| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ตามรอยครู..ผู้สร้างทาง (๓)
สลักธรรม 1
คงเป็นเรื่องปกติที่กว่าจะมาถึงขั้นตอนการบำบัดรักษาด้วยการผ่าตัดนั้น
ต้องผ่านการบำบัดรักษาโดยวิธีอื่นมาก่อน ..และผ่านความเจ็บปวดมาเรื่อยๆ
ซึ่งครูก็อดทนต่อความเจ็บปวดเหล่านั้นตลอดมา
จากความเจ็บปวดเป็นความชา และหมดแรงไปในที่สุด
อดทนจนถึงภาวะที่แพทย์วินิจฉัยว่า...ต้องผ่าตัดแล้วละ
และเมื่อกลับไปตรจสอบความประพฤติของ"ครู" แพทย์ก็พบว่า
..ครูใช้อิริยาบถที่ไม่เหมาะสมมานานมาก ...
อิริยาบถเหล่านั้นก็ล้วนแต่ใช้เพื่ออบรมสั่งสอนและถ่ายทอดความรู้ให้แก่ลูกศิษย์มาอย่างต่อเนื่อง
ในคราวที่ผ่าตัดกระดูกบริเวณต้นคอในปี ๒๕๔๐ นั้น
ลูกศิษย์ลูกหาพากันตื่นตกใจและคิดไปสารพัด ..กังวลไปต่างๆนานา
แต่ครูบอกเพียงว่า ...เหมือนผลไม้สุก...
..เมื่อใดที่ลูกมะม่วงที่สุกงอมเต็มที่ ไม่สามารถติดอยู่กับกิ่ง ต้องร่วงหล่นลงมาฉันใด
ความเป็นไปของการเจ็บป่วยที่เกิดจากการฆ่าสัตว์ในอดีตก็เช่นกัน ..เมื่อสุกงอมเต็มที่
ก็ย่อมต้องส่งผลให้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉันนั้น...
นี่คือคำของครูที่กล่าวกับลูกศิษย์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนที่จะเข้าจะห้องผ่าตัดในวันนั้น
โดย น้องกิ๊ฟ [9 มี.ค. 2548 , 18:44:11 น.] ( IP = 203.172.117.56 : : )
สลักธรรม 2
การผ่าตัดของครูในคราวนั้น มีเหตุการณ์หลายอย่างไม่เป็นไปโดยปกติ
แต่ครูก็ผ่านสถานการณ์นั้นได้อย่างสงบ ดังที่อาจารย์วยุรีนำมาเล่าในภายหลังว่า ..
...วันที่อาจารย์บุษกรผ่าตัดกระดูกคอข้อที่ ๔ และ ๕ นั้น...
ในตอนเช้าลูกศิษย์กลุ่มใหญ่ได้ไปให้กำลังใจ อาจารย์ก็ยังยิ้มแย้มแจ่มใส
แม้จะทานยานอนหลับไปแล้วก็ตาม
จนเมื่อเจ้าหน้าที่มาเข็นลงลิฟต์จากตึก ๘๔ ไปขึ้นลิฟต์ที่ตึกสยามมินทร์เพื่อส่งเข้าห้องผ่าตัด
อำนาจกรรมอีกชนิดก็ยังตามมาส่งผลให้ระทึกใจเล็กๆ น้อยๆ
คราวนี้คงจะเป็นกรรมของการกักขังสัตว์
เพราะปรากฏว่าลิฟต์ที่กำลังขึ้นไปเกิดขัดข้อง อาจารย์ต้องติดอยู่ในนั้นพักหนึ่ง
ลูกศิษย์ที่คอยไปรับอยู่ข้างบนก็เห็นว่า
ตอนออกจากลิฟต์แทนที่คนป่วยจะหน้าซีด
ปรากฏว่าผู้ที่ติดตามมาส่งมีอาการตื่นเต้น หน้าซีดแทน .
โดยเฉพาะตอนที่เจ้าหน้าที่เข็นเข้าห้องผ่าตัดนั้น
อาจารย์พูดเพียงประโยคเดียวว่า .ฝากดูแลมูลนิธิด้วย
ผู้เขียนรู้สึกตื้นตันใจจนแทบร้องไห้
มาถึงขนาดนี้แล้ว ท่านก็ยังไม่ห่วงตัวเอง
เพราะคำพูดนั้นบ่งบอกให้รู้ว่า ท่านห่วงประโยชน์ทั้ง ๓ ที่ลูกศิษย์ควรจะได้รับ
นั่นคือ ประโยชน์ทั้งในชาตินี้ ชาติหน้า และที่สำคัญก็คือ
เพื่อประโยชน์สูงสุด ดังที่เรากำลังได้รับกันอยู่ทุกวันนี้
โดย น้องกิ๊ฟ [9 มี.ค. 2548 , 18:44:28 น.] ( IP = 203.172.117.56 : : )
สลักธรรม 3
และเมื่อมาถึงการผ่าตัดในคราวที่สอง...สามปีผ่านไป
หลังจากที่ครูมีอาการอาเจียร และรู้สึกชาตามปาก และใบหน้า
แพทย์ตรวจพบว่า มีความผิดปกติของกระดูกอยู่สองแห่ง
คือ บริเวณกระดูกสันหลังช่วงคอตรงข้อที่ ๒ - ๓ เสื่อม
ทรุดตัวลงอีก หลังจากที่ครั้งแรกผ่าตัดบริเวณข้อที่ ๔ - ๕แล้ว
และกระดูกเอวข้อที่ ๔ - ๕ ซึ่งตรวจพบว่าผิดปกติตั้งแต่ครั้งแรกแต่ยังไม่พร้อมที่จะผ่าตัด
พอมาถึงปีนี้อาการกระดูกทรุดตัวลงทำให้หมอนรองกระดูกเลื่อนไปกดเส้นประสาทมากขึ้นอีก
และคำวินิจฉัยก็เหมือนเดิมคือ ..ผ่าตัด...
ครูเพียงแต่บอกว่า ..เมื่อเราเรียนธรรมะแล้ว
.. กำลังถูกกรรมตามไล่ตามล่าอยู่
แม้แต่ชีวิตอื่นก็เช่นเดียวกัน..
อยู่ที่ว่าใครทำกรรมอย่างไรไว้ ก็ย่อมต้องได้รับผลกรรมอันนั้นอย่างแน่นอน..
ก็ต้องทราบและฝึกให้ทำความเข้าใจในเรื่องเหตุและผลให้มั่นคง
เพื่อคลี่คลายปัญหาและความทุกข์ใจของตนที่เกิดขึ้นให้ได้..เย ธัมมา เหตุปภวา ฯ...คือคาถาสำคัญในการสร้างสัมมาทิฏฐิ
เพราะธรรมทั้งหลาย ..ไหลมาตามเหตุ
ถ้าทำเหตุดี ก็ย่อมได้รับผลดี
ถ้าทำเหตุชั่ว ก็ย่อมได้รับผลชั่ว
และผลที่ดีชั่วนั้น ก็ต้องอาศัยปัจจัยและระยะเวลาที่เหมาะสมในการให้ผล ...
สิ่งที่เกิดขึ้นหรือสิ่งที่เราต้องได้รับขณะนี้เป็นผลของกรรมทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นกรรมในอดีตชาติหรือปัจจุบันชาติ ที่โดยรวมแล้วเรียกว่า วิบาก ...
โดย น้องกิ๊ฟ [9 มี.ค. 2548 , 18:44:46 น.] ( IP = 203.172.117.56 : : )
สลักธรรม 4
ในระหว่างที่รอเข้ารับการผ่าตัดในครั้งที่สองนี้
พวกเรามักจะเห็นภาพของครูทำงานกุศลชนิดต่างๆอยู่เสมอ
จนหลายคนสงสัยว่า ..ทำไมไม่พักเตรียมตัวให้มากกว่า..
ครูได้แต่บอกว่า..ที่มานั่งทำงานในระหว่างที่วิบากอกุศลมาเยือน
ก็เพื่อที่จะสร้างกรรมใหม่ และนำการกระทำที่ดีนั้นมาอธิษฐานเพิ่มความเข้มแข็ง
ให้สามารถมีชีวิตยืนยาวอยู่ต่อไป ..เป็นการเจริญอิทธิบาทสี่
ที่มีเป้าหมายเพื่อเผยแผ่พระศาสนาและช่วยคนที่ยังช่วยเหลือตนเองไม่ได้ต่อไป
แม้ในบางคราวที่ถูกเคี่ยวเข็ญให้พักผ่อนมากๆ
ครูก็พักร่างกายตามเจตนาดีของลูกศิษย์คนนั้น
...แต่ครูไม่เคยหยุดพักงานกุศลทางใจ
ด้วยการกุศลอยู่ในวิปัสสนากรรมฐาน
หรือการวิจัยข้อธรรมที่ลึกซึ้งอยู่ในใจตามลำพัง
เพราะครูเชื่อว่า ทำดี ต้องได้ดี ทำชั่ว ต้องได้ชั่ว ตามเหตุและผลอย่างแน่นอน
โดย น้องกิ๊ฟ [9 มี.ค. 2548 , 18:45:07 น.] ( IP = 203.172.117.56 : : )
สลักธรรม 5
และในเวลาเช้ามืดวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๔๕
ก่อนที่จะเข้าห้องผ่าตัดที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ครูสอนว่า..
อย่าทำให้ชีวิตของตนเสียโอกาสไป
ในเมื่อได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนาแล้วก็ควรจะใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่า
ตามที่ได้ฟังมาแล้วว่า คยา แปลว่า สิ้นไป
บัดนี้ พระพุทธเจ้าก็ได้สิ้นไปจากพระชนม์ชีพแล้ว
เหลือแต่เพียงพระสัมธรรมที่ไว้ให้พวกเราศึกษา
และเราก็ได้ศึกษามาแล้วว่าแท้จริงแล้ว ชีวิตคือสิ่งใดบ้าง
ส่วนประกอบของชีวิตนั้นมีแต่ทุกข์ทั้งสิ้น มีการตายเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา
แต่คนเรามักจะให้ความสำคัญกับการเกิดมากกว่า ทำให้ลืมไปว่า
การเกิดนั้นก็มีอยู่เพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น .
..ไม่มีสิ่งใดยั่งยืน และเป็นสุข
.ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา
แต่เป็นเพราะเราขาดการพิจารณาเราจึงไม่ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ ..
ขอให้ทุกคนรักษาโชคดีของตนเองไว้ อย่าใช้ชีวิตโดยไม่รู้จักเลือก
เมื่อมีพื้นฐานเดิมมาดีแล้วและได้มีโอกาสมาศึกษาพระอภิธรรมอย่างทุกวันนี้
ขอให้ศึกษาอย่างเข้าใจ อย่าศึกษาเพราะความสนุกสนานที่ได้พบกับผู้สอนที่ถูกใจ หรือยกตัวอย่างให้ฟังที่ถูกใจ
แท้ที่จริง ชีวิตเป็นทุกข์ แต่ที่เราเรียนสนุก ก็เพราะ เราได้เรียนกับคนที่เราถูกใจ เรียนแล้วรู้เรื่อง จึงคิดว่าสนุก
จึงต้องศึกษาด้วยความเข้าใจว่า แท้จริงแล้วในพระอภิธรรมนั้นมีสภาวธรรมอะไรบ้าง
....ขอให้ทุกคนพยายามทำความรู้จักตนเองให้ถูกต้อง
.... อย่ารอว่าจะกำหนดวิปัสสนาเมื่อเกิดเวทนาขึ้นเท่านั้น
เพราะเราอาจจะทำไม่ได้ แต่ต้องพยายามฝึกหัดไว้ตลอดเวลาเท่าที่มีโอกาส
และระหว่างนี้ก็ขอให้ศึกษาพระอภิธรรมกันต่อไป อย่าได้ละทิ้งการกระทำที่มีค่าแก่ตนเอง...
โดย น้องกิ๊ฟ [9 มี.ค. 2548 , 18:45:32 น.] ( IP = 203.172.117.56 : : )
สลักธรรม 6
ในภายหลังครูได้ย้ำกับพวกเราว่า..
ธรรมชาติ...ทำให้ร่างกายของคนเราจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
แต่การรับผิดชอบจิตใจนั้น จะเจริญเติบโตขึ้นด้วยตัวของเราเอง
ดังนั้น ความสำเร็จหรือความล้มเหลวในชีวิต
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทอง โชค หรือเครื่องลางของขลังใดๆ
แม้กระทั่งความช่วยเหลือจากคนอื่น
แต่อยู่ที่ว่า... คุณเป็นคนที่มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด
โดยเฉพาะความเป็นคนดี
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [9 มี.ค. 2548 , 18:45:53 น.] ( IP = 203.172.117.56 : : )
สลักธรรม 7และในการผ่าตัดครั้งหลังสุดนี้ซึ่งเป็นครั้งที่ ๔๖ เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๔๖ ..
ครูก็ได้สอนให้เกิดการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับเรื่องของกรรมและการวางใจ
ระหว่างที่งดน้ำและอาหารเพื่อรอเข้ารับการผ่าตัดในเวลาสองทุ่มนั้น ช่วงที่รอคอยอยู่ก็มิได้ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า แต่ครูได้ย้ำทวนเรื่องการทำงานของจิต และวิถีจิต ตลอดถึงเรื่องเหตุปัจจัยให้ทราบเท่าที่จะลูกศิษย์จะสามารถรับได้
เล่ามาถึงตรงนี้แล้วทำให้นึกถึงข้อเขียนของครูว่า..
เร็วมากจริงๆวันและเวลาที่ผ่านไปๆ
แหละยิ่งเร็วเท่าใดก็ยิ่งใกล้วันเวลา
ที่จะต้องออกเดินทางไกลต่อไปในภพภูมิ
อย่างไม่มีวันที่จะรู้กันได้เลยว่า
ชีวิตจะไปหยุดลง
ไม่ต้องไปในวัฏฏสงสารอีกแล้วนั้นเมื่อไหร่
จะมีไหมวันนั้นสำหรับเรา
เป็นความมืดมนที่น่ากลัวที่สุด ด้วยเหตุเพราะความไม่รู้ได้เลยว่า จะไปที่ไหน มีอะไรที่ต้องพบเจอบ้าง จะมีคนที่เรารู้จักและใจดีงามเช่นที่เราเคยพบไหม
ในหนทางไกลโพ้นนั้นมืดสนิทต่อคำถาม เงียบสงัดจากคำตอบที่เราต้องการรู้ ..คงทิ้งไว้แต่ความหวาดกลัว
ให้กับทุกๆชีวิตที่ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ตลอดไป
ทุกอย่างเกิดขึ้นที่เรา เป็นที่เรา และได้รับที่เรา ไม่ว่าทางกาย วาจา หรือใจ เมื่อเราทำความดี ทางกาย วาจา และใจ ก็จะนำมาซึ่งความอิ่มใจ ความสุขใจ ความบันเทิงใจ และอีกหลายๆ อย่าง ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับบุญกุศลทั้งสิ้นมาสู่เรา
และในทางตรงกันข้าม
บาปธรรมหรือที่เราเรียกว่า อกุศล นั้น ก็นำความเร่าร้อน ความเดือดร้อน และความทุกข์ใจมาสู่ผู้ที่ทำ
ดังนั้น การที่เราศึกษาเรื่องกรรม หรือฟังเรื่องกรรมบ่อยๆ
จะทำให้เกิดการผลิกผันชีวิตเขาชีวิตเราได้
หรือเรียกว่าเป็นคติชีวิตนั่นเอง
หันเหดวงจิตมาถือศีล ฟังธรรม สร้างความดี
และที่สุดคือความสวัสดีให้แก่ชีวิตได้
ชีวิตของเรา เราลิขิตมาเอง
ไม่มีใครมาลิขิตชีวิตให้ใครต่อใครได้เลย
โดย น้องกิ๊ฟ [9 มี.ค. 2548 , 21:11:49 น.] ( IP = 203.172.117.89 : : )
สลักธรรม 8ทุกอย่างขึ้นชื่อว่ากรรมแล้วอย่าประมาท
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
ยาทิสัง วปเต พีชัง ปาทิสัง ลปเต ผลัง
หว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น
ขึ้นชื่อว่าบาปธรรม
อย่าประมาทว่าตัวเองทำน้อย
เพราะว่าเราเกิดมาแล้ว
ชีวิตมีความลำเข็ญ มีความทุกข์ด้วยกันทุกคน
แต่เราก็ต้องนึกไว้ว่า นั่นคือ
กรรมที่เราทำมา โดยเฉพาะอกุศลกรรม
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
สุทธิ อสุทธิ ปัจจตัง นาญโย อัญญัง วิโสทิเย
ความบริสุทธิ์ หรือ ความไม่บริสุทธิ์ เป็นของเฉพาะตน
ไม่มีใครทำให้ใครบริสุทธิ์ได้
ฉะนั้น ต้องเริ่มที่ตนเอง ทุกอย่างเป็นที่ตน เกิดที่ตน ได้รับที่ตน ต้องแก้ไขที่ตน ....จึงขอให้นำไปพินิจพิจารณาว่า เราควรจะเริ่มต้นชีวิตให้ดีได้อย่างไร เพราะหนทางชีวิตของเราท่านนั้น ยังไม่มีจุดหมายปลายทางเลย .. ยังคงต้องเดินทางไกลจึงควรไม่ประมาท
ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
บุษกร เมธางกูร
![]()
ตามรอยทางของครูมาจนถึงโรงพยาบาลแล้ว..วันพรุ่งนี้ไปดูครูตอบปัญหาธรรมะกันนะคะ
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [9 มี.ค. 2548 , 21:20:19 น.] ( IP = 203.172.117.89 : : )
สลักธรรม 9เมื่อไม่นานมานี้...มีความเจ็บป่วยทางกาย ต้องเข้ารับการผ่าตัด
โชคดีที่ได้รู้จัก "ครู" และได้ข้อคิดของ "ครู"
ทำให้มีความกล้าที่จะเผชิญกับผลของอกุศลกรรม ซึ่งสุกงอมเต็มที่
และภายหลังผ่าตัด ร่างกายก็แข็งแรงขึ้นอย่างได้อย่างรวดเร็ว
ขอบคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ
โดย เซิ่น [9 มี.ค. 2548 , 21:22:38 น.] ( IP = 203.172.117.89 : : )
สลักธรรม 10![]()
สวัสดีน้องกิ้ฟที่น่ารัก
พี่เณรมาร้องทักครั้งที่สาม
ในการที่มาสะกดรอยติดตาม
ใจงามๆของครูผู้รู้จริง
ต้องขอบใจน้องกิ้ฟที่หยิบเล่า
ต้องขอบใจนะเจ้าที่เล่าขาน
ต้องขอบใจน้ำใจไหนจะปาน
เอาธุระการงานในเรื่องครู
ครับน้องกิ้ฟ...พี่เณรสะดุด หยุดกลอนลงได้แค่นี้เอง อิอิ.. เพราะใจนึกถึงแต่สิ่งที่น้องกิ้ฟนำเสนอมานะครับ ยากนะสำหรับการทำชีวิตให้ดีทั้ง 2 ส่วนคือ
..กาย และ ใจ เพราะเป็นเรื่องยากจริงๆที่จะควบคุมใจให้สงบสยบไว้กับความดีนะครับผม ขอบคุณน้องกิ้ฟมากนะครับ
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [9 มี.ค. 2548 , 21:28:50 น.] ( IP = 61.90.82.84 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |