| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ปัญญาคือะไร?...2
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1โลกหมายถึงความฉิบหายเพราะสรรรพสิ่งทั้งหลาย ไม่มีอะไรเลยที่จะตั้งอยู่อย่างมั่นคงได้มีแต่จะสลายตัวเลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกเวลานาที แล้วก็ไม่มีหนทางหรือไม่มีอำนาจอะไรที่จะระงับยับยั้งได้ด้วย
นักประพันธ์ หลายท่าน เขียนเรื่องชมเชยเอาไว้ว่า โลกนั้นสวยสดงดงามเหลือเกิน...โลกนั้นมีความวิจิตรตระการตาเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ เป็นการว่าไปในสายตาของนักประพันธ์ที่เอาสมมติออกมาตั้งหรือถ้าเราเป็นนักเรียน เรียนวิชาภูมิศาสตร์และดาราศาสตร์ เราก็เรียนว่า โลกคือดาวพระเคราะห์ดวงหนึ่งที่ล่องลองลอยหมุนเวียนอยู่ในอวกาศ
แต่เมื่อว่าตามหลักธรรมะแล้วโลกกลับกลายเป็นความพินาศ หรือความฉิบหาย อะไรๆที่ขึ้นชื่อว่าโลกแล้ว ตามหลักของสภาวธรรมย่อมจะพินาศย่อมยับไปอยู่ตลอดเวลาโดย พี่เณร..นำมาฝาก [8 เม.ย. 2548 , 12:43:56 น.] ( IP = 61.90.82.251 : : )
สลักธรรม 2ฉะนั้น แผ่นดินภูเขา ท้องทะเลและมหาสมุทรที่ชื่อว่าโลก..ก็อยู่ในฐานะฉิบหาย สิ่งของต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนพื้นแผ่นดินพื้นน้ำ ภูเขาเหล่านั้นอยู่ในฐานะอย่างเดียวกัน แม้มนุษย์แต่ละคน สัตว์แต่ตัวก็เป็นโลกๆ หนึ่ง
ท่านนักศึกษากับผมก็เป็นโลกหนึ่งเหมือนกัน.. แม้ว่าวิญญาณของสัตว์ทั้งหลายที่มิได้มีรูปพรรณสัณฐาน ไม่มีสีสันวรรณะอะไรก็ตาม ก็หนีความเป็นโลกไปไม่พ้น หนีความพินาศย่อยยับไปไม่ได้ เพราะอยู่ในฐานะแตกสลายทำลายไป ไม่ได้ตั้งมั่นอยู่ได้อย่างเดิมเลยแม้แต่สักวินาทีหนึ่ง
ธรรมชาติใดเกิดขึ้นมาแล้วตั้งมั่นอยู่ไม่ได้ต้องสลายตัวไปอยู่ตลอดเวลาแล้ว ธรรมชาตินั้นชื่อว่าโลกทั้งสิ้นโดย พี่เณร..นำมาฝาก [8 เม.ย. 2548 , 12:47:08 น.] ( IP = 61.90.82.251 : : )
สลักธรรม 3รูปทั้งหลายไม่ว่าเป็นรูปอะไร ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินแผ่นฟ้า หรือต้นไม้ใบหญ้า ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ หรือ สัตว์เดรัจฉานทั้งสิ้น ย่อมจะหนี้ไปไม่พ้นจากการประชุมกันเอง
รูปทีเป็นหน่วยเล็กๆ ที่ในพระอภิธรรมเรียกซื่อว่าปรมาณู อันแยกออกมาจาก..เม็ดข้าวสาร ๑ เม็ด แล้วแบ่งออกหลายสิบล้านส่วน หน่วยเล็กๆ
ที่เรียกว่า.. ปรมาณูเหล่านี้ แต่ละหน่วยย่อมขาดเสถียรภาพเพราะด้วยอำนาจของ อุณหเตโช คือ ความร้อน จึงเปลี่ยนแปลงไปอยู่ทุกเวลานาที
