| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สัญลักษณ์ประจำชาติไทย
สลักธรรม 1สาเหตุที่เลือกช้างไทยด้วยเหตุผลที่ว่า กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตร ได้มีมติในการประชุมเรื่องกำหนดต้นไม้และสัตว์ประจำชาติ เมื่อ ปี ๒๕๐๖ ว่าให้กำหนดช้างเผือกเป็นสัตว์ประจำชาติ เพราะช้างเผือกเป็นสัตว์ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์และประเพณีของไทย รู้จักกันแพร่หลายและมีอายุยืนนาน รวมทั้งคณะรัฐมนตรีก็มีมติเห็นชอบ ตามที่คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติเสนอให้วันที่ ๑๓ มีนาคม เป็นวันช้างไทย
ส่วนดอกราชพฤกษ์นั้น ก็มาจากมติของกรมป่าไม้ในปีเดียวกันนั่นเองที่กำหนดให้ดอกราชพฤกษ์เป็นดอกไม้ประจำชาติ เพราะเป็นต้นไม้พื้นเมืองที่รู้จักกันแพร่หลาย สามารถขึ้นได้ทุกภาคในประเทศไทย มีทรวดทรงและพุ่มงาม ใช้ประโยชน์ได้มาก มีอายุยืนนาน และทนทาน มีประวัติเกี่ยวข้องกับประเพณีของชาวไทย เป็นไม้ที่มีชื่อเป็นมงคลนาม และแก่นไม้ราชพฤกษ์เคยใช้ในพิธีสำคัญๆมาก่อน เช่น พิธีลงหลักเมือง ใช้เป็นเสาเอกในการก่อสร้างพระตำหนัก ทำคธาจอมพล และยอดธงชัยเฉลิมพลของกองทหาร และมีดอกสีเหลืองอร่ามเต็มต้น เป็นสัญลักษณ์แห่งพุทธศาสนา รวมทั้งสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติได้เคยเสนอโครงการส่งเสริมให้มีการปลูกต้นราชพฤกษ์ทั่วประเทศ จำนวน ๙๙,๙๙๙ ต้น เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๐ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ
สำหรับศาลาไทยนั้น เนื่องจากเป็นสถาปัตยกรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาช่างไทย และมีความสง่างามที่โดดเด่นจาก สถาปัตยกรรมชาติอื่น และเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของชาติไทย ตลอดจนส่งเสริมให้ชาวต่างชาติได้มีโอกาสชื่นชมศาลาไทยโดย TaRa [29 มี.ค. 2548 , 15:08:53 น.] ( IP = 203.113.67.40 : : )
สลักธรรม 2จากนั้นนายกรัฐมนตรี(พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร)ลงนามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดสัญลักษณ์ประจำชาติไทย เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๔ และลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘ ตอนที่ ๙๙ ง ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔
ต่อมาคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติได้พิจารณาการออกแบบภาพสัญลักษณ์ประจำชาติไทยทั้ง ๓ สิ่ง โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรออกแบบภาพช้างไทย ส่วนภาพดอกราชพฤกษ์และภาพศาลาไทยได้จัดให้มีการประกวด โดยมีการทบทวนและปรับปรุงแก้ไขหลายครั้ง กระทั่งวันที่ 27 ธันวาคม 2547 คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติจึงเห็นชอบในสัญลักษณ์ประจำประเทศไทยดังกล่าว และต่อมาเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๘ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติรับทราบภาพสัญลักษณ์ประจำชาติทั้ง ๓ สิ่ง ตามที่คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติเสนอมา
สำหรับแนวคิดในการออกแบบและเลือกใช้สีของภาพสัญลักษณ์ มีดังนี้โดย TaRa [29 มี.ค. 2548 , 15:10:05 น.] ( IP = 203.113.67.40 : : )
สลักธรรม 3ช้างไทย ![]()
ออกแบบโดยมีข้อกำหนดว่า เป็นช้างเผือก ขาก้าวเดินแบบธงชาติ ลักษณะของช้างที่ดีคือต้องมีรูปร่างใหญ่โต แข็งแรง ศีรษะโต แก้มเต็ม หน้าผากกว้าง ดวงตาแจ่มใส ขาแข็งแรง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ลักษณะของหลังเช่นนี้ เรียกว่า แปก้านกล้วย เวลายืนศีรษะจะเชิดขึ้น มองดูสง่า ช้างงาต้องมีงาใหญ่แข็งแรง และยื่นขนานคู่กัน ไม่ชิดไม่ห่างจากกันมากเกินไป ลักษณะของชายใบหู ควรเรียบ ไม่ฉีกขาด เล็บเท้าต้องมีเหงื่อซึมออกมาจากโคนเล็บ หางช้างยาวจนปัดดินไม่ดี หางสั้นเกินไปจนเลยข้อกลางขาหลังไม่ดี หรือหางงอเป็นข้อไม่ดี
