มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พัฒนาความคิดมาสู่ความรู้แจ้ง





เมื่อพัฒนาความคิดมาสู่ความรู้แจ้งเห็นจริง



ธรรมชาติความเป็นจริงของสรรพสิ่ง คือ ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง
หรือ อนิจจํ สรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ล้วนเชื่อมโยงอย่างเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง
เรียกว่า อิทัปปัจจยตา คือ สภาพที่ สรรพสิ่งทั้งหลายเป็นปัจจัยต่อกันและกัน
หรือเป็นกระแสของเหตุปัจจัย อันหนุนเนื่องกัน
อะไรที่เกิดขึ้น หรือมีอยู่ ก็เพราะมีเหตุปัจจัย ให้มันเกิดขึ้น หรือมีอยู่ อะไรที่ไม่เกิด
หรือไม่มี ก็เพราะไม่มีเหตุปัจจัยให้มันเกิด หรือมี
การมีปัญญาเข้าถึงความจริง ตามธรรมชาติ จะทำให้หลุดพ้นจากความบีบคั้น มีความเป็นอิสระทางจิตใจ มีความสงบระงับดับความเร้าร้อน



การเข้าถึงปัญญา คือ การรู้อย่างเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ของธรรมชาติ และการคิดเป็นมองเป็นเห็นธรรมชาติโดยความเป็นธรรมชาตินั้นชื่อว่า
เป็นผู้มีปัญญา เข้าถึงปัญญา
หัดมองให้เป็นนิสัยว่า เห็นอะไร รู้อะไร ก็พยายามเชื่อมโยงกับความเป็นไปทั้งหมด การรู้อย่างเชื่อมโยง จะทำให้เราลดละความเห็นแก่ตัว เกิดพัฒนาการทางจิต ทำให้เกิดความสมบูรณ์ ในตัวเอง และอิสรภาพ
การคิดอย่างเป็นกลางไม่มีอคติคิดเอียงเอนไปในทางใดทางหนึ่งทำให้เกิดปัญญา และ ความสุขปลอดโปร่งจากความคิด


โดย ธีร์ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 เม.ย. 2548 , 15:55:54 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ทำให้คิดของเรามีการคิด อย่างอิสระ ไม่ติดขัดติดข้อง เป็นไปตามความจริง
ณ แต่ละจุดแห่งกาละ และเทศะที่เชื่อมโยง และเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง การคิด
และความเป็นจริงกลายเป็นสิ่งเดียวกัน ธรรมชาติของความเป็นจริงของสิ่งทั้งหลาย
คือ เป็นกระแสของเหตุปัจจัยที่หนุนเนื่อง
ซึ่งเรียกธรรมส่วนนี้ว่า อิทัปจจยตา
หรือการสืบต่อของพันธการแห่งชีวิตที่เรียกว่า ปฎิจจสมุปปาทนั้น
ทำให้เกิดการคิดอย่างเป็นกลาง คือ การคิดตามความเป็นจริง ตามธรรมชาติ
หรือการคิด การคิดหรือปัญญาเกิดจากสัมมาทิฎฐิสัมมาสังกัปปะคือการคิดการเห็นอย่างมีมัชฌิมาปฏิปทา อันทางแห่งความได้เห็น



ความจริงชีวิตที่ประเสริฐที่ทางสายกลางนั้น
การคิดและรู้จริงตามทางสายกลางนี้นับได้ว่าเป็นทางแห่งปัญญาจะได้ประจักษ์แจ้งแก่ใจจะมอง จะเห็นสรรพสิ่งทั้งปวง ทั้งรูปธรรม และนามธรรม
เชื่อมโยงกันเป็นกระแสของเหตุปัจจัย แล่นโยงถึงกันทั้งหมด ทำให้เกิดปัญญา
หรือทางธรรมะเรียกปัญญาในส่วนนี้ว่า ญาณคือความรู้แจ้งแห่งจริงในธรรมชาติโดยตามความเป็นจริง รู้โดยไม่คิดเอาเอง รู้โดยเนื้อแท้แห่ง
ธรรมชาติที่ได้มาปรากฎให้ประจักษ์แจ้งแก่ใจ ซึ่งทางธรรมะนั้นแสดงความรู้ในการประจักษ์แจ้งโดยมีการปฎิบัติตามหนทางเดินที่ถูกต้องตรงตาม
ทางเดินทางเรียกทางสายกลางหรือมัชฉิมาปฎิปทา
ซึ่งผลที่ได้รับจากการปฎิบัติที่ถูกทางนี้ ก็จะเป็นวิปัสสนาปัญญาอันมีญาณ
ปรากฎขึ้นแห่งจิตด้วยปัญญาอันเกิดใน จิตใจเกิดความเป็นอิสระของจิตการรู้เห็นและสร้างหรือ
สละให้หลุดจากความบีบคั้นของความต้องการคือความแฝงแห่งตัวกลางอันเป็นอนุสัยที่นองเนืองในจิตในสันดานแห่งเราท่านหลาย


โดย ธีร (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 เม.ย. 2548 , 15:59:12 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 2


สร้างความสงบ ความมีพลังด้วยธรรมชาติที่เรียกว่าจิตตานุภาพคืออนุภาพแห่งจิตที่ฝึกพัฒนามีปัญญาเข้าประกอบร่วมและพ้นหรือสละ
ซึ่งมลทินทางใจ และสร้างความสุขเหนือความสุขใดให้เกิดกับจิตคือความสุขที่มิเจือปนความเรียกร้องหรือร้องขอ แสวงหาต้องการให้มาอีก
เป็นความสุขที่เกิดการวางละ สละคืน คลายกำหนัด ละทุกข์และทำลายล้าง
ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุแห่งความทุกข์ทั้งหลาย อันเป็นความสุขสงบดับวาง ที่เรียกว่า สันติ
ปัจจัยแห่งความสำเร็จความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ของการเรียนรู้ในสังคมปัจจุบันนั้น คือ
การศึกษาที่ไม่สอนหรือไม่ส่งเสริมให้มีกการเรียนรู้จักรู้ตัวเอง
คือการเรียกรู้ความเป็นไป และเป็นมาแห่งการมีชีวิต การใช้ชีวิตที่ประเสริฐ
และธรรมชาติเรื่องชีวิตว่า จิต แ]ละร่างกาย หรือที่ชาวพุทธเราเรียกว่าเรียนรู้ชีวิตอันแก่รูปนามขันธ์ ๕ นี้เอง



การส่งเสริมให้เรียนรู้แต่สิ่งภายนอกให้มากมาย
อย่างไร สอนให้คิดให้แสวงหาสิ่งที่ต้องบำรุงบำเรอชีวิตเพื่อแข่งดี แข่งเด่น
แข่งแสวงหาเงินตรามากเท่า ส่งเสริมใช้ชีวิตให้แสวงหาเรียนรู้ตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย จนหลังโกงหลงตัวเองว่าชีวิตนี้ยังยาวนานไม่ถูกฝังง่ายๆ
โดยมีเครื่องปิดบังชีวิต ซึ่งแม้ท่านเหล่านั้นจะร่ำจะเรียนให้เก่งสักเท่าไร แต่ถ้าไม่รู้ตัวเองแล้ว ก็แก้ปัญหาความร้อนใจความกังวลใจและ
ความไม่ได้ดังใจได้ยังไร กลับยิ่งสร้างปัญหามากขึ้นเพราะเมื่อไม่รู้ชีวิต
จะสร้างความสุขให้เกิดขึ้นกับชีวิตได้อย่างไร
มนุษย์สามารถฝึกให้รู้ตัวเองได้ มนุษย์เป็นสัตว์ที่ประเสริฐกว่า
สัตว์ทั้งหลายที่ปรากฎให้เห็นทางตาได้ในโลกนี้
และประเภทเดียวที่สามารถรู้ หรือเห็นจิตและกำหนดจิตของตัวเองได้


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 เม.ย. 2548 , 16:01:54 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 3


หนทางเท่าทันชีวิตที่พระพุทธศาสนาของเราได้แสดงไว้นั้นเป็นหนทางที่เข้าถึงจิต ปรับจิตและเปลี่ยนแปลงสภาพจิตเสริมชีวิตให้มีสาระเห็นแก่นของชีวิต
ถ้าไม่ศึกษาให้รู้ตัวเองแล้ว ไม่สามารถป้องกันการกระทำโดยการเรียนรู้
ชีวิตของเราตามที่พระพุทธเจ้าได้เข้าประจักษ์แจ้งในธรรมชาติมาก่อน
แล้วนำมาแสดงชี้ให้เห็น ทรงชี้ให้เห็นตัวการสำคัญของชีวิตที่ผันแปรเปลี่ยนแปลงสภาพชีวิตให้ชีวิตของเรายังต้องมีอยู่ไม่ขาดสายไปได้นั้น
ท่านแสดงให้ว่าเพราะสัตว์ทั้งหลายยังมีตัณหา ตัณหานั้นเกิดเร็วมาก แบบสายฟ้าแลบ ไม่ทันรู้ตัว ทำให้ยับยั้งไม่ทัน
ท่านจึงแสดงหนทางสกัดกั้นให้รู้จัก
สังวร หรือระวังระไวตรงอินทรีย์ 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เราก็ยับยั้งตัณหา และการกระทำตามอำนาจของตัณหาได้
ท่านชี้ให้เห็นว่าเหตุที่ต้องพยายามสกัดกั้นมิให้ตัณหามีมากเพราะตัณหานั้นเป็นเหตุให้ทุกข์ทั้งหลาย ทุกข์เพราะการเกิดเเก่เจ็บตาย
ในชีวิตที่เราได้มาก็เพราะตัวตัณหา
ตัณหานี้มีสุขน้อย มีทุกข์มาก กระชากลากถูเราไปยังภพน้อยภพใหญ่



เมื่อได้โทษภัยของการมีชีวิต การเกิดบ่อยเพราะตัณหานี้เป็นทุกข์ยิ่งแล้ว
ผู้เห็นภัยในวัฎฎะทั้งหลายย่อมหาหนทางเดินให้พ้นภาวะเช่นนี้ไปจากชีวิต
ของเราให้ได้การเจริญสติให้ตั้งอยู่ในฐานแห่งกายเวทนาจิตและธรรมนั้น
ชื่อว่า เป็นทางอันเอก ที่ทำให้เกิดอิสรภาพ หลุดพ้นจากความบีบคั้นของกาลเวลา
และบาปกรรมทั้งปวง ประสบความสงบ ความงาม ความสุข มิตรภาพ
พลังแห่งการรับรู้และเรียนรู้ และสร้างสรรค์อย่างหาที่เปรียบมิได้
มนุษย์ไม่ควรเกิดมาแล้วทั้งที ไม่รู้จักการเจริญสติ
การเจริญสติ คือ การฝึกให้รู้ตัว
การเจริญสติ คือ การเปลี่ยนจากความคิด ไปเป็น ความรู้จริง ปกติเราจะคิดอยู่ตลอดเวลา ขณะที่คิด จะไม่รู้ตัว เมื่อการรู้ตัวเข้ามาแทนที่จะหยุดคิด การคิดกับการรู้ตัว
จะแทนที่ซึ่งกันและกันไม่ได้แปลว่า เราจะฝึกไปเป็นไม่คิดเลย แต่เพื่อให้สามารถ
ควบคุมการคิดได้ ว่าเมื่อไรจะคิด เมื่อไรจะไม่คิด และคิดอย่างไรจึงจะเป็นประโยชน์


โดย ธีร์ (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 เม.ย. 2548 , 16:04:15 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 4


อุปมาอุปไมย เพื่อให้เข้าใจความแตกต่าง และความสัมพันธ์ของ สติ สมาธิ ปัญญา
คือ เมื่อผูกวัวไว้กับหลัก วัวคือ จิต ใหม่ๆ วัวยังคึกคะนอง ก็จะวิ่งไปรอบๆ หลัก
แต่มันจะวิ่งไปอย่างไร เชือกก็จะตามมันไปเรื่อย เชือกที่ตามไปนั้นคือ สติ
เมื่อมันวิ่งจดหมดแรง เพราะถูกเชือกผู้ไว้กับเสา ในที่สุดก็จะสงบ ลงนอนนิ่ง
การสงบลงนอนนิ่งนั้น คือ สมาธิ ถ้าวัวตัวนี้เริ่มสงบ
ก็จะเห็นลักษณะต่างๆชัดเจนขึ้น คือมี ปัญญา สติ กับสมาธิจึงเป็นฐานให้ปัญญา
ปัญญา คือ การรู้เท่าทันความเป็นจริง และลดความเห็นแก่ตัว
ฝึกเจริญสติไว้เรื่อยๆ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง ถึงรากฐานความรู้สึกนึกคิดจะเปลี่ยนไป ความหงุดหงิดรำคาญจะหายไปหมด
ทำให้เป็นความสุขอย่างยิ่ง มีปัญญาเฉียบแหลม เรียนอะไรก็รู้ง่าย เอาปัญญามาใช้ทัน



มนุษย์เราเมื่อขาดพัฒนาการทางจิต เท่ากับได้ขาดความสมบูรณ์ และขาดพลังแห่งจิต การได้พัฒนาการทางจิตเป็นแรงสมานสังคมเข้าไว้ ด้วยกัน
การพัฒนาทางจิต ควรเป็นวัตถุประสงค์ ของการกระทำทุกเรื่อง ทำให้เป็นคนดีขึ้น
ลดความเห็นแก่ตัวลง และเห็นแก่คนอื่นมากขึ้น
มีการทำความดีทั้งให้แก่ตนเองและสังคมมากขึ้น
จึงจะถือเป็นกำไรชีวิต หรือการพัฒนาที่ถูกต้องถูกทางการให้มีพื้นฐานมาจากความรักเพื่อนมนุษย์
ศีลในความหมายกว้าง คือ ระบบการอยู่ร่วมกัน ด้วยความเป็นปกติแห่งการกระทำหรือแสดงพฤติกรรมที่ไม่ขัดหรือไปสร้างปัญหา
ภาวนา คือ การพัฒนาจิตใจให้เจริญ จิตที่ละความเห็นแก่ตัว จิตภาวนา
ประกอบด้วย การเจริญสติ เจริญสมาธิ เจริญปัญญา ปัญญาในที่นี้หมายถึง
การเข้าถึงความจริง ตามธรรมชาติ จนลดละความเห็นแก่ตัวลง



การพัฒนาทั้งจิตและกายของเราไปสู่หนทางที่สร้างความสงบสว่างนั้น
หนทางที่องค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าได้วางไว้ประเสริฐแล้ว เรียนให้รู้ ดูให้จำ และทำให้เป็น เชื่อว่าชีวิตในชาตินี้นั้น
เกิดมาไม่เสียชาติเกิดอย่างแน่นอน


โดย ธีร (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 เม.ย. 2548 , 16:08:45 น.] ( IP = 61.91.156.6 : : 192.168.0.102 )


  สลักธรรม 5

เรื่องของเหตุและผล กงล้อที่เวียนไปในสังสารวัฎ..ปฏิจจสมุปบาท และการย้อนกงกรรมด้วยพระธรรมจักร เป็นเรื่องของผู้ที่มีปัญญาและต้องการพ้นทุกข์จริงๆ

โดย น้องกิ๊ฟ [7 เม.ย. 2548 , 20:38:03 น.] ( IP = 61.19.188.145 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org