จิตเกิดดับ ๑๗ ขณะใหญ่ หรือ ๕๑ข ณะเล็กแล้ว...รูปอันเป็นหน่วยเล็กๆ เหล่านี้ก็จะสลายตัวไปหนึ่งขณะ..ด้วยอำนาจของอุณหเตโช คือ ความร้อน ดังกล่าวแล้ว รูปทั้งหลายจะเป็นรูปของสิ่งที่มีชีวิต หรือสิ่งที่ไม่ชีวิตก็ตามก็ต้องอยู่ในฐานะที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปทุกวินาทีนับไม่ไหว....บังคับให้มันหยุดนิ่งก็ไม่ได้ ..แต่รูปส่วนมากเราสังเกตเห็นความเปลี่ยนได้อยากโดย พี่เณร..นำมาฝาก [8 เม.ย. 2548 , 12:52:22 น.] ( IP = 61.90.82.251 : : )
สลักธรรม 4เพราะมันประชุมกันเป็นกลุ่มก้อน ความเป็นกลุ่มเป็นก้อนนั้นปิดบังอำพรางเอาไว้ เห็นครั้งใดก็เห็นเป็นโต๊ะเป็นเก้าอี้ เห็นเป็นคนเป็นสัตว์ ไม่ได้เห็นเป็นหน่วยเล็กๆ คือปรมาณู ยิ่งกว่านั้นยังเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยมากจนสังเกตได้ยาก ด้วยเหตุนี้คำว่าโลกโลก เมื่อนักประพันธ์เอาไปใช้เขียนบทประพันธ์ก็เขียนว่า โลกนี้สวยสดงดงาม โลกนี้น่าอยู่อาศัยแต่ความจริงไม่เห็นมีอะไรทีจะตั้งมั่นอยู่ได้
แม้ตัวผู้เขียนเองก็ต้องได้รับความทุกข์ยากบาก หรือบางทีก็เคราะห์หามยามร้ายต่างๆ ต้องทำมาหากินตัวเป็นเกลียว
ร่างกายก็ทรุดโทรมแก่เฒ่าอยู่ทุกเวลานาที ทั้งจิตใจซึ่งเป็นโลกๆหนึ่ง ก็ตั้งมั่นอยู่ไม่ ได้ ไขว่คว้าหาอารมณ์ใหม่อยู่ตลอดเวลา โลกนี้จึงน่ากลัวมาก
โลกนี้มีอันตรายเหลือเกิน ต้องแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่าต้องต่อสู้กับธรรมชาติ
ต้องต่อสู้กับบุคคลอื่น และต้องต่อสู้อย่างทรหดอดทนกับตัวเราเอง ในเรื่องนี้แล้วแต่ใครจะคิดแล้วแต่ใครจะมองโลกไปในแง่ไหน หรือแล้วแต่ จะมองโลกไปในข้อเท็จจริงเพียงใด
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [8 เม.ย. 2548 , 13:00:34 น.] ( IP = 61.90.82.251 : : )
สลักธรรม 5แต่ถ้าว่าตามหลักสภาวธรรมแล้ว...
โลกนี้คือความพินาศฉิบหาย ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ไม่อยู่ในฐานะที่ใครจะเรียกร้องอ้อนวอน หรือบังคับบัญชาได้เลย
ลงชื่อว่าเป็นโลกแล้ว จะไม่ให้เปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นการสุดวิสัย
เรื่องเหล่านี้ก็เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจ ที่อวิชชาหรือ โมหะมาขวางกันเอาไว้ได้เกิดความมือมิดขึ้นในดวงใจ ไม่ให้คนทั้งหลาย มองเห็นความจริงที่อยู่ต่อหน้าต่อตา แล้วหลงใหลไขว่คว้าหาโลกเอามาไว้ในครอบครอง จนถึงต้องต่อสู้ฟัดเหวี่ยงกันอย่างย่อมตายถวายชีวิต
บางที จนถึงมิได้คิดในเรื่อง บาปบุญคุณโทษ บางทีเมื่อผลประโยชน์ขัดกัน ผูกพยาบาท อาฆาตจองเวรกันก็ลายล้างกันจนย่อยยับไป
บางคนเมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งหลุดลอย ไปก็ร้องห่มร้องไห้แทบน้ำตาจะเป็นสายเลือด.. โดยมิได้คิดพิจารณาให้ถ่องแท้ว่า ลงชื่อว่าเป็นโลกแล้ว จะเป็นสิ่งที่นอกตัวหรือในตัวก็ย่อมจะอยู่ในฐานะอย่างเดียวกันทั้งนั้น
ใครจะรู้หรือใครจะไม่รู้ใครจะคิดหรือใครจะไม่คิด ก็หนีจากหลักการที่วางไว้นี้ไปไม่ได้ ด้วยเป็นปรมัตถสัจธรรม
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [8 เม.ย. 2548 , 13:06:32 น.] ( IP = 61.90.82.251 : : )
สลักธรรม 6ส่วนคำว่าโลกุตระมาจากคำว่า โลก+อุตฺตร อุตฺตร
แปลว่า พ้น ไป รวมกันเข้าก็แปลว่า พ้นจากความพินาศพ้นจากความฉิบหาย
ปัญญาเกิดขึ้นอยู่ในฐานะ๒ อย่าง
๏ ปัญญาอย่างหนึ่งเป็นปัญญาโลกีย์คือยังอยู่ในความพินาศยังอยู่ในความฉิบหาย แต่เป็นผู้มีปัญญาที่ประกอบด้วยเหตุผล อันจะใช้เป็นหนทางนำ ไปสู้การพ้นจากความพินาศได้
๏ ข้อที่๒ ปัญญาที่เกิดขึ้นมา แล้วก็พ้นจากความฉิบหาย
ท่านนักศึกษาคงต้องทราบว่า ปัญญาโลกีย์ นั้น รู้อะไรบ้าง
สำหรับปัญญาโลกีย์ คือปัญญาที่ยังมีความฉิบหายอยู่อย่างนั้น แยกออกเป็น ๒ อย่าง เรียกว่า กัมมัสสกตาปัญญา กับ วิปัสสนาปัญญา
![]()
ท่านครับแล้วพี่เณรจะนำมาลงในตอนที่ 3 .ให้อ่านต่อนะครับ เพียงท่านอย่าได้อ่านผ่านๆ อ่านไปคิดถึงเหตุผลตามไปด้วยนะครับ เพราะท่านจะได้ประโยชน์มาทีเดียวครับผม โดย พี่เณร..นำมาฝาก [8 เม.ย. 2548 , 13:14:48 น.] ( IP = 61.90.82.251 : : )
สลักธรรม 7ขอบคุณมากครับพี่เณร พี่เณรครับถ้าผมสนใจหนังสือของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร ไม่ทราบว่าจะหาซื้อได้จากที่ไหน ถ้าผมไม่สะดวกเดินทางไปมูลนิธิน่ะครับ
โดย สุพัฒน์ [8 เม.ย. 2548 , 17:55:04 น.] ( IP = 203.147.4.193 : : )
สลักธรรม 8
สวัสดีครับคุณ สุพัฒน์
ยินดีอย่างยิ่งครับ ที่จะจัดส่งหนังสือเรื่อง..ปัญญาคืออะไร ? เล่มที่พี่เณรนำมาเผยแผ่นี้ให้กับคุณครับคุณ สุพัฒน์
ผมเองก็มีไว้หนึ่งเล่มครับ แต่พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปที่มูลนิธิครับ และจะไปจัดหาให้นะครับ เพราะเป็นหนังสือเล่มที่ดีมากๆเลยนะครับ
ขอให้คุณสุพัฒน์..ส่งที่อยู่ของคุณมาให้พี่เณรนะครับ แล้วพี่เณรจะรีบส่งให้ทันทีเลยครับผม..เมล์ชื่อและที่อยู่มาที่ น้องกิ้ฟเลยนะครับ ที่..arpaka@hotmail.com ครับผม หรือที่พี่ดอกแก้วก็ได้ครับที่ dokgaew@hotmail.com ครับรับรองพี่เณรรีบส่งให้เลยครับด้วยความยินดี
แหละถ้าจะติดต่อถามหาหนังสือของอาจารย์บุญมีท่านละก็ เชิญโทรสอบถามได้นะครับที่ 02 4419958 ครับผม..พี่เณรจะรอเมล์ของคุณนะครับโดย พี่เณร [8 เม.ย. 2548 , 18:33:29 น.] ( IP = 61.90.118.102 : : )
สลักธรรม 9ทำตามที่พี่เณรบอก..อ่านแบบคิดและพิจารณาในเรื่องเหตุผล ...ซึ่งเน้นย้ำความเข้าใจได้มากขึ้น
ขอบพระคุณค่ะพี่เณรโดย น้องกิ๊ฟ [8 เม.ย. 2548 , 20:30:59 น.] ( IP = 202.183.132.110 : : )
สลักธรรม 10ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ
มาทำความเข้าใจความจริงของธรรมชาติ...เพื่อละคลายสิ่งที่เข้าใจผิดๆออกค่ะโดย เซิ่น [8 เม.ย. 2548 , 21:50:13 น.] ( IP = 61.91.100.206 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |