หนักหนา
อย่างเช่น มะเร็งในเม็ดเลือด... เป็นโรคหัวใจ ... เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกทับเส้นประสาท..ไส้ติ่งอักเสบ ป็นต้น

ในวันธรรมดานั้นครูก็ต้องประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองด้วยงานที่ใช้ฝีมือชนิดต่างๆ และการเพาะพันธุ์ไม้
ส่วนในวันเสาร์อาทิตย์ก็มอบเวลาทั้งหมดให้แก่ลูกศิษย์ด้วยการมาบรรยายธรรม
โดยเฉพาะหลักการดำรงชีวิตที่ดีในชาตินี้ เพื่อก่อประโยชน์สุขในชาติหน้าตลอดจนถึงประโยชน์สูงสุด
รวมทั้งการอธิบายเกี่ยวกับวิปัสสนากรรมฐาน

หากมีใครมาตั้งคำถามว่า
...การทำงานเหนื่อยไหม ....?
...ถ้าต้องทำงานตลอดเจ็ดวันโดยไม่มีวันหยุดพักผ่อนล่ะเหนื่อยไหม...?
...ถ้าต้องทำงานตลอดเจ็ดวันทั้งๆที่มีโรคภัยไข้เจ็บแทรกซ้อนอยู่ในร่างกายนั้นล่ะ ทำได้ไหม...?
...ถ้าต้องทำงานตลอดเจ็ดวันด้วยร่างกายที่มีโรคภัยเป็นของแถมนี้ โดยไม่ได้รับค่าจ้างล่ะ ทำได้ไหม...?

โดย น้องกิ๊ฟ [8 มี.ค. 2548 , 19:25:55 น.] ( IP = 203.172.117.73 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1



หลายคนเมื่อมาถึงคำถามที่สองก็คงจะบ่นและเริ่มเรียกร้องหากำลังใจ
แต่คำถามทั้งสี่ข้อนี้ .."ครู"..ได้ทำมาจนครบโดยไม่เคยบ่นเลยสักคำ
แม้ผลตอบแทนที่ได้รับจะไม่สมค่า ..คือ ลูกศิษย์ลูกหายังเกียจคร้านในการศึกษาและการปฏิบัติ
ครูก็ยังไม่เคยย่อท้อที่จะป้อนความรู้และกุศลให้ด้วยกลวิธีต่างๆ ทั้งไม้แข็งและไม้นวม
พยายามชักชวนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้มาคลุกคลีกับงานธรรม
บางครั้งก็แทบไม่มีเวลาเป็นตัวของตัวเองเพราะภาระในการสร้างคนเหล่านี้ให้มีจิตใจรักในธรรม
และเห็นประโยชน์ของการปฏิบัติธรรม... ซึ่งหลายคนแอบตั้งฉายาของครูว่า ..คุณครูกระดาษทราย...

ครูบอกว่า ทำงานก็ย่อมต้องเหนื่อยล้า...
แต่ถ้ารู้ว่ามีเป้าหมายเพื่ออะไร ก็จะมีความสุขกับการทำงานนั้น
ทุกคนควรจะมีความฝัน..และฝันให้สูงสุด ดังเช่นเพลงพระราชนิพนธ์ ..ความฝันอันสูงสุด
คือขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง ..การแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด .....ปิดทองหลังองค์พระปฏิมา...
ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา และไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป...

โดย น้องกิ๊ฟ [8 มี.ค. 2548 , 19:26:37 น.] ( IP = 203.172.117.73 : : )


  สลักธรรม 2



ครู..สอนให้เรารู้จักกับเนื้อแท้ของบทเพลงพระราชนิพนธ์นี้ด้วยชีวิตของครูเอง
ด้วยการประพฤติปฏิบัติที่ปรากฏชัดแก่ลูกศิษย์ทั้งปวงตลอดมา ..ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

ครูบอกว่า...อย่าคิดว่าเราเหนื่อยเพียงคนเดียว
บนแผ่นดินนี้ยังมีผู้ที่เหนื่อยกว่าเรามาก...ต้องทำงานตลอดเวลาและรับผิดชอบชีวิตของคนทั้งหมด
..เนื่องเพราะมีพระราชปณิธานที่ยิ่งใหญ่เพื่อปวงชนชาวสยาม..

ครูบอกว่า...พระเจ้าแผ่นดินฯ คือบุคคลที่เหน็ดเหนื่อยที่สุด และทำงานมากที่สุด
ชีวิตของเรานั้นแม้จะทำงานก็เพียงรับผิดชอบตามหน้าที่
และรับผิดชอบชีวิตของตนเองหรือคนเพียงไม่กี่คน
แต่พระเจ้าแผ่นดิน..ต้องดูแลทั้งแผ่นดิน
ฉะนั้น ความเหนื่อยของเราจึงเป็นความเหนื่อยเพื่อตนเองเสียเป็นส่วนใหญ่
คือเหนื่อยกับปัญหาครอบครัว เหนื่อยกับการประกอบอาชีพ
เหนื่อยกับการทะเลาะเบาะแว้ง เหนื่อยกับการสนองตอบต่อความพอใจและไม่พอใจของตนเอง เป็นต้น

โดย น้องกิ๊ฟ [8 มี.ค. 2548 , 19:26:59 น.] ( IP = 203.172.117.73 : : )


  สลักธรรม 3



นี่เป็นเพียงเรื่องจากคำถามเดียวที่ถามครูว่าเหนื่อยไหม?
อันที่จริงวันนี้ตั้งใจจะนำคำสอนของครูเกี่ยวกับเรื่องของการเผชิญกับโรคภัยมาฝากกัน
แต่เมื่อเล่ามาในเรื่องของการทำงานก็อดไม่ได้ที่จะนำความรู้สึกของครูมาเล่าอีกครั้ง
เกี่ยวกับความปรารถนาในการเผยแผ่ธรรมให้แก่ลูกศิษย์ว่า
ต้องการให้ศึกษาพระอภิธรรมเพื่อประโยชน์อะไร?
ครูบอกว่า...

" ...ในวันหนึ่งๆ เคยชอบสิ่งที่ปรากฏทางตา
ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ทางใจ
เคยยึดถือว่าเป็นตัวเราเป็นของเรา เป็นสมบัติของเรา
แท้ที่จริงทุกอย่างปรากฏขณะที่เป็นวิถีจิตเท่านั้นเองนะคะ

...สภาพธรรมใดที่เป็นวิบาก ก็เป็นผลของกรรม...

โดย น้องกิ๊ฟ [8 มี.ค. 2548 , 19:27:20 น.] ( IP = 203.172.117.73 : : )


  สลักธรรม 4



จะมีบ้านเรือน ทรัพย์สมบัติ เสื้อผ้าอาภรณ์มากมายอย่างไร
ประณีตสวยงามอย่างไร วิบากจิตซึ่งเป็นผลของอดีตกรรมก็เพียงเกิดขึ้นรู้อารมณ์นั้นๆ ทางตา ทางหู
ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย เพียงชั่วขณะที่เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ไม่ยั่งยืนเลย
เกิดขึ้นแล้วก็ดับไปๆ

... แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่ากรรมใดจะให้ผลในขณะต่อไป...

เพราะเหตุว่าทุกคนมีทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรมในอดีตที่ได้กระทำแล้ว
เมื่อพร้อมด้วยปัจจัย ที่กรรมใดจะให้ผลเป็นวิบากใดเกิดขึ้น...
วิบากนั้นก็เกิดขึ้นรู้อารมณ์ทางตาบ้าง ทางหูบ้าง... ทางจมูกบ้าง...
ทางลิ้นบ้าง... ทางกายบ้าง... ทางใจบ้าง เท่านั้นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ [8 มี.ค. 2548 , 19:27:44 น.] ( IP = 203.172.117.73 : : )


  สลักธรรม 5



การศึกษาพิจารณาเรื่องความไม่เที่ยงของสภาพธรรม "ย่อมเป็นวิริยารัมภกถา "
ที่จะทำให้สติระลึกรู้ ลักษณะของสภาพธรรมที่ปรากฏ
แล้วพิจารณาจนกว่าจะรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่ไม่ใช่ตัวตน
เป็นเพียงนามธรรมและรูปธรรมแต่ละลักษณะที่กำลังปรากฏทางตา....
หรือทางหู..... หรือทางจมูก.... หรือทางลิ้น.... หรือทางกาย..
หรือทางใจเท่านั้นนะคะ

พี่ดอกแก้ว ..ปรารถนาให้ทุกคนศึกษาพระอภิธรรมคะ
เพราะเมื่อเข้าใจถูกต้องในลักษณะของสภาพธรรม
ชวนวิถีที่เป็นกุศลจิตก็เพิ่มขึ้น


แต่ถ้าไม่ได้รับฟัง.. ไม่ศึกษาให้เข้าใจเรื่องของสภาพธรรมเลย ก็ไม่รู้ว่า
....ขณะใดเป็นวิบากซึ่งเป็นผลของอดีตกรรม
....ขณะใดเป็นชวนวิถีจิตที่สั่งสมสันดานที่เป็นอกุศลหรือกุศล

โดย น้องกิ๊ฟ [8 มี.ค. 2548 , 19:28:01 น.] ( IP = 203.172.117.73 : : )


  สลักธรรม 6

เมื่อไม่รู้..ก็ไม่เห็นโทษของอกุศล
และไม่อบรมเจริญกุศล.. สังสารวัฏฏ์ก็ย่อมจะต้องยืดยาวต่อไปแน่นอนค่ะ

เมื่อในวันหนึ่งๆ นั้นอกุศลจิตเกิดมาก หรือกุศลจิตเกิดมาก
ฉะนั้น ผลข้างหน้าจะเป็นกุศลวิบากมากหรืออกุศลวิบากมาก
ซึ่งทุกท่านก็ย่อมพิจารณารู้สภาพธรรมที่เกิดกับท่านได้ในชีวิตประจำวันตามความเป็นจริง
นี่ไงค่ะเรื่องที่พี่ดอกแก้วบอกไว้ว่า...จะบอกอะไรให้ฟัง"



วันนี้ของแกะรอยตามครูไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ
..ส่วนเรื่องการวางใจต่อโรคภัยที่เกิดขึ้นมาติดตามกันในวันพรุ่งนี้ค่ะ ...


โดย น้องกิ๊ฟ [8 มี.ค. 2548 , 19:28:32 น.] ( IP = 203.172.117.73 : : )


  สลักธรรม 7



ครับน้องกิ้ฟพี่เณรจะตั้งใจรอ
ให้น้องกิ้ฟแกะรอยตามครู พาสู่ความรู้ในการอดทนต่อไปด้วยใจมั่นครับ

ขอบคุณมากนะครับ


โดย พี่เณร [8 มี.ค. 2548 , 19:41:07 น.] ( IP = 61.91.150.217 : : )


  สลักธรรม 8

มาตามรอย "ครู"
ผู้ให้ความจริง ให้ความรู้ถูกในเรื่องของชีวิต
และวิธีการใช้ชีวิตที่ดีของ "ครู" ....เป็นแบบอย่างที่ควรตามค่ะ

ขอบคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ

โดย เซิ่น [8 มี.ค. 2548 , 20:24:13 น.] ( IP = 61.90.103.133 : : )


  สลักธรรม 9


กราบขอบพระคุณครู..ผู้สร้างทาง...
ครู..ผู้ให้...

ขอบคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ ที่แกะรอยตามครู
เป็นแรงกระต้นเตือนใจศิษย์ทั้งหลาย
ให้รู้ซึ้งถึงความเข็มแข็ง ความอดทน
และความมุ่งมั่นของ..ครูผู้สร้าง


โดย พี่ดา [9 มี.ค. 2548 , 11:08:19 น.] ( IP = 61.91.68.117 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบคุณค่ะน้องกิ้ฟ มาแกะรอยตามครูด้วย
แบบอย่างของครูเป็นแบบอย่างที่งดงามเสมอ
ยิ่งย้อนไปถึงวันวานแล้ว
ความเมตตาของครูประเสริฐยิ่งนัก

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [9 มี.ค. 2548 , 12:08:15 น.] ( IP = 202.28.181.9 : : 10.6.129.64 )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org