ช้างมงคลเป็นลักษณะอวัยวะที่เป็นมงคล ๗ ประการของช้างสำคัญ ซึ่งมีสีขาวหรือเรียกว่า ช้างเผือก คือ
๑.ตาสีขาว
๒.เพดานในปากขาว
๓.เล็บสีขาว
๔.ขนสีขาว
๕.พื้นหนังสีขาว หรือสีชมพูแดงคล้ายสีหม้อใหม่
๖.ขนหางยาว
๗.อัณฑโกศขาว หรือสีคล้ายหม้อใหม่
โดย TaRa [29 มี.ค. 2548 , 15:12:17 น.] ( IP = 203.113.67.40 : : )
สลักธรรม 4
ดอกราชพฤกษ์
นายสวาสดิ์ พูลสวัสดิ์ ผู้ออกแบบ ได้ให้แนวคิดการออกแบบว่า ดอกราชพฤกษ์ช่อ(ภาพสีวาดเหมือนจริง)ออกแบบเป็นภาพสีดอกช่อ แสดงให้เห็นลักษณะของดอกช่อที่ชัดเจน มีทั้งดอกตูม บาน เกสรร่วงบ้างในบางดอก ตามกาลเวลาของดอกที่เป็นจริงตามธรรมชาติที่บานไม่พร้อมกัน โดยเริ่มบานตั้งแต่ดอกแรกของช่อไปจนสุดปลายช่อดอก มีใบแสดงให้เห็นบ้างเล็กน้อย
ผู้ออกแบบเลือกช่อที่เห็นดอกเด่นชัดไม่มีดอกมากเกินไป เพราะเมื่อย่อภาพเล็กลงแล้ว ผู้พบเห็นสามารถเข้าใจความหมายได้
โดย TaRa [29 มี.ค. 2548 , 15:14:29 น.] ( IP = 203.113.67.40 : : )
สลักธรรม 5ศาลาไทย ![]()
นายพงศกร ยิ้มสวัสดิ์ ผู้ออกแบบ ได้ให้แนวความคิดในการออกแบบภาพว่า เลือกใช้รูปแบบศาลาไทยในลักษณะงานสถาปัตยกรรมไทย ประเภทเรือนเครื่องสับ เพราะเป็นอาคารที่พบเห็นได้ทั่วไป โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางของประเทศ เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมประจำชาติ ที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะของเรือนที่พักอาศัยของคนไทยมาแต่เดิม ด้วยลักษณะเด่นของหลังคาทรงจั่วและตัวเหงาที่ปลายของป้านลมที่มีเส้นสายอ่อนช้อย ทำให้รูปแบบของสถาปัตยกรรมไทยประเภทเรือนเครื่องสับ มีความสง่างาม และเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยได้เป็นอย่างดี
นอกจากรูปทรง เส้นสายที่มีความงดงามดังกล่าวมาแล้วนั้น เรือนเครื่องสับที่นำมาปรับใช้งานเป็นศาลาไทยนี้ ยังมีประโยชน์ใช้สอยเพิ่มเติมเข้ามาอีก โดยหากเป็นศาลาที่ตั้งอยู่บนนอกชานเรือนหรือในสวน ก็มักจะเป็นศาลาที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือหากเป็นศาลาที่มีผู้มีจิตศรัทธาสร้างไว้ตามเส้นทางสัญจรก็จะเป็นที่พักหลบร้อนหลบฝนของผู้เดินทางสัญจรผ่านไปมาอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ ศาลาไทย จึงนับเป็นรูปสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความมีไมตรีจิตและความปรารถนาดีอย่างจริงใจต่อผู้อื่นด้วย
ส่วนการเลือกใช้สีนั้น วัสดุหลักซึ่งเป็นโครงสร้างของเรือนได้แก่ ไม้ จึงแสดงด้วยสีน้ำตาล ส่วนหลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา จึงแสดงด้วยน้ำตาลส้มแบบสีดินเผา และมีส่วนปูนหลบกระเบื้องเป็นปูนปั้นทาสีขาว
รูปศาลาไทยตั้งอยู่บนพื้นสีเขียว แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์และความเป็นประเทศเกษตรกรรมของชาติไทย ส่วนฉากหลังเป็นสีฟ้า แสดงถึงท้องฟ้าที่สดใสของประเทศไทย อันเป็นประเทศในเขตร้อน สีของท้องฟ้าที่สดใสจึงแสดงถึงความสดชื่นเบิกบาน
ที่มา:http://www.manager.co.th/Dhamma/viewnews.aspx?NewsID=9480000031590
โดย TaRa [29 มี.ค. 2548 , 15:17:49 น.] ( IP = 203.113.67.40 : : )
สลักธรรม 6ขอบคุณนะครับคุณTaRa
พี่เณรภูมิใจ๋ภูมิใจครับ
ที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย
มีความเป็นไทยๆทุกๆอย่างที่ดีที่สุดให้เราคนไทยมากมายเลยนะครับผมโดย พี่เณร [29 มี.ค. 2548 , 19:19:21 น.] ( IP = 61.91.150.130 : : )
สลักธรรม 7ขอบคุณคุณ TaRa ด้วยค่ะ..
ที่นำความรู้ที่ชาวไทยควรทราบ มาฝากโดย เซิ่น [29 มี.ค. 2548 , 23:40:11 น.] ( IP = 61.91.169.30 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |