| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
กรรม
สลักธรรม 1ตามมาอ่านบทกวีแล้วทำให้นึกถึงคำถามที่เคยถามพี่ดอกแก้วไว้ค่ะ เกี่ยวกับเรื่องกรรมนี่แหละ เพื่อสนทนาธรรมร่วมกับกระทู้นี้ก็เลยนำคำตอบมาให้อ่านกันบ้างค่ะ
คำถาม : หนีกรรมหรือตัดกรรม จะทำได้หรือไม่ค่ะ?
คำตอบ : ถามว่าจะหนีหรือตัดกรรมนั้น จะทำได้ไหมนั้น..พี่ดอกแก้วขอยืนยันนะคะว่า หนีกรรมหรือตัดกรรมไม่ได้
ไม่มีใครหนีผลกรรมที่ทำไว้แล้วได้ เช่น เมื่อทำกุศลกรรมมาแล้ว ถึงเวลากุศลกรรมจะให้ผล แม้ไม่อยากได้ก็ต้องได้ ไม่อยากรวยก็ต้องรวย หรืออยู่ดีๆก็มีคนมาเชิญให้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้ไม่อยากเป็น เขาก็เชิญให้เป็น
สำหรับผลของอกุศลกรรมก็โดยนัยเดียวกัน กล่าวคือ แม้ไม่อยากให้เกิดขึ้น ก็ไม่สามารถจะยับยั้งได้ เช่น ได้ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงหนักเบาต่างๆกันไป ตามควรแก่กรรม (อกุศลกรรม) ที่ได้กระทำไว้แล้ว
ความเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายต่างๆ หรือลงทุนค้าขายก็ประสบปัญหาขาดทุน ล้มละลาย เป็นต้น
บางคนคิดว่าตนเองฉลาดรอบรู้รอบคอบ จึงพยายามจะทำความดีลบล้างความชั่ว เช่น ได้เงินมาหลายร้อยล้านด้วยการทุจริต ก็แล้วก็นำเงินที่ได้แบ่งมาจากกลุ่มที่ร่วมกันทุจริตไปทำบุญกฐิน ผ้าป่า หรือ บริจาคช่วยเหลือคนยากจน
เพราะคิดเอาเองว่า จะได้หักกลบลบหนี้กันไป แต่โดยสภาพความเป็นจริงแล้ว การให้ผลของกรรมมิได้ปะปนกันเลยนะคะโดย น้องกิ๊ฟ [28 มี.ค. 2548 , 19:26:25 น.] ( IP = 61.19.188.245 : : )
สลักธรรม 2กรรมชั่วที่ได้กระทำไปเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องรับผลในส่วนของกรรมชั่วนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ช้าก็เร็ว ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้าแน่นอนค่ะ
ส่วนกรรมดีที่ได้กระทำ ก็รอโอกาสที่จะให้ผลต่อไป ไม่มีใครสามารถลบล้าง หรือเอากรรมไปตัดทิ้งได้นะคะ
แม้พระพุทธองค์เองก็ไม่สามารถจะพ้นจากกรรมที่ได้กระทำไว้แล้วในอดีตชาติได้ ดังได้ทรงแสดงอกุศลกรรมในอดีตชาติ อันเป็นเหตุให้พระองค์เองต้องประสบกับทุกขเวทนาต่างๆในพระชาตินี้ เช่น การที่ต้องบำเพ็ญทุกรกิริยาอยู่ถึง ๖ พรรษา ทรงแสดงบุรพกรรมของพระองค์ไว้ใน อรรถกถา พุทธวรรคที่ ๑ พุทธปาทานว่า
ก็ในกาลนั้น เราได้เป็นพราหมณ์ชื่อโชติปาละ
ได้กล่าวกับพระกัสสปสุคตเจ้าว่า
การตรัสรู้ของสมณะโล้นจักมีมาแต่ไหน
การตรัสรู้เป็นของยากยิ่ง
เพราะวิบากกรรมอันนั้น
เราจึงต้องทำทุกรกิริยามากมาย
อยู่ที่ตำบลอุรุเวลาถึง ๖ ปี
จึงบรรลุพระโพธิญาณ
ด้วยวิบากกรรมนั้นเอง ทำให้พระองค์ปฏิบัติผิด อันเป็นเหตุให้พระองค์ต้องทุกข์ทรมานพระวรกายอย่างยิ่ง กว่าจะทรงทราบว่าการบำเพ็ญทุกรกิริยาเป็นข้อปฏิบัติที่ผิด และมิใช่หนทางที่จะบรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ....นี่ไงคะอำนาจกรรม หรือจะเรียกว่าผลของกรรม ที่ไม่มีแรงใดๆเลยในโลกนี้ จะมีอำนาจเหนือแรงกรรมค่ะ
นี่แหละค่ะคำตอบที่ได้รับจากพี่ดอกแก้ว โดย น้องกิ๊ฟ [28 มี.ค. 2548 , 19:31:22 น.] ( IP = 61.19.188.245 : : )
สลักธรรม 3
สาธุครับพี่ดอกแก้ว...วันนี้พี่เณรเองก็แสนจะเศร้าใจ เพราะได้พบกับผลของกรรมด้วยตาตนเองครับ เศร้าสลดใจจริงๆครับ
คือพี่เณรได้ไปเยี่ยมไข้ผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งมาครับ ก่อนไปพี่เณรก็เตรียมใจไปก่อนแล้ว แต่พอไปถึงใจที่เตรียมนั้น เรียกว่าไม่พร้อมพอที่จะต่อสู้กับสิ่งที่ได้รับรู้และเห็น..จึงเศร้าใจมากทีเดียว เพราะผู้ที่รับผลกรรมที่อยู่ต่อหน้านั้น หาใช่ใครอื่นไม่ แต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เก่งมากในการสอนพระอภิธรรมทีเดียว แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครหลีกหนีกรรมพ้นได้เลย
ครับพี่ดอกแก้ว..ทำให้ใจพี่เณรรู้สึกถึงการสิ้นสุดแห่งการเวียนว่าย ตายเกิด ว่าเป็นหนทางเดียวที่จะพ้นจากกรรมได้ จริงๆครับ ความรู้สึกนี้แรงมากเลยครับผม
โดย พี่เณร [28 มี.ค. 2548 , 19:34:57 น.] ( IP = 61.19.188.245 : : )
สลักธรรม 4สวัสดีค่ะน้องกิ้ฟ
พี่ดอกแก้วขอคุณมากนะค่ะ
ที่นอกจากมาอ่านแล้วยังอุส่าห์นำบทความที่ถามตอบเรื่องกรรมมาลงไว้ที่นี้อีกครั้ง
เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์แก่ชนทั่วไป
ขอให้กุศลกรรมที่น้องกิ้ฟสร้างไว้นี้
จงเป็นพลวะปัจจัยส่งผลให้น้องกิ้ฟ
เป็นผู้ที่มีจิตมั่นคงในศรัทธาธรรม
และนำพาชีวิตให้พ้นจากเครื่องเศร้าหมองทั้งปวงนะค่ะโดย พี่ดอกแก้ว [28 มี.ค. 2548 , 20:13:53 น.] ( IP = 61.91.115.13 : : )
สลักธรรม 5สวัสดีค่ะพี่เณร
ขออนุโมทนาที่พี่เณรได้ไปเยี่ยมไข้ด้วยจิตเมตตากระทำไปด้วยนะค่ะ
พี่ดอกแก้วก็รู้สึกสลดหดหู่ใจด้วยค่ะ
ที่ทราบเรื่องการป่วยเจ็บครั้งนี้ค่ะ
ได้แต่ตั้งกัลยาณจิตส่งกระแสแห่งความกรุณาไปให้ท่านกำลังป่วย ได้เบาบางจากทุกขเวทนาลงบ้าง
เพื่อเปิดโอกาสให้ธรรมะที่มีอยู่เข้ามารักษาใจให้สงบ ให้สติกล้าปัญญาแรง เพื่อก้าวล่วงจากทุกข์ที่ได้รับอยู่นั้นได้ค่ะ
พี่เณรคะ..อำนาจกรรมแรงจริงๆนะคะ แต่ถ้าสามารถดำรงจิตให้สงบได้ มีสติคุ้มครองได้ มีปัญญาตัดสินอารมณ์ที่มากระทบได้ พี่ดอกแก้วเชื่อแน่ว่า อำนาจแห่งสมาธิ สติ และปัญญานั้นย่อมมีพลานุภาพมากกว่านะคะพี่เณร
โดย พี่ดอกแก้ว [28 มี.ค. 2548 , 20:23:50 น.] ( IP = 61.91.115.13 : : )
สลักธรรม 6การกระทำ..บางครั้งเราก็เลือกไม่ได้
ชีวิตเรา..บางครั้งมันไม่ใช่ของเรา
เราไม่แน่ใจว่า กระทำเช่นนั้นจะได้ผลเช่นนั้น
แต่เรามั่นใจ ว่าการกระทำสิ่งที่ดี..สามารถชะล้างสนิมในใจได้..
โดย โอ คาลิฟโซ [28 มี.ค. 2548 , 20:35:14 น.] ( IP = 61.91.115.13 : : )
สลักธรรม 7ซาบซึ้งถึงสัจจะธรรมเลยครับ...พี่ดอกแก้ว
คนเราเกิดมาใช้กรรมเก่า..และสร้างกรรมใหม่
โลกนี้เป็นดินแดนแห่งอุบัติการณ์ของบุญและ
บาป เป็นที่ทำมาหากรรมของมนุษย์ทั้งหลายจะไปนรกหรือสวรรค์ก็มาตั้งต้นกันตรงนี้........
ชีวิตคือการเดินทาง...เรือนร่างเป็นเพียงศาลาที่พักอาศัย เรายังต้องเดินทางกันอีกไกล ในวัฏฏะสงสารนี้ เสบียงที่จะนำติดตัวไปได้ก็มีแต่เสบียงบุญเท่านั้นแล......
น้ำในแก้ว
น้ำขุ่นเหมือนหัวใจที่ขุ่นมัว
แลสลัวไม่ใสยามใส่แก้ว
น้ำสะอาดเติมลงไปมากเฮย
ความดีละลายให้ความชั่วย่อมเจือจาง..ฯ
โดย มนต์กวี(เสบียงบุญ) [28 มี.ค. 2548 , 20:37:05 น.] ( IP = 61.91.115.13 : : )
สลักธรรม 8สวัสดีค่ะคุณ...โอ คาลิฟโซ...
บางครั้งเราก็ตกอยู่ในภาวะ..ไม่ทำไม่ได้..
บรรยากาศในขณะนั้นไม่ปลอดโปร่งเลยสำหรับจิตใจ
แต่เมื่อต้องทำแล้ว ...คติประจำใจอย่างหนึ่งของพี่ดอกแก้วก็คือ
...ทำอย่างสุดความสามารถ
เกินความสามารถไม่มีใครทำได้...
แล้วผลจะออกมาเช่นไรก็เป็นที่ยอมรับได้ของเราเองว่า เราทำได้เพียงเท่านี้
. ..และการทำความดีแม้จะเล็กน้อยก็ยังดีกว่าปล่อยให้ความไม่ดีเกิดขึ้นในใจแม้จะเล็กน้อยเช่นกัน
...พี่ดอกแก้วคิดอย่างนี้แหละค่ะ
ขอบคุณมากนะคะที่แวะมาทักทายและร่วมแสดงความคิดเห็นที่ดีไว้ตรงนี้ค่ะ
โดย พี่ดอกแก้ว [28 มี.ค. 2548 , 20:40:03 น.] ( IP = 61.91.115.13 : : )
สลักธรรม 9เป็นบทกวีที่สื่อเรื่องกรรมได้ดีจัง เราคิดว่าได้ทำดีแล้ว แต่ดีของเราไม่เหมือนของพระพุทธเจ้าแน่เลย
น้องถ้วยนึกได้ว่าจ่าหน้าส่งทองให้ตัวเองมากับมือ แต่พอได้รับจริง โหยย....กลายเป็นโพยทวงหนี้ยาวเหยียดโยนทิ้งแทบไม่ทันเลยค่ะ โยนออกหน้าต่างแล้ว ลมพัดเข้าทางประตูอีก...เฮ้อ กลุ้มจาย รับมะไหว
ไม่รู้เห็นโพยทวงหนี้ว่าเป็นทองได้ยังไงค่ะ ทีหลังก่อนส่งต้องดู ดี ดีซะแล้วจิ
เอ่...แล้วดีอย่างพระพุทธเจ้านั้น มีลักษณะอย่างไรหรือคะโดย น้องถ้วย [28 มี.ค. 2548 , 20:42:58 น.] ( IP = 203.170.228.172 : : )
สลักธรรม 10สวัสดีค่ะ...คุณมนต์กวี...
วลีที่ว่า ..โลกนี้เป็นที่ทำมาหากรรมของมนุษย์ทั้งหลายน่าประทับใจมากค่ะ
เพราะสรุปโลกใบใหญ่ๆให้เป็น office ขนาดกระทัดรัดเฉพาะตัวได้ทันที
ยิ่งศึกษาและปฏิบัติก็ยิ่งตระหนักชัดถึงความโชคดีประการหนึ่งของตนเอง..คือเป็นโชคดีที่เกิดเป็นมนุษย์แล้วได้มาพบพระพุทธศาสนา
ทำให้มีโอกาสเลือกกระทำเพื่อเปลี่ยนวงจรของกรรมได้บ้าง ..
คุณมนต์กวียกเรื่องน้ำขุ่นน้ำใสมาแล้ว
พี่ดอกแก้วขอยกอุปมาอื่นที่คล้ายกันบ้างนะคะว่า..
ครูบาอาจารย์ท่านเปรียบว่า ..ความเคยชินในการทำอกุศลนหรือกิเลสที่นอนเนื่องอยู่นั้นเปรียบเหมือนรสเค็มจัดของเกลือที่ละลายอยู่ในแก้วน้ำใจ
แต่เมื่อเราพยายามขัดเกลาจิตใจ ละคลาย งดเว้นการทำชั่วให้มีปริมาณของความดีมากขึ้นก็เปรียบเสมือนการเติมน้ำลงไปในแก้วใจใบนั้น
ทำดีบ่อยๆ ก็เหมือนเติมน้ำลงไปบ่อย ..ไม่นานรสเค็มก็เจือจางจนไม่ปรากฏเพราะพ่ายแพ้ปริมาณของน้ำ..คือความดีที่มากขึ้นนั่นเองค่ะ
ขอบคุณมากนะคะกับความคิดเห็นและเสบียงบุญที่นำมาอุดหนุนกันถึงที่นี่
โดย พี่ดอกแก้ว [28 มี.ค. 2548 , 20:44:20 น.] ( IP = 61.91.115.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |